cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 773 ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 773 ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำ
Prev
Next

บทที่ 773 ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำ

Ink Stone_Fantasy

‘ตึงๆๆ!’

ณ กำแพงเมืองสวินโจว เสียงกลองอึกทึกดังก้องไปทั่วฟ้า ทหารอารักขาสวมเกราะถืออาวุธเรียงแถววิ่งมาที่กำแพงเมือง

ทหารอาสาเองก็ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี พวกเขาขนย้ายอุปกรณ์ป้องกันเมืองมาตั้งอย่างเป็นระเบียบ

ท่ามกลางเสียงกลองประจัญข้าศึก ตั้งแต่ทหารอาสาไปจนถึงเหล่าทหาร จากเหล่าทหารไปยังแม่ทัพ ทุกคนล้วนแสดงท่าทีเตรียมพร้อม มากด้วยประสบการณ์ สำหรับชาวเมือง การมีกองทัพที่แข็งแกร่งคอยปกป้องเมือง ถือเป็นพรอันประเสริฐ

สำหรับทหารอารักขาแล้ว ความขมขื่นจากสิ่งที่ประสบ มิใช่สิ่งที่คนนอกจะเข้าใจได้

ต้องผ่านการล้างบาปด้วยเหล็กและโลหิตกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก่อนจะสงบจิตใจเข้ารับการฝึกฝนได้อย่างเช่นทุกวันนี้

ขณะที่เสียงกลองดังขึ้นเหนือกำแพงเมือง ณ จวนข้าหลวง หยางกงสวมหมวกขุนนาง แต่งกายในชุดทางการ มองไปทางจางเซิ่นและหลี่มู่ไป๋ที่อยู่ในห้องโถง

“กองทหารชั้นยอดที่พามาจากชิงโจวถูกกำจัดจนเกือบสิ้นแล้ว กองทัพของยงโจวก็ถูกทำลายไปแล้วเจ็ดถึงแปดส่วน ตอนนี้ถึงตาพวกเราต้องออกไปต่อสู้ด้วยตนเองแล้ว”

หยางกงกล่าวยิ้มๆ ว่า “จิ่นเหยียน มู่ไป๋ พวกเรารู้จักกันมาครึ่งค่อนชีวิต แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันเลยสักครั้ง”

จางเซิ่นถอนหายใจ “สำนักอวิ๋นลู่เก็บตัวเงียบมานานกว่าสองร้อยปี จนชาวโลกหลงลืมไปนานแล้วว่าลัทธิขงจื๊อของข้านั้นแข็งแกร่งเพียงใด”

ปัญญาชนสำนักอวิ๋นลู่ในยุคสมัยที่ผ่านมาต่างมีความปรารถนาสองประการ

หนึ่ง ปัญญาชนลัทธิขงจื๊อได้หวนคืนสู่ราชสำนัก

สอง นักพรตสำนักใหญ่ในจิ่วโจวจะต้องระลึกถึงความหวาดกลัวที่ถูกลัทธิขงจื๊อครอบงำ

ก่อนที่ระบบโหรจะปรากฏขึ้นในที่ราบลุ่มภาคกลาง ผู้ค้ำจุนแผ่นดินอดีตราชวงศ์ทุกราชวงศ์ ผู้โอบอุ้มกระดูกสันหลังของราชวงศ์แห่งที่ราบลุ่มภาคกลาง หาใช่จอมยุทธ์กักขฬะ แต่เป็นลัทธิขงจื๊อ!

เป็นลัทธิขงจื๊อต่างหากที่ปราบพ่อมด ขับไล่สำนักพุทธ

ดินแดนประจิมทิศมีพุทธศาสนา ดินแดนอีสานทิศมีพ่อมด ซินเจียงตอนใต้มีเผ่ากู่ ดินแดนทิศอุดรมีคนเถื่อน…มีแต่พวกเศษสวะ!

มีเพียงลัทธิขงจื๊อแห่งที่ราบลุ่มภาคกลางเท่านั้นที่ทรงเกียรติที่สุดในจิ่วโจว

เมื่อสองร้อยปีก่อน รองปราชญ์เอกเฉิงประจบสอพลอจวิ้นอ๋อง ก่อตั้งราชวิทยาลัยหลวง ทำให้สำนักอวิ๋นลู่รวมถึงลัทธิขงจื๊อทั้งหมดต้องถูกขับออกจากราชสำนัก

ซ้ำร้ายยังมีโหราจารย์คอยเติมเชื้อไฟ

ส่งผลให้ลัทธิขงจื๊อต้องเก็บตัวเงียบตลอดสองร้อยปี ยอดฝีมือขั้นสามหายาก ขั้นสองและขั้นหนึ่งสาบสูญนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ผู้บำเพ็ญตนในจิ่วโจวทุกวันนี้ลืมเลือนความรุ่งโรจน์ของลัทธิขงจื๊อในยุครุ่งเรืองไปนานแล้ว

หลี่มู่ไป๋ขึงขังกว่าเดิม “กองทหารชั้นยอดของอวิ๋นโจวล้วนเดินทางมาที่นี่ทั้งหมด หากสังหารไปเรื่อยๆ กองทหารหัวกะทิของอวิ๋นโจวต้องสิ้นซากที่สวินโจวอย่างแน่นอน

“เจ้าสำนักอนุญาตให้จักรพรรดินีเข้าสู่ราชสำนักแล้ว หลังสิ้นศึกคราวนี้ คุณูปการของข้าและจิ่นเหยียนจะทำให้พวกข้าได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง ขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดี ภายภาคหน้าเมื่อพวกเราได้เลื่อนขั้นสู่ระดับเหนือมนุษย์แล้ว ค่อยไปแก้แค้นเจ้าสำนักเฒ่านั่นย่อมได้

“มันแย่งบทกวีไปจากพวกเราเสียหลายบท”

‘ไม่สิ แย่งไปจากข้าต่างหาก…’ หยางกงและจางเซิ่นต่างโต้เถียงกันอยู่ในใจ

สามปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มองหน้ากันและกัน แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ที่ที่ข้าอยู่ หาใช่ที่โถงจวน แต่เป็นกำแพงเมืองสวินโจว”

ลั่นประกาศิต!

ดวงไฟสุกใสสามดวงลุกโชนโอบคลุมร่างของทั้งสามคนไว้ พาพวกเขาหายวับไปจากโถงใหญ่

…

‘ตู้มๆๆ!’

บนกำแพงเมืองมีเสียงปืนใหญ่ดังลั่น กระสุนปืนใหญ่ลูกแล้วลูกเล่าลอยไปตกกลางทัพที่ปิดล้อมเมืองไว้อย่างแน่นหนา

กระสุนปืนใหญ่แต่ละลูกล้วนแผ่ขยายเป็นดวงไฟ เศษดินปืน เศษหิน และแขนขาระเบิดกระจัดกระจาย

หลังจากที่ทัพกบฏอวิ๋นโจวต้องจ่ายความสูญเสียเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนถึงระดับหนึ่ง ก็ประสบความสำเร็จในการเคลื่อนปืนใหญ่ และรถยิงหน้าไม้เข้าใกล้ระยะโจมตีกำแพงเมือง

จากนั้นทั้งสองทัพก็เปิดฉากยิงใส่กัน แข่งขันพลานุภาพคลังแสง

กองทัพข้าศึกที่หนาแน่นใช้ปืนใหญ่ของตนเป็นแนวขวาง เร่งรุดไปใต้กำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว จากนั้นเปิดฉากบุกโจมตีเมืองราวกับฝูงมด

ทัพที่บุกไปชุดแรกคือทัพเบิกทางและทัพฝ่ากำแพงเมือง ทั้งสองทัพใหญ่แบ่งออกเป็นเก้าทัพเล็ก มีจำนวนคนทั้งสิ้นสามพันหกร้อยนาย ประกอบด้วยชาวยุทธ์และทหารใหม่ มีจอมยุทธ์ขั้นสลายแรงหรือนักรบกระดูกเหล็กผิวทองแดงเป็นผู้นำ

บทบาทของทั้งสองทัพมีความชัดเจน คือเพื่อเปิดทางให้ร้อยกองทัพยอดทหารราบที่ติดตามมา

ดังนั้นการบาดเจ็บล้มตายของทัพเบิกทางและทัพฝ่ากำแพงเมืองจึงสูงที่สุด ทว่าชีก่วงป๋อหาได้ใส่ใจ การจะเป็นแม่ทัพได้ต้องเข้าใจหลักการที่ว่าความเมตตาสั่งการทหารไม่ได้ และต้องจำให้ขึ้นใจว่าควรใช้ทหารดั่งโคลนตม

นับแต่โบราณกาล การฝ่ากำแพงเมืองจำเป็นต้องแลกมาด้วยชีวิตของทหาร

ชีก่วงป๋อหยิบกล้องส่องทางไกลออกมา ดูการสู้รบฝ่ากำแพงอย่างดุเดือดบนกำแพงเมืองอยู่ไกลๆ

ภายใต้เกราะกำบังจากปืนใหญ่ ทัพเบิกทางและทัพฝ่ากำแพงเมืองต้องเผชิญหน้ากับท่อนซุงและลูกธนู หลังจากที่จ่ายด้วยราคาอันน่าสยดสยอง พวกเขาก็ปีนขึ้นไปบนกำแพง และเปิดฉากเข่นฆ่าทหารอารักขาได้ในที่สุด

ช่องโหว่ถูกเปิดออกแล้ว

ชีก่วงป๋อหยิบธงเล็กสองสี ได้แก่สีแดงและสีดำออกมาจากถุงสัมภาระหลังม้า ด้วยสีหน้าสงบราบเรียบ

ธงสีดำสื่อถึงร้อยยอดกองทัพ ประกอบด้วยทหารราบทั้งสิ้นหนึ่งหมื่นนาย โดยมีหยางชวนหนาน อดีตสมุหเทศาภิบาลอวิ๋นโจว รวมถึงยอดฝีมือขั้นสี่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้นำ เป็นทหารชั้นยอดผู้สืบทอดสายเลือดมาอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นต้าฟ่งหรืออวิ๋นโจว กองกำลังหลักคือทหารราบ

จะมีทหารม้าสักกี่มากน้อย ที่ราบลุ่มภาคกลางก็เทียบกับแดนเหนือไม่ได้ ที่นั่นมีทั้งทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มีแกะ วัวและม้าพันธุ์ดีอยู่รวมกันเป็นฝูง

‘ตึงๆๆ!’

เสียงกลองรบดังขึ้น ร้อยกองทัพที่กระตือรือร้นอยากจะเข้าสู่สนามรบเต็มแก่ก็รีบกรูออกไป กองทัพเรือนหมื่นแผ่ขยายตัวออกไป ตามผู้นำของแต่ละกองไปยังกำแพงเมือง

“ปืนใหญ่บนกำแพงเมืองรุนแรงใช่ย่อย”

ชีก่วงป๋อโยนธงสีแดงให้กับรองแม่ทัพ

รองแม่ทัพทำตามคำสั่งของเขาทันที ไม่นาน ธงที่ปักลายนกยักษ์สีแดงผืนใหญ่ก็โบกสะบัดอย่างแรง

“แกว๊ก!”

เสียงร้องดังก้องไปทั่วฟ้า ทัพวิหคแดงก็พุ่งทะยานจากด้านหลังทัพใหญ่ กระพือปีกทะยานออกไป

คนขี่นั่งตัวสั่นบนหลังวิหคยักษ์ขนสีแดงก่ำ กรงเล็บของมันเกี่ยวถังน้ำมัน โผบินไปสู่กำแพงเมือง

น้ำมันสาดกระจายเหนือกำแพงเมือง ราดลงบนกำแพง ทางม้า และบนตัวทหาร

บนกำแพงเมืองเกิดรอยไหม้และเปลวไฟขึ้นทั่วบริเวณ น้ำมันที่ตกลงมาจากฟากฟ้าเป็นน้ำมันเดือดปุดๆ ที่ใช้ย่างสดทหารอารักขาต้าฟ่ง

พลอากาศถือเป็นปรมาจารย์ของทหารชั้นยอด ถือเป็นอันดับหนึ่งเหนือทหารจำพวกใด เหนือกว่าทั้งทหารม้าเกราะหนักและพลปืนใหญ่

ในยุคสมัยนี้ยังไม่มีแนวคิดเรื่อง ‘การครองอากาศ[2]’ รู้แค่ว่าเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งควบคุมการโจมตีทางอากาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ถือเป็นหายนะร้ายแรงสำหรับอีกฝ่ายหนึ่งเลยก็ว่าได้

การรุกรานจากทัพวิหคแดงประกอบกับการปิดล้อมเมืองของร้อยกองทัพ ทำให้สถานการณ์ฝั่งกำแพงเมืองสวินโจวสูญเสียการควบคุม

หยางกงและปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ต่างระดมกำลังลั่นประกาศิต และพยายามดับไฟให้ได้

ทว่ายอดฝีมือในร้อยกองทัพมีมากมายราวกับปุยเมฆ บีบให้พวกเขาต้องรับมือกับการประหัตประหาร ไม่อาจละมือไปจัดการกับพลอากาศที่โฉบไปมาราวกับสายลม

ในเมืองมีกองทัพอสูรเหินเวหาอยู่

นายทหารฝ่ายเสนาธิการคนหนึ่งหันไปมองเหล่าปรมาจารย์ซินกู่ที่เตรียมตัวพร้อมออกรบ จ้องมองอสูรเหินเวหาเกล็ดสีดำดุร้าย แล้วโค้งคำนับกล่าว

“ศึกครั้งนี้ จำต้องทำให้พลอากาศของข้าศึกสิ้นฤทธิ์ ต้องรบกวนทุกท่านแล้ว”

ถ่าโม่ยิ้มยิงฟัน

“อย่างไรก็ต้องสู้ให้ตายไปข้าง นักรบเผ่าซินกู่พูดแล้วไม่คืนคำ ในเมื่อรับปากกับฆ้องเงินสวี่แล้วว่าจะมอบชีวิตให้กับราชสำนักที่ราบลุ่มภาคกลางของพวกเจ้า ย่อมไม่เสียดายชีวิต”

ในเมืองสวินโจว กองทัพอสูรเหินเวหาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า บินเข้าสู่สนามรบอย่างกล้าหาญ เข้าประจัญบานกับกองทัพวิหคแดง

หลังจากทัพฝ่ากำแพงเมือง และทัพเบิกทางเปิดช่องโหว่บนกำแพงเมืองด้วยชีวิตแล้ว การต่อสู้อันดุเดือดครั้งที่สองก็เริ่มขึ้นในระดับความสูงที่แม้แต่จอมยุทธ์ขั้นสี่ก็ไม่อาจเอื้อมถึง

วิหคยักษ์สีแดงเพลิงที่บินนำหน้าไม่มีคนขับขี่ มันเป็นมหาปีศาจขั้นสี่ที่ถูกครอบครองโดยสวี่ผิงเฟิงเมื่อนานมาแล้ว มันเป็นผู้นำของทัพวิหคแดง

ในสงครามครั้งแรกของอำเภอซงซาน มันนำกองทัพวิหคแดงสังหารกองทัพอสูรบินของเผ่าซินกู่ไปกว่าครึ่ง จนจำนวนอสูรบินลดลงจากสี่ร้อยตัว เหลือเพียงสองร้อยยี่สิบตัว

ขณะที่กองทัพอสูรเหินเวหาจำนวนลดลง กองทัพวิหคแดงเองก็เสียหายอย่างหนักเช่นกัน กองทัพวิหคแดงที่เหลืออยู่สี่ร้อยตัว เป็นพลอากาศที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของอวิ๋นโจว

ความจองหองไม่กลัวตายของนักรบเผ่าซินกู่สร้างความประทับใจอย่างสุดซึ้งให้กับมหาปีศาจขั้นสี่ตัวนี้

วินาทีที่พลอากาศทั้งสองฝ่ายปะทะกันกลางอากาศ มหาปีศาจวิหคแดงสยายปีกสองข้างไปด้านหลัง ยืดตัวตรง กางเล็บที่แหลมคมยิ่งกว่าเหล็กกล้าตะปบตัวถ่าโม่

ถ่าโม่เป็นคนแรกที่เข้าสู่ขั้นสี่ ตบะของเขาเทียบกับมหาปีศาจวิหคแดงไม่ได้ การต่อสู้ในระยะประชิดอ่อนด้อยยิ่งกว่า ทว่าสิ่งที่เผ่าซินกู่เชี่ยวชาญคือเรื่องการควบคุม เพียงผิวปากเบาๆ ทีเดียว ก็สามารถใช้เสียงเป็นตัวกลางควบคุมจิตเดิมของมหาปีศาจวิหคแดงได้

กรงเล็บคมกริบที่กำลังจะตะครุบร่างของถ่าโม่นิ่งไปเล็กน้อย ในจังหวะนั้นเอง อสูรยักษ์เกล็ดดำที่ถ่าโม่ควบคุมก็บินผ่านร่างของมหาปีศาจวิหคแดงไป ดาบยาวในมือของเขาผ่าท้องของวิหคแดงเกิดประกายแสงแสบตา

มีเพียงขนสีแดงไม่กี่เส้นที่หลุดร่วงลงมา

พลอากาศไม่เหมือนม้า เมื่อได้บินแล้วไม่สามารถหยุดบินได้ ผู้นำทัพทั้งสองฝ่ายบินเข้าหาและชนกันเองอย่างจัง

มหาปีศาจวิหคแดงวกกลับ สองปีกดั่งใบมีด เฉือนนักรบเผ่าซินกู่สองคน รวมถึงอสูรของอีกฝ่ายเป็นท่อนๆ ในทันที เลือดสดๆ เปรอะเปื้อนขนสีแดง ยิ่งดูน่าเกรงขาม

อีกด้านหนึ่ง ถ่าโม่ขี่อสูรยักษ์เกล็ดดำ พลางใช้วิชากู่สยบวิหคแดงไปด้วย กวัดแกว่งดาบฟาดฟันผู้ขับขี่กองทัพวิหคแดงไปตามทาง

ศพของอสูรยักษ์เกล็ดดำและนกยักษ์ขนแดงร่วงหล่นจากฟ้าทีละตัวๆ

ช่วงท้ายของต่อสู้ระลอกแรก ตำแหน่งของทั้งสองฝ่ายเกิดความพลิกผัน ต่างฝ่ายต่างสูญเสียผู้ควบคุมไปกว่าสามสิบราย

พลอากาศสองฝ่ายบินไปเรียงแถว ถ่าโม่ยกดาบขึ้นสูง พลางตะโกนก้องด้วยภาษาถิ่นซินเจียงตอนใต้

“นักรบเผ่าซินกู่ ตามข้ามา!”

การจู่โจมอันดุเดือดระลอกที่สองสิ้นสุดลง ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียผู้ควบคุมไปกว่ายี่สิบราย ซากศพตกลงมาราวกับห่าฝน

หลังจากการต่อสู้ระลอกที่สาม กองทัพอสูรเหินเวหาของเผ่าซินกู่เหลืออสูรบินอยู่เพียงหนึ่งร้อยตัว กองทัพวิหคแดงเหลือวิหคแดงอยู่สองร้อยหกสิบตัว หากตัดมหาปีศาจวิหคแดงที่เป็นผู้นำทัพออกไปแล้ว พลังต่อสู้ของกองทัพวิหคแดงแต่ละตัว อ่อนด้อยกว่ากองทัพอสูรเหินเวหาของเผ่าซินกู่ลิบลับ

ซินกู่เชี่ยวชาญด้านการควบคุมกู่สัตว์ร้ายเป็นทุนเดิม และยังส่งผลกระทบต่อพลอากาศของฝ่ายศัตรูได้อีกด้วย

หลังจากการโจมตีระลอกที่สี่ เผ่าซินกู่เหลือผู้ควบคุมอยู่เพียงห้าสิบราย ส่วนกองทัพวิหคแดงเหลือผู้ควบคุมอยู่หนึ่งร้อยแปดสิบราย

มหาปีศาจวิหคแดงไม่ยอมแลกชีวิตกับชีวิตอีกต่อไป กองทัพวิหคแดงสี่ร้อยตัวเหลือเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบตัว นางเจ็บปวดจนเลือดแทบหลั่งเป็นสาย กองทัพทั้งหมดนี้มีลูกหลานสายตรงของนางทั้งสิ้น

“เรื่องของราชสำนักต้าฟ่ง จำเป็นต้องให้พวกเจ้าคนซินเจียงตอนใต้ต้องหลั่งเลือดแทนด้วยหรือ”

วิหคแดงมหาปีศาจเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดแทง

“กองทัพอสูรเหินเวหาของเผ่าซินกู่สักกี่มากน้อยต้องมาถูกสังเวยเพื่อต้าฟ่ง มันคุ้มค่ากันหรือ ดูจากความโลเล ไร้ยางอายของราชสำนักต้าฟ่งแล้ว วันนี้พวกเจ้าต่อสู้จนตัวตายเพื่อต้าฟ่ง วันรุ่งขึ้นพวกมันอาจจะส่งกองทัพไปกวาดล้างเผ่าพันธุ์กู่ของพวกเจ้าก็ได้

“เรื่องตอบแทนบุญคุณด้วยความเกลียดชัง ราชสำนักต้าฟ่งน้อยหน้าเสียที่ไหน”

ถ่าโม่ส่งเสียง ‘หึ’

“นังตัวอัปรีย์ เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว นักรบเผ่าพันธุ์กู่ไม่กลัวตายโว้ย!

“พี่น้องเอ๋ย ตามข้ามา!”

ผู้ควบคุมของเผ่าซินกู่ที่เหลืออยู่เพียงห้าสิบคน ส่งเสียงคำรามเกรี้ยวกราด บังคับอสูรบินให้บินพุ่งโจมตีกองทัพวิหคแดง พวกเขาคิดถึงภารกิจของตนอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ต้าฟ่งพยายามจะทำนั่นคือการโค่นล้มสุดยอดทหารของกองทัพอวิ๋นโจว

นี่เป็นการโจมตีระลอกที่ห้าแล้ว

ตอนนี้มีกองทัพอสูรเหินเวหาเหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบราย พวกเขาร่วงหล่นสู่สนามรบเบื้องล่างเช่นเดียวกับสหายร่วมรบ หลับใหลในต้าฟ่งไปตลอดกาล

เหลือเพียงถ่าโม่ที่โชกเลือดเพียงคนเดียว เกราะที่สวมใส่แตกเป็นเสี่ยงๆ ดาบในมือม้วนงอ มีบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏบนตัวขึ้นหลายแห่ง

มหาปีศาจวิหคแดงโกรธจัด เพราะกองทัพวิหคแดงที่มันทุ่มเทกายใจฟูมฟักมาเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยตัว ความอุตสาหะกว่าสิบปีถูกแผดเผาจนสิ้น

“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าได้ตายอย่างสงบแน่ ข้าจะฉีกแขนขาเจ้า แหวกท้องเจ้า ค่อยๆ กัดกินเครื่องในของเจ้าไปทีละน้อย” วิหคแดงตะคอก

ถ่าโม่ก้มหน้ามองศพของเหล่าพี่น้องและศพของอสูรที่กระจัดกระจายไปทั่วทั้งบนกำแพงเมือง ทั้งในคูเมือง

“ตายหมดแล้ว”

มีประโยคหนึ่งของสวี่ซินเหนียน ญาติผู้น้องของฆ้องเงินสวี่ที่กล่าวไว้ได้ดีมากว่า ‘ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำฉันใด แม่ทัพย่อมตายเพราะสงครามฉันนั้น’

พูดได้สมเหตุสมผลยิ่งนัก เหตุใดเขาถึงพูดจาแบบนั้นบ้างไม่ได้

เขาอยากให้ลูกหลานของคนในเผ่าได้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนช่นเด็กๆ ชาวที่ราบลุ่มภาคกลางบ้าง

โชคดีที่โอกาสเช่นนี้กำลังจะเป็นไปได้ในอนาคต

เมื่อใดที่ต้าฟ่งคว้าชัยในศึกครั้งนี้มาได้ เผ่าพันธุ์กู่ในฐานะพันธมิตรจะได้ทำการค้าขายกับที่ราบลุ่มภาคกลาง เผ่าพันธุ์กู่จะไม่ขาดแคลนใบชา เครื่องลายคราม และผ้าไหมจากที่ราบลุ่มภาคกลางอีกต่อไป

ด้วยสติปัญญาของหัวหน้าฉุนเยียน เขาต้องคิดถึงการยืมตัวอาจารย์จากต้าฟ่งอย่างแน่นอน

การเรียนเป็นสิ่งที่ดี เด็กยิ่งเรียนยิ่งฉลาด

ถ่าโม่ก้มศีรษะ มองกำแพงเมืองสวินโจว แล้วตะโกนลั่น

“ฝากบอกฆ้องเงินสวี่ด้วย สัญญาที่ให้กับเผ่าพันธุ์กู่ของข้าห้ามขาดแม้แต่อีแปะเดียว นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรจะได้รับ

“ในป่าศิลานอกเมืองสวินโจวต้องมีป้ายสลักชื่อของพวกเรานักรบเผ่าพันธุ์กู่ ไอ้พวกลูกหมาคนที่ราบลุ่มภาคกลาง พวกเจ้าต้องจำพวกเราให้ขึ้นใจ”

หลังจากตะโกนออกไปแล้ว เขาก็ไม่รอคำตอบรับจากทหารอารักขากำแพงเมือง แต่ยกดาบที่บิดงอขึ้น แล้วตะโกนออกไป

“พี่น้องข้าเอ๋ย จงตามข้ามา!”

ทว่าด้านหลังของเขาไม่เหลือใครอีกแล้ว

ผู้ควบคุมเพียงหนึ่งเดียวสละชีพพุ่งโจมตี

…

กองทัพอสูรเหินเวหาของเผ่าซินกู่ถูกทำลายสิ้นซาก ตายในสงครามเมืองสวินโจวทั้งกองทัพ

…………………………………………….

[1] ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำ (瓦罐不离井上破) มาจากสำนวนเต็มที่กล่าวว่า ‘瓦罐不离井上破,将军难免阵前亡。’ ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำฉันใด แม่ทัพย่อมตายเพราะสงครามฉันนั้น หมาความว่าการทำสิ่งที่อันตรายบ่อยๆ จนประมาทเลินเล่อย่อมนำไปสู่หายนะ

[2] การครองอากาศ (制空权/Air Supremacy) หมายถึง ระดับการควบคุมทางอากาศ กองกำลังทางอากาศที่เหนือกว่า และมีอิทธิพลต่อกำลังทางอากาศของฝ่ายข้าศึกแบบเบ็ดเสร็จ ก่อให้เกิดเสรีในการปฏิบัติการในทุกมิติและทุกรูปแบบที่ต้องการ

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 773 ไหตักน้ำแตกเพราะปากบ่อน้ำ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved