cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 774 จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 774 จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน (1)
Prev
Next

บทที่ 774 จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน (1)

Ink Stone_Fantasy

ชายแดนตอนเหนือ!

เมฆหมอกเคราะห์กรรมค่อยๆ สลายตัว

ก้าวข้ามบ่วงกรรมโอสถสุวรรณแปดสิบเอ็ดวิถีไปได้อย่างราบรื่น แสงตะวันสาดส่องทะลุมวลหมู่เมฆาทันที ครอบครองฟากฟ้าจรดผืนดินอีกครั้ง

กลิ่นอายเคราะห์สวรรค์น่าหดหู่หายไปแล้ว ภายในระยะหนึ่งร้อยลี้นี้ สิ่งมีชีวิตที่ยังรอดชีวิตอยู่ทรุดตัวลงบนพื้นราวกับปลดเปลื้องภาระอันหนักอึ้งสู่ผืนดิน

เสื้อขนนกของลั่วอวี้เหิงพัดกระพือ หมวกดอกบัวถูกไหมสีฟ้าอ่อนรัดรึงไว้ ทั่วทั้งตัวนางมิมีสิ่งใดบุบสลาย โอสถสุวรรณที่อยู่เหนือหัวนางค่อยๆ ละลายลงมาหลังผ่านเคราะห์อัสนีเก้าสิบเก้าวิถีและแปดสิบเอ็ดวิถีไปแล้ว

โอสถสุวรรณละลายกลายเป็นน้ำสีทองราดรดตัวลั่วอวี้เหิง

ในชั่วพริบตา ทั้งตัวนางก็กลายเป็นร่างสีทองอร่าม ส่องแสงสีทองไร้ที่สิ้นสุด

ร่างกายที่จะคงอยู่ตลอดไป เสร็จสิ้น!

นับแต่นี้ไป หมื่นทิพยธรรมจักอยู่ยงคงกระพัน ไม่เสื่อมสลาย ไม่ถูกทำลาย ไร้เรื่องกังวลใดๆ ในโลกใบนี้

‘หึ่ม!’

กระบี่เทพในมือของลั่วอวี้เหิงระเบิดประกายแสงกระบี่น่าสะพรึงกลัวออกมา กระตือรือร้นอยากทดลองและต้องการกระโจนเข้าสู่สนามรบสังหารศัตรูทันที

นางมองไปทางสวี่ชีอันที่ทั้งตัวชุ่มโชกไปด้วยโลหิตและพยายามประคองตัวอยู่ในระยะไกล

“ยังอีกรึ?”

น้ำเสียงของไป๋ตี้ไม่แยแสเลยสักนิด “เจ้าไม่เห็นหรือว่า กำลังกายของเขาอ่อนแอเพียงใด ‘วิถี’ ที่มีศักยภาพในการระเบิดชนิดนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงไหน? ขีดจำกัดสูงสุดต้องไม่เกินหนึ่งขั้น ถ้าเจ้าไม่ช่วย เขาย่อมตายแน่”

ไป๋ตี้กำลังยั่วยุลั่วอวี้เหิงให้โจมตี เมื่อใดที่ลั่วอวี้เหิงกล้าเข้าร่วมการต่อสู้ นางจะสูญเสียตบะที่นางฝึกฝนมาและได้รับผลกระทบจากเคราะห์สวรรค์ขั้นสอง

หากลั่วอวี้เหิงเลือกที่จะถอยและซ่อนตัวเพื่อรวบรวมตบะของนาง แน่นอนว่าอย่างดีที่สุดถึงแม้สวี่ชีอันกับอาซูหลัวจะเป็นพวกเหนือมนุษย์แต่พวกเขาก็ต้องตายอย่างแน่นอน

ไป๋ตี้กับเจียหลัวซู่จะไม่ปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน

“ไม่ต้องมาสนใจข้าแล้วหลุดพ้นจากบ่วงกรรมไปซะ!”

สวี่ชีอันเลียมุมปากที่แตกเป็นแผลและพูดเสียงหนักแน่น

“ทำตามแผนการหลุดพ้นจากบ่วงกรรมต่อไป!”

แผนการรึ? ไป๋ตี้เลิกคิ้ว มันไม่ใช่สัตว์ร้ายไร้สมอง เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ตื่นตัวด้วยสัญชาตญาณ คิดวิเคราะห์ในใจและนึกถึงผู้แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ที่ต้าฟ่งมีอยู่ในหัว

เมื่อถูกบีบให้อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หากท่านต้องการกลับมา ท่านย่อมไม่อาจพึ่งพาเพียงกำลังของตัวเอง ส่วนใหญ่ย่อมต้องมีพันธมิตร แต่การต่อสู้เพื่อหลุดพ้นจากบ่วงกรรมครั้งนี้ พวกเหนือมนุษย์ในจิ่วโจวกำลังให้ความสนใจ ทุกคนล้วนอยู่บนกระดานหมากรุกและไม่น่ามีเรื่องประหลาดใจจากสวรรค์

‘อืม เป็นไปได้ว่าเจ้าหนูผู้นี้อาจกำลังจัดแสงสีเสียงเพื่อทำให้ตกใจ’ ลั่วอวี้เหิงหายใจเข้าลึกๆ หยิบยาออกมาสองสามเม็ดแล้วกลืนเข้าไป จากนั้นนางก็แยกร่างเป็นร่างธรรมเพศหญิงสี่ร่าง

พวกมันคือร่างดินที่ห่อหุ้มไปด้วยเกราะหิน ร่างอัคคีที่เร่าร้อนลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟแผดเผา ร่างวารีที่อบอวลไปด้วยไอน้ำสีดำและร่างวายุที่กอปรขึ้นจากกระแสลม

สภาพแวดล้อมรอบข้างมืดมิดโดยไม่รู้ตัวแล้วเมฆหมอกเคราะห์กรรมก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง บดบังแสงตะวันเสียสิ้น

พลังคุกคามอันน่าสยดสยองกวาดไปทั่วอาณาบริเวณหลายร้อยลี้

ร่างวายุที่กอปรขึ้นมาจากกระแสลมหมุนเวียนทะยานขึ้นและพัดพาไปสู่ท้องฟ้า

ระหว่างนั้นมีลมกระโชกแรงจนเกือบพัดหายไปหลายครั้ง

‘เปรี้ยง!’

ฟ้าร้องฟ้าผ่าแลบแปลบปลาบออกจากเมฆหมอกเคราะห์กรรม

ชะตาสี่สภาพระดับแรก ชะตาวายุพิโรธ!

ละทิ้งโอกาสรวบรวมตบะของตัวเอง ริอ่านจะดึงดูดเมฆหมอกเคราะห์กรรมเข้ามาและแข็งขันจะหลุดพ้นจากบ่วงกรรมไปอย่างขมีขมันงั้นรึ?

เจียหลัวซู่มีสีหน้าจริงจังและมองไปยังเซียนครองพิภพครึ่งก้าวผู้โด่งดังไปทั่วประเทศ

ลั่วอวี้เหิงไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?

…

สวี่เอ้อร์หลางค้นหาอย่างไร้จุดหมายผ่านกระจกเทพฮุ่นเทียนและจับตามองความเคลื่อนไหวของชีก่วงป๋อผู้นำทัพหลวงแห่งอวิ๋นโจวมาชุมนุมอยู่ในเมืองสวินโจว

เขาได้ส่งม้าเร็วไปรายงานยังเมืองสวินโจวเพื่อเตือนทหารอารักขาที่อยู่ในเมืองสวินโจว

จากนั้นจึงนำกองทหารม้าที่เตรียมพร้อมไว้ควบม้าไปยังสวินโจวทันที

เขาเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงของชีก่วงป๋อได้รางๆ…เพื่อจู่โจมสวินโจวโดยไม่ให้ตั้งตัว

แม้ว่าแนวหน้าของสวินโจวที่เป็นหัวใจสำคัญจะถูกโจมตีจนพินาศย่อยยับระหว่างสู้รบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแนวป้องกันของกองทัพต้าฟ่งจะยอมแพ้ ยังคงมีทหารพรานจำนวนมากตั้งค่ายอยู่ใกล้แนวป้องกันและส่งหน่วยสอดแนมออกไปลาดตระเวนตลอดเวลา

ถ้าเสียกำแพงเมืองก็อย่ารบบนกำแพงเมือง ให้ต่อสู้ในสนามรบ

แนวป้องกันจะไม่ยอมล่าถอยเพราะเสียเมือง เนื่องจากข้างหลังคือเมืองยงโจวที่ตลอดทางมีผู้คนอยู่มากมายนับไม่ถ้วน

พยุหเสนาบนแนวป้องกันถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มที่สลับซับซ้อน โดยมีหยางเยี่ยนและคนอื่นๆ เป็นผู้นำของเหล่ายอดฝีมือ ทหารจับฉ่ายที่นำโดยกลุ่มกบฏ เช่น ฉู่หยวนเจิ่นและเหล่าสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์

เนื่องจากคุณภาพของกองทัพไม่สม่ำเสมอจึงมีทั้งได้ชัยชนะและพบเจอการสูญเสีย อย่างเช่น สวี่ซินเหนียนเป็นผู้นำกองยอดฝีมือทหารม้าและด้วยความสามารถของกระจกเทพฮุ่นเทียน เขาจึงชนะการต่อสู้ติดต่อกันและปกป้องแนวป้องกันที่เขารับผิดชอบได้เป็นอย่างดี

ผิดกับหยางเชียนฮ่วน หลี่หลิงซู่และพยุหเสนาบางส่วนของกลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์ เมื่อทหารจับฉ่ายเหล่านี้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือทหารม้าของอวิ๋นโจว ไม่ว่าจะมีกี่หัวก็ไม่พอให้กองทัพอวิ๋นโจวฟันหัวแบะ

อย่างน้อยก็เป็นที่กล่าวขวัญกันว่า เหตุผลที่หยางเยี่ยนอยู่ในยงโจว เพราะลั่วอวี้เหิงกำลังหลุดพ้นจากบ่วงกรรมอยู่ทางชายแดนตอนเหนือจึงสามารถช่วยสกัดกั้นสัตว์ประหลาดและคนเถื่อนได้

เช่นเดียวกับเจียงลวี่จงกับจางไคไท่ ฆ้องทองคำทั้งสองคนได้กลับไปที่ด่านอวี้หยางแล้วและประจำอยู่ที่เมืองชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพสำนักพ่อมดส่งกองกำลังมาสนับสนุนระหว่างการสู้รบในที่ราบลุ่มภาคกลาง

ในฐานะผู้พิทักษ์ต้าฟ่ง ฆ้องทองคำออกจะเฉื่อยชาไปหน่อยและมักถูกกองทัพอวิ๋นโจวจูงจมูกอยู่เสมอ

หยางกงยังคงใช้กระจกเทพฮุ่นเทียนเพื่อจู่โจมกองทัพอวิ๋นโจวแบบสายฟ้าแลบ

แต่กองกำลังหลักของอวิ๋นโจวมีกองทหารแนวหน้าเพื่อสำรวจเส้นทางด้านหน้า รอบนอกมีหน่วยลาดตระเวนเฝ้าระวังและยังมีกองทัพอสูรเหินเวหาลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบน

จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีกองกำลังขนาดใหญ่บุกเข้ามาจู่โจม ในทางตรงข้ามหลี่เมี่ยวเจินกับคนอื่นๆ กลับใช้ค่ายกลส่งตัวของโหรเพื่อจุดไฟเผายุ้งฉางและทำเรื่องราวมากมายโดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

กองทัพอวิ๋นโจวไม่ได้ให้โอกาสเช่นนี้กับพวกเขาเลย

หลี่เมี่ยวเจินกับสวี่เอ้อร์หลางเดินไปที่แม่น้ำ ผู้อาวุโสกว่าคุกเข่าลงและพูดว่า

“ลงแส้ม้าเร็วขนาดนี้ก็ต้องพักสักหนึ่งเค่อ ไม่อย่างนั้นต่อให้เดินทางไปถึงสวินโจว เราก็จะเป็นแค่กองทหารที่เหนื่อยล้า สวินโจวถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาและชีก่วงป๋อก็อยากจะรีบไป แม้เขาจะไม่ทันได้คิดก็ตาม”

“หยางกงเพียงแค่ต้องยึดที่มั่นไว้และเมื่อกำลังเสริมมาถึง กองทัพอวิ๋นโจวก็ย่อมถอนตัวไปเอง”

สวี่ซินเหนียนพยักหน้าเล็กน้อย

ในชิงโจวสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาเคยประสบด้วยตัวเองมาแล้ว ตอนที่ถูกกองทัพอวิ๋นโจวล้อมอยู่ในเทศมณฑลซงซาน เขาขาดแคลนทั้งอาหารและยุทโธปกรณ์

หากผ่านพ้นไปได้ ย่อมต้องมีกำลังเสริมตามมา

ตอนนี้บทบาทเขาคือการเสริมกำลัง

สวี่เอ้อร์หลางหยิบผ้ามาซับเหงื่อ เช็ดฝุ่นออกจากใบหน้า จากนั้นก็ทำความสะอาดผ้าซับเหงื่ออย่างระมัดระวัง

เขาพูดด้วยความกังวล

“อาศัยความสะดวกสบายจากกระจกเทพฮุ่นเทียน เราค้นพบร่องรอยของทัพหลวงที่นำโดยชีก่วงป๋อล่วงหน้า เกรงว่าหยางเยี่ยน กลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์และคนอื่นๆ อาจรับมือไม่ทันและพวกเขาอาจถูกกองทหารม้าอวิ๋นโจวขวางไว้”

ชีก่วงป๋อเพียงต้องการสร้างความได้เปรียบเรื่องเวลาและทำลายเมืองสวินโจวในคราวเดียว ตราบใดที่เขายึดเมืองสวินโจวได้ เขาย่อมแบ่งยงโจวกับกองทัพต้าฟ่งเท่าๆ กันและผลักดันสงครามไปสู่ขั้นต่อไป…ต่อสู้เพื่อเมืองยงโจว

จากนั้นตามแผนการของผู้นำทัพอวิ๋นโจวต้องมีการจัดวางอย่างละเอียดถี่ถ้วน และต้องวางกำลังพลในแนวป้องกันเพื่อสกัดกั้นกองทัพต้าฟ่งทุกพื้นที่

ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สวี่ซินเหนียนก็หันไปเห็นหลี่เมี่ยวเจินทิ้งตัวลงริมตลิ่ง แล้ว ‘ส่งเสียงคร่อกๆ’ ราวกับกำลังกลั้วคอ จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างกอบน้ำขึ้นมาหนึ่งอุ้งมือแล้วสาดใส่ใบหน้าของนางอย่างรุนแรง

น้ำเย็นทำให้ใบหน้างดงามของนางเปียกโชก เส้นผมตรงขมับของนางชุ่มไปด้วยน้ำและเปรอะเลอะเกราะอกบนตัวนาง

จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินผู้ห้าวหาญไร้ขีดจำกัด

‘ไม่นะ เจ้าไม่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเลยรึ เจ้าต้องป่วยแน่ถ้าเจ้าดื่มน้ำที่ไม่ได้ต้ม โอ๊ะ แต่เจ้าเป็นยอดฝีมือขั้นสี่แล้วคงไม่เป็นไร’…สวี่ซินเหนียนมองไปทางอื่นเงียบๆ แอบซ่อนผ้าซับเหงื่อของเขาไว้และจ้วงน้ำกวักใส่หน้าตัวเองเพื่อแสดงความห้าวหาญ

หลี่เมี่ยวเจินหรี่ตามองเขา หรี่ตาแล้วพูดจากรุ่นรอยยิ้ม

“เจ้าเองก็ใช้กระจกเทพฮุ่นเทียนส่องสังเกตการณ์บ่อยครั้ง ลำพังแค่ข้อมือชีก่วงป๋อ หากกองทหารอื่นๆ ถูกกองทัพข้าศึกสกัดไว้ ก็ไม่สมเหตุสมผลที่พวกเขาไม่อยู่กับเราที่นี่”

รอยยิ้มสวยงามเปี่ยมอิสรเสรี

สวี่เอ้อร์หลางพยักหน้าเล็กน้อย เขามองไปทางบุรุษหนุ่มในกองทัพที่แอบมองจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินพลางพูดจากลั้วรอยยิ้ม

“ว่าแต่ เจ้าไปพายอดฝีมือเหล่านี้มาจากที่ใด?”

กองทัพส่วนตัวของหลี่เมี่ยวเจินล้วนมีกำลังรบสูงส่ง พวกเขาทั้งหมดล้วนฝึกฝนตบะมาเป็นอย่างดีและส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นเยาว์

“พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นสหายเก่าจากวันวาน” หลี่เมี่ยวเจินพูดจาคลุมเครือ

“สวี่หนิงเยี่ยนบอกเจ้าหรือไม่ว่าข้าเคยปราบกลุ่มโจรในอวิ๋นโจวและก่อตั้งกองทัพส่วนตัวของข้าเองขึ้น สมาชิกเหล่านี้ล้วนเป็นมิตรสหายจากทั่วโลกหรืออาจมาตามชื่อเสียงของข้า”

“พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นชายฉกรรจ์ทั้งสิ้น”

‘เห็นได้ชัดว่าตัวของเจ้ามันตะกละตะกรามมากเกินไปแล้ว’…สวี่เอ้อร์หลางพึมพำบอกตัวเองในใจ

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนหลี่เมี่ยวเจินกับพี่ใหญ่ต้าหลางจะมีความสัมพันธ์ที่แตกต่างจากปกติทั่วไป ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดหรือเป็นคนใกล้ชิดกัน

สวี่เอ้อร์หลางมีความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับนิสัยเจ้าชู้รักใคร่ใครง่ายดายของพี่ชาย เขาควรเป็นหนี้เพราะความเจ้าชู้ที่ทำให้ผู้อื่นรวมถึงตัวเองต้องเจ็บปวด

สำหรับตัวสวี่เอ้อร์หลางเอง เขามีความเฉพาะเจาะจงและชื่นชอบหวางซือมู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น? สำนักสังคีตนั่นคือสถานที่เช่นไร? เหล่าปัญญาชนล้วนไปยังสำนักสังคีตเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสายลมแสงจันทร์และความรักไม่ใช่เกี่ยวกับความรู้สึกรักใคร่

สวี่ซินเหนียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลดเสียงลงแล้วถามว่า

“นักบวชเต๋าหลี่คิดว่า พี่ใหญ่ต้าหลางของข้ามีหวังจะหลุดพ้นจากบ่วงกรรมในชายแดนตอนเหนือหรือไม่?”

หลี่เมี่ยวเจินขมวดคิ้ว

สวี่ซินเหนียนพูดต่อ

“แม้ว่าขั้นของข้าจะต่ำ แต่ข้ารู้ดีว่าช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นใหญ่โตขนาดไหน อาจพูดได้ว่าไม่มีโอกาสที่จะชนะเลย”

หลี่เมี่ยวเจินเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงพยักหน้าช้าๆ

“เจ้าพูดถูก ภายใต้สถานการณ์ปกติ ย่อมไม่มีโอกาสชนะ”

“แต่ถ้าเจ้ามองเห็นปัญหาได้ สวี่หนิงเยี่ยนก็ย่อมเห็นได้เช่นกันและผู้แข็งแกร่งเหนือมนุษย์อย่างอาซูหลัวกับจ้าวโส่วก็ย่อมมองเห็นเช่นกัน”

“สิ่งที่ข้าสามารถบอกเจ้าได้คือ ก่อนที่ลั่วอวี้เหิงจะหลุดพ้นจากบ่วงกรรม ผู้แข็งแกร่งเหนือมนุษย์เหล่านี้เคยรวมตัวกันและมีการพูดคุยเชิงลึกกันทั้งวันทั้งคืน”

“เชื่อมั่นในสติปัญญาของพวกเขาและเฝ้ารอผลการแข่งขัน แม้ว่าข้าจะคาดเดาหนทางทำลายการแข่งขันไม่ได้ก็ตาม”

สวี่ซินเหนียนพยักหน้าเล็กน้อย

ในขณะนี้ จู่ๆ ก็มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสวี่ซินเหนียนกับหลี่เมี่ยวเจินอย่างรุนแรงแล้วกระซิบว่า

“ใต้เท้าสวี่ โปรดหลีกทาง!”

พูดเช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าสวี่ซินเหนียนจะมีปฏิกิริยาเช่นไร มันก็ดันเขาออกไปอย่างนุ่มนวล

บุรุษผู้นี้ชื่อว่าหลี่ซื่อหลิน ถือกำเนิดในเจี้ยนโจว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งวิทยายุทธ เขากำพร้าตั้งแต่ยังเด็กและได้รับอุปการะจากสำนักระดับสามที่เรียกว่า ‘สำนักปราณแท้’ ตบะในขณะนี้ของเขาคือ ระดับหลอมปราณ

ในกลุ่มนิกายนี้ ถือได้ว่าเขาเป็นวีรบุรุษรุ่นเยาว์ผู้โดดเด่น

อิทธิพลจากความแข็งแกร่งของแม่น้ำและทะเลสาบในเจี้ยนโจว ทำให้หลี่ซื่อหลินมีความฝันที่จะเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมมาตั้งแต่เขายังเด็ก ปรารถนาจะขจัดการข่มเหงสตรีและเรื่องราวชั่วร้ายต่างๆ แล้วกลายเป็นวีรบุรุษรุ่นต่อไป

คู่หูที่สมบูรณ์แบบในความคิดของเขาคือนางฟ้าผู้ผดุงความยุติธรรมเช่นกัน

หลังจากได้พบหลี่เมี่ยวเจิน หลี่ซื่อหลินก็มั่นใจว่านางในดวงใจของเขาปรากฏตัวขึ้นแล้ว

แต่ท่านอาจารย์ผู้ฝึกวรยุทธ์และหลอมปราณให้เขาแต่ไม่ได้สอนความสามารถในการไล่ตามสตรีที่เขาชอบพอ นี่อาจเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าตัวท่านอาจารย์เองก็มีความรู้แค่ขั้นพื้นฐานและไม่สามารถสอนความรู้ระดับสูงกว่านั้นได้

ประกอบกับหลี่ซื่อหลินมีนิสัยชอบเก็บตัว หัวใจของเขาจึงเต้นระส่ำและมักพูดติดอ่างหลังจากคุยกับจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินเพียงไม่กี่คำ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงความในใจออกมาสักที

ทุกวันนี้เขาเดินตามรอยเท้าของจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินและไปที่อวิ๋นโจวเพื่อพบเจอนาง ทุกวันเขาใช้ชีวิตด้วยการเลียเลือดบนคมมีดและติดตามนางในดวงใจไปเงียบๆ ขณะที่ทำตัวเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมไปพร้อมกับนาง

หลี่ซื่อหลินเก็บงำความรู้สึกไม่เก่ง เมื่อเขาอยู่ในอวิ๋นโจวมักถูกพี่น้องในกองทัพล้อเลียนและพูดว่า

จอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินอาจไม่ทราบเจตนาของเขา เขาอาจเป็นบุรุษที่ดี แต่ให้นางชอบไปท่อนไม้ยังดีกว่า

แต่หลี่ซื่อหลินรู้สึกว่า แม้ตลอดชีวิตเขาจะไม่แสดงความในใจของเขาออกไป มันก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เขาสามารถติดตามจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหินท่องไปตามแม่น้ำและทะเลสาบเพื่อขจัดการข่มเหงสตรีและเรื่องราวชั่วร้ายด้วยกัน เรื่องนั้นย่อมไม่เป็นไร

อันที่จริงนั่นเป็นเรื่องดี

ดังนั้นเมื่อหลี่เมี่ยวเจินยุบไพร่พลพยุหเสนา เขาจึงเศร้าใจมาเนิ่นนาน

เมื่อไม่นานมานี้ หลี่เมี่ยวเจินได้ว่าจ้างกองกำลังเก่าและแต่งทัพขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขารู้ข่าว เขาก็อำลาอาจารย์ของเขาและเดินทางจากเจี้ยนโจวมายังยงโจว

ในตอนแรก พี่น้องหลายคนจากกองพันอวิ๋นโจวมาเพราะคำพูดของจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน

หลี่ซื่อหลินชื่นชอบความภักดีแบบนี้

ดังที่ฆ้องเงินสวี่กล่าวไว้ในบทกวี ตับและถุงน้ำดีเป็นโพรง ขนลุกตั้งชัน ระหว่างสนทนา ชีวิตและความตายย่อมเหมือนกัน และคำสัญญามีค่าหนึ่งพันตำลึงทอง

ยิ่งใกล้บ้านมากขึ้น ในที่สุดหลี่ซื่อหลินก็ดึงความกล้าออกมาสารภาพรักกับหลี่เมี่ยวเจิน ภายใต้การสนับสนุนของพี่น้องหลายคนที่ปราบโจรด้วยกันในอวิ๋นโจว

ไม่ใช่ว่าในที่สุดหลี่ซื่อหลินก็จะได้มันมา แต่เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม

ภัยคุกคามที่มาจากสวี่ซินเหนียน

ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลี่ซื่อหลินต้องระแวง เพราะใต้เท้าสวี่รูปงามเกินไป ตัดสินจากทัศนคติของจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน ดูเหมือนนางค่อนข้างคุ้นเคยกับเขา ทั้งพูดคุยและหัวเราะด้วยกัน

คุ้มค่าหรือไม่?

แม้ว่าเขาจะปลอบใจตัวเองเสมอว่าเป็นเรื่องดีที่ได้อยู่กับจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน แต่นั่นเป็นเพราะหลี่เมี่ยวเจินนั้นห้าวหาญ มีน้ำใสใจจริงไม่เสแสร้งและยังไม่มี ‘ศัตรู’ ที่น่าหวาดหวั่นรอบตัว

นับตั้งแต่สวี่ซินเหนียนปรากฏตัว หลี่ซื่อหลินก็รู้สึกว่าวิกฤตมาเยือน

ดังนั้นตามคำยุยงของจ้าวไป๋หลงกับกุ้ยถงฟู่ เขาจึงคิดที่จะบอกความในใจของเขากับจอมยุทธหญิงนกนางแอ่นเหิน

หลังจากหลี่ซื่อหลินบีบสวี่ซินเหนียนออกไป เขาก็มองใบหน้าด้านข้างไร้ที่ติของหลี่เมี่ยวเจินและลังเลที่จะพูด ไม่สามารถพูดอะไรที่สะสมอยู่ในใจมาเป็นเวลานานได้ ทำได้เพียงเช็ดใบหน้าและมืออย่างห่อเหี่ยว

หลี่เมี่ยวเจินพูดว่า

“ข้าจะไปตรวจสอบอาหารสัตว์”

‘อ่า นี่มัน’…หลี่ซื่อหลินมองตามหลังนางและทำท่าเอื้อมมือไปคว้านางไว้ในดวงใจเขา

ในตอนนี้สวี่ซินเหนียนยังมองตามหลังหลี่เมี่ยวเจินและชำเลืองไปยังหลี่ซื่อหลินที่หยาบคายกับเขาและเพื่อนสองคนที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดเบาๆ ว่า

“พวกเจ้าทุกคนล้วนชอบนาง”

“แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก…”

ดูเหมือนชายสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาจะสำลักน้ำลาย หน้าแดงและไออย่างรุนแรง

หลี่ซื่อหลินหันหลังกลับมาด้วยความประหลาดใจและจ้องตรงไปที่พวกเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวัง เขาสูญเสียความไว้วางใจระหว่างผู้คนไปแล้ว

สองคนนั้นคือจ้าวไป๋หลงกับกุ้ยถงฟู่

……………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 774 จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved