cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 776 ชุดคราม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 776 ชุดคราม
Prev
Next

บทที่ 776 ชุดคราม

‘พรึ่บ พรั่บ’

ธงที่มีพื้นหลังสีดำและวาดด้วยลวดลายทองคำโบกสะบัด อากาศบนแท่นแปดทิศราวกับเยือกเย็นยิ่งขึ้น

ไม่ ไม่ใช่ราวกับ แต่ยามที่ฮว๋ายชิ่งโบกสะบักธงกวักวิญญาณ ท้องฟ้าเหนือหอดูดาวก็มีเมฆดำแออัดจนปกคลุมแสงอาทิตย์และเพิ่มพูนขึ้นเป็นชั้นๆ

‘หวิว หวิว…’

อากาศพัดผ่านเสาธงที่ทำจากโลหะและเต็มไปด้วยรูจนเกิดเสียงร้องโหยหวนราวกับร่ำไห้และคร่ำครวญ

ซ่งชิงขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ว่าจิตเดิมคล้ายจะหลุดลอยออกจากร่างไปพร้อมกับเสียงร่ำไห้นี้

‘ธงผืนนี้จะกวักเรียกวิญญาณของข้าไปด้วยเสียแล้ว…’ ซ่งชิงนำจุกไม้ออกมาจากอกเสื้อแล้วปิดหูเอาไว้ แบบนี้จึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

หินตีฆ้องเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หินเชิญวิญญาณ’ และ ‘หินเรียกผี’ สถานที่ที่มีมันอยู่ จะต้องมีวิญญาณรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่น ดังนั้นจึงเป็นหนึ่งในวัสดุหลักสำหรับสร้างธงกวักวิญญาณ

‘หวิว หวิว หวิว…’

เสียงคร่ำครวญรุนแรงยิ่งขึ้น ดวงวิญญาณทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา พวกมันบ้างก็คืบคลานออกมาจากแม่น้ำเย็นชืด บ้างก็ผุดออกมาจากเรือนหลังเก่าที่ถูกปล่อยร้าง บ้างก็ลอยออกมาจากในหลุมฝังศพที่มีหญ้ารกครึ้ม…

ลมครวญคร่ำ เมฆดำเหนือศีรษะหนาแน่น ทั่วทั้งสำนักโหราจารย์ล้วนถูกปกคลุมอยู่ในบรรยากาศมืดมนน่าสะพรึงกลัว

เหล่าโหรชุดขาวของสำนักโหราจารย์ล้วนแต่ได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้ว จึงพากันเดินลงมาจากอาคาร ตั้งแต่ชั้นสามเป็นต้นไป ล้วนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ หลงเหลืออยู่

“เว่ยเยวียน วิญญาณจงหวนคืน!”

บนธงกวักวิญญาณที่พลิ้วไหว อักขระสีทองอร่ามสว่างขึ้นและลอยล่องไปไกลตามกระแสลมที่พัดผ่านผืนธง ราวกับเป็นเส้นทางชักนำที่บิดเบี้ยว

…

เมืองจิ้งซาน

บนแท่นบูชาสูงตระหง่าน รูปสลักชายหนุ่มที่สวมชุดยาวหรูหราและสวมมงกุฎหนามเริ่มสั่นไหวเบาๆ

บนท้องฟ้าไกล ลมหยินได้พัดพาลำแสงสีทองให้ขยายลงมาจากเหนือท้องฟ้าแล้วก่อเกิดเป็นเส้นทางสีทองระยับ

เหนือศีรษะของรูปสลักเทพพ่อมด เงาร่างในชุดสีครามค่อยๆ ลอยออกมาแล้วจมลงไปอีกครั้ง เป็นเช่นนี้ซ้ำๆ

ทุกครั้งที่เงาร่างสีครามลอยออกมา หว่างคิ้วของรูปสลักก็จะมีแสงสีใสสว่างขึ้นแล้วกดดวงวิญญาณลงไป

“เว่ยเยวียน วิญญาณจงหวนคืน!”

ที่ปลายสุดของเส้นทางสีทองระยับมีเสียงเรียกอันแจ่มชัดดังออกมา

เงาร่างในชุดครามที่ราวกับไม่ใช่ความจริงลอยออกมาอีกครั้ง ร่างกายเลือนรางสั่นไหวหลายหน คล้ายกับพยายามลอยขึ้นมาและต้องการหลุดพ้นจากภายในรูปสลักสุดกำลัง

ส่วนด้านในรูปสลัก ปราณสีดำหลายสายพุ่งเข้ามาผลักดันเงาร่างในชุดคราม ราวกับกำลังช่วยเขาอีกแรง

แต่พลังจากสามแหล่งนี้ล้วนถูกพลังผนึกที่หว่างคิ้วของรูปสลักเทพพ่อมดกดเอาไว้

หลังจากเป็นเช่นนี้ซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง ปราณสีดำและเงาร่างในชุดครามก็เริ่มเฉื่อยชาและไม่พยายามอีก

แม้ว่าเสียงเรียกจากปลายเส้นทางสีทองระยับจะดังอยู่หลายครั้ง แต่เงาร่างในชุดครามก็ไม่ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว

…

“เว่ยเยวียน วิญญาณจงหวนคืน!”

ฮว๋ายชิ่งรู้สึกว่าสองแขนเย็นเยียบ มือที่ถือด้ามธงเอาไว้ก็มีชั้นน้ำแข็งบางๆ ปกคลุมอยู่

ข้อดีของจอมยุทธ์ปรากฏออกมาให้เห็นในเวลานี้ หากให้ซ่งชิงมาโบกธงกวักวิญญาณ สองมือคงจะถูกแช่แข็งจนกลายเป็นหินแล้วแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แน่

ส่วนพิษที่อยู่ในอาวุธเวทมนตร์ แม้จะทำให้ฮว๋ายชิ่งรู้สึกไม่สบายอยู่เล็กน้อย แต่ด้วยร่างวิญญาณของจอมยุทธ์ขั้นสี่ จึงไม่ได้รับผลในเวลาสั้นๆ ขอเพียงต้องหยุดภายในหนึ่งเค่อเท่านั้น

เมฆดำที่ปกคลุมเหนือสำนักโหราจารย์มีมากขึ้นเรื่อยๆ อากาศก็หนาวเย็นยิ่งขึ้น พลังของธงกวักวิญญาณส่งผลต่อบริเวณโดยรอบจนทำให้สำนักโหราจารย์กลายเป็น ‘ปรโลก’ แบบรางๆ วิญญาณหยินทั่วทั้งเมืองหลวงก็ล้วนมารวมตัวกันที่นี่

พวกมันบ้างก็ลอยไปมาอยู่เหนือแท่นแปดทิศ บ้างก็บุกรุกสำนักโหราจารย์ผ่านกำแพงและหน้าต่าง บ้างก็เต้นระบำอยู่รอบหอดูดาว

ภายในสำนักโหราจารย์ เหล่าโหรทั้งหลายยกอาวุธเวทมนตร์กักเก็บแบบต่างๆ ขึ้นมาแล้วไล่จับดวงวิญญาณที่วนเวียนอยู่เต็มห้องราวกับเด็กที่เล่นไล่จับผีเสื้อ

“เร็ว จับพวกมันเอาไว้เร็ว เจ้าพวกนี้ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับหลอมยาหลอมอาวุธเชียวนะ”

“นี่มันโชคดีเหมือนมีลาภตกมาจากฟ้าแท้ๆ”

“ระวังด้วย อย่าไปเก็บวิญญาณของเว่ยเยวียนมาเชียวล่ะ”

เหล่าโหรชุดขาวตื่นเต้นกับจำนวนของ ‘วัตถุดิบ’ พลางทอดถอนใจเล็กน้อย เมื่อคิดว่าช่วงนี้มีคนตายทั่วทั้งเมืองหลวงเยอะเกินไปแล้ว

หลังจากคนคนหนึ่งตาย วิญญาณจะมารวมตัวภายในเจ็ดวัน และจากนั้นในเวลาครึ่งเดือนก็จะสลายกลายเป็นหมอกควัน ไม่สามารถดำรงอยู่ในโลกมนุษย์ได้ด้วยตัวเองอีก

หรือก็หมายความว่า วิญญาณหยินพวกนั้นที่ธงกวักวิญญาณเรียกมาล้วนเป็นวิญญาณใหม่ เป็นคนที่ตายภายในครึ่งเดือนนี้

เวลาครึ่งเค่อผ่านไปอีกครา…ซ่งชิงมองไปยังธูปที่เล็กลงเรื่อยๆ จนแทบจะไหม้หมดก้าน สีหน้าพลันย่ำแย่ขึ้นมาทันที

“เหตุใดวิญญาณของเว่ยเยวียนยังไม่มาอีก? ไม่มีเหตุผลเลย หรือว่าเป็นเพราะฝ่าบาทไม่คุ้นเคยกับเขาจริงๆ เขาก็เลยปฏิเสธที่จะมา”

ใบหน้างามหมดจดของฮว๋ายชิ่งซีดเผือด ขนตาถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งค้าง ร่องรอยความกังวลค่อยๆ รวมตัวกันที่หว่างคิ้ว นางดุว่า

“เหลวไหล ไปดูซะว่าเกิดปัญหาที่ตรงไหน”

ซ่งชิงไม่ได้พูดอะไร เขาตรวจสอบค่ายกลเป็นอันดับแรก แม้จะไม่คิดเลื่อนขั้นเป็นค่ายกลปรมาจารย์ค่ายกล แต่ค่ายกลที่สมควรเรียนรู้ เขาก็เรียนมาหมดแล้ว เมื่อมีวัสดุและภูมิศาสตร์ฮวงจุ้ยมากพอ ซ่งชิงก็สามารถสร้างค่ายกลที่มีพลังน่าเกรงขามออกมาได้

เพียงแต่ไม่อาจคิดแล้วทำให้ค่ายกลเกิดขึ้นมาได้เหมือนอย่างปรมาจารย์ค่ายกลเท่านั้น

“ค่ายกลเรียกวิญญาณไม่มีปัญหา ธงกวักวิญญาณไม่มีปัญหา กายเนื้อและจิตเดิมก็ยิ่งไม่มีปัญหา…”

ซ่งชิงพูดจบก็เงยหน้าของเงาร่างสะโอดสะองของจักรพรรดินี

“เจ้าหมายความว่า เรามีปัญหาหรือ?” ฮว๋ายชิ่งเลิกคิ้ว

นางสาบานได้ หากซ่งชิงกล้าหาเรื่องซวยในเวลานี้ กลับไปนางจะสั่งประหารเขาที่ไช่ซื่อโข่วแน่ๆ

ซ่งชิงขมวดคิ้ว เขาเงียบนิ่งไปนานก่อนเอ่ยว่า

“มีความเป็นไปได้สองแบบ หากวิญญาณของเว่ยเยวียนไม่สลายกลายเป็นหมอกควัน ก็ต้องถูกบางอย่างผนึกไว้ ดังนั้นแม้แต่ธงกวักวิญญาณที่เป็นอาวุธเวทมนตร์ชั้นสูงเช่นนี้ก็ไม่อาจเรียกมาได้”

เขาเผยความเคร่งขรึมที่มีในยามทำการทดลองแปรธาตุออกมา

ฮว๋ายชิ่งนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง พลางโบกสะบัดธงกวักวิญญาณพลางหันหน้าไปมองเขา

“มีวิธีหรือไม่”

ซ่งชิงตอบ

“เมื่อครู่ที่พูดเล่นกับฝ่าบาทว่าสวี่ชีอันเหมาะกับการเรียกวิญญาณมากกว่านั้น เป็นเพราะนอกจากโลหิตของเว่ยเยวียนที่อยู่ในตัวเขาแล้วก็…อืม พูดเช่นนี้ไม่ค่อยถูกนัก แค่พระองค์เข้าใจก็พอ แต่หลักๆ คือความจริงแล้วสวี่ชีอันมีโชคชะตามากพอ”

ฮว๋ายชิ่งขมวดคิ้ว

“โชคชะตา?”

สิ่งที่นางไม่เข้าใจคือ เรื่องการเรียกวิญญาณเช่นนี้ยังต้องโคจรปราณด้วยหรือ? หากต้องใช้วิธีการเป็นเด็กๆ เช่นนี้ แล้วธงกวักวิญญาณจะมีประโยชน์อะไร

ซ่งชิงยักไหล่

“ข้าก็ไม่เข้าใจหรอก นี่เป็นสิ่งที่จ้าวโส่วเอ่ยบอกมาเองตอนที่นำวิญญาณที่เหลือของเว่ยเยวียนส่งมายังสำนักโหราจารย์ เขาบอกว่า ต่อไปหากจะเรียกคืนวิญญาณของเว่ยเยวียน เช่นนั้นก็ต้องให้สวี่ชีอันมา เพราะเขามีโชคชะตามากพอ”

ฮว๋ายชิ่งครุ่นคิดแล้วถามกลับ

“สวี่ชีอันรู้เรื่องนี้หรือไม่”

“ย่อมต้องรู้แน่” ซ่งชิงตอบอย่างแน่วแน่

“เช่นนั้นเราก็ทำได้!”

ฮว๋ายชิ่งเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง

เพราะเดิมทีนี่ก็เป็นภารกิจที่สวี่ชีอันมอบให้นาง

นางสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาล้ำลึกสีดำสนิทของฮว๋ายชิ่งมีประกายสีทองวาบผ่าน แสงสีทองกลายเป็นเงาร่างมังกรเวียนว่ายอยู่ในดวงตา

ทันใดนั้น ฮว๋ายชิ่งก็คล้ายกลายเป็นคนละคน เป็นจอมกษัตริย์แห่งโลกมนุษย์ผู้ทรงพลังอำนาจ แข็งแกร่ง และอยู่เหนือผู้ใด ทำให้ซ่งชิงที่อยู่ด้านหลังเกือบจะลงไปคุกเข่ากับพื้นและไม่กล้ามองความน่าเกรงขามของจอมกษัตริย์ตรงๆ

นางขับเคลื่อนปราณมังกรภายในร่างกาย

ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ นางใช้ชิ้นส่วนของหนังสือปฐพีเป็นสะพานดูดซับปราณมังกรหลักสามสายและเศษปราณมังกรที่กระจัดกระจายอีกหลายร้อยสาย

ปราณมังกรเหล่านี้ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างของนาง ไม่อาจขับเคลื่อนมาใช้ได้

จนกระทั่งนางขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดินีและมีโชคชะตาติดตัว โชคชะตาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างจึงยอมจำนนต่อนางโดยสมบูรณ์ และกลายเป็นสองที่สามารถนำมาใช้งานได้

“เว่ยเยวียน วิญญาณจงหวนคืน!”

นัยน์ตาทั้งสองข้างของฮว๋ายชิ่งเปล่งประกายพลางขับเคลื่อนปราณในตันเถียน พร้อมส่งเสียงดังก้องทะลุฟ้า

…

“เว่ยเยวียน วิญญาณจงหวนคืน!”

เมืองจิ้งซาน ที่ปลายสุดของเส้นทางประกายทอง มีเสียงตะโกนเรียกดังลั่นราวกับสายฟ้ายามวสันต์

สิ่งที่มาพร้อมกับเสียงนั่นก็คือลำแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องจากปลายของเส้นทางประกายทองตรงมายังหว่างคิ้วของรูปสลักเทพพ่อมด

ที่หว่างคิ้วนั้น ผนึกที่ก่อเกิดเป็นปราณใสสายนั้นราวกับถูกแยกและค่อยๆ ลอกออก

บนริมขอบแท่นบูชา เสียงของซ่าหลุนอากู่ดังขึ้น เขาเดินปรี่มายังหน้ารูปสลักก่อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“เช่นนี้ถึงจะถูก! โชคดีนักที่ต้าฟ่งยังมีผู้ที่มีโชคชะตาหนาแน่นมากพอ เว่ยเยวียน วันนั้นเจ้าผนึกเทพพ่อมด เทพพ่อมดจึงได้แสวงหาวิญญาณของเจ้า นี่เป็นวัฏจักรของเหตุต้นผลกรรม เจ้าซ่อมแซมผนึกปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยพลังแห่งชีวิต มาวันนี้เจ้าจึงจะลบผนึกชิ้นนี้ออกไปได้ นี่ก็คือวัฏจักรของเหตุต้นผลกรรมเช่นกัน เช่นนั้นข้าจะส่งพลังให้เจ้าอีกแรง”

เขาหยิบแส้ต้อนแกะออกมา แสงสีขาวสว่างขึ้นมาจากแส้ต้อนแกะ กระแสไฟฟ้าไหลหลั่งจนเกิดเสียง ‘ชี่ ชี่’ ราวกับเป็นสายฟ้าฟาด

‘เพียะ!’

ซ่าหลุนอากู่ฟาดลงบนร่างวิญญาณชุดครามด้วยมืออันสั่นเทา แสงสีขาวในแส้พลันหลอมรวมเข้าไปในวิญญาณ ร่างวิญญาณชุดครามระเบิดแสงสีขาวพร่างพราวและเต็มไปด้วยพลังในฉับพลัน

ขณะเดียวกันนี้ ปราณสีดำภายในรูปสลักก็เคลื่อนไหวอย่างดุดัน พวกมันต่างพากันผลักดันร่างวิญญาณชุดครามให้พุ่งออกมา

‘โครม!’

มงกุฎหนามบนศีรษะสะเทือนลั่น ปราณสีดำพวยพุ่งออกมาราวกับน้ำพุแล้วดันร่างวิญญาณชุดครามออกไป

‘แคร่ก!’ หว่างคิ้วของรูปสลักปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์แตกร้าวอีกครั้ง และกลายเป็นเช่นก่อนหน้าที่เว่ยเยวียนจะซ่อมแซมมัน

ทันทีที่วิญญาณชุดครามหลุดออกจากที่กัก เส้นทางสายใหญ่ที่สายลมหยินสร้างขึ้นก็ยื่นเข้ามาหายิ่งกว่าเดิมแล้วพัดพาเขาไป จากนั้นมันก็หดเล็กลงแล้วหายไปที่ปลายขอบฟ้า

และปราณสีดำสายนั้นที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องก็รวมกันเป็นใบหน้าขนาดใหญ่อันเลือนรางที่มองมายังทั่วทั้งเมืองจิ้งซาน

ซ่าหลุนอากู่ถอนหายใจ รู้สึกราวกับปลดภาระหนักและสิ้นหวังไปพร้อมกัน

ตั้งแต่เว่ยเยวียนผนึกเทพพ่อมด จนกระทั่งเขาฟื้นคืนชีพขึ้นก็ผ่านไปเป็นเวลาห้าเดือนแล้ว

เวลาห้าเดือนนี้ กลับทำให้สำนักพ่อมดเสียโอกาสดีๆ ที่จะกลืนกินพรมแดนทางเหนือและใช้พรมแดนเหนือเป็นฐานที่มั่นในการลงใต้และกลืนกินภาคกลาง

“บัดนี้จิ่วโจวตกอยู่ในความวุ่นวาย เทพมารสวมหนังปลอมตนนั้นหวนกลับมายังจิ่วโจว ครึ่งก้าวสู่เทพยุทธ์พ้นจากปัญหาแล้วรวมตัวขึ้นใหม่ หากลั่วอวี้เหิงผ่านด่านเคราะห์สำเร็จ เช่นนั้นลัทธิเต๋าก็จะมีเทพเซียนเดินดินเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว สถานการณ์เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ”

“เจตจำนงสวรรค์เป็นเช่นนี้!”

ซ่าหลุนอากู่ส่ายหน้าอย่างเสียใจ

ขณะที่เอ่ยพูด ใบหน้าเลือนรางที่เกิดจากปราณสีดำมารวมกันบนท้องฟ้าก็แตกสลาย พังทลาย และหดตัวกลับเข้าไปอยู่ในรูปสลักเทพพ่อมด

ดวงตาของรูปสลักที่เดิมทีว่างเปล่าก็ปรากฏแสงหม่นหมองสองดวงขึ้น พลางจ้องมองรูปสลักปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ตรงข้าม

หากสังเกตดูดีๆ จะพบว่ารอยร้าวที่หว่างคิ้วของรูปสลักปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังแพร่กระจายและยื่นขยายออกไปทีละนิดๆ ท่ามกลางการ ‘จ้องมอง’ นี้

ตลอดทั้งกระบวนการเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง แต่มั่นคงไม่เปลี่ยนผัน

…

“หมดเวลาแล้ว!”

ซ่งชิงเอ่ยเสียงแผ่ว

“ฝ่าบาท หนึ่งเค่อได้ผ่านไปแล้ว ท่านวางธงกวักวิญญาณเสียเถิด ถือนานไปจะทำร้ายพระวรกายมังกรได้”

ฮว๋ายชิ่งกัดฟันแน่นและโบกธงกวักวิญญาณต่อไปโดยไม่สนใจการห้ามปรามของซ่งชิง

ท่ามกลางเสียง ‘พรึ่บ พรั่บ’ ความร้อนจากธูปที่ซ่งชิงจุดขึ้นก็ค่อยๆ มลายหายไป เศษเถ้าถ่านต่างร่วงลงมา

ซ่งชิงส่ายหน้าพลางถอนหายใจ

ผ่านมาอีกหนึ่งเค่อ ฮว๋ายชิ่งก็ตัวสั่นเทา ธงกวักวิญญาณในมือหลุดออกแล้วตกกระแทกพื้นเสียงดัง ‘ตึง’

ไม่ได้เป็นเพราะนางคิดล้มเลิก แต่นางมาถึงขีดจำกัดแล้ว จึงไม่อาจถือธงกวักวิญญาณให้มั่นได้อีก

ดวงหน้าขาวสล้างงามละออเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีเข้ม ริมฝีปากสีแดงก็กลายเป็นสีดำอมม่วง สองแขนของนางก็มีน้ำแข็งเคลือบอยู่หนาแน่น

อาวุธเวทมนตร์ชั้นสูงอย่างธงกวักวิญญาณนั้น ไม่มีวัสดุหลักสักชิ้นเดียวที่เกี่ยวข้องกับโลกของผู้อยู่เหนือสามัญ นางในขั้นสี่ยากจะควบคุมมันได้เป็นเวลานานๆ

เมฆครึ้มปกคลุมเต็มท้องฟ้า จากนั้นลมหยินก็หยุดพัด

วิญญาณหยินที่วนเวียนอยู่รอบหอดูดาวก็ค่อยๆ จากไปเช่นกัน

“ฝ่าบาท ถอนพิษเถิด”

ซ่งชิงหยิบขวดกระเบื้องออกมาจากในอกเสื้อแล้วโยนไปให้ส่งๆ

ไม่มีความคิดที่จะยกถวายด้วยสองมือเลย

คนที่ทำการศึกษาทดลองมักไม่ค่อย ‘ฉลาด’ พอ

ดังนั้นฮว๋ายชิ่งจึงไม่รับ นางเดินตรงไปหาเว่ยเยวียนแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั่นโดยไม่เอ่ยพูด ในแววตามีความผิดหวังอย่างล้ำลึก

ในชั่วขณะนี้เอง ซ่งชิงกลับมองเห็นความโศกเศร้าจากองค์จักรพรรดินี

เขาพลันคิดขึ้นได้ว่า หากเขาจำไม่ผิด ตอนที่ฮว๋ายชิ่งยังเป็นองค์หญิงก็คล้ายจะเรียนวิชาเดินหมากกับเว่ยเยวียนอยู่หลายปี

ทันใดนั้น ค่ายกลเรียกวิญญาณที่เท้าของฮว๋ายชิ่งก็สว่างขึ้นมา จากนั้นประกายแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นมาบนฟ้าและซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แล้วพุ่งเข้าหาหอดูดาวที่สูงตระหง่านเทียมเมฆอย่างรวดเร็ว

แสงทองนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงไม่กี่อึดใจก็เข้ามาใกล้กับแท่นแปดทิศแล้ว จากนั้นก็พุ่งเข้าสู่ภายในร่างในชุดครามที่กลางค่ายกลภายใต้การ ‘คุ้มกัน’ ของสายลมหยิน

ฮว๋ายชิ่งถอยออกจากค่ายกลในชั่วขณะนี้ ดวงตาคู่งามจดจ้องไปยังร่างในชุดครามโดยไม่แม้แต่จะกะพริบ

ทันใดนั้น ดวงตาของชายในชุดครามก็สั่นไหวและค่อยๆ เปิดออก

เขามองไปยังท้องฟ้าเงียบๆ สามวินาที จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมาแล้วมองดูรอบข้าง สุดท้ายสายตาก็ไปตกอยู่บนร่างของฮว๋ายชิ่ง

จอนผมของเขาสีขาว ในดวงตาแฝงความโชกโชนที่สั่งสมมาหลายปี จากนั้นก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา

“ไม่ได้เจอกันนาน ฝ่าบาท!”

ฮว๋ายชิ่งขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาเงียบๆ

“เว่ยกง…”

…

นอกเมืองหลวง ชายชุดดำผู้หนึ่งขี่ม้าพุ่งออกจากประตูเมืองแล้วทะยานออกไป

…

ยงโจว

สวี่ผิงเฟิงรู้สึกได้ถึงบางอย่าง จึงใช้วิชาเคลื่อนย้ายเพื่อหนีห่างและหลบหลีกปราณดาบจากชายชราได้

จากนั้นก็หันหน้าไปมองทางเหนือ เห็นอยู่ว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แต่ท้องฟ้าทางเหนือกลับมีดวงดาวเจิดจรัสส่องประกายอยู่

“เว่ยเยวียน…”

ในฐานะโหรขั้นสอง การอ่านปรากฏการณ์ดวงดาวคือความสามารถที่อยู่ในขอบเขตอยู่แล้ว

สวี่ผิงเฟิงค่อยๆ กำหมัดแน่น หน้าผากมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาชัดเจน

เว่ยเยวียนฟื้นคืนชีพไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ร่างกายอ่อนแอเช่นนั้นจะไปทำสิ่งใดได้?

แต่ถ้าหากลั่วอวี้เหิงผ่านด่านเคราะห์ได้อย่างราบรื่น เช่นนั้นต้าฟ่งก็ไม่เพียงมีพลังต่อสู้เหนือสามัญสมดุลกับฝั่งอวิ๋นโจวเท่านั้น แต่ในสมรภูมิ ต่อให้สวี่ผิงเฟิงจะชื่นชมชีก่วงป๋อแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถต่อกรกับเว่ยเยวียนได้

“ข้าต้องไปที่ทางเหนือสักหน ต่อให้ต้องใช้ร่างอวตารก็ตาม…”

สวี่ผิงเฟิงกวาดตามองชายชราด้านล่าง แล้วนวดหว่างคิ้วด้วยความรู้สึกปวดหัว

หากคิดจะทรมานจอมยุทธ์ขั้นสองจนตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในวันสองวัน

‘ช่างเป็นหินโสโครกในห้องปลดทุกข์ยิ่งนัก’

…

ซินเจียงตอนใต้

ในป่าบุพกาลนอกหุบเหวลึก แม่ย่าเทียนกู่มองไปทางเหนือผ่านแมกไม้ที่ปกคลุมหนาแน่น

“เว่ยเยวียนฟื้นคืนชีพแล้ว”

แม่ย่าเทียนกู่หรี่ตาลง ใบหน้ายับย่นเผยรอยยิ้มเล็กน้อย

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลว่าใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำแล้วจะสูญเปล่าอีกแล้ว”

หลงถูและพวกผู้นำเผ่าพันธุ์กู่ทั้งหลายได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจขึ้นมา จากนั้นก็ขมวดคิ้ว

หลวนอวี้ผู้ทรงเสน่ห์ขมวดคิ้วขนงทรงประณีต

“เขาฟื้นคืนระดับฝึกตนในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือ?”

แม่ย่าเทียนกู่ส่ายหน้า

หลงถูผิดหวังไปครู่หนึ่ง

“เช่นนั้นจะมีประโยชน์อันใดเล่า ยังต้องดูด้วยว่าสวี่ชีอันยังสามารถคุมศึกช่วงชิงนี้ได้หรือไม่”

โหยวซือกล่าว

“ต้าฟ่งต้องแพ้แน่แล้ว พวกเราไม่เพียงแต่ขาดทุนย่อยยับ แต่ไม่แน่ว่าอาจจะถูกดึงไปคิดบัญชีร่วมด้วยก็ได้”

สิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจคือ เจ้าสวี่ชีอันผู้นี้ยังไม่ได้มอบศพโบราณนั่นให้เขาเลย

แม่ย่าเทียนกู่หัวเราะขึ้นมาเมื่อเห็นใบหน้าย่ำแย่ของผู้นำแต่ละคน

…

หอดูดาว แท่นแปดทิศ

เว่ยเยวียนนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะที่เดิมเป็นของท่านโหราจารย์ ในมือถือชาร้อนหนึ่งถ้วย เขาจิบมันแล้วส่ายหน้า

“ไม่มีชาของเทพดอกไม้หรือ?”

ฮว๋ายชิ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขากักเก็บอารมณ์ทุกอย่างเอาไว้ แล้วยิ้มมุมปากเบาๆ จนแทบมองไม่เห็น

“เว่ยกงเชิญไปขอจากสวี่ชีอันได้”

ซ่งชิงถูกไล่ออกไปจากแท่นแปดทิศแล้ว แน่นอนว่าตัวเขาเองก็ดีใจยิ่ง ถึงอย่างไรเรื่องเล็กๆ ไม่น่าพูดถึงอย่างการฟื้นคืนชีพเว่ยเยวียนก็ไม่พอทำให้เขาละทิ้งงานทดลองแปรธาตุในมือ

เว่ยเยวียนวางชาลงแล้วเอ่ย

“สวี่ชีอันไม่มี นั่นแปลว่าต้าฟ่งมาถึงสถานการณ์ที่ล่อแหลมแล้ว ท่านโหราจารย์ผู้นั้นถูกใครผนึกเอาไว้ล่ะ?”

ฮว๋ายชิ่งผู้ซึ่งไม่เคยเปิดเผยข้อมูลใดๆ ออกไปแม้แต่นิดเหลือบมองชายหนุ่มจอนผมขาวแล้วถอนหายใจออกมา

“เว่ยกง ก่อนที่ท่านจะไป ได้คิดเอาไว้ก่อนแล้วหรือไม่ว่าตัวเองจะฟื้นคืนชีพอีกครา? ตอนนี้ต้าฟ่งอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมจริงๆ ฮว๋ายชิ่งจึงอยากจะขอคำชี้แนะจากท่าน”

……………………………………………..

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 776 ชุดคราม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved