cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 794 ป้ามู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 794 ป้ามู่
Prev
Next

บทที่ 794 ป้ามู่

สำนักอวิ๋นลู่ เขาชิงอวิ๋น

ภายในสำนักอวิ๋นลู่ที่ปกคลุมไปด้วยร่างแห่งปราณเที่ยงธรรม หนังตาของหยางกงสั่นเล็กน้อยก่อนจะเบิ่งตา

สิ่งที่เขาสัมผัสได้เป็นอย่างแรกคือความเจ็บปวดที่เจาะกระดูกเข้าถึงหัวใจ กล้ามเนื้อทั้งตัวฉีกขาด เส้นลมปราณแตกสลาย ตามด้วยเพลิงลุกแผดเผาที่ส่วนปอด ปากแห้งลิ้นเหือด การหายใจแต่ละครั้งล้วนส่งผลถึงอาการบาดเจ็บ

ทว่า สภาพจิตใจของเขายังดีมาก ความคิดทะลุปรุโปร่ง แสงใสสว่างอันเบาบางจนไม่อาจสังเกตเห็นแฝงเร้นอยู่ในเลือดเนื้อทุกกระเบียดนิ้วและทุกเนื้อเยื่อของเขา

การขยับมือเท้ากินแรงเล็กน้อย หยางกงเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นหลังจากพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ไร้ผลว่า

“ชาจงมา”

กาน้ำชาบนโต๊ะลอยมายังมุมปากบนของเขาด้วยตัวมันเอง จากนั้นก็เอียงปากของกาลง และรินชาลงด้วยความเร็วที่ไม่ช้าไม่เร็ว

‘อึก อึก’ …หยางกงอ้าปากรับน้ำชา และดื่มจนอิ่มไปครึ่ง อาการไฟลุกแผดเผาที่ส่วนปอดและปากแห้งลิ้นเหือดจึงทุเลาลงไปมาก

หลังจากบรรเทาความกระหาย หยางกงสังเกตรอบห้องอย่างละเอียด พบว่านี่คือที่อยู่ในสำนักศึกษาของตนเอง

‘ข้าถูกพาตัวกลับมาที่สำนักศึกษาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ายงโจวถูกปกป้องไว้ได้หรือไม่ บรรดานายทหารที่ติดตามข้ากลับมายังมีชีวิตอยู่หลายคน’…พอหยางกงนึกถึงสถานการณ์รบ ภายในหัวใจก็รู้สึกหนักหน่วงขึ้นมา

ความประหลาดใจที่รอดจากเหตุการณ์อันเลวร้ายจึงลดลงตามด้วยเหตุนี้

‘ข้าสลบไปนานเท่าไรแล้ว การศึกชายแดนตอนเหนือ ด้วยกำลังทหารในปัจจุบันของยงโจว หากรักษาพื้นที่อย่างสุดชีวิต คงไม่มีคนรอดมาได้เท่าไรนัก’…หยางกงยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ ฝืนขยับตัวอยู่ครู่หนึ่งอย่างสุดชีวิต จนในที่สุดก็ลุกขึ้นมานั่งได้

เขาพ่นลมหายใจออก ก่อนเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นว่า

“แต่งตัวเสร็จสรรพ”

เสื้อคลุมยาวที่แขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าลอยมาสวมแทนชุดนักปราชญ์ที่เดิมทีสวมแล้วค่อนข้างยุ่งยากในชั่วพริบตา ผมม้วนขึ้นด้วยตัวมันเอง ปิ่นหยกลอยมาเสียบเข้าที่มวยผม

จากนั้น หยางกงก็เอ่ยรำพันว่า

“ที่ที่ข้าอยู่คือเรือนไผ่หลังภูเขา”

ทิวทัศน์ตรงหน้าของหยางกงคือหมู่มวลดอกไม้ เขารับรู้ว่าตนเองกำลังเคลื่อนย้ายพื้นที่ เขาเห็นเรือนไผ่ที่เจ้าสำนักศึกษาจ้าวปกป้องค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในสายตา ขณะที่กำลังจะไปถึง ทันใดนั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างใบหูว่า

“ไม่ เจ้าไม่ได้อยู่ที่เรือนไผ่ เจ้าอยู่ที่ข้า”

เรือนไผ่ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมเลือนรางลง อีกฉากหนึ่งปรากฏตรงหน้าหยางกง ภายในห้องน้ำชาที่สวยงามและสว่างโล่ง หลี่มู่ไป๋ในชุดหลวมแขนเสื้อใหญ่กำลังดื่มชาประชันหมากกับเฉินไท่ ริมโต๊ะซึ่งห่างจากทั้งสองไม่ไกลนัก จางเซิ่นกำลังยืนชี้แนะสวี่ซินเหนียนให้ควบคุมความสามารถระดับกำเนิดปราชญ์อย่างล้ำลึกอยู่ข้างโต๊ะ

ฉากนี้ทั้งเอ้อระเหยและกลมกลืน จนทำให้หยางกงอึ้งคาที่และสงสัยว่าตนเองเกิดภาพหลอน

จางเซิ่นแหงนศีรษะมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า

“เจ้าสำนักศึกษาเกณฑ์แรงงานและทรัพย์สินให้ทางราชการอยู่ที่สำนักราชเลขาธิการ ไม่ได้อยู่ที่สำนักศึกษา”

เมื่อเอ่ยจบก็สอนนักเรียนที่ภาคภูมิต่อไป

“พวกเจ้า” …หยางกงสูดหายใจลึก ข่มความรู้สึกไว้ เอ่ยหยั่งเชิงว่า “ข้าสลบไปนานเท่าใดแล้ว ขณะนี้สถานการณ์รบเป็นเช่นไร รักษายงโจวไว้ได้หรือไม่ ยุทธการหนีเคราะห์กรรมชายแดนตอนเหนือเป็นอย่างไรบ้าง”

“เจ้าสลบไปครึ่งเดือนแล้ว” หลี่มู่ไป๋เอ่ยโดยไม่ได้แหงนศีรษะขณะหนีบตัวหมากหลังเสียงปึงดับลง

“กบฏอวิ๋นโจวสงบลงแล้ว สวี่ผิงเฟิงตายแล้ว ชีก่วงป๋อและทหารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะถูกตัดศีรษะต่อหน้ามวลชนในอีกสามวันให้หลัง” เฉินไท่เอ่ยอย่างเสียดายว่า “ท่านเจ้าสำนักศึกษาให้ข้าเฝ้าอยู่ที่สำนักศึกษา คุณงามความดีทางการทหารสักนิดก็ฉวยติดมือมาไม่ได้”

สวี่เออร์หลางเงยศีรษะมองฆราวาสจื่อหยาง และเอ่ยเสริมว่า

“พี่ใหญ่ข้า เลื่อนสู่ขั้นหนึ่งแล้ว”

เสียง ‘หึ่งๆ ’ ดังขึ้นในสมองของหยางกง แม้จะเห็นท่าทางที่เอ้อระเหยของพวกเขา และมีการคาดคะเนในความคิดอย่างคลุมเครือ แต่หยางกงหลุดจากความคิดหัวโบราณ เดาเพียงว่ายุทธการหนีเคราะห์กรรมชายแดนตอนเหนือสำเร็จอย่างราบรื่น ต้าฟ่งดึงความได้เปรียบกลับมาได้ อยู่ระหว่างคุมเชิงกับกองทัพกบฏอวิ๋นโจว

คิดไม่ถึงว่าทุกอย่างจะจบสิ้นแล้ว

นี่ก็เหมือนคนหนุ่มที่ไม่มีอะไรสักอย่าง เดิมคิดเพียงจะแต่งภรรยาสักคน ผลสุดท้ายได้แต่งงานในวันเดียวกัน บ้านหรูพร้อม รถม้าพร้อม ภรรยาสุดที่รักพร้อม กระทั่งลูกก็พร้อม ทั้งๆ ที่ไม่ได้เพียบพร้อมมากนัก

ในความจริงต่างๆ นานา สิ่งที่ทำให้หยางกงยากจะเชื่อเป็นอันที่สุดก็คือ สวี่ชีอันกลายเป็นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งแล้ว

จอมยุทธ์ขั้นหนึ่ง

หากจำไม่ผิด สวี่หนิงเยี่ยนเป็นขั้นสองที่เลื่อนขั้นหลังจากถูกท่านโหราจารย์ผนึก นานเท่าไรหรือ นี่นานเท่าใดจึงกลายเป็นจอมยุทธ์ขั้นหนึ่ง

แต่หากสวี่ชีอันเลื่อนขึ้นขั้นหนึ่งจริง และร่วมมือกับเซียนครองพิภพอย่างราชครู อาจจะสยบการกบฏของอวิ๋นโจวในระยะเวลาอันสั้นได้จริงๆ

หลี่มู่ไป๋เอ่ยยิ้มว่า

“การที่พวกเราสามารถเล่นหมากอย่างสบายใจได้ที่นี่ ก็เป็นหลักฐานที่ดีที่สุด”

หยางกงพ่นลมหายใจ และฝืนใจซึมรับข่าวที่เขย่าหัวใจเหล่านี้

เฉินไท่มองหยางกงอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเอ่ยว่า

“ร่างแห่งปราณเที่ยงธรรมเติมเต็มร่าง ชะล้างกายหยาบ เจ้ากำลังย่างเข้าขั้นสาม”

เอ่ยจบ เขาและหลี่มู่ไป๋รวมถึงจางเซิ่นต่างอิจฉา

หยางกงยิ้มเอ่ยว่า

“นี่เป็นของตอบแทนแก่ข้าจากราชสำนัก บรรดานายทหารและประชาชน”

ตั้งแต่อวิ๋นโจวก่อเหตุ หยางกงยืนอยู่ในแนวหน้าของการต่อต้านกองทัพกบฏ ทุ่มเทความคิดและจิตใจตั้งแต่ชิงโจวจวบจนยงโจวจนแทบสิ้นชีพในการรบ

ในที่สุดเขาก็เผชิญการทะลวงด้วยการพึ่งพาสิ่งนี้ และสัมผัสกับธรณีประตูของขั้นสาม

เฉินไท่เอ่ยอย่างอิจฉาตาร้อนว่า

“ท่านเจ้าสำนักศึกษาบอกว่า ฝ่าบาทวางแผนเลื่อนเจ้าเป็นข้าหลวงเมืองจิงจ้าว รอมีพระราชโองการมา เอ่ยแล้วมิอาจคืนคำ เจ้าก็สามารถเลื่อนขึ้นระดับบรรลุธรรมได้ จางเซิ่นและหลี่มู่ไป๋ฉกฉวยคุณงามความดีทางการทหารมาไม่น้อย ได้ผลประโยชน์เช่นเดียวกัน รอเพียงราชสำนักมอบตำแหน่งให้ ตบะจะต้องเลื่อนขึ้นไปอีกขั้น”

โชคดีที่หลังจากฮว๋ายชิ่งขึ้นครองราชย์ ราชสำนักไม่ได้ขัดแย้งกับปัญญาชนของสำนักอวิ๋นลู่อีกแล้ว

แต่บัดนี้ที่ราบลุ่มภาคกลางผันผวน ราชสำนักล้างไพ่ใหม่ วงการข้าราชการไม่ต่อต้านสำนักอวิ๋นลู่อีกแล้ว ถึงขั้นมีท่าทีต้อนรับยินดี

อย่างไรเสียผลประโยชน์ทางชนชั้นก็ต้องอยู่เหนือผลประโยชน์ส่วนตน มีชนชั้นก่อน แล้วค่อยมีส่วนตน หากไม่มีชนชั้น จะกล่าวถึงผลประโยชน์ส่วนตนได้เช่นไร

ในสายตาขององค์ชาย ปัญญาชนของสำนักอวิ๋นลู่สามารถสร้างเสถียรภาพให้การมีอยู่ของผลประโยชน์ทางชนชั้นได้

หยางกงเอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า

“เทียบกับสวี่หนิงเยี่ยนแล้ว นี่ไม่สำคัญอะไรเลย”

“สวี่หนิงเยี่ยนสมภาคภูมิที่เป็นนักเรียนของข้า ข้าสอนหนังสือคนมีการศึกษามายี่สิบปี ลูกศิษย์ลูกหาทั่วใต้หล้า มีเพียงสวี่หนิงเยี่ยนนักเรียนผู้นี้ที่ยิ่งกว่าชอบด้วยซ้ำไป”

หลี่มู่ไป๋พ่นชาออกมาและเอ่ยว่า

“หน้าด้านไร้ยางอาย”

เฉินไท่เอ่ยเยาะอย่างเย็นชาว่า

“อ่านตำราปราชญ์มาตลอดชีวิต แต่อ่านออกเพียง ‘หน้าไร้ยางอาย’ สี่คำหรือ”

“น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสให้เจ้าบันทึกวรยุทธ์ การสู้รบจริงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการฝึกฝนพลังระดับกำเนิดปราชญ์ให้ชำนาญ”

จางเซิ่นหันศีรษะถ่มปากขณะชี้แนะลูกศิษย์

“ถุย”

ตรงหน้าไม่ใช่ว่ามีโอกาสหรือ…สวี่ซินเหนียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า

“อาจารย์ บัดนี้ข้าทำธุระอยู่ที่สำนักบัณฑิตฮั่นหลิน ตอนที่เขียนเรียบเรียงประวัติศาสตร์ในอนาคต สามารถเขียนเพิ่มเติมเช่นนี้ได้ว่า ขณะพี่น้องสกุลสวี่ยังเยาว์วัยต่างก็นั่งลงกับพื้นเพื่อขอเรียนกับจางเซิ่น”

เมื่อสิ้นเสียง ภายในห้องน้ำชาก็เงียบสงัดลง

…

รีบ รีบออกไปดูเรื่องสนุกกัน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนตีกันอีกแล้ว

“ไปๆๆ ไปดูอะไรรื่นเริงกัน”

“หืม เจ้าสำนักศึกษาไม่อยู่ที่สำนักศึกษา พวกเขาจะไม่รื้อสำนักศึกษาหรือ”

ร่างแห่งปราณเที่ยงธรรมที่ยอดภูเขาชิงหยุนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ปราณใสพุ่งขึ้นท้องฟ้า

นักเรียนแต่ละคนตะบึงออกมาจากห้องเรียน มองปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สี่คนกำลังไปมาหาสู่กันบนอากาศด้วยอารมณ์คึกคัก บรรดานักเรียนพบว่าวันนี้ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นอารมณ์ขึ้นหัวเป็นพิเศษ แทบอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย

สวี่ซินเหนียนคว้าโอกาสบันทึกวรยุทธ์มากมายที่ระดับไม่ถือว่าสูง แต่ใช้ประโยชน์ได้จริงเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นเอา ‘หนังสือเวทมนตร์’ ซ่อนไว้ในอก และออกจากภูเขาชิงหยุนอย่างอารมณ์ดี

“อาจารย์พูดถูก การสู้จริงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกฝนระดับกำเนิดปราชญ์ให้ชำนาญ ผลที่ได้ไม่เลวเลย”

สวี่ซินเหนียนขี่ม้าเลียบถนนหลวงที่กว้างและตรงกลับเมืองหลวง

เขาอารมณ์ดีมาก เนื่องจากในที่สุดก็ย่างเข้าขั้นหก และกลายเป็น ‘ระดับกำเนิดปราชญ์’ ในระบบลัทธิขงจื๊อ มีเพียงต้องบรรลุขั้นหกจึงถือว่ามีพลังต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา

และเมื่อบรรลุขั้นหก จึงจะถือว่าเป็นเสาเอกที่แท้จริงของลัทธิขงจื๊อ

“แม้จะตามพี่ใหญ่ไม่ทัน แต่ก็ไม่อาจล้าหลังไปมากนัก ตอนนี้ข้าเองก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ที่บ้านสกุลสวี่ พรสวรรค์ด้านตบะของข้าเป็นอันดับสอง บิดาก็ไม่เท่าข้า” สวี่ซินเหนียนเอ่ยเงียบๆ

ส่วนหลิงอิน นางเป็นเพียงเด็กน้อย และตอนที่ออกจากเมืองหลวงก็เพิ่งจะขั้นเก้า

…

จวนสกุลสวี่

สวี่หลิงเยวี่ยนั่งยันแก้มด้วยมือขาวนวลมองจิ้งจอกขาวน้อยผลุบๆ โผล่ๆ ที่แปลงปลูกดอกไม้อยู่ในศาลา นางกับมู่หนานจือคุกเข่าเพาะปลูกหญ้าแปลกและดอกไม้ประหลาดอยู่ข้างแปลงปลูกดอกไม้

“ท่านแม่ งานสมรสระหว่างพี่ใหญ่กับองค์หญิงหลินอันใกล้เข้ามาแล้ว ต้องการรับหลิงอินกลับมาหรือไม่”

สวี่หลิงเยวี่ยนึกถึงน้องสาวที่ถูกทิ้งไว้ให้เติบโตอย่างป่าเถื่อนที่ซินเจียงตอนใต้

อาสะใภ้เมื่อได้ยินก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีบุตรสาวเยาว์วัย และรีบพยักหน้าเอ่ยว่า

“เจ้าไม่พูดข้าคงลืมไปแล้ว ต้องรับกลับมาจริงๆ รอให้พี่ใหญ่เจ้ากลับมา ข้าค่อยไปบอกเขา”

ไป๋จีซึ่งกำลังวิ่งอย่างสนุกสนานในแปลงปลูกดอกไม้ชะงักลงในทันใดด้วยสีหน้าตื่นตัว

“มันเป็นอะไรไป”

อาสะใภ้สังเกตเห็นความผิดปรกติของไป๋จี

“นึกถึงเรื่องที่ลูกสาวเจ้าอยากกินมันสิท่า” มู่หนานจือไม่แปลกใจเท่าไร

หลังจากพวกนางปลูกดอกไม้ใบหญ้าเรียบร้อย มู่หนานจือเป่าปากอันเรียวเล็กอย่างแผ่วเบา แปลงปลูกดอกไม้ทั้งแปลงก็แย้มบานไปด้วยดอกไม้สดสวยนานาพรรณอย่างทันทีทันใด อาสะใภ้มองจนตาเป็นประกายดาว

มู่หนานจือเอ่ยว่า

“ทักษะการปลูกดอกไม้ของเจ้าค่อนไปทางตอนใต้มากกว่า และผู้คนในครอบครัวใหญ่นิยมใช้กัน แต่เมืองหลวงค่อนไปทางเหนือมากกว่า เพราะเช่นนี้ดอกไม้มากมายจึงปลูกได้ไม่ดีนัก”

อาสะใภ้เอ่ยอย่างจนใจว่า

“มารดาของหนิงเยี่ยนเป็นคนสอนข้า ปีนั้นสวี่ผิงจื้อสู้รบที่ด่านซานไห่ ข้าทุกข์ใจจนหวาดหวั่นอยู่ที่บ้านคนเดียว จึงเรียนรู้การเพาะปลูกดอกไม้กับนางเพื่อฆ่าเวลา”

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของมู่หนานจือ นางเอ่ยถามว่า

“มารดาของสวี่หนิงเยี่ยนเป็นคนเช่นไร”

อาสะใภ้พยายามนึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายศีรษะเอ่ยว่า

“จำได้ไม่ค่อยชัดเจนแล้ว แต่อย่างไรเสียก็เป็นคนที่ดีมาก ตอนที่นางอยู่ ข้าสบายใจได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรเลย”

ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องเมื่อยี่สิบสองปีก่อนแล้ว อาสะใภ้จำเรื่องนานขนาดนั้นไม่ได้

ขณะนี้เอง นางได้ยินบุตรสาวในศาลาตื่นตระหนกด้วยความดีใจจนร้องตะโกนว่า

“พี่ใหญ่…”

เสียงร้องขาดหายไปอย่างฉับพลัน

อาสะใภ้และมู่หนานจือได้ยินสิ่งผิดปกติจึงหันศีรษะไปมอง พวกนางเห็นสวี่ชีอันที่กลับจวนมาเป็นครั้งแรกหลังจากสยบการก่อกบฏเป็นอย่างแรก จากนั้น สายตาของทั้งสองก็มองลงไปที่ตัวของสตรีผู้สุภาพอ่อนโยนที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งเพียงเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดาที่ด้านหลังสวี่ชีอัน

อาสะใภ้นิ่งอึ้งไป ชั่วพริบตานี้เอง ความทรงจำที่ถูกฝุ่นกลบฉีดล้างสมองของนางอย่างเชี่ยวกราก ราวน้ำหลากจากการเปิดประตูกั้นน้ำ

มู่หนานจือขมวดคิ้ว นางกีดกันเพศหญิงไม่ว่าคนใดก็ตามที่อยู่ด้านหลังของสวี่ชีอันด้วยสัญชาตญาณ

“เสี่ยวหรู”

จีไป๋ฉิงเดินอย่างช้าๆ ไปยังตรงหน้าอาสะใภ้ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม และเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลว่า

“ไม่เจอกันยี่สิบสองปี เจ้าไม่เปลี่ยนไปสักนิด”

อาสะใภ้ใบหน้าเฉื่อยชา ริมฝีปากอ้ำๆ อึ้งๆ เล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า

“พี่สะใภ้หรือ”

หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้า

สวี่ชีอันเอ่ยอธิบายข้างๆ ว่า

“ข้ารับนางกลับมาจากอวิ๋นโจวแล้ว”

มู่หนานจือส่งเสียง ‘อ๋อ’ เจตนาร้ายเล็กน้อยนั่นจึงหมดไป แต่กลับไม่มีความอึดอัดใจที่ ‘ลูกสะใภ้ขี้เหร่เห็นแม่ยาย’ นางเกลียดสวี่ชีอันอีกแล้ว ทุกคนบริสุทธิ์…

อาสะใภ้มีสีหน้าสับสน ทั้งมีความประหลาดใจที่ได้พบศัตรูใหม่อีกครั้ง และก็มีความลำบากใจที่ไม่รู้ว่าควรทักทายและอยู่ด้วยกันเช่นไร

“หลิงเยวี่ยคารวะป้าสะใภ้”

โชคดีที่ในบ้านยังมีลูกสาวผู้อ่อนแอ ยืนขึ้นมาผ่อนคลายความอึดอัดวางตัวไม่ถูกแทนตนอย่างถูกเวลา

อาสะใภ้รีบเอ่ยว่า

“พี่สะใภ้ นี่คือหลิงเยวี่ยบุตรสาวของข้า ปีนั้นท่านจากไปเร่งด่วนเกินไป จึงไม่ได้เห็นนาง…”

ขณะพูด เบ้าตาก็พลันแดงขึ้นมา

สวี่ชีอันรู้ว่าภาพจำของอาสะใภ้ที่มีต่อแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นดีมาก ก่อนหน้านี้ที่พบปะพูดคุยกับนาง อาสะใภ้ก็เคยเอ่ยถึงคนที่แสนดีผู้นี้

จีไป๋ฉิงมองสวี่หลิงเยวี่ยอย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนว่า

“สวยจริงๆ”

“มีครอบครัวรับหมั้นหรือยัง”

อาสะใภ้เอ่ยอย่างจนใจเมื่อได้ยินว่า

“ยังเลย หลิงเยวี่ยหัวสูง คุณชายสูงศักดิ์ในเมืองหลวงนางก็ไม่มองทั้งนั้น”

“บุตรสาวโตแล้วไม่ควรอยู่เรือน อยู่ไปอยู่มาจะผิดใจกัน ปีนี้ข้าจะต้องทำให้นางออกเรือนให้ได้”

จีไป๋ฉิงเอ่ยยิ้มว่า

“ไม่ต้องรีบร้อน โลกนี้มีคนรักที่ใฝ่หายากที่สุดอยู่ ถึงคำสั่งของบิดามารดาจะสำคัญก็ตาม แต่ก็ต้องให้นางดูอีกฝ่ายด้วยตนเอง ข้ามองว่าหลิงเยวี่ยเป็นหญิงสาวที่มีความคิดเป็นของตนเอง”

สวี่หลิงเยวี่ยยิ้มอ่อน นางเกิดความรู้สึกดีมากมายต่อป้าสะใภ้แปลกหน้าท่านนี้ในทันที

อาสะใภ้เอ่ยฮึดฮัดว่า

“นางมีความคิดเป็นของตนเองอะไรกัน เป็นคนนิสัยอ่อนแอ ใครๆ ก็รังแกได้ ไม่เหมือนข้าสักนิดเดียว”

ไม่เหมือนท่านจริงๆ เลย…สวี่ชีอันแขวะอยู่ข้างๆ เขาตะลึงในความเฉียบแหลมของแม่ผู้ให้กำเนิดเล็กน้อย มองออกว่าเมื่อมารดาตัดสินใจไม่ถูก จึงคาดคะเนว่าหลิงเยวี่ยมีความคิดเป็นของตนเองอย่างยิ่งจากความจนปัญญาของอาสะใภ้

หลังจากพูดคุยถึงเรื่องเก่าๆ กันช่วงสั้นๆ ความรู้สึกแปลกหน้าของการพบกันอีกครั้งหลังจากกันเป็นเวลานานค่อยๆ จืดจางลง อาสะใภ้เอ่ยในทันทีว่า

“หลิงเยวี่ย พาป้าสะใภ้ไปนั่งในห้องรับแขก ให้เหล่าคนรับใช้ยกชามาให้”

นางส่งแววตาให้สวี่ชีอันเงียบๆ

ขณะรอสวี่หลิงเยวี่ยพาพี่สะใภ้เดินเข้าไปในห้องรับแขก อาสะใภ้ดึงแขนเสื้อของสวี่ชีอันไว้ และขมวดคิ้วเอ่ยว่า

“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”

สวี่ชีอันมองนางครู่เดียวก็เข้าใจความหมายของอาสะใภ้ และเอ่ยเบาๆ ว่า

“เรื่องนี้พูดแล้วยาว ปีนั้นหากไม่ใช่เพราะนางแอบหนีกลับเมืองหลวงเพื่อคลอดข้า ข้าคงตายไปนานแล้ว”

อาสะใภ้เบาใจอย่างถึงที่สุด

แม้นางจะประทับใจพี่สะใภ้ท่านนี้อย่างมากที่สุด แต่ก็กลัวว่าพี่สะใภ้จะเดินเส้นทางเดียวกับสวี่ผิงเฟิง

อาสะใภ้เฉียบไวเป็นพิเศษในเรื่องเงินทองและเรื่องลูก

หลังจากปลอบขวัญอาสะใภ้ สวี่ชีอันก็หันศีรษะไปมองมู่หนานจือ และเอ่ยด้วยเสียงเบาว่า

“เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่”

เขาทิ้งมู่หนานจือไว้ที่หอดูดาวแล้วแท้ๆ

“ไม่ใช่ว่าเจ้าให้ข้ามาที่จวนสกุลสวี่ผ่านฮว๋ายชิ่งหรือ” มู่หนานจือขมวดคิ้วถามกลับ

…สวี่ชีอันไม่ถามแล้ว

ทั้งสามคนเข้าสู่ห้องรับแขก สวี่หลิงเยวี่ยชงชาไว้เรียบร้อยแล้ว อาสะใภ้จูงแขนของมู่หนานจือ และเอ่ยด้วยไมตรีจิตว่า

“พี่สะใภ้ นางคือมู่หนานจือ พี่สาวร่วมสาบานของข้า”

หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบ สวี่ชีอันเอ่ยขึ้นเสียงสูงในทันใดว่า

“อะไรนะ?!”

……….……….……….……….……….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 794 ป้ามู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved