cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 497-2 นักเดินทางหนุ่ม (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 497-2 นักเดินทางหนุ่ม (2)
Prev
Next

บทที่ 497 นักเดินทางหนุ่ม (2)

ณ สำนักราชเลขาธิการ สมุหราชเลขาธิการหวางประทับตราหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการลงบนประกาศ จากนั้นก็ให้เจ้าพนักงานส่งไปยังพระราชวัง

เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เขาเปิดหน้าต่างออกแล้วไล่สายตามองตั้งแต่สวนไปจนถึงท้องฟ้าสีครามสดใส

สมุหราชเลขาธิการหวางเหม่อมองอย่างเงียบงัน รู้สึกเพียงแค่ท้องฟ้าในวันนี้สดใสเป็นพิเศษ

ยุคสมัยใหม่มาถึงแล้ว!

…

อาณาจักรไม่อาจไร้จักรพรรดิได้ แต่เรื่องที่เร่งด่วนกว่าก็คือการชี้แจงความจริง การส่งรายงานไปยังท้องที่ต่างๆ ติดประกาศเรื่องราวภัยพิบัติในเมืองหลวงตั้งแต่ต้นจนจบ ออกประกาศแจ้งให้ชาวเมืองหลวงรับรู้เพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

ยิ่งยื้อเรื่องแบบนี้ออกไปนานเท่าใด ก็ยิ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ง่ายเท่านั้น

เพื่อแสดงว่าตนแตกต่างจากบิดา หลังจากหารือเรื่องนี้เมื่อคืนก่อน องค์รัชทายาทจึงมีรับสั่งให้สำนักบัณฑิตฮั่นหลินร่างประกาศออกมาทันใด จากนั้นก็ยื่นไปให้สำนักราชเลขาธิการอนุมัติ สุดท้ายในยามเหม่าของวันนี้ (05.00 – 06.59) จึงนำประกาศไปติดบนกระดานประกาศที่อยู่ในแต่ละประตูของเมืองหลวง

ยามฟ้าสาง เมื่อเห็นว่าในที่สุดราชสำนักก็จะให้ข้อสรุปออกมาแล้ว ผู้คนจึงออกมารวมตัวกัน

“บนประกาศเขียนอะไรไว้ คนรู้หนังสือมาดูหน่อยซิ”

“เจ้าอย่ามาถามข้า ข้ารู้ตัวอักษรแค่นิดเดียว แต่อักษรที่พวกเขาเขียนขึ้นมาข้าอ่านไม่ออกเลยสักนิด”

สิ่งของประเภทบทความประกาศแบบนี้ ใช่ว่ารู้ตัวอักษรแล้วจะอ่านรู้เรื่อง แต่จะต้องมีความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมพอสมควรด้วย

เจ้าพนักงานที่ยืนอยู่ข้างกระดานประกาศเอ่ยตำหนิ “เงียบ!”

ระดับความรู้ด้านวัฒนธรรมของประชาชนในยุคนี้ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่จึงอ่านเนื้อหาในประกาศไม่รู้เรื่อง ดังนั้นในวันที่ออกประกาศมา ทางการจึงได้จัดให้เจ้าพนักงานคนหนึ่งมาอ่านและอธิบายเนื้อหาในประกาศทุกๆ ชั่วยาม

หลังจากหนึ่งวันผ่านไป ข่าวใดๆ ก็ล้วนแต่แพร่ไปทั่วเมืองหลวงแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอ่านให้ฟังอีก

ประชาชนคุ้นชินมานานแล้ว จึงหยุดพูดคุยทันทีแล้วฟังเจ้าพนักงานอ่านออกเสียง

เจ้าพนักงานอ่านประกาศจบ ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างก็เข้าใจในที่สุด ดังนั้นจึงเกิดเสียงเอะอะเซ็งแซ่ขึ้นทันใด

“จักรพรรดิโง่เขลา!”

“ตอนแรกก็บำเพ็ญธรรมตั้งยี่สิบปี ต่อมาก็ถูกสำนักพ่อมดหลอกลวงจนทำร้ายแม่ทัพของต้าฟ่ง จักรพรรดิโง่เขลาเช่นนี้หายากนักในประวัติศาสตร์ของต้าฟ่ง”

“น่าเสียดายทหารแปดหมื่นกว่าคนเหล่านั้น กลับถูกจักรพรรดิโง่เขลาทำร้ายจนสิ้นชีพ ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือต้องสูญเสียเสาหลักของอาณาจักรอย่างเว่ยกงไปเปล่าๆ…”

“ช่างน่าอายนัก คราวก่อนข้ากลับก่นด่าเว่ยกงเสียๆ หายๆ เขาเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์อย่างแท้จริง เป็นเสาหลักของอาณาจักรอย่างแท้จริง”

บางคนถอนหายใจอย่างละอาย บางคนก็ตีอกชกหัวอย่างไม่พอใจ

ชายชราผู้หนึ่งที่กำลังขนของมากมายร้องไห้น้ำตาเป็นสาย เขาทุบอกตัวเองพลางโอดครวญไปด้วย

“เว่ยกงตายอย่างไม่ยุติธรรม เว่ยกงเป็นคนระดับไหนกัน เมื่อปีนั้นตอนยุทธการด่านซานไห่เขาก็เอาชนะมาได้ ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายต้องตายเพราะเงื้อมมือของจักรพรรดิโง่เง่า…”

“โชคดีที่ยังมีฆ้องเงินสวี่ช่วยออกหน้าทวงความยุติธรรม”

ชาวบ้านคนหนึ่งดวงตาแดงก่ำ เขากำหมัดและเอ่ยลอดไรฟันออกมา

“หากไม่มีฆ้องเงินสวี่ ไม่ใช่แค่แม่ทัพแปดหมื่นกว่านายและเว่ยกงที่จะเสียสละชีวิตโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น เพราะแม้แต่พวกเราก็ยังต้องทนทุกข์ด้วย ช้าเร็วพวกสำนักพ่อมดก็จะเข้ามาเหยียบในเมืองหลวงแน่”

“ใช่ โชคดีที่มีฆ้องเงินสวี่ แค่มีฆ้องเงินสวี่อยู่ ต้าฟ่งของพวกเราก็ยังมีความชอบธรรม”

“ฆ้องเงินสวี่สามารถสังหารขุนนางสุนัขได้ ทั้งยังสังหารจักรพรรดิโง่เขลาได้ด้วย”

“ตั้งแต่ต้นข้าก็รู้แล้วว่าฆ้องเงินสวี่ทำถูกต้อง เขาไม่มีทางสังหารจักรพรรดิโดยไม่มีเหตุผลหรอก วันนั้นตอนที่ไปยังพระราชวังเขาก็พูดแล้วว่าจักรพรรดิโง่เขลาไร้คุณธรรม พวกเรายังไม่เชื่อการตัดสินของฆ้องเงินสวี่อีกหรือ”

“คนอื่นไม่เชื่อ แต่ข้าเชื่อฆ้องเงินสวี่มาโดยตลอด”

ชาวเมืองต่างเกลียดชังจักรพรรดิโง่เขลา ในขณะที่รู้สึกเสียใจต่อแม่ทัพแปดหมื่นนายและเว่ยเยวียน พวกเขาก็สรรเสริญอย่างจริงใจที่ต้าฟ่งยังมีฆ้องเงินสวี่อยู่ ราวกับว่าเขากลายเป็นตัวแทนแห่งคุณธรรมในสายตาของประชาชนไปแล้ว

ส่วนพวกคนอนุรักษนิยมทั้งหลายที่เกิดความสงสัยต่อเหตุผลในการสังหารจักรพรรดิ ตอนนี้ต่างก็ถอนหายใจโล่งอกออกมา

ฆ้องเงินสวี่ก็คือฆ้องเงินสวี่ ไม่เคยเปลี่ยนไป

“ข้าว่านะ ให้ฆ้องเงินสวี่ขึ้นเป็นจักรพรรดิตรงๆ ไปเลยดีกว่า”

ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยสิ่งที่ตนคิดอยู่ในใจออกมาอย่างลืมตัว

บรรยากาศวุ่นวายพลันเงียบลงทันใด ประชาชนทั้งหลายต่างมองหน้ากันไปมาแต่กลับไม่มีใครเอ่ยค้าน พวกเขาพากันตกอยู่ในความเงียบงันอันแปลกประหลาดแทน

เนื้อหาในประกาศแพร่กระจายไปในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ประชาชนต่างก็มีปฏิกิริยาที่ดุเดือด เมื่อเอ่ยถึงจักรพรรดิโง่เขลา พวกเขาก็จะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน และเมื่อเอ่ยถึงสวี่ชีอัน พวกเขาก็จะเอ่ยปากชื่นชม

ถึงขั้นมีบางคนร้องไห้น้ำตานองแล้วพูดออกมาตรงๆ ว่าฆ้องเงินสวี่คือผู้ที่สวรรค์ส่งลงมาช่วยเหลือต้าฟ่ง ไม่ใช่แค่เป็นคนดีแห่งต้าฟ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นดาวนำโชคผู้ช่วยเหลือต้าฟ่งด้วย

เขาสังหารกองทัพศัตรูไปสามแสนคนด้วยตัวคนเดียวที่ด่านอวี้หยาง จากนั้นก็สังหารจักรพรรดิโง่เขลา ขับไล่สายลับจากสำนักพ่อมดที่คิดจะล้มล้างต้าฟ่ง แบบนี้ไม่ใช่ดาวผู้ช่วยเหลือหรอกหรือ

แน่นอนว่าต้องมีผู้ที่เสียดายเว่ยเยวียนอยู่ด้วย โชคดีที่หลังจากเว่ยเยวียนเสียไป ต้าฟ่งก็ยังมีสวี่ชีอัน จิตใจของประชาชนจึงได้มีที่พักพิงใหม่

หลังจากเว่ยเยวียน ต้าฟ่งก็ยังมีสวี่ชีอัน…ชายชุดครามผู้นั้นจากไปโดยไม่เสียดายอะไรแล้ว

…

ณ เมืองชั้นใน จวนแห่งหนึ่ง

มู่หนานจือนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กแล้วฟังป้าจางพูดถึงเนื้อหาในประกาศเสียงเจื้อยแจ้ว เมื่อเอ่ยถึงจักรพรรดิผู้โง่เขลา นางและป้าจางก็แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวออกมาแล้วก่นด่าวิจารณ์กันเสียงดัง

เมื่อเอ่ยถึงเว่ยเยวียน นางและป้าจางก็จะเสียดายที่เสาหลักของอาณาจักรผู้นี้ต้องพังทลาย และเสียดายเหล่าแม่ทัพนายกองทั้งแปดหมื่นนายที่สิ้นชีพอยู่ในดินแดนของสำนักพ่อมด

นางเหมือนกับหญิงในตลาดที่กำลังนั่งซุบซิบอยู่ในตรอกกับพวกสตรีที่ออกเรือนแล้ว

เมื่อเอ่ยถึงฆ้องเงินสวี่ ป้าจางก็เอ่ยชมไม่หยุดปาก นางกล่าวว่า “หากข้าเด็กกว่านี้สักยี่สิบปี จะต้องเลือกฆ้องเงินสวี่เพียงผู้เดียวเหมือนกับหญิงสาวคนอื่นๆ แน่”

มู่หนานจือมีสีหน้าเลิ่กลั่ก

“จริงสิ มู่เหนียงจื่อ[1] สามีของท่านไม่ได้กลับมาตั้งนานแล้วนี่นา”

ป้าจางเอ่ยถาม

แต่ก่อนเขาจะกลับมาเพื่อแสดงความรักกับภรรยาอยู่บ่อยๆ แต่ช่วงก่อนหน้านี้จู่ๆ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา จากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นสามีของมู่เหนียงจื่ออีกเลย

“อ้อ เขาค่อนข้างงานยุ่งน่ะ”

มู่หนานจือเอ่ยเสียงเบา

อารมณ์ของนางดิ่งลงมาฉับพลัน นางไม่ได้มีความสุขนัก ทั้งยังนำมือวางไว้ใต้คางแล้วเหม่อมองดอกไม้สดใสที่บานอยู่เต็มลานพลางถอนหายใจเสียงแผ่ว

‘ตึงๆๆ’

มีเสียงเคาะประตูดังมาจากที่ลานเรือน สีหน้าอึมครึมของมู่หนานจือพลันสว่างสดใสขึ้นในพริบตา แต่ก็ลดลงมาอย่างรวดเร็ว อย่าได้โผล่หน้าไป อย่าได้ออกไปเปิดประตู

ป้าจางหัวเราะเบาๆ ในใจคิดว่าสามีของนางคงจะกลับมาแล้ว ฮูหยินน้อยจึงกำลังแง่งอนอยู่

จึงเดินไปเปิดประตูให้เอง

เมื่อประตูลานเรือนถูกเปิดออก ก็พบกับชายหนุ่มผู้มีใบหน้าธรรมดาแต่บุคลิกอ่อนโยนผู้หนึ่งกำลังจูงม้ายืนอยู่หน้าประตู

เขาคือสามีของมู่เหนียงจื่อ

“ข้าจะออกจากเมืองหลวงแล้ว เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่”

มู่หนานจือไม่สนใจเขา

“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ”

เขาจูงม้าแล้วหันกายจะเดินจากไป

“นี่!” นางตะโกนเรียก

“หืม?”

“ข้าจะพักในโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุด”

“ได้”

“ต้องมีเนื้อทุกมื้ออาหาร”

“ได้”

“ต้องมีแป้งชาดทาหน้า”

“ได้”

“ห้ามรังแกข้าด้วย”

“ได้”

“เช่นนั้น ข้าไปด้วยก็ได้’”

…

สวนเต๋อซิน

ฮว๋ายชิ่งกางแผ่นกระดาษเซวียนจื่อแล้วยกพู่กันเขียนลงไปว่า “ทางข้างหน้าไม่กังวลไร้คนรู้ใจ ในใต้หล้าไม่มีผู้ใดไม่รู้จักเจ้า”

และเขียนต่ออีกว่า “ขอให้เจ้ารักษาตัว!”

เมื่อเขียนเสร็จ นางก็ขึ้นไปบนอาคารแล้วทอดมองไปไกลๆ เหม่อมองฟ้าพลางจมอยู่ในภวังค์ความคิด

…

ตำหนักเส้าอิน

หลินอันสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ ทั้งไม่พูดจาและไม่นั่งลง เพียงเหม่อมองอยู่เงียบๆ

หลังผ่านไปเนิ่นนาน นางก็พึมพำเสียงเบา “หวังว่าเจ้าจะกลับมา”

…

ณ หอดูดาว

หลี่เมี่ยวเจินนั่งอยู่ขอบเตียงนอนอย่างโมโห ท่าทางเปี่ยมโทสะยิ่ง

สวี่ชีอันไม่ยอมเป็นสหายร่วมเดินทางไปกับนาง บอกว่าเทพธิดานิกายสวรรค์สะดุดตาเกินไปราวกับคบเพลิงกลางความมืดมิด จึงดึงดูดให้ศัตรูมาพบปะกันได้ง่าย

เหตุผลนี้ทำให้หลี่เมี่ยวเจินไร้วาจาจะกล่าว

“ตัวไม่ได้เรื่องอย่างเขามีวิชากู่เล็กน้อยแค่นั้นจะไปทำอะไรได้ คนคนเดียวจะท่องไปในยุทธภพได้อย่างไรกัน” หลี่เมี่ยวเจินเอ่ยอย่างโมโห

“เจ้าผู้ชายหน้าเหม็น คงจะพาหญิงสาวคนอื่นไปด้วยสิท่า” ซูซูเอ่ยเสียงเบา ถ้าเห็นข้อความนี้จากที่อื่นโปรดกลับมาเยี่ยมเราบ้างนะ ไอรีนโนเวล ขอบคุนจ้า

“ยังจะมีหญิงสาวคนอื่นที่ไหนอีกล่ะ คนอื่นเขาล้วนอยู่ในเมืองหลวงกันหมดแล้วมิใช่หรือ” หลี่เมี่ยวเจินพร่ำบ่น

“แล้วหญิงงามอันดับหนึ่งของต้าฟ่งผู้นั้นล่ะเจ้าคะ?” ซูซูเติมเชื้อเพลิงลงไปอย่างใจคับแคบ

สีหน้าของหลี่เมี่ยวเจินแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงทันใด!

ณ ชั้นเจ็ด

ที่ประตูของห้องลับแห่งหนึ่ง ไต้ซือเหิงหย่วนยืนอยู่บนทางเดินด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ท่าทางทั้งประหม่าและรอคอย

ฉู่หยวนเจิ่นกับเขายืนเคียงบ่ากัน เขาเอ่ยเสียงทุ้มออกมา

“วิธีการของซ่งชิงจะได้ผลหรือ”

เหิงหย่วนส่ายหน้า “มิทราบ แต่โดยรวมแล้วต้องขอบคุณนักบวชหลี่ที่ช่วยสกัดวิญญาณของเขา”

ผ่านไปพักหนึ่งเขาก็เอ่ยเสียงเบาขึ้นมา “ความกังวลเดียวที่ทำให้อาตมารั้งอยู่เมืองหลวงก็คือเขา หากเขาได้รับชีวิตใหม่ อาตมาก็สามารถออกจากเมืองหลวงแล้วท่องไปทั่วยุทธภพเพื่อตามรอยใต้เท้าสวี่ได้”

…

ในห้องลับ เด็กคนหนึ่งลืมตาขึ้น

เขาจ้องมองเพดานอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ตัวเองถึงมาปรากฏตัวอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตาในตอนนี้

เด็กน้อยหยัดตัวนั่งแล้วเอ่ยเสียงพูดออกมาตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว “ขอ ให้ ร่ำ รวย…”

เขาเบิกตาโตอย่างตกตะลึง นี่ไม่ใช่เสียงของเขา

เขามองไปรอบๆ ก็เห็นศพของหมาดำตัวใหญ่นอนอยู่บนเตียงไม้ข้างๆ

เขามองศพหมาดำตัวนั้นอย่างอึ้งงัน ผ่านไปครู่หนึ่งน้ำตาก็ไหลอาบสองแก้ม แยกไม่ออกว่าเป็นความเสียใจหรือว่าดีใจ

เด็กชายลุกขึ้นยืนโงนเงนแล้วก้าวเท้าเหมือนเด็กวัยหัดเดิน ราวกับทารก

เขาดีใจที่ได้รับชีวิตใหม่จึงเริ่มมีความกล้ามากขึ้น มองไปยังศพอีกศพในห้องลับที่นอนอยู่บนพื้นราบและคลุมด้วยผ้าขาว

เด็กชายเดินโงนเงนไปหาพร้อมกับความสงสัยใคร่รู้ จากนั้นก็เปิดผ้าคลุมสีขาวออก

ใต้ผ้าคลุมสีขาวคือชายผู้สวมชุดสีคราม จอนผมเป็นสีขาวดอกเลา ใบหน้าหล่อเหลา

เขามีลมหายใจแผ่วเบา แต่ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้ว

…

นอกเมือง ชายผู้มีใบหน้าธรรมดาจูงแม่ม้าน้อยคล่องแคล่วแข็งแรงตัวหนึ่ง บนหลังม้ามีหญิงสาวใบหน้าธรรมดาผู้หนึ่งนั่งอยู่

เกื้อหนุนกันและกันดั่งสวรรค์สรรค์สร้าง

“ไปกันเถอะ ไปท่องยุทธภพกัน” เขาเอ่ยยิ้มๆ

หญิงสาวท่าทางธรรมดาตอบรับด้วยคำว่า ‘อืม’

ชายหนุ่มหัวเราะร่า “ยุทธภพ ข้ามาแล้ว!”

หญิงสาวใบหน้าธรรมดากลอกตาใส่

“ข้าจะร้องเพลงให้เจ้าฟังดีหรือไม่”

“ไม่เอา”

นางปฏิเสธอย่างเย่อหยิ่ง

…

เคยเฝ้าฝันว่าจะถือดาบท่องไปทั่วหล้า

มองดูความรุ่งโรจน์ของโลกา

จิตใจผู้เยาว์กอปรด้วยความบ้าระห่ำ

ยามนี้ทะเลทั้งสี่ล้วนคือบ้าน

………………………………………………..

[1] มู่เหนียงจื่อ (慕娘子) เหนียงจื่อ เป็นคำที่ใช้เรียกสตรีที่แต่งงานแล้ว ใช้ต่อหลังจากแซ่สกุล

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 497-2 นักเดินทางหนุ่ม (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved