cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 774-2 จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 774-2 จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน (2)
Prev
Next

บทที่ 774 จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน (2)

หลังจากหยุดพักประมาณหนึ่งเค่อ กองทัพก็เก็บกระเป๋าเดินทางและเสบียงเรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะไป

สวี่ซินเหนียนกับหลี่เมี่ยวเจินตัดสินใจทิ้งทหารราบไว้เพื่อดูแลสัมภาระและนำทหารม้าล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งก้าว เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการทหารม้าให้มีความคล่องตัวเต็มที่และรีบไปสนับสนุนสวินโจว

“นักบวชเต๋าหลี่จำต้องใช้เวลาในการส่งข่าว ตามสถานการณ์ปัจจุบัน หากมีการเสริมกำลังอย่างทันท่วงที โอกาสที่สวินโจวจะรอดพ้นจากวิกฤตก็ยิ่งมีมากขึ้น ท่านใช้กระบี่ราชวงศ์บินไปได้ ดังนั้นจึงควรไปแจ้งหยางเยี่ยนและเหล่ายอดฝีมือกลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์ไว้ก่อน

“ให้พวกขั้นสี่สนับสนุนสวินโจวไปก่อน”

สวี่ซินเหนียนขี่ม้าของตัวเองและควบไปอย่างดุเดือด มือข้างหนึ่งจับบังเหียนไว้ มืออีกข้างกั้นลมที่พัดเข้ามาและตะโกนเสียงดัง

หลี่เมี่ยวเจินพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของสวี่เอ้อร์หลาง ไม่ว่าทหารม้าจะเร็วแค่ไหนก็ไม่เร็วเท่ายอดฝีมือขั้นสี่ ยิ่งไปกว่านั้นยอดฝีมือขั้นสี่ยังแยกตัวจากกองทัพเพื่อสนับสนุนสวินโจวอยู่แล้ว พวกเขาปิดบังตัวตนได้ดีกว่าและสามารถหลอกศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ดูที่อยู่พวกเขาก่อน” หลี่เมี่ยวเจินพูด

สวี่เอ้อร์หลางหยิบกระจกเทพฮุ่นเทียนออกจากแขนเสื้อเขาทันที ดูตำแหน่งของหยางเยี่ยน ฟู่จิงเหมิน เซียวเยว่หนูและยอดฝีมืออื่นๆ ทีละคน

เขาไม่เพียงทำเครื่องหมายกองทัพข้าศึกเท่านั้น แม้แต่กองทัพพันธมิตรก็ยังทำเครื่องหมายไว้ด้วยเช่นกัน

หลี่เมี่ยวเจินจดจำตำแหน่งยอดฝีมือขั้นสี่อย่างเงียบเชียบ กระบี่บินในฝักกลางหลังส่งเสียงดังและโลดเต้นไปมากลางอากาศ

นางกำลังจะกระโดดขึ้นไปบนสันกระบี่ราชวงศ์แล้วจากไป แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสวี่ซินเหนียนกู่ร้อง

“หยุด!”

เขาหยิบธงออกจากกระเป๋าม้าของเขาทันทีและร่ายรำเป็นภาษาหมากรุกว่า “หยุดทัพ”

มีเสียง ‘ฮึ่ย’ ดังขึ้น แม้กองทหารม้าทั้งปวงจะเร่งรีบแต่ก็มิได้โกลาหลและในที่สุดก็หยุดลง

หลี่เมี่ยวเจินขมวดคิ้ว

“มีอะไรผิดปกติ”

สวี่ซินเหนียนรีบพูดอย่างรวดเร็ว

“สิบห้าลี้ข้างหน้า เราพบกองทัพข้าศึกประมาณสองพันนาย”

‘ถ้าจำนวนสองพันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่’…หลี่เมี่ยวเจินโล่งใจ แต่สวี่เอ้อร์หลางยังพูดไม่จบทั้งยังมีสีหน้าไม่สู้ดี

“บางส่วนเป็นทหารม้าเกราะหนัก!”

หลี่เมี่ยวเจินชักสีหน้าเล็กน้อย ในสมรภูมิทางบก กองทหารม้าเกราะหนักย่อมเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดใหญ่ที่อยู่ยงคงกระพันเสมอ ภายใต้กองทหารม้าเหล็ก พวกเขาสามารถบดขยี้ศัตรูทั้งหมดลงได้

มีเพียงปืนใหญ่หนักเท่านั้นที่ว่ากันว่าอยู่ในพิสัยที่จะยิงได้ แล้วทำให้ทุกอย่างกลายเป็นผืนดินไหม้เกรียม จึงจะสามารถสกัดกั้นกองทหารม้าเกราะหนักได้

สวี่ซินเหนียนพูดเสียงหนักแน่น

“เจ้าพูดถูก ชีก่วงป๋อได้ส่งกำลังคนไปสวินโจวแล้ว”

‘วู้ววว!’

เสียงหวีดร้องโหยหวนดังมาจากฟากฟ้า เหยี่ยวนกเขาตัวหนึ่งร่อนลงต่ำ มันเจอกองทัพทหารพรานต้าฟ่งจึงส่งเสียงร้องเตือน

หลี่เมี่ยวเจินเลิกคิ้วดั่งกระบี่ชี้ไปทางเหยี่ยวนกเขาที่พุ่งทะยานฟ้า

กระบี่บินกู่ก้องร้องคำรามพุ่งทะลุเหยี่ยวนกเขาตัวนั้น

สวี่ซินเหนียนมองไปที่กระจกเทพฮุ่นเทียนทันที เขาใจสั่นเมื่อเห็นภาพกองทหารม้าเบาจากพื้นที่นั้นเร่งความเร็วและพุ่งตรงมาด้านนี้

“พวกเขามาแล้ว!”

สวี่ซินเหนียนคิดมาตรการตอบโต้ในใจอย่างรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ วิธีจัดการที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือการเข็นปืนใหญ่ออกมาและใช้โจมตีคู่ต่อสู้โดยตรง

แต่ปืนใหญ่สิบกระบอกที่พวกเขาบรรทุกมาพร้อมกับสัมภาระทั้งหลายนั้นยังอยู่กับทหารราบ

หลี่เมี่ยวเจินฉุกคิดถึงกระบี่บินจึงรีบพูดว่า

“เอ้อร์หลาง เจ้านำทหารม้าชั้นยอดสองพันนายล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นข้าจะเลิกทัพนกนางแอ่นเหิน สิ่งสำคัญคือต้องสนับสนุนสวินโจว อย่าใช้กำลังพลทั้งหมดที่เจ้ามีที่นี่”

สวี่ซินเหนียนเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ทว่าไม่ใช่คนเด็ดขาด เขายังเชื่อมั่นในความสามารถของหลี่เมี่ยวเจิน ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าทันที

“ถ้าเช่นนั้น นักบวชเต๋าหลี่ รักษาตัวด้วย!”

เขาโบกธงให้สัญญาณ ชักม้าและควบม้าพาทหารม้าชั้นยอดไปทางดินแดนรกร้างด้านขวาด้วยตัวเอง

มีทหารม้ายอดฝีมืออยู่หนึ่งพันห้าร้อยนายในกองทัพนกนางแอ่นเหิน ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ปราบโจรในอวิ๋นโจวด้วยกันในตอนนั้นกับคนที่มาจากแม่น้ำและทะเลสาบ อย่างเช่น หลี่ซื่อหลิน

ทหารม้ากองนี้มีความโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังรบเดี่ยวหรือกำลังรบหมู่

หลี่เมี่ยวเจินกล้ารั้งอยู่ข้างหลังจริงๆ นางมั่นใจว่าบางทีนางอาจเขมือบกองทัพข้าศึกที่อยู่บนถนนแคบๆ นี้ได้ในคราวเดียว

สวี่ซินเหนียนเดินไปได้หลายสิบอึดใจก็เริ่มรู้สึกว่าพื้นดินสั่นสะเทือน เสียงเกือกม้าย่ำเท้าจากที่ไกลเข้ามาใกล้ แล้วม้าประมาณหนึ่งพันห้าร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตา

ทั้งสองฝ่ายมองเห็นกันจากระยะไกล แต่ จู่ๆ ผู้ขับขี่นับพันคนที่ควบม้าอยู่ก็หยุดกะทันหัน ขณะหยุดก็วุ่นวายโกลาหลแต่มิได้เร่งร้อน

“หลี่เมี่ยวเจิน!”

แม่ทัพผู้นำขบวนถือทวนวงเดือนเล่มใหญ่ สวมชุดเกราะสีทองเข้ม ผิวสีทองแดง ใบหน้าเย็นชาแข็งกระด้าง

จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินในชุดเกราะสีเงินสวมเสื้อคลุมสีแดงจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง

“หาหนูกันอยู่รึ?”

หวังชูผู้ถือทวนวงเดือนเล่มใหญ่ได้ยินดังนั้นก็โกรธจัดและตะคอกใส่ว่า

“ครั้งที่แล้ว เจ้ากับสวี่ซินเหนียนไล่ล่าข้าเป็นระยะทางสามสิบลี้ วันนี้ข้ามาเพื่อแก้แค้น”

อย่างไรเสีย เขาก็เป็นผู้บัญชาการกองพันทหารเสี่ยวฉี เป็นจอมยุทธ์ขั้นสี่ผู้สง่างาม ในสายตาหลี่เมี่ยวเจิน เห็นเขาเป็นไก่หรือไม่ก็สุนัขอย่างนั้นหรือ?

หลี่เมี่ยวเจินพูดว่า “อ้อ”

“เป็นนายพลผู้พ่ายแพ้นี่เอง”

ในสนามรบนางสังหารคนมานักต่อนักจึงจดจำรูปร่างหน้าตาศัตรูไม่ค่อยได้

แต่ชื่อของจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสวี่เอ้อร์หลางจากกองทัพอวิ๋นโจว กองทัพนกนางแอ่นเหินภายใต้บังคับบัญชาของนางนั้นกล้าหาญและเก่งฉกาจในการต่อสู้ ด้วยกำลังรบจากยอดฝีมือเหล่านี้ล้วนทำให้ทุกคนหวาดหวั่นสุดขั้วหัวใจ

ในทางกลับกัน ฝูงชนที่หลี่หลิงซู่ ฉู่หยวนเจิ่น กับหยางเชียนฮ่วนนำพามา มักเป็นผู้มีชัยเหนือกองทัพนกนางแอ่นเหินจึงทำหน้าที่รับผิดชอบในการอุดรอยรั่ว

ไม่ใช่ว่าคนของพรรคฟ้าดินไร้ความสามารถ แต่กองกำลังยอดฝีมือแต่ละคนล้วนมีหัวหน้าคอยดูแล

ผู้เชี่ยวชาญในการรบร้อยครั้ง

หวังชูผู้ครอบครองทวนวงเดือนเล่มใหญ่เย้ยหยัน

“แต่วันนี้จะมีคนมาจัดการเจ้า”

สิ้นเสียงก็รู้สึกว่าพื้นสั่นสะเทือนอีกครั้งและก็มีเสียงเกือกม้าดังขึ้น

ปรากฏทหารม้าสวมเกราะหนักสีดำขึ้นในคลองจักษุของกองทัพนกนางแอ่นเหิน ม้าที่อยู่ในกองทหารม้าเกราะหนักนี้สูงและแข็งแรงกว่าม้าทั่วไปมาก ทั่วทั้งตัวล้วนปกคลุมไปด้วยเกราะหนา

ขุนศึกบนหลังม้าติดอาวุธหนักเพื่อฟาดฟัน สวมใส่ชุดเกราะหนักเป็นเหล็กหนาสีดำ มีกะบังหน้าปิดบังใบหน้าและถือดาบอยู่ในมือ

ดาบนี้เรียกว่าดาบสับม้าว่ากันว่าในการโจมตีเพียงครั้งเดียว คมดาบจะผ่าม้าและคนออกเป็นสองเสี่ยง

หวังชูยกมือซ้ายขึ้นและสะบัดมืออย่างรุนแรง กองทหารม้าเบาหนึ่งพันห้าร้อยนายที่เขานำมาแยกออกเป็นสองกลุ่มและกระจายกำลังออกไปล้อมรอบกองทัพนกนางแอ่นเหินเพื่อจับคู่สองกลุ่มซ้ายขวา นี่เป็นยุทธวิธีทั่วไปของทหารม้าเกราะหนักและทหารม้าเบา

กองทหารม้าเบาย่อมว่องไวกว่ากองทหารม้าเกราะหนัก ถ้าทหารจำพวกแรกอยากหนี ทหารจำพวกหลังก็ทำได้เพียงเฝ้าดู

เพื่อชดเชยความคล่องตัวที่สูญเสียไป กองทหารม้าเกราะหนักที่มีขนาดใหญ่กว่าจำต้องแต่งกองทหารม้าเบาจำนวนมากไว้คอยช่วยเหลือ

ในตอนนี้ กองทหารม้าเบาที่หวังชูนำมามีหน้าที่รับผิดชอบควบรวมสองอย่างในกลุ่ม คือไล่ล่าและเข้าขัดขวางกองทัพข้าศึก

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูรายใด?”

หวังชูถือทวนวงเดือนเล่มใหญ่ วาดภาพกลางอากาศราวกับมั่นใจในชัยชนะ

“นี่คือกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่!”

“เป็นกองทัพไพ่ตายที่ราชครูปลูกฝังมาเช่นเดียวกับกองทัพอสูรเหินเวหา เป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือและเป็นปรมาจารย์ผู้อยู่ยงคงกระพันที่ดับลมหายใจสุดท้ายของต้าฟ่ง”

ความมั่นใจในตนเองของหวังชูนั้นสมเหตุสมผล ไม่อวดดีสุ่มสี่สุ่มห้า

มีกองกำลังหลักสองกลุ่มภายใต้คำสั่งของราชครู กลุ่มหนึ่งคือ ‘ตำหนักความลับสวรรค์’ ที่รวบรวมข้อมูลเป็นหลักและอีกกลุ่มคือกลุ่มยี่สิบแปดดารา…มังกรเขียวชิงหลง พยัคฆ์ขาวไป๋หู่ วิหคแดงจูเชวี่ย เต่าดำเซวี่ยนหวู่

พยัคฆ์ขาวไป๋หู่ เป็นผู้พิทักษ์ลับที่รับผิดชอบปกป้องเจ้าหน้าที่ระดับสูงในอวิ๋นโจว ซึ่งเดิมทีนำโดยปิศาจพยัคฆ์ขาวไป๋หู่ผู้ยิ่งใหญ่

ว่ากันว่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่สิ้นชีพลงในกลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์ที่เจี้ยนโจวเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

วิหคแดงจูเชวี่ยเป็นทหารม้าเหินเวหา คำรามราวกับสายลมและได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวผ่านการต่อสู้จริงมาแล้ว

ส่วนมังกรเขียวชิงหลงเป็นเพียงทหารเรือที่ไม่เคยปฏิบัติงานจริง

สุดท้ายยังมีกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ ที่สามารถอยู่ยงคงกระพันในการรบทางบกได้ โอ้ ใช่ ทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ห้าร้อยนายในตอนนี้ ก็เป็นเพียงกองพันหนึ่งของกองทัพทหารม้าเหล็กเต่าดำเซวี่ยนหวู่

ชุดเกราะและดาบสับม้าบนตัวทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ห้าพันนายล้วนเป็นอาวุธเวทมนตร์ทั้งสิ้น ทหารม้าสิบนายสามารถบดขยี้ยอดฝีมือทหารม้าเบาห้าสิบนายล่วงหน้าในสนามรบได้ ไม่ง่ายเลยที่จะรักษากองทหารม้าเกราะหนักขนาดใหญ่เช่นนี้ไว้และค่าใช้จ่ายทางทหารย่อมตกเป็นภาระของทางฝ่ายราชครู

ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ราชครูได้กัดกร่อนอำนาจของรัฐต้าฟ่งและยึดเงิน อาหารและแร่เหล็กด้วยความช่วยเหลือจากสายลับรองเจ้ากรมการคลังโจวเสียนผิง ซึ่งส่วนหนึ่งถูกใช้ในการสร้างกองทหารม้าเกราะหนักนี้ขึ้น

ระหว่างการรบที่ชิงโจว ทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ได้ซ่อนกระบี่ไว้ในฝัก และนายพลชีก่วงป๋อได้ ‘ซ่อนตัวอยู่ในหิมะ’ ซึ่งเป็นการกดดันก้นกล่องอีกวิธีหนึ่ง

เวลานี้ ในหมู่ทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ ทหารม้าชั้นนำได้ยกดาบสับม้าขึ้นและคำรามเสียงต่ำ

กองทหารม้าเกราะหนักห้าร้อยนายยกดาบขึ้นและตะโกนตอบโต้

ทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่พุ่งเข้าใส่กองทัพนกนางแอ่นเหิน

เมื่อเห็นเช่นนี้ หวังชูก็ตะโกนเสียงดัง

“คันธนูและหน้าไม้พร้อม!”

ทหารม้าหนึ่งพันห้าร้อยนายปลดหน้าไม้ออกทีละคนแล้วเล็งไปยังกองทัพนกนางแอ่นเหินที่กำลังเผชิญหน้ากับกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่

“ปล่อย!”

หลี่เมี่ยวเจินใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งตบหลังม้าแล้วทะยานขึ้น ทันใดนั้นกระบี่บินก็มารองรับฝ่าเท้านางทันที

ม่านตาของจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินไม่ขยับ ใบหน้านางไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมามีเพียงความรู้สึกเฉยเมย

นางเหยียดแขนออกไปด้านข้างและขยับฉับไว

ในชั่วพริบตา ลูกธนูเบี่ยงออกจากวิถีของมัน ทั้งเบี่ยงไปทางซ้ายหรือลอยไปทางขวา ลอยขึ้นหรือจมลง โดยไม่อาจสัมผัสตัวกองทัพนกนางแอ่นเหินได้เลย

ในระหว่างนี้ กองทัพนกนางแอ่นเหินและทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ได้เข้าต่อสู้กันแบบประชิดตัว

‘ตูม!’

ทหารกองทัพนกนางแอ่นเหินหลายสิบนายในแถวหน้าถูกกองทหารม้าเกราะหนักสังหารในที่นั้นทันที พวกเขารีบหมุนตัวหันหลังหนี

คนขี่ม้าที่สูญเสียม้าไปรีบวิ่งไปข้างหน้า โชคดีที่เขาไม่อ่อนแอ ดังนั้นเขาจึงหมุนตัวตรงจุดนั้นเพื่อทรงตัว

ทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ที่อยู่ด้านหลังเหวี่ยงดาบสับม้าของตัวเองแล้วศีรษะก็ลอยขึ้นตอบสนองเสียงนั้น ตัดหัวผู้ขี่ม้ากองทัพนกนางแอ่นเหินที่สูญเสียม้าไปในจุดนั้น

มียอดฝีมือระดับหลอมวิญญาณเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองเห็นวิกฤตล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการฟันที่ทรงพลังได้

ทหารม้าเกราะหนักเหล็กดำเป็นเหมือนกรวยขนาดใหญ่เข้าไปสกัดในกองทัพนกนางแอ่นเหิน เกิดเสียงปะทะที่ป่าเถื่อนรุนแรงดังขึ้นไม่รู้จบอันเป็นวิชาของกองทหารม้าเกราะหนัก

แต่กำลังรบของทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่อาจไม่ด้อยกว่ากองทัพนกนางแอ่นเหิน กองทัพที่ชีก่วงป๋อถือว่าเป็นไม้เด็ดจึงย่อมต้องเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ

ทหารทัพนกนางแอ่นเหินถูกตัดศีรษะคาหลังม้าไม่หยุดหย่อนหรืออาจต้องสูญเสียม้าไป ผู้ที่ตกจากหลังม้าจะถูกชนถูกเหยียบอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากมีทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่อยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นความหวังที่เกินจริงว่าทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่จะชะลอความเร็วทำให้การเก็บเกี่ยวศีรษะเป็นไปอย่างง่ายดาย

ทันทีที่พวกเขาสู้รบ กองทัพนกนางแอ่นเหินก็สูญเสียผู้คนไปหลายร้อยคน

หลังจากที่ทั้งสองกองทัพปะทะกัน ทหารม้าอวิ๋นโจวซ้ายขวาก็หยุดยิง

หลี่เมี่ยวเจินตบซองที่อยู่ตรงเอวและธงสีดำก็บินออกไปอันแล้วอันเล่าก็ตกลงสู่พื้น อุณหภูมิโดยรอบเย็นลงทันที

ในเวลาเดียวกัน ผีตัวแล้วตัวเล่าก็ล่องลอยออกมาจากซองและร้องไห้คร่ำครวญพลางพุ่งเข้าโจมตีทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่

ผีตัวแล้วตัวเล่าหลอมละลายอยู่บนชุดเกราะของทหารม้าเหล็กเต่าดำเซวี่ยนหวู่และกลายเป็นควันสีเขียวด้วยพลังของอาวุธเวทมนตร์ ส่งผลด้านลบกับทหารม้าเกราะหนักที่ตบะอ่อนแอบางคน เช่น ตึงเครียดและปวดหัว

การเลี้ยงผีเป็นเพียงมรรควิถีเล็กๆ และเป็นวิชาพิสดารในลัทธิเต๋า

เนื่องจากพลังโจมตีของผีอ่อนแอเกินไป มีแต่ผู้บำเพ็ญขั้นต่ำเท่านั้นที่ไม่สามารถรับมือผีขั้นสูงได้

ผู้บำเพ็ญในลัทธิเต๋าเลี้ยงผีไม่ใช่เพื่อทำร้ายคน แต่เพื่อไล่ผีออกไป

หลี่เมี่ยวเจินไม่คาดคิดว่าสิ่งไม่สมบูรณ์ที่นางเพิ่งรวบรวมมาได้เมื่อไม่กี่วันก่อนจะสามารถจัดการกับกลุ่มทหารม้านองเลือดและเป็นศัตรูกับพวกนี้ได้ จุดประสงค์คือเพื่อรบกวนเท่านั้น

วิญญาณทหารในสนามรบนั้นเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ที่สุด หลังจากที่คนคนหนึ่งตาย วิญญาณของสวรรค์และมนุษย์ทั้งสองดวงจะออกจากร่างของพวกเขา แต่พวกมันบอบบางมากและสามารถถูกวิญญาณชั่วร้ายและศัตรูในสนามรบพัดพาไปได้อย่างง่ายดาย

แม้ว่าจะรักษามันไว้ แต่ก็ไม่สมบูรณ์ทว่าวิญญาณพวกนั้นกลับเป็นหุ่นเชิดอย่างสมบูรณ์แบบ

การโจมตีด้วยผีฆ่าตัวตายทำให้กองทัพนกนางแอ่นเหินตีคืนมาได้เล็กน้อยด้วยความได้เปรียบจากจำนวนที่มากกว่า พวกเขาขี่ม้าเข้าโจมตีและสังหารกองทหารม้าเกราะหนักที่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นสิบๆ นาย

หลี่เมี่ยวเจินใช้มือทั้งสองข้างร่ายคาถากระบี่และเป่านกหวีดเบาๆ

กระบี่บินกวัดแกว่งฉวัดเฉวียน “ฮู่ม” แล้วกลายเป็นสายรุ้งสีขาวและพุ่งออกไป แทงทะลุทหารม้าเกราะหนักสีดำคนแล้วคนเล่า

‘ติ๊ง!’

หลังจากแทงผ่านทหารแปดนายในคราวเดียว กระบี่บินก็ถูกทหารม้าเกราะหนักกระแทกจนปลิวกระเด็น

ดาบสับม้าในมือทหารม้าเกราะหนักเปื้อนเลือด ใบมีดเปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณทำให้อากาศบิดเบี้ยว

หัวหน้าทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ห้าร้อยนาย

จอมยุทธ์ผู้มีพื้นฐานตบะอันแข็งแกร่ง

เขาเงยหน้าขึ้น สวมกะบังหน้ากากเหล็กและมองแม่ทัพหญิงผู้กล้าหาญอย่างเย็นชา จากนั้นก็กระแทกสีข้างม้าและพุ่งเข้าหาจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน

หลี่เมี่ยวเจินหยิบดาบสงครามที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นและควบคุมให้ลอยขึ้นไปในอากาศ จากนั้น เทพเจ้าหยินที่ลอยอยู่เหนือหัวนางก็โฉบลงมา

รู้กันดีอยู่แล้วว่า ไม่มีใครสามารถต่อสู้กับจอมยุทธ์แบบตัวต่อตัวได้ แต่เทพเจ้าหยินลัทธิเต๋าถือเป็นข้อยกเว้น

จอมยุทธ์ย่อมไม่มีวิธีจัดการกับเทพเจ้าหยิน แต่เทพเจ้าหยินสามารถจัดการกับจิตเดิมที่เข้ามาเล่นงานได้ แน่นอนว่าในเวลานี้ร่างกายของหลี่เมี่ยวเจินได้กลายเป็นจุดอ่อน

นั่นคือเหตุผลที่นางใช้ดาบบิน เพราะทำให้ร่างกายนางอยู่ในระยะที่ค่อนข้างปลอดภัย

เทพเจ้าหยินของหลี่เมี่ยวเจินทะลุผ่านร่างหัวหน้ากองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่โดยไม่มีสิ่งใดมากีดขวางและไหลออกมาทางด้านหลัง ในมือบีบคอจิตเดิมของเขาไว้แล้วลากออกมาจากร่าง

ในขณะที่จิตเดิมของจอมยุทธ์ผู้นี้ ร่างกายส่วนบนถูกลากออกนอกร่างแต่ร่างกายส่วนล่างยังดื้อรั้นไม่ยอมออกมา

สามารถดึงจิตเดิมครึ่งหนึ่งออกมาได้อย่างง่ายดาย หมายความว่าตบะของผู้เป็นหัวหน้าอยู่ในขั้นห้า ซึ่งเป็นรองหลี่เมี่ยวเจินอยู่หนึ่งขั้น

ในเวลานี้ กล้ามเนื้อขาของหวังชูพลันระเบิดออก ขณะที่เท้าของเขากำลังเหยียบโกลนอยู่ ร่างกายม้าส่วนที่อยู่ใต้เป้าเขากู่ร้องโหยหวนและคุกเข่าลง เขาลุกขึ้นต้านลมเดินผ่านทหารม้าที่กำลังต่อสู้กันและใช้ทวนวงเดือนเล่มใหญ่ฟันไปที่ร่างกายหลี่เมี่ยวเจิน

‘เคร้ง!’

กระบี่บินพุ่งออกหน้าทว่าพลาดคมทวนวงเดือนไป

หลี่เมี่ยวเจินตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการต่อสู้กับจิตเดิมของจอมยุทธ์สลายแรงอย่างเด็ดเดี่ยว เหยียดนิ้วทั้งห้าเข้าไปในตัวแล้วดึงกลับอย่างดุเดือด

กระบี่ราชวงศ์บินออกไป

นางกวาดเข้าหาตัวเหมือนลมกระโชกแล้วเทพเจ้าหยินก็กลับมายังที่ที่นางอยู่

นางมองไปยังทหารม้าที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น ทันใดนั้นจิตเดิมของนางก็ลุกโชน

…

‘ติ๊ง!’

หลี่ซื่อหลินเหวี่ยงดาบของเขาและฟาดลงบนชุดเกราะของทหารม้าเกราะหนักอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟ แต่ชุดเกราะกลับไม่แตก

ด้วยดาบเล่มนี้ เขามีพลังปราณเพียงพอ แต่มันกลับทำให้เกิดเพียงรอยบากสีขาวบนเกราะของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ควรต้องรู้ว่านักบวชเต๋าธรรมดาสามัญทั่วไปไม่สามารถทนต่อแรงสับของเขาได้

‘สัตว์ประหลาดชัดๆ’…หลี่ซื่อหลินแอบสาปแช่งและเตะทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ออกจากหลังม้าทันที

จ้าวไป๋หลงกับกุ้ยถงฟู่ที่อยู่ข้างหลังพวกเขาขี่ม้าและกวาดผ่านไป พวกเขาร่วมกันกำจัดทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ไปให้พ้นตัวม้า

ขณะที่หลี่ซื่อหลินกำลังจะปรบมือ เขาก็ชนเข้ากับกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาศัยน้ำหนักที่แตกต่างกัน อีกฝ่ายสังหารม้าของหลี่ซื่อหลินอย่างไม่มีเหตุผลแล้ววิ่งเข้าไปในภูเขา

หลี่ซื่อหลินผู้เจนสนามย่อมรู้ดีว่าการสูญเสียม้าท่ามกลางหมู่ทหารม้าหมายความว่าอย่างไร

“ขึ้นมา!”

จ้าวไป๋หลงเตะท้องม้าอย่างแรงแล้วรีบวิ่งขึ้นมาจากด้านหลัง และยื่นมือไปหาหลี่ซื่อหลิน

หลี่ซื่อหลินจับมือเขาและขึ้นขี่หลังม้าของเขา ไม่มีเวลาหายใจหรือพูดอะไรออกมา เขายังคงโจมตีและสังหารศัตรูต่อไป

‘เคร้ง!’

กระบี่บินที่แหลมคมเจาะช่องว่างในกองทหารม้าเกราะหนัก เสียงของหลี่เมี่ยวเจินก็ดังก้องฟ้า

“รีบเข้าสิ ถอยไป!”

นางเข้าไปพัวพันกับหวังชูทันที แต่ยังดื้อรั้นไม่ยอมเรียกกระบี่บินกลับเพื่อให้คอยช่วยกองทัพนกนางแอ่นเหินสังหารศัตรู

ทหารม้าหนึ่งพันห้าร้อยนายที่ล้อมรอบปีกซ้ายปีกขวาได้รวมตัวกัน ณ จุดจุดหนึ่ง และชุมนุมกันตรงหน้ากองทัพนกนางแอ่นเหินในระยะห้าสิบจั้ง

กองทหารม้าเบาที่มีพละกำลังดีเยี่ยมเตรียมเข้ายึดทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่และเริ่มการโจมตีรอบสอง

แต่กองทัพนกนางแอ่นเหินมีทหารม้าน้อยกว่าหนึ่งพันนาย ในที่สุดก็ทะลวงผ่านกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่และได้เผชิญหน้ากับกองทหารม้าเบาแห่งอวิ๋นโจว ซึ่งเพิ่มความเร็วในการวิ่งเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด

ฝ่ายหนึ่งเพิ่งประสบกับการโจมตีที่รุนแรง ทั้งความเร็วและกำลังภายในต่างลดลง ขณะที่กำลังภายในของอีกฝ่ายหนึ่งกลับเหมือนสายรุ้งที่ขึ้นถึงจุดสูงสุด

กองทัพนกนางแอ่นเหินแทบไม่มีโอกาสหายใจ

‘ข้าคงไม่สามารถแม้แต่จะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้’…ทุกคนในกองทัพนกนางแอ่นเหินตกตะลึง

หลี่ซื่อหลินผู้ได้รับการยกย่องจากท่านอาจารย์ของเขาตั้งแต่ยังเด็กกำกระบี่นินจาไว้ในมือ เขามองสหายของเขาด้วยใบหน้าที่ดุร้าย แต่ดวงตากลับสิ้นหวัง และมองไปยังทหารม้าเบาแห่งอวิ๋นโจวที่กำลังใกล้เข้ามา

สุดท้ายแล้ว เขาก็อดไม่ได้ต้องมองย้อนกลับไปยังหลี่เมี่ยวเจิน ที่อยู่ภายใต้แรงกดดันของหวังชูทวนวงเดือนเล่มใหญ่ และวิ่งฝ่าเข้าไปในกองทหารม้าเกราะหนักเต่าดำเซวี่ยนหวู่ และเห็นความเศร้าโศกปรากฏอยู่ในดวงตานาง

ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตและความตาย หลี่ซื่อหลินเริ่มฟุ้งซ่าน เขานึกถึงเหตุการณ์ที่พบกันครั้งแรกโดยไม่มีเหตุผล มันเป็นช่วงบ่ายที่มีแดดจัด นางเปิดตัวเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แต่สตรีผู้โด่งดังไปทั่วแม่น้ำและทะเลสาบกลับเอนกายพิงกระบี่ นางกล้าหาญไม่ยี่หระต่อสิ่งใด นางพูดจากลั้วรอยยิ้ม

“เจ้าอยากติดตามข้าหรือไม่? ที่แล้วมาช่างมัน ข้า หลี่เมี่ยวเจิน มีกฎอยู่จริงๆ หนึ่งข้อ”

“จดจำแต่ความดี อย่าถามถึงอนาคต!”

สติสัมปชัญญะของหลี่ซื่อหลินกลับมาอีกครั้ง จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่สูงส่งทอแสงอยู่ในดวงตา แล้วเขาก็ร้องคำราม

“ฆ่า!”

“ฆ่า!”

กองทัพนกนางแอ่นเหินกู่เสียงคำรามพร้อมเพรียงกัน

ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 774-2 จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved