cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 520 ความขัดแย้ง (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 520 ความขัดแย้ง (1)
Prev
Next

บทที่ 520 ความขัดแย้ง (1)

ยิ่งวันเปิดเจดีย์พุทธะใกล้เข้ามาเท่าไร ชาวยุทธ์ทั้งหลายก็ตบเท้าหลั่งไหลมายังเขาจินกวง และพยายามบุกเข้ามาในวัดซานฮัวมากขึ้นเท่านั้น

เกิดความบาดหมางขึ้นอย่างมากระหว่างสองฝ่าย แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ชาวยุทธ์ทั้งหลายไม่คิดจะบุกเข้าไปข้างใน เพียงแต่ส่งเสียงโห่ร้องอยู่รอบๆ วัด

จอมยุทธ์ภิกษุแห่งวัดซานฮัวออกมาคุ้มกันรอบวัด และเริ่มปะทะกับชาวยุทธ์ที่จำนวนเพิ่มขึ้น

ในโบสถ์ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ไต้ซือผานหลงเจ้าอาวาสวัดนั่งอยู่บนอาสนะ และหารือถึงวิธีการรับมือร่วมกับประธานภิกษุ และภิกษุอาวุโสทั้งหลายในวัด

“หลี่เมี่ยวเจินเทพธิดาแห่งนิกายสวรรค์มาก่อความวุ่นวายเมื่อตอนนั้น น่ารังเกียจนัก”

ประธานภิกษุผู้มีสถานะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาส เอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“ตอนนี้คนในยุทธภพมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไล่ก็ไม่ไป จะทำอย่างไรดี” ภิกษุอาวุโสรูปหนึ่งขมวดคิ้วแน่น

สถานการณ์ในปัจจุบันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขา เดิมทีในการคาดเดาของสำนักพุทธ คิดว่าซุนเสวียนจีแห่งสำนักโหราจารย์จะส่งกองทัพมาปราบปรามและชิงปราณมังกรไป

หากเป็นเช่นนี้ เทพอารักษ์ตู้หนานก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงมือจัดการ ต่อให้กองทัพเข้ามาโดยอ้างว่ามา ‘ปราบปีศาจ’ แต่สำนักพุทธเองก็มีเหตุผลรองรับเช่นกัน

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อรัญตาแห่งสำนักพุทธ แค่นี้ก็เป็นข้ออ้างในการฉีกสัญญาพันธมิตร และโจมตีต้าฟ่งได้แล้ว

แน่นอนว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ฉีกหน้ากันอย่างรุนแรง ความสัมพันธ์ของสำนักพุทธและต้าฟ่งยังไม่เลวร้ายลงถึงขั้นนั้น แต่สำนักพุทธสามารถกล่าวโทษต้าฟ่ง เรียกร้องการขออภัย และสิ่งชดเชยต่างๆ จากต้าฟ่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ใครจะล่วงรู้ว่ากองทัพต้าฟ่งไม่ได้มาเอง แต่กลับเป็นชาวยุทธ์กลุ่มใหญ่ที่มาแทน

ราชสำนักต้าฟ่งไม่มีทางชดใช้ในสิ่งที่คนพวกนี้ทำอย่างเด็ดขาด

“ไล่ไม่ไปงั้นหรือ อมิตตาพุทธ เช่นนั้นก็จงปัดเป่าให้สิ้นเสีย” ภิกษุอาวุโสรูปหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ประธานภิกษุพยักหน้าช้าๆ

“ถูกต้อง สำนักพุทธของเราเป็นสถานที่บรุสิทธิ์ผุดผ่อง จะปล่อยให้จอมยุทธ์จากต้าฟ่งมากระทำการป่าเถื่อนได้อย่างไร ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านไม่สร้างขบวนทัพสยบปีศาจวางไว้รอบวัด แล้วปล่อยให้พวกคนเหล่านั้นบุกทะลวงเข้ามาล่ะขอรับ วิธีนี้นอกจากจะหยุดยั้งฝูงชนได้อยู่หมัดแล้ว ยังเป็นการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาควบคุมพวกมันให้สงบเสงี่ยมได้

“แม้ว่าท่านเทพอารักษ์ตู้หนานจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็คงรู้สึกไม่พึงใจอยู่ลึกๆ พวกเราต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้”

ภิกษุทุกรูปมองไปทางเจ้าอาวาส

เจ้าอาวาสไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวพร้อมกับพยักหน้า “ได้!”

…

บนทางเดินเลียบภูเขา สวี่ชีอันเดินทางไปกับคารวานของสมาคมการค้าเหลยโจว ที่มีเหวินเหรินเชี่ยนโหรวเป็นคนนำขบวน เข้าใกล้ซุ้มประตูที่เชิงเขาจินกวง

ซุ้มประตูถูกสร้างขึ้นที่เชิงเขา สูงสามจั้ง สลักไว้บนแผ่นป้ายว่า ‘วัดซานฮัว!’

“เฮ้อ คนเยอะเหลือเกิน”

หลี่หลิงซู่กล่าวยิ้มๆ ขณะนั่งบนหลังม้า

เขาเลิกแกล้งแปลงกายเป็นหลี่เมี่ยวเจิน ภาพของวัดซานฮัวที่ถูกฝูงชนปิดล้อม ล้วนเป็นการทำเพื่ออุทิศให้แก่จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหินหลี่เมี่ยวเจิน หากตอนนี้เขาแปลงกายหลี่เมี่ยวเจิน ก็ไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตาย

และยังมีความเสี่ยงที่ตัวตนจะถูกเปิดเผยอีกด้วย

สวี่ชีอันส่งเสียงพึมพำออกมา พลางกวาดตามองไปรอบๆ ที่ใต้ซุ้มประตูของวัดซานฮัวมีแต่ม้าลานตา แนวป่ารอบด้านมีแต่ม้าที่ถูกล่ามเอาไว้

เมื่อทอดสายตาออกไป ก็เห็นชาวยุทธ์ที่ถือสารพัดอาวุธเอาไว้ในมือ บ้างก็พูดคุยกัน บ้างก็กอดอาวุธพลางหลับตาพิงต้นไม้ บ้างก็นั่งสวาปามไก่ย่างอยู่ข้างทาง

ระดับความวุ่นวายเทียบเท่าตลาดสด

มีคนตบเท้ามาที่นี่ไม่น้อย พวกยอดฝีมือก็มีมากเช่นกัน…สวี่ชีอันพยักหน้าอย่างพึงใจ นี่เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า ‘การโฆษณา’ ของเขาได้ผลดีเยี่ยม

จอมยุทธ์ยึดถือพลังเป็นสรณะ ชาวยุทธ์ที่รักอิสระทำตามใจตนเองพวกนี้ ใช้เป็นเบี้ยที่รับกระสุนได้อย่างดี ใครก็ตามที่จับจุดอ่อนของพวกเขาได้ ก็ใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือได้ตามสบาย

ในบรรดาสายหลักทั้งหลาย ประชากรในสายลัทธิขงจื๊อและโหรนั้นมีจำนวนน้อยที่สุด ขณะที่จำนวนของจอมยุทธ์มีมากที่สุด

ในจิ่วโจวจอมยุทธ์ที่เดินสายฝึกวิทยายุทธ์มีมากกว่าจำนวนของผู้ฝึกตนระบบสายหลักทั้งหลายรวมกันหลายเท่า

แต่อ้างอิงจากภาพจิตรกรรมฝาผนังในวังใต้ดินที่ได้เห็น และข้อมูลที่ได้มาจากศพโบราณ จิ่วโจวมีสายฝึกตนเพียงสามจำพวกเป็นเวลาช้านานหลังการล่มสลายของเทพปีศาจ

หนึ่งคือ สายนักรบ สองคือ สายเต๋า และสามเผ่าพันธุ์ปีศาจ

ในบรรดาสายฝึกตนทั้งหมด นักรบและเผ่าพันธุ์ปีศาจล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการฝึกฝนร่างกายและจิตใจ เพื่อก้าวไปสู่การพิสูจน์เต๋าด้วยพลัง เพียงแต่เผ่าพันธุ์ปีศาจมีแก่นปีศาจและพลังเหลือธรรมชาติแต่กำเนิด ส่วนนักรบมี ‘จิต’ และการผสานเต๋า

ส่วนเต๋า ในขณะนั้นยังเรียกว่า ‘ลัทธิเต๋า’ ไม่ได้ เนื่องจาก ศพโบราณยังไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของ ‘ลัทธิเต๋า’ มาก่อน ลำพังแค่ข้อนี้ ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าปรมาจารย์เต๋าไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด ‘เต๋า’ แต่อย่างใด

ทว่า ทั้งสามสายการฝึกตนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในภายหลัง วิทยายุทธ์และเต๋ามารเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สายลัทธิเต๋าเหล่าเพียง ‘สวรรค์ ปฐพี มนุษย์’ สามนิกาย ส่วนนิกายอื่นๆ ต่างล่มจมจนไม่มีค่าให้เอ่ยถึง

ซึ่งนี่ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด แม้ว่าผลพวงจาก ‘สวรรค์ ปฐพี มนุษย์’ สามนิกายจะยิ่งใหญ่ แต่นิกายอื่นๆ ก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบร้ายแรงขนาดนี้

ผลคือนิกายที่มีปัญหาใหญ่ที่สุดสามนิกายต่างกับอยู่รอดต่อมาได้ ในขณะที่นิกายอื่นๆ ต่างก็ล่มสลายไป…

ในตอนนี้เอง เสียงอุทานก็ดังขัดจังหวะการครุ่นคิดของสวี่ชีอัน และมีคนเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ

“คนจากสมาคมการค้าเหลยโจวมาแล้ว ฮ่า ในที่สุดก็มีคนลงมือสักที”

คนที่เอ่ยขึ้นมาคือชายหนุ่มที่สวมชุดจิ้นจวง ในมือถือหอกยาว ซึ่งเป็นหอกที่ใช้ในกองทัพ ลักษณะดูล้าสมัย เดาว่าคงจะซื้อมาจากตลาดมืด

การขายอาวุธเก่าๆ ตกรุ่นเป็นวิธีการหาเงินที่เหล่าแม่ทัพระดับสูงทั้งหลายเคยชิน

เหวินเหรินเชี่ยนโหรวหันหน้ามา โน้มตัวเข้าไปพูดกับองครักษ์สองสามประโยค และแล้วองครักษ์ผู้นั้นก็กระทุ้งท้องม้า ให้วิ่งไปหาชายหนุ่มผู้ถือหอกคนนั้นพร้อมกับซักถามเล็กน้อย

“คุณหนูใหญ่ วัดซานฮัวและคณะภิกษุทำตัวเหิมเกริม พวกเขาไม่ยอมให้ใครเข้าไป ถึงขั้นทำร้ายคนไปหลายคนแล้วขอรับ”

องครักษ์กระซิบตอบ

เหวินเหรินเชี่ยนโหรวพยักหน้า หันไปเอ่ยกับหลี่หลิงซู่และสวี่ชีอันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เหลยโจวอยู่ติดกับดินแดนประจิมทิศ มีนิกายเซนคอยหนุนหลัง วัดซานฮัวจึงวางก้ามมาโดยตลอด ต่อให้เป็นทางการ ปกติก็ไม่มีใครอยากยั่วโทสะของพวกเขานัก”

สวี่ชีอันมองไปทางเขาจินกวง แล้วพูดขึ้น “ว่ามาสิ”

“เมื่อไม่กี่ปีก่อน เกิดภัยแล้งขึ้นใกล้กับวัดซานฮัว ประชาชนเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ ภิกษุทั้งหลายในวัดไม่ได้ทำอาชีพเกษตร จึงต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก พระเถระชั้นผู้ใหญ่เหิงอินลงเขาไปเดินบิณฑบาตร ได้ธัญพืชมาหลายพันจิน จากผู้มีจิตศรัทธาหลายร้อยคนยอมสละทรัพย์สินบริจาคทานให้”

เหวินเหรินเชี่ยนโหรวยกมุมปากขึ้น และกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “วัดซานฮัวรอดพ้นจากภัยแล้ง แต่ไม่มีเคยรู้ว่ามีคนตายเพราะความอดอยากกี่คน ทั้งที่สำนักพุทธสอนให้ฝึกตนเองก่อนจะคิดถึงผู้อื่น”

สวี่ชีอันหรี่ตา “เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายของต้าฟ่ง ซ้ำยังละเมิดสัญญาระหว่างต้าฟ่งและสำนักพุทธที่เคยมีด้วย”

เหวินเหรินเชี่ยนโหรวพยักหน้า

“ทว่าสมุหเทศาภิบาลแห่งเหลยโจวกลับขึ้นเขาเข้าวัดไปตำหนิเพียงครั้งเดียวพอเป็นพิธี เหตุผลแรกคือไม่มีใครกล้าขัดขืนต่อสำนักพุทธ เหตุผลที่สองคือยามจัดการกับปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นในเขตชายแดน จำต้องระมัดระวัง และอาศัยความอดทนสูง

“หากเรื่องราวบานปลายขึ้นมา ราชสำนักย่อมไม่ยินดีที่จะแตกหักกับสำนักพุทธ เมื่อถึงเวลานั้นสมุหเทศาภิบาลจะตกเป็นแพะรับบาปทันที สำนักพุทธแข็งแกร่งเพียงไร ท่านคงรู้ดีแก่ใจ”

สวี่ชีอันไม่ได้พูดอะไรอีก

“สำนักพุทธเป็นพวกจอมปลอมถึงที่สุด เมื่อห้าร้อยปีก่อน พวกมันชักธงรบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์กันเอง เพียงเพราะหมายตาอาณาเขตภูเขาสือว่านของซินเจียงตอนใต้”

จิ้งจอกขาวตัวน้อยส่งเสียงร้องอย่างกระฟัดกระเฟียด

นางขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของมู่หนานจือ พลางถือขนมชิ้นหนึ่งไว้ด้วยอุ้งเท้าหน้าสองข้าง

มู่หนานจือให้ขนมเพียงชิ้นเดียว ก็สามารถซื้อใจนางได้แล้ว

หลังจากที่สุนัขจิ้งจอกขาวตัวน้อยกินขนมจนหมดแล้ว นางก็ออกแรงกดอุ้งเท้าจ้ำม่ำของนางลงบนเนินอกของมู่หนานจือ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ท่านน้า หน้าอกของท่านใหญ่กว่าของท่านพี่เย่จีอีกนะเนี่ย”

…สวี่ชีอันถึงขั้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่

ทุกคนผูกม้าของตนเรียบร้อย ก็ปีนบันไดขึ้นไปบนเขา

ในขณะที่เข้าใกล้วัดซานฮัว ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องคำราม และเสียงอาวุธปะทะกันสนั่นหวั่นไหว

‘ผลัวะ ผลัวะ!’

ในวัดซานฮัว บริเวณลานกว้างที่ปลายบันไดหิน ชายผู้หนึ่งที่ถือกระบองในมือ ถูกจอมยุทธ์ภิกษุหลายรูปใช้ไม้พลองสกัดจุดสำคัญทั่วร่างกาย ทำให้เขาตัวแข็งทื่อไปทันที

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนรูปหนึ่งในพวกหลักสบโอกาสหมุนตัวกลับ อัดฉีดพลังปราณเข้าใส่ไม้พลอง พลางควงไม้พลองหลายรอบ ก่อนจะฟาดเข้ากลางศีรษะของชายหนุ่มผู้ถือกระบองคนนี้อย่างหนักหน่วง

‘ปัง!’

แสงเทวะคุ้มกายของชายหนุ่มผู้ถือกระบอกแตกสลาย เลือดสดๆ ไหลอาบลงมาที่แก้มของเขา

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนดวงตาวาววับ เมื่อเห็นเหวินเหรินเชี่ยนโหรวนำขบวนสมาคมการค้าเหลยโจวขึ้นมา จึงยื่นไม้พลองออกไป และยกร่างของชายผู้ถือกระบองผู้นี้ด้วยไม้พลองจนตัวลอย

แล้วโยนมาตกเบื้องหน้าของพวกสวี่ชีอัน

สีหน้าของชาวยุทธ์ทั้งหลายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความโกลาหลยังคงดำเนินอยู่

ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันเป็นเวลานาน และในที่สุดก็เกิดศพแรกขึ้นจนได้ เห็นได้ชัดว่าวัดซานฮัวหมดความอดทน และพร้อมจะใช้มาตรการรุนแรงแล้ว

“พวกภิกษุอัปรีย์ บังอาจสังหารคน”

ใครบางคนตะโกนขึ้น

นี่เป็นการตั้งคำถามกับภิกษุแห่งวัดซานฮัวว่าจะฆ่าให้เกลี้ยงใช่หรือไม่

“เหอะ!”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนกระแทกไม้พลองลงกับพื้น กวาดตามองไปรอบๆ และสำแดงวิชาสิงโตคำรามสำนักพุทธ

“พวกเจ้าตั้งใจจะบุกรุกเข้ามาในวัดของเรา หมายจะฉกชิงพระพุทธรัตนะของเราไป หัวขโมยต้องถูกลงโทษ แต่เพราะท่านเจ้าอาวาสมีจิตเมตตา ไม่ต้องการก่อกรรมทำเข็ญ หากใครอยากจะเข้าวัดก็ให้ผ่านขบวนทัพสยบปีศาจไปให้ได้เสียก่อน อนุญาตให้บุกเข้ามาทีละคน”

“ไอ้บ้า!”

ชาวยุทธภพต่างก่นด่ากันเสียงขรม “พวกเจ้าเก้าคนรุมกระทืบคนคนเดียว ช่างไร้ยางอายนัก”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนเอ่ยอย่างไม่แยแส “จะถอยกลับก็ไม่ว่า”

เขาทำท่าราวกับจะบอกว่าถิ่นสำนักพุทธ สำนักพุทธใหญ่สุด

ด้านหลังเหล่าจอมยุทธ์ภิกษุทั้งหลายต่างโห่ร้องคำราม

เสียงดังสนั่น!

ชาวยุทธ์ที่รายล้อมชักดาบออกมาทีละคน เตรียมพร้อมจะต่อสู้กับจอมยุทธ์ภิกษุแห่งวัดซานฮัว

นี่คงเป็นธาตุแท้ของจอมยุทธ์ภิกษุสินะ ใจหยาบต่ำช้า เทียบกันแล้ว ไต้ซือเหิงหย่วนเองก็เลือกเดินบนเส้นทางคดเคี้ยวเช่นกัน เหตุใดรอบตัวข้าถึงมีแต่สหายนิสัยไม่เข้าท่าเลยสักคน…สวี่ชีอันก้าวออกมาหนึ่งก้าว เอ่ยถาม

“ขอบังอาจถามไต้ซือ วัดซานฮัวมีพุทธรัตนะใดหรือ”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนกล่าว “เจดีย์พุทธะเต็มไปด้วยบุญกุศลล้นเปี่ยมแต่เพียงเท่านั้น”

“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าของวิเศษเองก็สามารถฝึกตนได้ด้วย อีกประการหนึ่ง หากว่าในเจดีย์เต็มไปด้วยบุญกุศลล้นเปี่ยม เหตุใจวัดซานฮัวจึงไม่อนุญาตให้พวกเราเข้าไปเล่า คิดว่าพวกข้าจะยกเอาเจดีย์ไปเป็นของตนได้หรือ” สวี่ชีอันเอ่ยถามอีกคำ

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนตอบกลับ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า เป็นเพียงปุถุชนจะมารู้คุณวิเศษของพุทธรัตนะได้อย่างไร”

หน้าไม่อาย มันคือปราณมังกรของต้าฟ่งแท้ๆ อยู่ดีๆ จะกลายเป็นสมบัติของสำนักพุทธไปได้อย่างไร

สวี่ชีอันไม่พูดอะไรต่อ สายตาทอดมองไปไกลยังส่วนลึกของวัด เห็นเจดีย์สูงผนังขาวปูกระเบื้องหลังคาดำ

ในสายตาของเขา เจดีย์ดังกล่าวกลับมีลักษณะต่างออกไป ทั้งเจดีย์เป็นสีทองอร่าม ร่างของมังกรสีทองเกาะเจดีย์ พลางย่างก้าวอย่างเชื่องช้า

เงาร่างมังกรตนนี้ใหญ่โตมโหฬารจนโอบรอบเจดีย์สูงตระหง่านได้ ขนาดร่างกายพอๆ กับวิญญาณมังกรที่จักรพรรดิเจินเต๋อประทับเมื่อในอดีต ทว่าแสงทองไม่เปล่งปลั่ง เทียบไม่ได้กับร่างจริงของวิญญาณแห่งชีพจรมังกร

“ไต้ซือไม่ประสงค์จะตอบ เช่นนั้นข้าจะแถลงไขแทนไต้ซือเอง ตามคำบอกเล่าของจอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน กล่าวว่าในเจดีย์กักขังยอดฝีมือแห่งเผ่าอนารยชนสองเผ่าและสำนักพ่อมด จากด่านซานไห่เมื่อครั้งนั้น ยี่สิบปีต่อมายอดฝีมือไร้เทียมทานเหล่านั้นได้กลายสภาพเป็นยาโลหิตและยาวิญญาณ เป็นโอกาสและเป็นตัวช่วยสุดพิเศษในการก้าวสู่ขั้นสาม”

“เหลวไหล!”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนโกรธขึ้ง ชี้หน้าสวี่ชีอันด้วยไม้พลอง “หยุดปลุกปั่นฝูงชนด้วยคำกล่าวชั่วร้ายได้แล้ว หากเจ้ายังเป็นคนอยู่ ก็จงเข้ามาประลองกับอาตมาเดี๋ยวนี้”

“ร้อนตัวเสียแล้วหรือ? ผู้ที่ถูกจองจำในเจดีย์ เป็นผู้มีคุณูปการสูงส่งต่อต้าฟ่งของเราในเวลานั้น การที่สำนักพุทธยึดครองสมบัติล้ำค่าแต่เพียงผู้เดียว ช่างชั่วร้ายเกินคน คงคิดว่าหากเทพสงครามแห่งต้าฟ่งสละชีพตนแล้ว คงไม่มีผู้ใดกล้าลงทัณฑ์พวกเจ้าอย่างนั้นสิ?”

สวี่ชีอันยกแขนขึ้น และส่งเสียงตะโกนลั่น “ทุกท่านจงฟัง เว่ยกงสิ้นชีพในสนามรบที่เมืองจิ้งซาน ตอนนี้สำนักพุทธกำลังฉวยโอกาสในตอนที่เขาล่วงลับ วางแผนจะยึดครองชัยชนะของต้าฟ่งเมื่อยี่สิบปีก่อน”

“ถูกต้อง ยาโลหิตและยาวิญญาณควรตกเป็นของต้าฟ่งส่วนหนึ่ง สำนักพุทธมีสิทธิ์อันใดถึงได้ยึดเอาไปเป็นของตนทั้งหมด คิดจะเอาเปรียบต้าฟ่งของข้าหรือไร”

“ส่งยาโลหิตมา ไม่งั้นข้าจะเผาวัดซานฮัวให้ราบเป็นหน้ากลอง”

เหล่าชาวยุทธภพต่างมีปฏิกิริยาตอบโต้ ส่งเสียงตะโกนลั่นขึ้นมาทันที

หลายคนมองไปทางสวี่ชีอันและพยักหน้าให้ ชายผู้นี้พูดได้มีเหตุผล

พวกเขาไม่ได้จะปล้นของวิเศษของสำนักพุทธก่อน แต่สำนักพุทธทำตัวไร้เกียรติ พวกเขาเพียงแต่ช่วงชิงสิ่งที่ควรเป็นของต้าฟ่งกลับคืนมาเท่านั้น

พวกเขายืดตัวแน่วแน่ทันที

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนโกรธจัด จ้องมองสวี่ชีอันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ไร้สาระ วัดซานฮัวไม่มียาโลหิตและยาวิญญาณ นี่มันเจตนาก่อความขัดแย้งโดยแท้”

สวี่ชีอันตอกกลับ “จะเชื่อเจ้า หรือเชื่อจอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหิน พวกข้าจะเป็นคนตัดสินใจเอง”

ชาวยุทธ์เฮลั่นอีกครั้ง

“ไอ้ลาหัวโล้น ไร้ยางอาย”

“ภิกษุไม่พูดปดงั้นหรือ? โกหกหน้าด้านๆ”

เมื่อถึงคราวปะทะฝีปาก สิบปากภิกษุแห่งวัดซานฮัว เทียบไม่ได้กับปากของชาวยุทธภพเพียงปากเดียว

สารพัดถ้อยคำผรุสวาทปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า ฝั่งซ้ายด่าวงศาคณาญาติฝ่ายหญิงทั้งตระกูลมาจนไม่เหลือชิ้นดี ฝั่งขวาด่าว่าเป็นแค่ไอ้ลูกหมา

จอมยุทธ์ภิกษุไม่ใช่ฉานซือ ไม่มีแรงข่มใจ เส้นเลือดบนหน้าผากของจอมยุทธ์ภิกษุเก้ารูปที่ถือไม้พลองในมือต่างปูดโปน

“ถุย ไร้ยางอาย!”

สุนัขจิ้งจอกขาวตัวน้อยเกลียดชังสำนักพุทธสุดขั้วหัวใจ เมื่อเห็นทุกคนกำลังด่าทอเหล่าภิกษุอย่างเมามัน นางก็อยากเข้าไปผสมโรงด้วย เอาแต่ดีดตัวอย่างตื่นเต้นในอ้อมแขนของมู่หนานจือ

“ปีศาจจิ้งจอกหรือ?”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนอดรนทนรอสังหารสวี่ชีอันแทบไม่ไหว เมื่อเห็นดังนั้น ก็ฉวยโอกาส ตะโกนลั่น

“บังอาจสมคบคิดกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ ตายเสียเถิด!”

ไม้พลองในมือหมุนควงเป็นวงกลม ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในมู่หนานจือพร้อมกับใช้ไม้พลองฟาดใส่มู่หนานจือ

มู่หนานจือถอยหลังด้วยความตกใจ กรีดร้องดังลั่น

สวี่ชีอันโผล่ไปอยู่ด้านหน้าของนางราวกับภูตผี ยกแขนขึ้นเพื่อสกัดกั้นไม้พลองที่เต็มไปด้วยพลังปราณชั่วร้าย จนเกิดเสียง ‘เปรี๊ยะ’ ขึ้น ไม้พลองที่เปี่ยมด้วยพลังปราณอันแข็งแกร่งหักสะบั้นทันที

แม้ว่าพลังปราณและพละกำลังจะถูกตะปูตอกวิญญาณสะกดไว้อยู่ แต่กระดูกกล้ามเนื้อที่เป็นคุณสมบัติขั้นสามตามตำรับแท้ๆ ย่อมหลงเหลือพลังต้านทานเพียงหนึ่งเดียวอย่างแน่นอน

รูม่านตาของจอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนหดตัวลงเล็กน้อย สัญชาตญาณจอมยุทธ์ส่งสัญญาณเตือนภัย ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวถอยกลับ เพื่อไปตั้งขบวนทัพสยบปีศาจกับภิกษุร่วมสำนัก ในสมองก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง

“จัดการมันเสีย!”

ความคิดนี้หายวับไปทันที ทำให้เขาเสียโอกาสโจมตีก่อน สวี่ชีอันพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ปล่อยควันสีเขียวอัดใส่หน้าจอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนทันที

“หึ หึ…”

จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนหายใจอย่างยากลำบาก ปอดแสบร้อน เสียงหายใจของเขาเหมือนกับเครื่องสูบลมใกล้พัง

เขาจ้องมองสวี่ชีอันด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ล้มลงกับพื้น

ผลกระทบทางจิตของซินกู่ผสานกับตู๋กู่ ให้ผลลัพธ์ที่ไม่เลวเลย อืม ดูจากพลังของเจ็ดยอดกู่ในตอนนี้ ตั้งแต่ขั้นสี่ลงไป ข้าแทบจะไร้คู่ต่อสู้ ตอนที่ออกมาจากเมืองหลวงใหม่ๆ พลังของข้าอย่างมากก็ไม่เกินขั้นห้ากระจอกๆ…

สวี่ชีอันพึงพอใจอย่างมากกับความคืบหน้าของการบ่มเพาะเจ็ดยอดกู่

เมื่อครู่เป็นฝีมือซินกู่ที่ส่งผลต่อจอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคน ทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาด

ชาวยุทธ์โดยรอบเมื่อเห็นภาพนี้ก็ทั้งประหลาดใจและดีใจ เมื่อครู่จอมยุทธ์ภิกษุวัยกลางคนใช้ค่ายกลสังหารจอมยุทธ์ระดับกระดูกเหล็กผิวทองแดงไปหนึ่งคนอย่างโหดเหี้ยมไร้เทียมทาน ชวนให้ขวัญผวา

สุดท้ายพอมาเจอกับชายหนุ่มในชุดสีดำผู้นี้ แค่ได้เห็นก็ล้มไปเลยหรือ?

“เขาใช้พิษ…”

มีใครบางคนในฝูงชนกล่าวขึ้น

“มองปราดเดียวก็รู้แล้ว แต่ว่าภิกษุรูปนี้อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้นหลอมวิญญาณ แผนการโจมตีธรรมดาไม่ได้ผล”

มีคนแย้งขึ้นทันที

ทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันปากต่อปาก พลางหันมามองสวี่ชีอันกันเป็นตาเดียว รู้แล้วว่าคนผู้นี้เป็นยอดฝีมือ

ทว่า…

“ดูเหมือนว่าเขาคิดจะวางยาพิษจอมยุทธ์ภิกษุให้ตกตาย สังหารจอมยุทธ์ภิกษุในวัดซานฮัว น่ากลัวว่าจะถูกโต้กลับ”

“เจ้าอาวาสวัดซานฮัวเป็นฉานซือขั้นสี่ จัดการยากนัก”

“จะไปกลัวอะไร เขาดูเหมือนจะเป็นคนของสมาคมการค้าเหลยโจว ในสมาคมก็มีคนขั้นสี่เหมือนกัน”

ในขณะที่พูดคุยกันนั้น ภิกษุหนุ่มผู้มีนัยน์ตาลึกโหล จมูกโด่งเป็นสันก็ก้าวออกมาจากในวัด

“ศิษย์พี่จิ้งซิน”

………………………………………………………

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 520 ความขัดแย้ง (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved