cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 787 เจียหลัวซู่ผู้ตกจากฟากฟ้า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 787 เจียหลัวซู่ผู้ตกจากฟากฟ้า
Prev
Next

ภายใน​เมือง​

เวลานี้​สวี่​ผิง​จื้อ​กำลัง​ขี่ม้า​นำหน้า​เหล่า​ทหารม้า​สิบห้า​นาย​ และ​กอง​ดาบ​เดินเท้า​อีก​ห้าสิบ​นาย​ออก​ลาดตระเวน​บน​ท้องถนน​อย่าง​ไม่ได้​รีบร้อน​หรือ​เอื่อย​เฉื่อย​เกินไป​

ด้าน​เหล่า​กอง​ดาบ​แต่ละคน​ต่าง​ก็​มีสีหน้า​ขึงขัง​ พวกเขา​พก​หน้าไม้​ใส่หลัง​ ส่วน​ตรง​เอว​ห้อย​ดาบ​คาด​เอว​เอาไว้​

ยาม​นี้​ใน​เมือง​เกิด​ภาวะฉุกเฉิน​ ประชาชน​จึงไม่สามารถ​ออก​ไปข้างนอก​ได้​ ส่วน​ผู้​ที่​ออกมา​โดย​ไม่ได้รับอนุญาต​จะโดน​สังหาร​สถาน​เดียว​ สาเหตุ​ที่​ทำ​เช่นนี้​ก็​เพื่อ​ไม่ให้​ประชาชน​รู้สึก​ตื่นตกใจ​จน​อาจ​เกิด​ความโกลาหล​ตามมา​ และ​ยัง​เป็น​การป้องกัน​ไม่ให้​ข้าศึก​ลอบ​เข้ามา​สร้าง​ความวุ่นวาย​สับสน​แก่​ประชาชน​อีกด้วย​

หาก​จะบอ​กว่า​เมืองหลวง​ไม่มีสายลับ​จาก​กบฏ​อวิ๋น​โจว​ แม้แต่​เด็ก​สามขวบ​ยัง​ไม่เชื่อ​ด้วยซ้ำ​

“หัวหน้า​ ท่าน​จะบอ​กว่า​สามารถ​รักษา​เมืองหลวง​เอาไว้​ได้​หรือ​? ท่าน​ก็​ได้ยิน​การเคลื่อนไหว​นั่น​แล้ว​นี่​ เมือง​ทางใต้​จวนจะ​เสีย​การป้องกัน​อยู่แล้ว​นะ​ขอรับ​”

ที่​ด้านหลัง​ฝั่งขวา​ มีทหาร​กอง​ดาบ​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ขี่ม้า​ไล่​ตามมา​ และ​กล่าว​ประโยค​ดังกล่าว​ด้วย​น้ำเสียง​กังวล​

ทว่า​ตอนนั้น​สวี่​ผิง​จื้อ​กำลัง​หนักอกหนักใจ​ จมดิ่ง​อยู่​ภายใน​โลก​ของ​ตัวเอง​ จึงไม่ได้ยิน​คำพูด​ของ​อีก​ฝ่าย​

“หัวหน้า​?”

ทหาร​กอง​ดาบ​หนุ่ม​คน​นั้น​จึงเอียง​ศีรษะ​ แล้ว​ตะโกนเรียก​เสียงดัง​

สวี่​ผิง​จื่อ​ถึงค่อย​พลัน​ได้สติ​ เอ่ย​ตอบ​ด้วย​ขมวดคิ้ว​หน้ามุ่ย​

“เพียงแค่​ลาดตระเวน​ให้​ดี​ ทำหน้าที่​ของ​ตัวเอง​ให้​ดี​ เรื่อง​อื่น​นอกเหนือ​ของ​ตน​มีคน​รับผิดชอบ​อยู่แล้ว​ ไม่จำเป็นต้อง​ไปคิดมาก​”

ทหาร​กอง​ดาบ​หนุ่ม​คน​นั้น​ฉีก​ยิ้ม​

“ท่าน​จะบอ​กว่า​มี ‘หลานชาย​ของ​ท่าน​’ ให้การ​สนับสนุน​อยู่​ เลย​รู้สึก​อุ่นใจ​นิดๆ​ สินะ​ขอรับ​”

ปัจจุบัน​สวี่​ผิง​จื้อ​เป็น​หัวหน้า​กองพัน​แห่ง​กองทหาร​ดาบ​ อีก​ทั้ง​ด้วย​อำนาจ​ของ​ระดับ​หัวหน้า​กองพัน​นั้น​ ก็​มาก​พอที่จะ​เรียก​ได้​ว่า​เป็น​ตำแหน่ง​และ​ยศ​ถาบรรดาศักดิ์​ที่​มีความสำคัญ​สูงยิ่ง​

แน่นอน​ว่า​ทั้งหมด​นี้​ก็​ต้อง​ยก​ความดี​ความชอบ​ให้​กับ​ ‘การสอน​อบรม​’ ที่​แสน​ดีงาม​ของ​เขา​ และ​ใน​เมืองหลวง​ใครๆ​ ก็​รู้กัน​ดี​ว่า​ สวี่​ผิง​จื้อ​ที่​เป็น​นาย​กอง​แห่ง​กองทหาร​ดาบ​นั้น​คือ​ผู้​สั่งสอน​ยอด​วีรบุรุษ​อย่าง​ฆ้อง​เงิน​สวี่​ รวมถึง​บัณฑิต​ขั้นสูง​ขั้น​สอง​เช่น​สวี่​ซินเหนียน​อีกด้วย​

สำหรับ​คน​แรก​ที่​กล่าวถึง​เป็นที่​รู้กัน​ทั่ว​บ้าน​ทั่วเมือง​อยู่แล้ว​ ไม่จำเป็นต้อง​พูด​ให้​มากความ​

ทว่า​คน​ที่​กล่าวถึง​ต่อมา​นั้น​ เขา​มีความรู้​ความสามารถ​สูงส่ง ไม่ว่า​จะด้าน​บุ๋น​ที่​เชี่ยวชาญ​อักษร​ หรือ​ด้าน​บู๊​ก็​เก่งกาจ​ระดับ​ปกปักรักษา​ชาติ​ไว้​ได้​ อีก​ทั้ง​เมื่อ​ถึงยาม​ออกรบ​ก็​ชนะ​ศึก​หลาย​ต่อ​หลายครั้ง​

ส่วน​เรื่อง​ที่​สวี่​ผิง​จื้อ​ปลูกฝัง​ให้​ฆ้อง​เงิน​สวี่​ให้​เป็น​คน​ชื่นชอบ​ใน​ด้าน​การเรียนหนังสือ​ไม่สำเร็จ​ จน​ปัจจุบันนี้​ ก็​ยัง​ไม่มีผู้ใด​กล่าวโทษ​เขา​ว่า​เป็น​คน​ไม่เอาไหน​สัก​คน​

ถึงแม้จะปลูกฝัง​ให้​ฆ้อง​เงิน​สวี่​ชอบ​ใน​การเรียนหนังสือ​ไม่ได้​ แต่​การ​ที่​ให้​เขา​ฝึกฝน​วรยุทธ์​นั้น​เป็น​สิ่งที่​ไม่ผิด​แน่นอน​

ทหาร​กอง​ดาบ​หนุ่ม​กระซิบ​ถามกับ​อีก​ฝ่าย​อย่าง​หยั่งเชิง​

“หัวหน้า​ แต่​ท่าน​รับปาก​ไปแล้ว​นะ​ ตกลง​ฆ้อง​เงิน​สวี่​จะปกป้อง​เมืองหลวง​เอาไว้​ได้​จริงๆ​ หรือ​ขอรับ​?”

เมื่อ​เห็น​ว่า​สวี่​ผิง​จื้อ​ไม่ตอบ​ เขา​ก็​กล่าว​วาจา​ยั่วยุ​กับ​อีก​ฝ่าย​

“ท่าน​ทราบ​หรือไม่​ว่าที่​แนว​กำลัง​ป้องกัน​ของ​เมืองหลวง​ไม่กี่​วัน​มานี้​ เหล่า​พี่น้อง​ทั้งหลาย​ล้วน​มองออก​กัน​หมด​ว่า​มีความเป็นไปได้​เกิน​ครึ่ง​ที่​ฝ่าย​กบฏ​จะบุก​เข้ามา​ อีก​ทั้ง​พวกเรา​ทุกคน​ต่าง​ก็​พูด​กัน​ว่า​ฆ้อง​เงิน​สวี่​ได้​กลายเป็น​ดั่ง​ลูกธนู​ที่​สิ้นแรง​บิน​[1]แล้ว​ ส่วน​ชัยชนะ​ครั้ง​ใหญ่​ที่​ได้รับ​มาใน​ศึก​เมือง​สวิน​โจว​ก็​ประหนึ่ง​แสงสะท้อน​ของ​อาทิตย์​อัสดง​อัน​ใกล้​สิ้นสุดลง​[2]

“บางที​เดิมที​อาจ​ไม่ได้​ชัยชนะ​เลย​ด้วยซ้ำ​ แต่​เป็น​แค่​การ​หลอกลวง​ประชาชน​และ​สามัญชน​อย่าง​พวกเรา​เท่านั้นเอง​”

ตามปกติ​แล้ว​ สวี่​ผิง​จื้อ​จะโต้เถียง​เพื่อ​ปกป้อง​หลานชาย​ของ​เขา​ ซึ่งการ​ทำ​เช่นนี้​ก็​เป็นเรื่อง​ง่ายดาย​ยิ่งนัก​

ทว่า​ตอนนี้​ เขา​กลับ​นิ่ง​ไม่พูดจา​ และ​ลอบ​ถอนหายใจ​อยู่​ใน​ใจอย่าง​เงียบๆ​

การ​ที่​พี่ชาย​คนโต​ของ​เขา​มาเยือน​เมืองหลวง​ นี่​ก็​หมายความว่า​วันนี้​จะเป็น​จุดจบ​ของ​สอง​พ่อ​ลูก​

แต่​อา​รอง​สวี่​และ​อา​สะใภ้นั้น​ไม่เหมือนกัน​ ด้าน​อา​สะใภ้คงจะ​ยืนหยัด​เคียงข้าง​หลานชาย​ผู้เคราะห์ร้าย​คน​นี้​เป็นแน่​ เพราะ​ถึงอย่างไร​ก็​เป็น​เด็ก​ที่​ตัวเอง​เลี้ยงดู​มา

ทว่า​สวี่​ผิง​เฟิงก็​เป็น​พี่ชาย​แท้ๆ​ ของ​อา​รอง​สวี่​ แม้ว่า​ตอนนี้​สอง​พี่น้อง​จะกลายเป็น​คนแปลกหน้า​ไปแล้ว​ก็ตาม​ แต่​ใน​เมื่อ​เรื่องราว​ได้​ดำเนิน​มาถึงปัจจุบัน​ เมื่อ​คิด​ไปถึงขั้น​ว่า​ระหว่าง​หลานชาย​กับ​พี่ชาย​คนโต​ใคร​จะเป็น​ผู้รอดชีวิต​ ก็​รู้สึก​ว่า​มัน​เป็น​การเข่นฆ่า​ใน​หมู่​ญาติพี่น้อง​กันเอง​ชัด​ๆ ทันใดนั้น​เอง​ความเจ็บปวด​ภายในใจ​ที่​ยาก​จะซ่อนเร้น​ของ​สวี่​ผิง​จื้อ​ก็​ปะทุ​ขึ้น​มา

…

ภายใน​ค่ายทหาร​ใจกลางเมือง​ บัดนี้​เว่ยเยวียน​กำลัง​ยืน​อยู่​หน้า​แผนที่​เมืองหลวง​ ทว่า​สาย​ตากลับ​มิได้​สนใจ​แผนที่​ แต่​กำลัง​มอง​ไปยัง​กระจก​สำริด​ที่อยู่​ใน​มือ​

กระจก​บาน​นี้​มีรูปร่าง​ดั่ง​เสี้ยว​ดวงจันทร์​ มัน​ยัง​ไม่สมบูรณ์​

ภายใน​กระจก​กำลัง​สะท้อน​ภาพ​ฉาก​สนามรบ​ ของ​วิเศษ​นี้​เรียก​ว่า​ ‘กระจก​เทพ​ฮุ่น​เทียน​’ เป็น​สิ่งที่​สวี่​ซินเหนียน​มอบให้​เขา​ไว้​ ซึ่งช่วย​เขา​ใน​การ​วางแผนการ​รบ​ และ​สอดส่อง​สถานการณ์​ตาม​เวลาจริง​

เนื่องจาก​ตอนนี้​เว่ยเยวียน​กำลัง​อยู่​ใน​ร่าง​มนุษย์​ จึงไม่สามารถ​เข้าร่วม​แนว​กำลัง​ป้องกัน​เมือง​ได้​

ใน​ประตูเมือง​ทั้ง​สี่ทิศ​ ฝั่งทิศเหนือ​ถูก​คน​จาก​สำนัก​อวิ๋น​ลู่​อย่าง​จางเซิ่น​ ห​ลี่​มู่ไป๋ สวี่​ซินเหนียน​และ​คนอื่นๆ​ ปกปักรักษา​อยู่​ ซึ่งรับมือ​กับ​หยาง​ชวน​หนาน​ที่​เป็นอดีต​ผู้บัญชา​การแห่​งอวิ๋น​โจว​

เว่ยเยวียน​จำได้​ว่า​ คน​คน​นี้​มาจาก​ตระกูล​ที่​เป็น​ผู้นำ​ทางการทหาร​ และ​เห็นได้ชัด​ว่า​เป็นสมาชิก​พรรค​หวา​ง อีก​ทั้ง​ยัง​ได้รับแต่งตั้ง​ให้​เป็น​ผู้บัญชา​การแห่​งอ​วิ๋น​โจว​ใน​วัย​เพียง​สามสิบ​ต้น​ๆ เขา​ไม่ค่อย​ได้​ติดต่อ​กับ​คน​นี้​มาก​นัก​ แต่​เว่ยเยวียน​ก็​จำหยาง​จ้าว​ผู้​เป็น​บิดา​ของ​หยาง​ชวน​หนาน​ได้​

และ​คน​คน​นี้​เก่งกาจ​ใน​ด้าน​จัดการ​กองทัพ​และ​ปิดล้อม​โจมตีเมือง​เป็น​อย่างยิ่ง​

ตระกูล​หยาง​มีตำรา​อยู่​เล่ม​หนึ่ง​ชื่อว่า​ ‘สิบสอง​กลยุทธ์​บุก​ตีเมือง​’ ซึ่งเริ่ม​เขียน​มาตั้งแต่​รุ่น​ปู่ของ​หยาง​จ้าว​ และ​สืบทอด​มาแล้ว​สามรุ่น​ จน​ได้มา​อยู่​ใน​มือ​หยาง​จ้าว​ถึงค่อย​เขียน​จบ​สมบูรณ์​โดยแท้จริง​

ว่า​กัน​ว่า​ตำรา​นี้​ได้​รวบรวม​กลยุทธ์​ใน​การ​ปิดล้อม​โจมตีเมือง​เอาไว้​ตั้งแต่​อดีต​จนถึง​ปัจจุบัน​ แบ่ง​ออก​เป็น​สิบสอง​กลยุทธ์​ หาก​ได้​นำ​ตำรา​นี้​ไปเผยแพร่​สาธารณะ​ เท่านี้​ก็​เพียงพอ​ต่อ​การ​ทิ้งร่องรอย​ประวัติศาสตร์​ด้าน​การ​รบ​แก่​ตระกูล​หยาง​แล้ว​

ทว่า​ตำรา​เล่ม​นี้​ก็​ถูก​กำหนดให้​เป็น​ ‘ความรู้​ประจำ​ตระกูล​’ ตั้ง​แต่ต้น​ จึงไม่อาจ​ส่งมอบให้​คนนอก​ได้​

“ได้มา​เห็น​วันนี้​ ก็​สมตามที่​ร่ำ​ลือ​กัน​มาจริงๆ​”

ครั้น​เว่ยเยวียน​มอง​ไปที่​รอยร้าว​ตาม​กำแพง​ทิศเหนือ​ ก็​พบ​ว่า​มัน​ไม่เหมาะ​ที่จะ​ป้องกัน​อีกต่อไป​แล้ว​ จน​ผ่าน​ไปหนึ่ง​ก้านธูป​ จางเซิ่น​และ​คนอื่นๆ​ ก็​ล่าถอย​ ออก​ไปต่อสู้​บน​ท้องถนน​เช่นเดียวกับ​ประตู​ทิศใต้​แทน​

ส่วน​ด้าน​ประตู​ทิศตะวันตก​ก็​จะเป็น​เหิงหย่วน​และ​ฉู่หยวน​เจิ่น​ที่​นำ​ทัพ​ปกป้อง​เมืองหลวง​ ซึ่งร่วมกับ​นักรบ​จาก​เผ่าพันธุ์​กู่​ที่​เหลืออยู่​คอย​รับผิดชอบ​รักษา​ความสงบ​ สถานการณ์​การ​รบ​ของ​ที่นี่​จึงมีความมั่นคง​มาก​ที่สุด​ เนื่องจาก​เผ่า​ซือ​กู่​ดึง​กองทัพ​ศพ​ที่​ไม่กลัว​ตาย​ขึ้น​มา และ​ผสาน​กับ​วิชา​ลอบสังหาร​ที่​แสน​ลึกลับ​ของ​เผ่า​อั้น​กู่​ จน​สามารถ​ทยอย​เอาชนะ​กองกำลัง​ของ​อวิ๋น​โจว​ได้​

ฉะนั้น​ด้าน​ประตู​ทิศตะวันตก​ เว่ยเยวียน​จึงทำ​แค่​สนับสนุน​กระสุน​ปืนใหญ่​และ​ท่อนซุง​ให้​เพียงพอ​เท่านั้น​

ส่วน​ประตู​ทิศตะวันออก​ก็​ถูก​ปกป้อง​โดย​เหล่า​เจ้าพนักงาน​ฆ้อง​ทองคำ​ของ​เมืองหลวง​ทั้ง​สิบสอง​คน​ รวมถึง​ทหาร​รักษา​วัง​หน่วย​ที่​ห้า​ของ​หน่วย​กองทัพ​ร้อย​ศึก​

สถานการณ์​การ​รบ​ของ​ที่นี่​น่าเวทนา​ที่สุด​แล้ว​ เนื่องจาก​ต้อง​เผชิญ​กับ​ทหาร​ชุด​เกราะ​หนา​ของ​กองทัพ​เต่าดำ​เซวี่ยนหวู่​ พวก​ทหาร​นี้​คง​ติดอาวุธ​ไปถึงส่วน​ฟัน​ด้วยซ้ำ​กระมัง​ เพราะ​ไม่ว่า​จะปืนไฟ​หรือ​ลูกธนู​ก็​ไม่อาจ​สร้าง​ความเสียหาย​ได้​เลย​

อีก​ฝ่าย​อาศัย​อาวุธ​เวทมนตร์​อย่าง​ชุด​เกราะ​หนา​หลาย​ชั้น​และ​ดาบ​ง้าว​ ซึ่งเป็น​อาวุธ​ที่​ล้ำเลิศ​ใน​ล้ำเลิศ​ กระทั่ง​ทหาร​รักษา​วัง​แห่ง​เมืองหลวง​ก็​ยัง​มิใช่คู่ต่อสู้​ของ​พวกเขา​ด้วยซ้ำ​

กอปร​กับ​ทหาร​ระดับ​พลัง​สี่ถึงห้า​ของ​ฝ่ายอ​วิ๋น​โจว​ที่​เรียก​ได้​ว่า​ไร้​เทียมทาน​นั่น​อีก​

โชคดี​ที่ว่า​ยอด​ฝีมือ​ระดับ​สี่มีไม่มาก​นัก​ กำแพงเมือง​จึงยัง​ถูก​รักษา​เอาไว้​และ​ยืนหยัด​ต่อไป​ได้​

ยาม​นี้​เมือง​ทางใต้​มีการป้องกัน​ที่​อ่อนแอ​มาก​ที่สุด​ ใน​สถานการณ์​นี้​เว่ยเยวียน​ก็​จงใจทำ​ท่าที​ใจดี​มีเมตตา​ ทั้งที่​เสีย​การป้องกัน​ไปแล้ว​

เว่ยเยวียน​ได้​ฝังทุ่นระเบิด​ไว้​ที่​เมือง​ทางใต้​จำนวนมาก​ ทั้ง​ยังมี​เหล่า​ทหาร​สอง​พัน​นาย​ซึ่งซ่อนตัว​อยู่​ใน​บ้านเรือน​ต่างๆ​ และ​ปืนใหญ่​สิบ​หก​กระบอก​ที่​เพิ่ม​ไว้​ตาม​บน​ท้อง​ถนนสายหลัก​ ใน​บริเวณ​ดังกล่าว​ไม่มีประชาชน​หลง​เหลืออยู่​นาน​แล้ว​

เมื่อใด​ที่​ทหาร​ขอ​งอ​วิ๋น​โจว​บุก​เข้ามา​ ทหาร​จาก​ฝ่าย​ต้าฟ่ง​ก็​จะทำการ​ปิดประตูตีแมว​ และ​มอบ​ความเจ็บปวด​ให้​อย่าง​สาสม

ทว่า​ชีก่วง​ป๋อ​บัญชาการ​กองทัพ​ด้วย​ความสุขุม​มั่นใจ​เสมอ​ เขา​ส่งกองกำลัง​ส่วนหนึ่ง​ที่​มิได้​มาก​หรือ​น้อย​เกินไป​เข้า​บุก​ทลาย​เมือง​ทางใต้​ ระหว่าง​ที่​ทหาร​อารักขา​กำลัง​ต่อสู้​อย่าง​ดุเดือด​นั้น​ เขา​ก็​ตรวจตรา​สภาพ​ท้องถนน​ไปด้วย​

เนื่องด้วย​ถนน​ของ​เมืองหลวง​มีความ​สลับซับซ้อน​ หาก​ไม่สำรวจ​สภาพ​ท้องถนน​ให้​ดีแล้ว​พรวดพราด​บุกเข้าไป​โดยประมาท​ ก็​คง​ถูก​ทหาร​ฝ่าย​ต้าฟ่ง​ที่​ได้เปรียบ​ด้าน​ภูมิประเทศ​จัดการ​อย่าง​ง่ายดาย​

“พ่อ​รูปหล่อ​นี่​ไม่เลว​เลย​”

เว่ยเยวียน​สั่งการ​อย่าง​ใจเย็น​และ​ปรับ​กำลัง​พล​ตาม​สถานการณ์​ พลาง​สังเกต​ภาพ​ฉาก​ใน​กระจก​เทพ​ฮุ่น​เทียน​ไปด้วย​

“จงสะท้อน​ภาพ​ของ​โค่ว​หยาง​โจว​!”

เว่ยเยวียน​กล่าว​เสียง​เข้ม​

จากนั้น​กระจก​เทพ​ฮุ่น​เทียน​ก็​พร่ำบ่น​ พร้อมกับ​ฉาย​ภาพสะท้อน​สถานการณ์​ของ​โค่ว​หยาง​โจว​

ส่วน​สาเหตุ​ที่​มัน​ไม่สะท้อน​ภาพ​ของ​สวี่​ผิง​เฟิงนั้น​ ก็​เป็น​เพราะว่า​มัน​เกินขอบเขต​ความสามารถ​ของ​กระจก​เทพ​ฮุ่น​เทียน​ และ​อาจ​ประสบ​เจอ​การ​สะท้อน​กลับ​ได้​

ทว่า​โค่ว​หยาง​โจว​เป็น​ฝ่ายพันธมิตร​ จึงไม่อาจ​ปฏิเสธการ​สะท้อน​ภาพ​ของ​เว่ยเยวียน​ได้​

เว่ยเยวียน​กวาดสายตา​มอง​ ก่อน​จะส่ายหน้า​เบา​ๆ เนื่องจาก​ไม่พบ​ว่า​พฤติกรรม​ของ​โค่ว​หยาง​โจว​และ​สวี่​ผิง​เฟิงมีปัญหา​อัน​ใด​ อันที่จริง​ สอง​คน​นี้​ต่าง​ก็​เป็นยอด​ฝีมือ​ ครั้น​เจอ​ปัญหา​ก็​ย่อม​พลิกแพลง​ตาม​สถานการณ์​ ช่างเยี่ยมยอด​เสีย​จริง​

เพียงแต่​ก็​ยัง​ยาก​ที่จะ​หลีกเลี่ยง​การต่อสู้​กับ​ทหาร​หรือ​แนว​ทางการ​รบ​อื่นๆ​ ซึ่งเป็น​รูปแบบ​ตายตัว​อยู่แล้ว​ ดังนั้น​เลย​ไม่น่าแปลกใจ​นัก​

ก็​ประหนึ่งว่า​มีเพียง​วิธีการ​ที่​ทำซ้ำ​ไปมาของ​จอม​ยุทธ์​อย่าง​สวี่​ชีอัน​ จะสามารถ​เอาชนะ​ทหาร​และ​แนวการรบ​อื่นๆ​ ได้​ ฉะนั้น​ตอนนี้​จึงไม่มีใคร​สามารถ​จัดการ​กับ​สถานการณ์​กลืนไม่เข้าคายไม่ออก​นี้​

ทว่า​เว่ยเยวียน​สังเกต​ได้​ถึงสิ่งหนึ่ง​ สอง​คน​นั้น​ยิ่ง​บุก​โจมตี​มาก​เท่าไร​ก็​ยิ่ง​เข้าไป​ลึก​เท่านั้น​ ซึ่งตอนนี้​พวกเขา​กำลัง​มุ่งหน้า​ไปยัง​ทิศ​ของ​พระราชวัง​

“จงสะท้อน​ภาพ​ของ​จีเสวียน​!”

ทันทีที่​เว่ยเยวียน​ออกคำสั่ง​ มุมมอง​ของ​กระจก​เทพ​ฮุ่น​เทียน​ก็​เปลี่ยนไป​ใน​บัดดล​

จากนั้น​ร่าง​เงาสีดำ​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​กลาง​ภาพ​ฉาก​ เขา​มีสภาพ​ผม​ยุ่ง​กระเซิง​ ร่าง​สวม​ชุด​เกราะ​แตกหัก​ โดย​เผย​ครึ่ง​ท่อน​บน​ที่​ดู​กำยำ​ เลย​ดูเหมือน​เทพี​แห่ง​สงคราม​ที่​มีนิสัย​ดื้อรั้น​และ​ขาด​การยับยั้งชั่งใจ​แทน​

เขา​พลัน​กำมือ​ที่​ถือ​ยันต์​หยก​แน่น​ จากนั้น​แสงสว่าง​หนึ่ง​ก็​ลอย​ออกมา​ก่อน​จะหาย​ลับสายตา​ไป

เวลานี้​บน​กลางอากาศ​ได้​มีผู้​สวม​ชุด​ขาว​คน​หนึ่ง​ปรากฏตัว​ขึ้น​ ซุน​เสวียน​จีมอง​ซ้าย​มอง​ขวา​ไปสักพัก​หนึ่ง​ จู่ๆ ก็​หัน​กลับมา​กะทันหัน​ ก่อน​จะมอง​ไปทาง​ทิศ​ที่ตั้ง​ของ​พระราชวัง​

“ตั้งใจ​จะอยู่​ที่​พระราชวัง​ใช่หรือไม่​เล่า​”

เว่ยเยวียน​เลิกคิ้ว​

…

ด้าน​ทิศ​ของ​พระราชวัง​

ทันใดนั้น​เอง​สวี่​ผิง​เฟิงก็​เหาะ​เหิน​ออก​มาจาก​แท่น​สี่เหลี่ยม​เล็ก​ๆ ด้วย​เพียง​แรงผลัก​แผ่วเบา​ ทว่า​ยาม​ที่​เหาะ​ออก​มาจาก​แท่น​สี่เหลี่ยม​นั่น​ ก็​เข้าไป​เจอ​กับ​ค่าย​กล​ส่งตัวอย่าง​พอดิบพอดี​

ชั่วพริบตา​ต่อมา​ ภายใน​พระราชวัง​ก็​พลัน​เกิด​เสียง​ตูม​ขึ้น​มา กลายเป็น​แท่น​ที่สูง​ถึงเจ็ด​ฉื่อ​ แท่น​สูงนี้​มีความ​ยาว​และ​กว้าง​ราวๆ​ หนึ่ง​จั้ง

แท่น​สูงส่อง​ประกาย​แสงทันใด​ ก่อน​จะปรากฏ​เงาร่าง​จีเสวียน​ที่​ผมเผ้า​ยุ่งเหยิง​

จากนั้น​เขา​ก็​ส่งยันต์​หยก​ออก​ไปยัง​พระราชวัง​ด้วย​ความช่วยเหลือ​จาก​แท่น​เคลื่อนย้าย​ของ​สวี่​ผิง​เฟิง

ขณะเดียวกัน​นั้น​ ชิ้นส่วน​อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​ที่อยู่​ใน​ถุงปัก​ดิ้น​ตรง​เอว​ของ​เขา​ก็​ลอย​ออกมา​อย่าง​ต่อเนื่อง​

อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​แต่ละ​ชิ้น​นั้น​ประกอบ​กันเอง​บน​กลางอากาศ​ และ​ก่อ​กลายเป็น​แผ่น​โลหะ​ทรงกลม​ขนาด​ยักษ์​ขึ้น​มา

จิต​ดาบ​ของ​โค่ว​หยาง​โจว​เฉือน​ตัด​อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ จน​เกิด​แสงวูบวาบ​ แต่กลับ​ไม่สามารถ​ทำลาย​อาวุธ​เวทมนตร์​ของ​ปรมาจารย์​ลิขิต​ฟ้าได้​เลย​

ระหว่าง​ขั้น​ตอนนี้​ สวี่​ผิง​เฟิงสำแดง​วิชา​เคลื่อนย้าย​ ค่าย​กล​ป้องกัน​ และ​ค่าย​กล​อื่นๆ​ เพื่อ​สกัดกั้น​การ​โจมตี​อัน​แสน​รุนแรง​ของ​โค่ว​หยาง​โจว​ ซึ่งการผสาน​ประกอบ​กัน​ของ​อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​มิได้​ยาวนาน​ หลัง​ผ่าน​ไปเพียง​สี่ถึงห้า​อึดใจ​ ก็​ประกอบ​กัน​เสร็จ​แล้ว​

ครั้น​สวี่​ผิง​เฟิงยก​เท้า​ขึ้น​ แผ่น​อาวุธ​เวทมนตร์​ทรงกลม​ก็​กระจัดกระจาย​ออก​ไปกลายเป็น​เขตแดน​ ทำให้​พระราชวัง​ไปอยู่​อีก​โลก​ใบ​หนึ่ง​ที่​ถูก​ตัดขาด​

นี่​คือ​แผนการ​ล่วง​หน้าที่​ถูกวาง​มาไว้​อย่าง​ดี​ เมื่อ​คำนึงถึง​การ​มีอยู่​ของ​ยันต์​หยก​ส่งตัว​ ก็​จะพบ​ว่า​ด้าน​สวี่​ผิง​เฟิงคอย​เฝ้าดู​ชะตากรรม​ของ​พระราชวัง​มาโดยตลอด​ และ​ต้องการ​ตำแหน่ง​จักรพรรดินี​

ด้วย​สถานะ​ของ​เขา​ เดิมที​วิชา​ลมปราณ​ทั่วไป​เช่นนี้​ ย่อม​ไม่เข้าตา​ของ​เขา​อยู่แล้ว​ เว้นเสียแต่ว่า​เป็น​อาวุธ​เวทมนตร์​ของ​ท่าน​โหราจารย์​รุ่น​ที่หนึ่ง​ทิ้ง​ไว้​ให้​ หรือไม่​ก็​เป็น​วิชา​ดวง​ดารา​ผัน​เปลี่ยน​ของ​เผ่า​เทียน​กู่​ระดับ​เขตแดน​เหนือ​มนุษย์​

…

“ถอย​ออก​ไปร้อย​จั้ง!”

จางเซิ่น​โบกมือ​ใหญ่​ของ​ตน​ เขา​เพิ่งจะ​พุ่ง​ขึ้นไป​บน​กำแพงเมือง​ได้​ เหล่า​ทหาร​สิบ​กว่า​คน​ที่​พุ่ง​เข้ามา​พร้อม​ถือ​ดาบ​ง้าว​ใน​มือ​หมาย​จะเปิดฉาก​สังหาร​ จู่ๆ ก็​หายตัว​ไปอย่าง​กะทันหัน​

“กลับ​ไป!”

ยาม​ห​ลี่​มู่ไป๋สะบัด​แขน​เสื้อ​ ลูกศร​และ​ปืนใหญ่​ที่​ยิง​โจมตี​มาก็​ถูก​ตีกลับ​ไป

เมื่อ​เปรียบเทียบ​กับ​ประตูเมือง​ทิศ​อื่นๆ​ แล้ว​ ประตู​ทิศเหนือ​ที่​ถูก​ปกป้อง​โดย​ปราชญ์​ผู้ยิ่งใหญ่​แห่ง​สำนัก​อวิ๋น​ลู่​ซึ่งนั่ง​บัญชาการ​ด้วย​ตัน​เอง​นั้น​มั่นคง​ที่สุด​ และ​รักษา​กำแพงเมือง​ไว้​ได้​คง​สมบูรณ์​ที่สุด​

เนื่องด้วย​เหล่า​ปราชญ์​ผู้ยิ่งใหญ่​ได้​ร่วมมือ​กับ​ทหาร​อารักขา​พลัง​ขั้น​สี่ จึงปกป้อง​ประตูเมือง​ทิศเหนือ​เอาไว้​ได้​เป็น​อย่าง​ดี​

และ​เพราะ​มีการ​ใช้ ‘ลั่น​ประกาศิต​’ ที่​มากเกินไป​ ชั้น​แสงเบาบาง​ที่​ห่อหุ้ม​ร่าง​ของ​ปราชญ์​ผู้ยิ่งใหญ่​สอง​คน​ก็​ลดน้อยลง​จน​แทบจะ​ไม่หลง​เหลืออยู่​

พละกำลัง​ทางกาย​และ​จิตใจ​จึงแห้งเหือด​จวน​ใกล้​ขีดจำกัด​แล้ว​ ถ้ายัง​ดื้อรั้น​ฝืน​ต่อไป​ ก็​จะไร้​ซึ่งการ​คุ้มครอง​จากร่าง​แห่ง​ปราณ​เที่ยงธรรม​ ทำให้​วิชา​ที่​ใช้นั้น​จะย้อนกลับ​และ​ส่งผลกระทบ​ต่อ​ร่างกาย​โดยตรง​

‘ฟิ้ว…’​

ทันใดนั้น​เอง​ก็​มีเสียง​หวีด​แหลม​ทะลุ​ผ่าน​อากาศ​ไป ลูกศร​อัน​น่าเกรงขาม​เปี่ยม​ไปด้วย​กลิ่นอาย​เย็นยะเยือก​ ได้​พุ่ง​เข้า​มายัง​กลา​งอก​ของ​จางเซิ่น​

หัวใจ​ของ​จางเซิ่น​เริ่ม​เหนื่อยล้า​อ่อนแรง​มาทันใด​ เวลา​นั้น​เอง​ ที่​ข้าง​หู​เขา​ก็​ได้ยิน​เสียง​ของ​สวี่เอ้อร์​หลา​งเอ่ย​ตาม​จังหวะ​อย่าง​เย็นชา​ว่า​

“เคลื่อน​ไปทางซ้าย​สามฉื่อ!”​

ด้วย​วาจา​ที่​ชวน​ให้​รู้สึก​ฮึกเหิม​และ​วิชา​ที่​รุนแรง​ประหนึ่ง​กระแสน้ำ​ที่​ไหล​เชี่ยวกราก​ ลูกศร​นั้น​ก็​เคลื่อน​ไปทางซ้าย​สามฉื่อ​ทันที​ มัน​เฉียด​ผ่าน​แขน​ของ​จางเซิ่นจน​เป็นแผล​ถลอก​ ก่อนที่จะ​ไปปัก​บน​กำแพง​ด้านหลัง​แล้ว​เกิด​ระเบิด​ขึ้น​เป็น​หลุม​ลึก​ พร้อมกับ​เศษหิน​ที่​ร่วงหล่น​ลงมา​

สวี่เอ้อร์​หลา​งเขย่า​ขี้เถ้า​ภายใน​มือ​ เสมือน​ยกภูเขาออกจากอก​

หลังจาก​ศึกสงคราม​ที่​เมือง​สวิน​โจว​ เขา​ก็​เลื่อนขั้น​ได้​สำเร็จ​ ตอนนี้​เลย​เข้าสู่​ระดับ​กำเนิด​ปราชญ์​ขั้น​หก​แล้ว​ ซึ่งระดับ​กำเนิด​ปราชญ์​นี้​สามารถ​หยิบยืม​ทักษะ​ของ​คนอื่น​ได้​ สิ่งใด​ที่​เห็น​ก็​สามารถ​ใช้ปลาย​ปากกา​จด​ใส่บน​กระดาษ​นำมา​ใช้ได้​ทั้งสิ้น​

ช่างเป็น​พลัง​ต่อสู้​ที่​แสนวิเศษ​จริงๆ​

ด้วย​อายุ​เช่นนี้​ของ​สวี่เอ้อร์​หลา​ง นี่​ก็​นับว่า​เป็น​พรสวรรค์​อย่างยิ่ง​แล้ว​

ตอนนี้​ใน​ตระกูล​สวี่​ จึงมีเพียง​พี่ใหญ่​จอม​เจ้าเล่ห์​ที่​สามารถ​จัดการ​เขา​ได้​ ส่วน​สวี่​ผิง​จื้อ​ผู้​เป็น​บิดา​ ปัจจุบันนี้​ก็​เป็น​จอม​ยุทธ์​ระดับ​หลอม​วิญญาณ​ขั้น​เจ็ด​

เมื่อครู่นี้​เขา​ได้​คอย​จดบันทึก​วิชา​ของ​จางเซิ่น​และ​ห​ลี่​มู่ไป๋เอาไว้​ตลอด​ แม้สำเร็จ​ไปเพียง​หนึ่ง​ครั้ง​ ถึงกระนั้น​เขา​ที่​เพิ่งจะ​ได้รับ​วิชา​จาก​คนอื่น​มาอย่าง​ไม่ต้อง​แลกเปลี่ยน​อะไร​ แต่กลับ​ต้อง​มาใช้กับ​ร่าง​เจ้าของ​วิชา​นี่​สิ

เนื่องจาก​ระดับ​พลัง​ของ​สวี่เอ้อร์​หลา​งอ​ยู่​ใน​ขั้นต่ำ​ ผล​ของ​วิชา​จดบันทึก​เลย​ไม่ดี​เท่า​ดั่ง​ต้นฉบับ​ ดังนั้น​ตอนที่​โจมตี​จึงต้อง​ให้​เลย​จาก​เป้าหมาย​ไปสามฉื่อ​

สวี่เอ้อร์​หลา​งมอง​ออก​ไปที่​ด้านนอก​กำแพง​แล้ว​เหลือบมอง​สังเกต​ปราด​หนึ่ง​ คน​ที่​ยิง​ลูกศร​ก่อนหน้านี้​คือ​หยาง​ชวน​หนาน​ที่​เป็นอดีต​ผู้บัญชา​การแห่​งอ​วิ๋น​โจว​

อดีต​ผู้บัญชา​การแห่​งอ​วิ๋น​โจว​ผู้​นี้​ เมื่อ​ครั้ง​ยาม​ศึกสงคราม​เมือง​ชิงโจว​ เขา​ได้​แสดงให้เห็น​ถึงความสามารถ​ใน​ด้าน​การ​บัญชาการ​กองทัพ​ที่​ไม่ธรรมดา​ ดู​เชี่ยวชาญ​ด้าน​การ​รบ​และ​บุก​โจมตี​ทลาย​เมือง​เป็น​อย่างยิ่ง​

‘ไอ้​สุนัข​รับใช้​…’ สวี่​ซินเหนียน​ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน​ แล้ว​กล่าว​อย่าง​จริงจัง​ว่า​

“ท่าน​อาจารย์​ ท่าน​มู่ไป๋ พวก​ท่าน​พักผ่อน​สักหน่อย​ก่อน​เถิด​ ส่วน​ที่นี่​ปล่อย​ให้​พวก​ทหาร​รักษา​วัง​จัดการ​ต่อ​”

หาก​ให้​เปรียบเทียบ​เรื่อง​พละกำลัง​ทางกาย​เขา​ไม่อาจ​สู้พวก​จอม​ยุทธ์​ได้​ ทว่า​ตอนนี้​ เหล่า​จอม​ยุทธ์​ก็​ยัง​มีชีวิต​และ​กระปรี้กระเปร่า​อยู่​ ถึงขั้น​ยัง​สามารถ​วิ่ง​ขึ้น​ลง​ไปกลับ​ใน​เมือง​ได้​อย่าง​สบาย​

จางเซิ่น​และ​ห​ลี่​มู่ไป๋เพิ่งจะ​ผงกศีรษะ​ได้​ไม่นาน​ ก็​พลัน​สัมผัส​ได้​ถึงอะไร​บางอย่าง​ จึงรีบ​มองออก​ไปยัง​ทิศ​ที่​เป็นที่ตั้ง​ของ​พระราชวัง​ทันที​ ที่​แห่ง​นั้น​มีชิ้นส่วน​บางสิ่ง​ที่​เป็น​ขนาดใหญ่​ และ​แผ่น​ทรงกลม​ที่​แผ่​กลิ่นอาย​อัน​น่าเกรงขาม​กำลัง​กระจัดกระจาย​ปกคลุม​ทั่ว​ทั้ง​พระราชวัง​

ด้าน​ยอด​ฝีมือ​ผู้​มีพลัง​ระดับ​สี่ถึงห้า​ที่อยู่​บริเวณ​นั้น​ ก็​รู้สึก​ได้​ถึงพลัง​อัน​ยิ่งใหญ่​ที่​แผ่ออก​มาจาก​อาวุธ​เวทมนตร์​ของ​ปรมาจารย์​ลิขิต​ฟ้าด้วย​เช่นกัน​

ถึงพวกเขา​จะไม่รู้​ว่า​กำลัง​เกิด​อะไร​ขึ้น​ แต่​ต่าง​ก็​สัมผัส​ถึงสิ่งผิดปกติ​ได้​จาก​ทาง​ด้าน​พระราชวัง​

“ฝ่าบาท​…”

สวี่​ซินเหนียน​สีหน้า​เปลี่ยนไป​ทันใด​

ส่วน​ด้าน​หยาง​ชวน​หนาน​กลับ​โล่งใจ​เสมือน​ยกภูเขาออกจากอก​ มุมปาก​ค่อยๆ​ ยกขึ้น​ ใน​เมื่อ​มาบุก​โจมตี​ถึงเมืองหลวง​แล้ว​ ศีรษะ​ของ​จักรพรรดิ​ต้าฟ่ง​ก็​ต้อง​ถูก​เก็บ​ใส่ถุงผ้า​สิ เช่นนั้น​ถึงจะค่อย​คุ้มค่า​หน่อย​

เมื่อ​ตัด​ศีรษะ​จักรพรรดินี​ได้​แล้ว​ จิตใจ​ของ​ทหาร​ต้าฟ่ง​จะยังคง​แน่วแน่​มั่งคง​ได้​อยู่​หรือ​? เหล่า​ขุนนาง​ยัง​จะใจเย็น​นิ่งเฉย​ได้​อยู่​หรือไม่​? แล้ว​ประชาชน​ยัง​จะสามารถ​ระงับ​ความหวาดกลัว​ใน​ใจได้​หรือเปล่า​?

ดัง​สำนวน​ที่ว่า​จะยิง​ธนู​ใส่คน​ก็​ต้อง​ยิง​ที่​ม้าเสีย​ก่อน​[3] หรือ​ที่ว่า​กัน​ว่า​จับ​โจร​เอา​หัวโจก​ นี่​เป็น​หลักการ​ที่​ไม่อาจ​ทำลาย​ได้มา​ตั้งแต่​สมัยโบราณ​จนถึง​ปัจจุบัน​

…

‘เกิด​อะไร​ขึ้น​…’ ฉู่หยวน​เจิ่น​ควบคุม​ลม​ให้​ขึ้น​ที่สูง​ก่อน​จะมุ่งสู่ท้อง​นภา​

ไต้​ซือเหิงหย่วน​ผู้​มีร่าง​ทอง​อัน​สว่างไสว​พลัน​กระโดด​ขึ้น​เหยียบ​กระบี่​บิน​ ใน​ระหว่าง​นี้​เอง​ ฉู่หยวน​เจิ่น​ก็​สกัดกั้น​ปืนใหญ่​แทน​อีก​ฝ่าย​

“นี่​มัน​อาวุธ​เวทมนตร์​อะไร​กัน​?”

ไต้​ซือเหิงหย่วน​มอง​ไกล​ออก​ไปด้วย​สีหน้า​ขึงขัง​ ก็​เห็น​แท่น​ทองสัมฤทธิ์​ทรงกลม​กำลัง​ปกคลุม​พระราชวัง​อยู่​

ช่วง​ที่เกิด​สงคราม​เมือง​สวิน​โจว​ เหล่า​สมาชิก​พรรค​ฟ้าดิน​มีหน้าที่​ล่า​เต๋า​มาร​แห่ง​นิกาย​ปฐพี​ ดังนั้น​พวกเขา​เลย​ไม่เคย​เห็น​อาวุธ​เวทมนตร์​เช่นนี้​มาก่อน​

“ฝ่าบาท​กำลัง​มีภัยอันตราย​”

ฉู่หยวน​เจิ่น​สีหน้า​เคร่งเครียด​โดยพลัน​ เขา​รู้ดี​ว่า​ด้าน​ฮว๋าย​ชิ่งน่าจะ​มีวิธี​การป้องกัน​อยู่​ แต่​สัญชาตญาณ​ก็​บอก​เขา​ว่า​ฮว๋าย​ชิ่งกำลัง​เป็นอันตราย​

ตอนนั้น​เอง​ก่อนที่​กองกำลัง​อวิ๋น​โจว​จะบุก​โจมตี​ ชีก่วง​ป๋อ​ก็​สูด​ลม​หายใจเข้า​ลึก​ แล้ว​กล่าว​เสียงดัง​ว่า​

“โจมตี​!”

ด้านหลัง​ของ​เขา​มีทหารม้า​ห้า​พัน​นาย​ ซึ่งเป็น​กองกำลัง​ที่​แข็งแกร่ง​มีคุณภาพ​กอง​สุดท้าย​แล้ว​

บัดนี้​ภายใน​เสียง​ตี​กลอง​ที่​ดัง​กระหึ่ม​ก็​มีเสียง​กู่​ร้อง​อัน​ทรงพลัง​แทรก​ออกมา​ด้วย​

ใน​เสี้ยว​วินาที​ที่​แท่น​ทองสัมฤทธิ์​ทรงกลม​ปรากฏ​ออกมา​ เหล่า​ผู้​บำเพ็ญ​ระดับสูง​ใน​เมืองหลวง​ ก็​แทบจะ​ทุกคน​ที่​สัมผัส​ถึงการ​มีอยู่​มัน​ได้​

ปกติ​แล้ว​ของ​วิเศษ​ระดับสูง​เช่นนี้​ ทุกๆ​ ชิ้น​ย่อม​มีลักษณะพิเศษ​ของ​ตัว​มัน​เอง​ทั้งนั้น​ จึงไม่มีทาง​ที่จะ​มีดู​ธรรมดา​เรียบง่าย​

จางเซิ่น​ ห​ลี่​มู่ไป๋ ฉู่หยวน​เจิ่น​ รวมถึง​ฆ้อง​ทองคำ​และ​ยอด​ฝีมือ​ใน​หมู่​ทหาร​รักษา​วัง​คนอื่นๆ​ ต่าง​ก็​รู้สึก​หวั่นใจ​ทั้งสิ้น​

เมื่อ​แท่น​ทองสัมฤทธิ์​ทรงกลม​ปรากฏ​ขึ้น​ที่ทาง​ด้าน​พระราชวัง​ ไม่ว่า​แท่น​ทรงกลม​นี้​จะเป็นมิตร​หรือ​ศัตรู​ พระราชวัง​ย่อม​ถูก​โจมตี​อยู่ดี​

‘เหตุใด​เว่ยกง​ถึงยัง​ไม่ออกคำสั่ง​ให้​ไปช่วยกัน​นะ​…’ ยอด​ฝีมือ​ของ​จักรพรรดินี​บางส่วน​เริ่ม​รู้สึก​ร้อนใจ​ขึ้น​มาแล้ว​

ทว่า​เมื่อ​คำนึงถึง​สถานการณ์​โดยรวม​แล้ว​ หาก​ตอนนี้​กลับ​ไปช่วย​ที่​พระราชวัง​ ก็​เท่ากับ​ว่า​ต้อง​ละทิ้ง​กำแพงเมือง​ไป

…

ณ ห้อง​ลับ​ใต้ดิน​ที่​ซีหยวน​ จู่ๆ อา​สะใภ้ก็​รู้สึก​หวั่นใจ​กะทันหัน​ จึงเอ่ย​อย่าง​ตะกุกตะกัก​ว่า​

“ห​ลิง​เย​วี่ย​ แม่ไม่รู้​ว่า​เพราะเหตุใด​จู่ๆ ถึงรู้สึก​กลัว​ขึ้น​มา…”

นาง​พูด​ไปพลาง​มอง​บุตรสาว​ ก็​พบ​ว่า​สวี่ห​ลิง​เยวี่ย​มีสีหน้า​จริงจัง​ พยักหน้า​เบา​ๆ ส่วน​สายตา​ก็​จับจ้อง​ไปที่​ทิศตะวันออกเฉียงใต้​

ทันใดนั้น​เอง​พี่สาว​ผู้​แสน​ดี​อย่าง​มู่หนาน​จือ​ที่อยู่​ข้าง​กาย​ก็​หันไป​สบตา​กับ​สวี่​หมิง​เยวี่ย​ด้วย​

“เกิด​อะไร​ขึ้น​?” อา​สะใภ้เห็น​ดังนั้น​จึงรีบ​เอ่ย​ถาม

สวี่ห​ลิง​เยวี่ย​กระซิบ​ตอบ​

“มียอด​ฝีมือ​กำลัง​เข้ามา​เจ้าค่ะ​”

แต่​มีพลัง​ขั้นสูง​ระดับ​ไหน​นั้น​ นาง​ไม่แน่ใจ​ แต่​ที่​แน่ๆ​ ย่อม​เป็น​ผู้​ที่​สามารถ​เรียนรู้​แล้ว​บรรลุ​ได้​ด้วยตัวเอง​ เลย​น่าจะ​ยัง​ขาด​ประสบการณ์​และ​ความรู้​บางอย่าง​อยู่​

“เป็นยอด​ฝีมือ​ระดับ​เหนือ​มนุษย์​ มี…มีอยู่​สามคน​…”

มู่หนาน​จือ​กลืนน้ำลาย​ สุดท้าย​ก็​รู้สึก​กลัว​ขึ้น​มาอยู่​บ้าง​แล้ว​

แม้ว่า​นาง​จะเคย​ติดตาม​สวี่​ชีอัน​และ​ได้​ร่วม​ฝ่าอุปสรรค​มามากมาย​ ทว่า​ตอนนี้​บุรุษ​แซ่สวี่​ผู้​นั้น​ไม่ได้​อยู่​ด้วย​ ทั้ง​ยัง​ดูเหมือนว่า​ฝ่าย​ศัตรู​กำลัง​คืบคลาน​เข้ามา​ใกล้​อีก​ เทพ​ดอกไม้​ก็​สมควรจะ​รู้สึก​กลัว​ไม่ก็​ตื่นตระหนก​อยู่​บ้าง​

อา​สะใภ้กล่าว​เสียงสั่น​

“ชะ…ใช่สวี่​ผิง​เฟิงหรือไม่​?”

น้ำเสียง​ของ​นาง​สูงขึ้น​กว่า​ยาม​ปกติ​อยู่​หน่อย​ๆ

เมื่อ​เฉินไท่เฟย​ที่อยู่​อีก​ฝั่งหนึ่ง​ได้ยิน​ชื่อ​สวี่​ผิง​เฟิงสามคำ​นี้​ ก็​พลัน​หัน​ศีรษะ​มามอง​พร้อมกับ​สีหน้าที่​ซับซ้อน​

ทันใดนั้น​เอง​เหล่า​สตรี​ที่อยู่​ภายใน​ห้อง​ลับ​ใต้ดิน​แห่ง​นี้​ก็​เกิด​ความวุ่นวาย​ขึ้น​ บางคน​ถึงกับ​กล้า​ร้องไห้​เสียงดัง​ ‘ฮือ​ๆๆ’ ออกมา​

บางคน​ก็​กล้า​ถึงขั้น​ตะโกน​เสียงดัง​หมาย​ต้องการ​ให้​ทหาร​รักษา​วัง​คุ้มครอง​พวก​นาง​พา​หลบหนี​ออกจาก​พระราชวัง​ จังหวะ​นั้น​เอง​ก็​พลัน​เกิด​ความโกลาหล​ขึ้น​มา

ไม่ได้​มีแค่​อา​สะใภ้ที่​จู่ๆ รู้สึก​หวาดกลัว​ขึ้น​มาอย่าง​กะทันหัน​ พวก​นาง​เอง​ก็​รู้สึก​เช่นเดียวกัน​เมื่อ​สัมผัส​ถึงความ​น่าเกรงขาม​ของ​ยอด​ฝีมือ​ระดับ​เหนือ​มนุษย์​เหล่านั้น​ได้​ แต่ละคน​ต่าง​ก็​ตก​อยู่​ใน​อาการ​หวาดหวั่น​และ​เกรงกลัว​ทั้งสิ้น​

ตอนนั้น​เอง​ไทเฮา​ก็​สูด​ลม​หายใจเข้า​ลึก​ ก่อน​จะเอ่ย​ตำหนิ​ว่า​

“เงียบ​ซะ! โหวกเหวก​โวยวาย​เยี่ยง​นี้​ มัน​น่าอับอาย​!”

เสียง​เอะอะโวยวาย​ถึงหยุด​ลง​ชั่วขณะ​

ที่​แห่ง​นี้​นอกจาก​จะมีเหล่า​นางสนม​จาก​วังหลัง​อยู่​ด้วย​แล้ว​ ก็​ยังมี​สตรี​ที่​เป็น​ญาติ​บุตรหลาน​ของ​ขุนนาง​บุ๋น​และ​แม่ทัพ​บู๊​อีกด้วย​ ซึ่งเป็น​ฮว๋าย​ชิ่งที่​ให้​พวก​นาง​มารวม​อยู่​ด้วยกัน​ใน​พระราชวัง​ โดย​บอ​กว่า​เป็น​การป้องกัน​ แต่​แท้จริง​แล้ว​คือ​ตัวประกัน​ต่างหาก​

ถึงแม้ไทเฮา​จะไม่ชื่นชอบ​บุตรธิดา​อย่าง​ฮว๋าย​ชิ่ง แต่​ใน​เมื่อ​นาง​นำ​สตรี​เหล่านี้​มาอยู่​ร่วมกับ​ตน​ และ​ด้วย​ฐานะ​ผู้ปกครอง​แห่ง​วังหลัง​ของ​ตัวเอง​ ก็​ต้อง​จัดการ​ดูแล​พวก​นาง​

ไทเฮา​พูด​ต่อ​ “ฝ่าบาท​ยังอยู่​ที่​ข้างบน​ ใน​เมื่อ​พระองค์​ไม่ได้​เตรียมการ​ให้​พวกเรา​อพยพ​ ดังนั้น​ก็​ย่อม​ต้อง​อาศัย​อยู่​ที่นี่​ อย่า​ตื่นตกใจ​ไปเลย​”

จากนั้น​สวี่ห​ลิง​เยวี่ย​ก็​พูด​ขึ้น​มาทันใด​

“พะ​…พี่ใหญ่​ของ​ข้า​ไม่มีทาง​ทิ้ง​ข้า​กับ​ท่าน​แม่หรอก​”

เหมือนว่า​คำพูด​ของ​นาง​จะปลอบใจ​ได้​ดีกว่า​ของ​ไทเฮา​ เพราะ​เหล่า​นางสนม​และ​สตรี​สูงศักดิ์​ก็​สงบใจ​ลง​ได้​ในที่สุด​ พวก​นาง​แอบ​เช็ด​น้ำตา​อย่าง​เงียบๆ​

หลังจาก​พวก​นาง​โวยวาย​ไปไม่กี่​ประโยค​ ก็​ไม่อยาก​หลบหนี​ออก​ไปแล้ว​

ไทเฮา​เหลือบมอง​สวี่ห​ลิง​เยวี่ย​อย่าง​ประหลาดใจ​เล็กน้อย​

ด้าน​สวี่ห​ลิง​เยวี่ย​ก็​มอง​กลับ​ไปด้วย​ท่าที​อ่อนโยน​ที่​สามารถ​ทำให้​คน​ประทับใจ​ได้​

…

จีเสวียน​ทำลาย​กองกำลัง​ทหาร​รักษา​วัง​ที่​รุมล้อม​เข้ามา​โจมตี​ด้วย​ดาบ​เดียว​ ระหว่าง​นั้น​เอง​ก็​ได้ยิน​เสียง​สวี่​ผิง​เฟิงเอ่ย​ว่า​

“ตำหนัก​กระดิ่งทอง​!”

เขา​อาศัย​ช่วง​จังหวะ​ที่​สวี่​ผิง​เฟิงกำลัง​ติดพัน​ต่อสู้​กับ​โค่ว​หยาง​โจว​ ก้าว​เข้าไป​ยัง​ชั้น​ต่างๆ​ ของ​กำแพง​วัง​โดย​ไม่สนใจ​ทหาร​รักษา​วัง​แต่อย่างใด​ ครั้น​ผ่าน​ทะลุ​ประตู​อู่​แล้ว​ ก็​มาถึงลาน​กว้าง​ที่อยู่​ด้านนอก​ของ​ตำหนัก​กระดิ่งทอง​

ใต้​มุมชายคา​ตำหนัก​กระดิ่งทอง​ที่อยู่​เบื้องหน้า​ บริเวณ​ทางเดิน​ลาย​มังกร​มีจักรพรรดินี​ที่​กำลัง​ยืน​โดย​สวม​ชุด​ฉลองพระองค์​ปัก​ลาย​มังกร​อยู่​

เมื่อ​เห็น​จักรพรรดินี​แห่ง​ยุค​ นัยน์ตา​ของ​จีเสวียน​ก็​ฉายแวว​ความเกลียดชัง​ขึ้น​มา เพราะ​สตรี​ชั่ว​ผู้​นี้​สมคบคิด​วางแผน​กับ​สวี่​ชีอัน​ ทำร้าย​จีหย่วน​ผู้​เป็น​น้องชาย​ของ​เขา​จน​ถึงแก่ชีวิต​

อีก​ทั้ง​เขา​ยัง​ต้อง​อับอาย​ขาย​ขี้หน้า​ก่อน​ตาย​อีก​

ส่วน​เว่ยเยวียน​ก็​เป็น​คน​ที่​กล้า​บังอาจ​โจมตี​อวิ๋น​โจว​และ​สังหาร​คนใน​เผ่า​ของ​เขา​ สิ่งนี้​จีเสวียน​รู้​มาจาก​สวี่​ผิง​เฟิง

ใน​ฐานะ​ ‘พระราชโอรส​ลำดับ​ที่​เจ็ด​’ เขา​ย่อม​ต้องการ​ล้างแค้น​เพื่อ​คนใน​เผ่า​อยู่แล้ว​ หาก​สังหาร​คนใน​ราชวงศ์​ต้าฟ่ง​ ไม่ว่า​จะชาย​หญิง​หรือ​แม้แต่​เด็ก​และ​คนชรา​จะต้อง​ถูก​ประหารชีวิต​ชั่วโคตร​เป็นแน่​

ทว่า​ใน​ใจเขา​ไม่ได้​อยาก​ล้างแค้น​ มีเพียงแค่​ความคับแค้นใจ​ที่​ค่าย​ถูก​ทำลาย​ โดน​คน​ชน​เผ่า​จากอ​วิ๋น​โจว​นั่น​เข่นฆ่า​ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ ถึงขั้น​ร่วม​สังหาร​ผู้​เป็น​บิดา​ของ​เขา​ร่วมกัน​ด้วยซ้ำ​

จีเสวียน​ไม่เพียงแต่​ไม่โกรธ​เท่านั้น​ แต่​ถึงขั้น​อยาก​จะตบมือ​หัวเราะ​ด้วยซ้ำ​

ผู้​เป็น​พ่อ​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ แล้ว​ไฉน​ลูกชาย​ยัง​ออกมา​เสนอหน้า​อยู่​ได้​เล่า​?

ส่วน​สำหรับ​ราชครู​นั้น​ ตราบใดที่​เป็น​สายเลือด​ของ​ราชวงศ์​ ก็​ยัง​จะให้การ​สนับสนุน​อยู่​เช่นกัน​

จีเสวียน​กวาดสายตา​มอง​ยันต์​หยก​ส่งตัว​ที่อยู่​ใน​มือ​ของ​จักรพรรดินี​ ก็​แค่น​หัวเราะ​ว่า​

“ก็​ลอง​ใช้มัน​ดู​สิ”

จักรพรรดินี​ไม่แสดง​อารมณ์​ใดๆ​ นาง​มอง​อีก​ฝ่าย​ด้วย​สายตา​เย็นชา​ แล้ว​กล่าว​อย่าง​เยือกเย็น​ว่า​

“มิจำเป็น​!”

จีเสวียน​พยักหน้า​เอ่ย​

“เหล่า​ทหาร​ของ​ต้าฟ่ง​กำลัง​ต่อสู้​กัน​อยู่​ที่​ด้าน​นอกนั้น​ ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ผู้ปกครอง​ของ​ชาติ​ สมควร​แล้ว​หรือ​ที่​เอาแต่​หัวหด​หลบซ่อน​อยู่​ภายใน​วัง​?

“ข้า​จะพา​เจ้าไปดู​เหล่า​ทหาร​ต้าฟ่ง​ก็แล้วกัน​”

เขา​ต้องการ​จะสังหาร​จักรพรรดินี​ต่อหน้า​เหล่า​ทหาร​อารักขา​แห่ง​ต้าฟ่ง​

จากนั้น​จีเสวียน​ก็​ไม่ได้​พูด​พร่ำเพรื่อ​ไร้สาระ​อัน​ใด​อีก​ ผลักดัน​พลัง​ปราณ​ แล้ว​เข้า​ไปหา​ฮว๋าย​ชิ่งทันที​

ฮว๋าย​ชิ่งยังคง​นิ่ง​ไม่ขยับ​ นาง​เพียง​ยก​มือซ้าย​ที่​กำลัง​ถือ​เศษชิ้นส่วน​หนังสือ​ปฐพี​ นาง​ใช้มัน​แล้ว​ชี้ไปที่​ศีรษะ​ของ​จีเสวียน​

ใน​เวลา​ต่อมา​ ก็​มีเงาดำ​ตกลง​มาจาก​ท้องฟ้า​ หล่น​กระแทก​อย่าง​แรง​ต่อหน้า​จีเสวียน​และ​จักรพรรดินี​ การ​ตก​กระแทก​ครั้งนี้​ทำให้​ลาน​กว้าง​หน้า​ตำหนัก​กระดิ่งทอง​ถึงกับ​ต้อง​สั่นสะเทือน​ ทั้ง​หิน​และ​เศษฝุ่น​ต่าง​ก็​ปลิว​ว่อน​ไปทั่ว​อาณาบริเวณ​

ซึ่งก็​คือ​พระโพธิสัตว์​เจีย​หลัว​ซู่ที่​ได้​ร่วงหล่น​จาก​ฟากฟ้า​สู่พสุธา​ ยาม​นี้​เขา​กำลัง​พนมมือ​ โดยที่​ทั่ว​ร่าง​กำลัง​เปรอะเปื้อน​ไปด้วย​โลหิต​สีทอง​

จีเสวียน​เงยหน้า​มอง​ไปบน​ท้องฟ้า​

เห็น​อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​แต่ละ​ชิ้น​พัง​เสียหาย​ และ​ยัง​พบ​ว่า​ ‘ม่าน​’ ที่​กั้น​ระหว่าง​โลก​ภายนอก​กับ​พระราชวัง​ได้​แตก​กระจาย​ไปแล้ว​

และ​ยัง​เห็น​สวี่​ชีอัน​ที่​ทั่ว​ตัว​ขาว​ประดุจ​นวล​หยก​กำลัง​ยืน​อยู่​กลางอากาศ​อีกด้วย​

อาวุธ​เวทมนตร์​ที่​ท่าน​โหราจารย์​รุ่น​ที่หนึ่ง​ได้​ทิ้ง​เอาไว้​ให้​ บัดนี้​ได้​ถูก​ทำลาย​ลง​อย่าง​โหดเหี้ยม​โดย​จอม​ยุทธ์​ขั้น​หนึ่ง​เสียแล้ว​

…

จาก​เมืองหลวง​สู่ภายใน​เมือง​ จาก​ภายใน​เมือง​สู่ด้าน​นอกเมือง​ ยอด​ฝีมือ​ที่​คอย​เฝ้าดู​ที่​แห่ง​นี้​ ไม่ว่า​จะเป็น​ฝ่าย​ต้าฟ่ง​หรือ​ฝ่าย​อวิ๋น​โจว​ต่าง​ก็​เห็น​อาวุธ​เวทมนตร์​ทองสัมฤทธิ์​พังทลาย​ลง​ทั้งสิ้น​

……………………………………………….

 

[1] ลูกธนู​ที่​สิ้นแรง​บิน​ เป็น​สำนวน​จีน​ที่​หมายถึง​พละกำลัง​ที่​เคย​แข็งแกร่ง​ ตอนนี้​ได้​มาถึงจุด​เสื่อมโทรม​แล้ว​

[2] แสงสะท้อน​ของ​อาทิตย์​อัสดง​อัน​ใกล้​สิ้นสุดลง​ สำนวน​นี้​เปรียบเปรย​ถึงสถานการณ์​ที่​เคย​ย่ำแย่​กลับ​ดีขึ้น​มา แต่​สุดท้าย​ทุกอย่าง​ก็​จบ​สิ้นสลาย​หาย​ไปหมด​

[3]จะยิง​ธนู​ใส่คน​ก็​ต้อง​ยิง​ที่​ม้าเสีย​ก่อน​ เป็น​สำนวน​ที่ว่า​ถึงวิธี​ใน​การ​รบ​ เปรียบกับ​การ​เอาชนะ​ข้าศึก​ได้​ต้อง​จับ​นายพล​หรือ​คนสำคัญ​ของ​ฝ่ายตรงข้าม​ให้ได้​ก่อน​

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 787 เจียหลัวซู่ผู้ตกจากฟากฟ้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved