cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 491 หญิงผู้น่ารังเกียจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 491 หญิงผู้น่ารังเกียจ
Prev
Next

บทที่ 491 หญิงผู้น่ารังเกียจ

…ใบหน้าสวี่ชีอันแข็งทื่อ พลางจ้องมองไปที่โหรชุดขาวโดยยังไม่ฟื้นคืนสีหน้าเดิม

ภายในสมองของเขานั้น คนในชุดคลุมสีแดงและอีกคนสวมชุดสีขาวก็พลันลอยขึ้นมาทันที

“มารดาของเจ้าคือเชื้อสายราชวงศ์เมื่อห้าร้อยปีก่อน และก็เป็นน้องสาวของผู้ที่ถูกสวรรค์เลือกซึ่งข้าให้การสนับสนุนในตอนนี้ เวลานั้นข้าได้ผูกสัมพันธมิตรกับเขา และด้วยเพราะส่งเสริมให้เขาขึ้นครองราชย์ เขาจึงมอบน้องสาวของตนแก่ข้า นับว่าเป็นสหายร่วมสาบานที่ไว้วางใจมากที่สุดในปฐพี ถึงแรกเริ่มด้วยผลประโยชน์ แต่ครั้งต่อมามันคือสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

“หลังจากข้าแต่งงานกับสตรีเชื้อสายชั้นสูง ก็พยายามวางแผนยุทธการด่านซานไห่ หมายจะชิงโชคชะตาของแผ่นดินต้าฟ่ง ทว่าในตอนท้ายของยุทธการด่านซานไห่ เจ้าก็ถือกำเนิดขึ้นมา”

‘ฟิ้ว!’

สวี่ชีอันถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก คนในชุดแดงและชุดขาวลอยกลับมาอีกครั้ง

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นทายาทเชื้อราชวงศ์แห่งต้าฟ่ง แต่ก็เป็นเชื้อสายเมื่อห้าร้อยปีก่อน ซึ่งที่จริงไม่ได้เกี่ยวพันกับพวกฮว๋ายชิ่งและหลินอันมากนัก

ยามที่ผู้อาวุโสเจอคนแซ่เดียวกับตนก็มักชอบพูดว่า เมื่อห้าร้อยปีที่แล้วพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน

แต่อย่าไปพูดถึงมันเลยจะดีกว่า ฮว๋ายชิ่งและหลินอันต่างก็เหมือนเป็นน้องสาวของเขา

หลังจากนั้น เขาก็เพิ่งจะใคร่ครวญว่าคำพูดของบิดาคือเรื่องจริงหรือปลอม

ช่วงเวลาก็สอดคล้องอย่างพอดิบพอดี ปีนั้นยามเราเกิด จากความทรงจำของอารอง เขาและพี่ชายคนโตกำลังรบราที่ด่านซานไห่ ดังนั้นอาสะใภ้กับผู้เป็นมารดาทั้งสองได้ดูแลเขามานานแล้ว…

สวี่ชีอันตะลึงงัน หวนนึกถึงจุดที่ผิดปกติ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มว่า “นาง…เหตุใดนางถึงมาคลอดข้าที่เมืองหลวง?”

ระหว่างที่เอ่ยถามนั้น ใบหน้าของเขาพลันซีดเซียว รู้สึกได้เพียงมีบางสิ่งกำลังปั่นป่วนอยู่ภายในร่างกาย ราวกับกำลังพยายามต่อต้านอะไรบางอย่างอยู่

ในขณะเดียวกันนั้น สัญชาตญาณของจอมยุทธ์กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรง ยังคงจินตนาการมองภาพไม่ออก แต่สิ่งนั้นทำให้เขารู้สึกหวั่นกลัวจากหัวใจข้างใน ทั้งยังทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเป็นที่กำลังเหยียบย่ำอยู่บนลวดเหล็ก ซึ่งอาจจะร่วงหล่นลงมาจนร่างแหลกเหลวเมื่อใดก็ได้

สิ่งนี้ทำให้สวี่ชีอันนึกถึง ยามที่โหรชุดขาวหลอมโชคชะตาแล้วเจอกับจุดวิกฤติสำคัญ หากสำเร็จ โชคชะตาในร่างนี้จะกลายเป็นของผู้อื่น และไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตนอีก

อีกทั้งในชีวิตนี้เขาอาจจะผสานเชื่อมเกี่ยวกับโชคชะตาที่จากไปตอนไหนก็ได้ จนกว่าร่างนี้จะล้มหายตายจาก

สำหรับสิ่งที่บุตรชายกำลังจะได้เผชิญนั้น โหรชุดขาวไม่ได้รู้สึกดีใจหรือทุกข์แต่อย่างใด กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนอย่างเคยว่า “มารดาของเจ้าฉวยโอกาสในยามที่ข้าไม่ได้ข้างกาย แอบลอบไปยังเมืองหลวง เพื่อคลอดเจ้าที่นั่น หลังจากข้าชิงโชคชะตามาได้ ถึงค่อยรู้เรื่องนี้”

“เพราะอะไร?”

สวี่ชีอันพลันกระอักเลือดออกมาจากปากและจมูก ก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล้ำลึก

โหรชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอย่างเคย “เดิมทีเจ้าก็เกิดเพื่อรองรับโชคชะตาอยู่แล้ว เป็นภาชนะที่ต้องถูกใช้งาน นี่คือกลยุทธ์ของข้ากับผู้มีเชื้อสายราชวงศ์นั่น ถึงในช่วงแรกจะไม่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น แต่เพราะยังไม่ถึงเวลา จึงไม่เหมาะที่จะเอาโชคชะตาเข้าสู่ร่างของผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์คนนั้น

“มารดาของเจ้าเป็นสตรีจอมวางอุบาย นางทำทีท่าแสดงให้เห็นว่ายอมรับความลำบากอย่างไม่ขัดขืน และยอมได้ทุกอย่างเพื่อวงศ์ตระกูล แต่นั่นเป็นการเสแสร้ง เจ้าเป็นบุตรเพียงคนเดียวของนาง นางยอมไม่ปล่อยให้เจ้าตาย โดยตอนที่หลบหนีไปยังเมืองหลวงเพื่อคลอดเจ้าที่นั่น

“ท่านโหราจารย์ที่พำนักอยู่เมืองหลวง ซึ่งเขาก็คือเกราะป้องกันอันมโหฬารของเจ้าเลยล่ะ”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…สวี่ชีอันถอนหายใจ ไม่ได้ถามข้อสงสัยอันใดอีก

ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจตอนนี้พลันคิดว่าชายชราคนนั้นจะเป็นท่านโหราจารย์ดังกล่าว

อาณาจักรต้าฟ่งช่างเลวร้ายต่อเด็กกำพร้า แม่หม้าย และคนแก่เสียจริง

“พูดมาขนาดนี้แล้ว จีเชียนถือว่าเป็นญาติผู้พี่ของข้าหรือเปล่า?”

สวี่ชีอันถามพลางปล่อยให้เลือดจากจมูกไหลเข้ามุมปาก อยากจะเช็ดมันนัก แต่ก็ขยับตัวไม่ได้

“ใช่!” โหรชุดขาวพยักหน้า

ฆ่าได้ก็ดีสิ ญาติผู้พี่ล้วนสมควรตายให้หมด ฮึ่ม สิ่งนี้ข้าไม่ได้เป็นคนคิดนะ เป็นคำพูดของนักเขียนชื่อดังในชาติก่อนต่างหาก…เขาแค่รู้สึกอัดอั้น เลยใช้คำพูดดังกล่าวมาคลายความกังวลในใจ

“นี่คือการโจมตีของเจ้าหรือ?” ขณะนั้นเอง จู่ๆ โหรชุดขาวก็เอ่ยขึ้นมา

ที่ด้านนอกหุบเขานั่น เจ้าสำนักศึกษาจ้าวโส่วและสวี่ผิงจื้อพลันเหาะอากาศเข้ามาหา

“เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย…”

น้ำเสียงของอารองสวี่แหลมสูง นัยน์ตาทั้งคู่เป็นสีแดงฉาน ดูทั้งเสียใจและโกรธเคือง

โหรชุดขาวมิได้มองอีกฝ่าย กลับเอ่ยเสียงเบา “ตอนเด็ก ข้ามักจะพาเขามาที่แห่งนี้ เพื่อแสดงค่ายกลของข้าให้เขาดู ที่แห่งนี้จึงเป็นฐานลับของพวกเราสองพี่น้อง แต่ในภายหลัง ค่ายกลของที่นี่นานวันเข้ายิ่งสมบูรณ์แบบและยิ่งทรงพลัง จนสามารถกลั่นเลือดหัวใจครึ่งชีวิตของข้าได้

“แต่ก็ยังอำพรางได้ไม่หมดจด ทำให้ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากละทิ้งที่แห่งนี้ไป ที่นี่ไม่ปลอดภัย เพราะนอกจากตัวข้าแล้ว ยังมีเอ้อร์หลางที่รู้ เจ้าคาดเดาถูกแล้ว ยามที่ข้าปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน อาคมวิชาอำพรางความลับสวรรค์ก็จะคลายลง แล้วเอ้อร์หลางจะระลึกถึงข้าอีกครั้ง

“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงพยายามซ่อนเร้นตัวตนของเจ้า เช่นนี้ ความจำของเขาจะได้ยุ่งเหยิงอีกครา”

ทว่าเจ้าคงคาดไม่ถึงสิท่า ว่าข้าเข้าใจเคล็ดวิชาอำพรางความลับสวรรค์อย่างทะลุปรุโปร่งมานานแล้ว…ใบหน้าสวี่ชีอันไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

อารองสวี่พุ่งเข้าชนม่านอาคมค่ายกล จนศีรษะแตกเลือดไหลพราก ก่อนจะคำรามเสียงดังว่า “สวี่ผิงเฟิง เจ้ามันไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีราวกับสุกรและสุนัข เขาเป็นลูกชายของเจ้าแท้ๆ นะ ทั้งยังเป็นหลานชายของข้า เสือถึงร้ายก็ยังไม่กินลูกตัวเอง แล้วจะนับว่าเจ้าเป็นคนได้หรือ?”

กล้ามเนื้อใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ทั้งบริเวณหน้าผากยังเกิดเส้นเลือดปูดนูน จนหน้าตาดูดุร้ายโหดเหี้ยม

สวี่ชีอันเพิ่งเคยเห็นอารองระเบิดโทสะเช่นนี้เป็นครั้งแรก

โหรชุดขาวกลับเอ่ยอย่างราบเรียบ “นี่มันเป็นเรื่องระหว่างเราสองพ่อลูก ชีวิตของเขาล้วนเป็นข้าที่ได้มอบให้”

ตึง!

สวี่ผิงจื้อชกเข้าที่ม่านอาคมหนึ่งที สภาพราวกับสัตว์โบราณที่ถูกยั่วยุ ซึ่งดูดุร้ายและเปี่ยมด้วยอารมณ์โกรธา “สองพ่อลูกรึ? เจ้าคู่ควรด้วยรึ! เจ้าคู่ควรเป็นบิดาของเขาหรือไง เขาเป็นชายหนุ่มสกุลสวี่ของข้า ข้าเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ แต่เจ้าคิดจะฆ่าเขา เจ้าเคยถามข้าบ้างหรือเปล่าว่าข้าเห็นด้วยหรือไม่ เจ้าคลายม่านอาคมค่ายกลบ้าๆ นี่ลงเดี๋ยวนี้ ข้าจะเข้าไปฆ่าเจ้าซะ จะฆ่าเจ้าให้ตาย!”

เขาทั้งชกม่านอาคมไม่หยุดหย่อน อีกทั้งยังใช้ศีรษะกระแทกจนอาบเลือด

อารอง…สวี่ชีอันมองดูอย่างเงียบๆ มองดูชายวัยกลางคนหนึ่งผู้บ้าคลั่ง

สวี่ผิงจื้อยามอยู่ที่จวนจะคอยตามใจคนอื่น หรือกระทั่งอยู่ข้างนอกก็จะนิ่มนวล ราวกับว่าจากที่เคยปลดปล่อยจิตสังหารกลางสนามรบในครั้งนั้นได้ถูกลบล้างไปหมดนานแล้ว

แต่ชายผู้คอยตามใจคนอื่นนี้ หากเด็กที่บ้านของตนได้รับอันตราย เขาก็จะปล่อยหมัดหนักโจมตีอย่างไม่ลังเลเลย จนเกรงกลัวว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าน่าจะเป็นช้างเสียมากกว่า

โหรชุดขาวเก็บสายตากลับมา หันไปมองสวี่ชีอันแวบหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากกล่าวว่า “แต่มันสายไปแล้ว!”

เขาใช้พลังดึงโชคชะตาที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งมันเริ่มโผล่ออกมาจากศีรษะของสวี่ชีอันเล็กน้อยแล้ว

ระหว่างขั้นตอนนี้ ทำเอาร่างกายของสวี่ชีอันปริแตกอย่างต่อเนื่อง เลือดไหลเจิ่งนอง จมูกและปากต่างกระอักเลือดไม่หยุด จนเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

เสียงกรีดร้องของหลานชายประหนึ่งได้ทิ่มแทงเข้าไปยังหัวใจของสวี่ผิงจื้อ กระทั่งเขาตัวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง

ชายชราผู้นี้พลันไม่กล้าทำตัวเย่อหยิ่งอีกต่อไป เขาคุกเข่าลงบนม่านอาคม พร้อมเอ่ยวิงวอน “อย่าเขาเลยพี่ใหญ่ ข้าขอร้อง อย่าฆ่าเขา เขาเป็นเด็กที่ข้าเลี้ยงมาจนโต เสมือนเป็นลูกข้า ได้โปรดอย่าฆ่าเขา…

“ข้าเลี้ยงเขามายี่สิบเอ็ดปี เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้ เจ้าไม่อาจทำเช่นนี้ได้… พี่ใหญ่ เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าคืนเขามาให้ข้าเถอะ”

โหรชุดขาวผู้ไร้หัวใจกลับเมินอีกฝ่าย และจดจ่อกับดึงโชคชะตา

“ถอยก่อน!”

จ้าวโส่วสะบัดแขนเสื้อ โบกมือให้อารองสวี่ จากนั้นเขาจึงสวมมงกุฎแห่งปราชญ์เอก แล้วหยิบดาบสลักออกจากแขนเสื้อข้างขวา

มงกุฎแห่งปราชญ์เอกกับดาบสลักปราณใสราวทะลุท้องนภา ทั้งสองสิ่งต่างขานรับซึ่งกันและกัน

จ้าวโส่วถือดาบสลักเผยด้านแหลมคม อีกทั้งมงกุฎแห่งปราชญ์เอกที่ได้การปลุกเสกจากปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสาม แสงจากดาบสลักพลันระเบิดออกก่อนพุ่งขึ้นท้องฟ้า โหรชุดขาวเสียเวลาไปมากกว่าสามสิบปีเพื่อสร้างค่ายกล แต่มันกลับถูกโจมตีจนแตกภายในพริบตาเดียว

เมื่อม่านอาคมชั้นนอกสุดแตกสลายแล้ว จึงไร้สิ่งกีดขวางไม่ให้คนนอกเข้าไป

“ที่แห่งนี้ ห้ามดึงโชคชะตา”

จ้าวโส่วป่าวประกาศ

ทว่าครั้งนี้ วิชาลั่นประกาศิตจากลัทธิขงจื๊อใช้ไม่ได้ผล

โหรชุดขาวพลันถูกระงับการดึงพลังทั้งหมด แต่ไม่นานก็สามารถขจัดผลพวงจากวิชาลั่นประกาศิตไปได้

“กฎของที่แห่งนี้กับโลกภายนอกไม่เหมือนกัน หากลัทธิขงจื๊อของเจ้าต้องการแผลงฤทธิ์แผลงเดชใน ‘โลก’ ของข้า ก็ต้องถามความสมัครใจของข้าก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่”

โหรชุดขาวส่งเสียงเฮอะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

จ้าวโส่วย่างกรายไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางแทงดาบสลักปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ ขณะเดียวกันมงกุฎแห่งปราชญ์เอกสาดแสงส่องประหนึ่งคลื่นน้ำ ซึ่งเป็นการปลุกเสกตัวดาบสลัก

จ้าวโส่วพูด “ทำลาย!”

พลังของวิชาลั่นประกาศิตเพิ่มขึ้นตามการปลุกเสกให้ดาบสลัก

ในเมื่อเจ้าเปลี่ยนแปลงกฎ เช่นนั้นข้าก็สามารถทำลายมันได้

ดาบสลักได้กลายเป็นดั่งแสงตะวันฉาย สว่างจ้าจนแทบขาวโพลนสิ้น มันบุกรุดหน้าไปด้วยความว่องไว พร้อมกับม่านอาคมของค่ายกลที่แตกทลายทีละชั้น

ค่ายกลขนาดใหญ่อันไร้เทียมทานแห่งนี้สร้างขึ้นจากค่ายกลร้อยแปดชั้น กลับต้านทานผู้สวมมงกุฎแห่งปราชญ์เอก และมือกุมดาบสลักของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสามเพียงคนเดียวคนนี้ไว้ไม่อยู่

แม้ว่าผู้สร้างค่ายกลเป็นถึงโหรขั้นสอง

ทว่าสำหรับโหรชุดขาวแล้ว การที่ต้านทานพลังของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสามไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย เขายังอยากจะยื้อเวลาให้ได้มากกว่านี้ เพราะดึงโชคชะตาในร่างสวี่ชีอันออกมาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

ในเวลานั้นเอง ประกายดาบที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร พลันปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า ทำลายม่านอาคมของค่ายกลอักขระทีละชั้นๆ

จิตแห่งดาบที่ไม่เป็นสองรองใคร

โหรชุดขาวใช้มือข้างหนึ่งกดกลางอากาศ ค่ายกลอักขระแห่งหนึ่งจึงเปล่งแสงขึ้นมา ประกอบกลายเป็นกำแพงปราณ ป้องกันดาบแสงที่อยู่เบื้องหน้า

ดาบแสงเฉือนตัดกำแพงปราณเสมือนวัวปั้นดินจมทะเล สลายหายไม่พบเจอ

การถ่ายทอดพลัง! ถ้าเห็นข้อความนี้จากที่อื่นโปรดกลับมาเยี่ยมเราบ้างนะ ไอรีนโนเวล ขอบคุนจ้า

เขาเดินถือดาบแสงพลางลั่นประกาศิต

“ที่แห่งนี้ ห้ามถ่ายทอดพลัง”

จ้าวโส่วตอบโต้อย่างใจเย็น ตอนนั้นเองค่ายกลได้พังทลายลง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พลังของวิชาลั่นประกาศิตได้บุกล่วงพื้นที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้ว

จู่ๆ สภาพอากาศก็ร้อนระอุขึ้นมา จิตแห่งดาบที่ซึ่งไร้เทียมทานค่อยๆ ปรากฏออกมาทีละอันอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้ จนค่ายกลอักขระแตกทลายสิ้น

สิ่งนี้ทำให้จ้าวโส่วรุกล่วงล้ำง่ายกว่าเดิม สายตาจดจ้องกำลังไปยังเบื้องหน้าอันใกล้ ทันใดนั้นเอง ซากศพของผู้เฒ่าเทียนกู่ที่ตาขาวโพลนไร้ลูกตาดำทั้งสองข้างได้เปล่งแสงสว่างขึ้นมา

จ้าวโส่วพลันสูญเสียเป้าหมายทั้งหมดไปในคราเดียว เขายืนนิ่งตกตะลึง เพราะเบื้องหน้านั้นว่างเปล่า ไม่มีทั้งสวี่ชีอันหรือโหรชุดขาว

นี่มันวิธีการ “ไร้สมปฤดี” นำตัวสวี่ชีอันและโหรชุดขาวหลบซ่อน เพื่อยื้อเวลา

จ้าวโส่วขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นดีดมงกุฎแห่งปราชญ์เอก

มงกุฎแห่งปราชญ์เอกสั่นเล็กน้อย แสงสว่างกระเพื่อมประหนึ่งคลื่นน้ำ ท่ามกลางความมืดสลัวชวนสับสน พลังที่ปกคลุมร่างของจ้าวโส่วก็ถูกชะล้างออกไป จากนั้นเงาร่างของสวี่ชีอันและโหรชุดขาวก็ปรากฏขึ้นมา

“พอได้แล้ว!”

โหรชุดขาวเผยรอยยิ้ม เขาใกล้จะหลอมโชคชะตาในร่างของสวี่ชีอันเสร็จแล้ว

“ข้าไม่ทราบมาก่อนว่าอารองจะรู้ถึงสถานที่นี้ด้วย”

เวลานั้นเอง เขาได้เสียงแผ่วเบาของสวี่ชีอัน

โหรชุดขาวมุ่นคิ้ว เพราะทั้งที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเปื้อนรอยเลือด กลับดูสงบนิ่ง ไม่มีความสิ้นหวังหรือความหวาดกลัวต่อเคราะห์ร้ายที่กำลังใกล้เข้ามาเลยแม้แต่น้อย

สวี่ชีอันกล่าวต่อว่า “ดังนั้น วิธีแท้จริงที่จะช่วยชีวิตข้า หาได้ใช่จ้าวโส่วหรือบรรพชนกลุ่มพันธมิตรจอมยุทธ์ไม่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปฝากความหวังที่พวกเขา”

หลังจากเงียบไปสักพัก เขาก็เผยรอยยิ้มแห่งความสุข “เจ้าเป็นถึงท่านโหราจารย์แท้ๆ เหตุใดถึงไม่ทำอะไรเล่า?”

“นางหญิงน่ารังเกียจ ยังจะรออะไรอีก!”

เขาตะโกนดังลั่น

เมื่อสิ้นเสียงลง ก็ปรากฏภาพมายาที่บริเวณด้านหลังสวี่ชีอัน เป็นหางจิ้งจอกอันปุกปุยฟูฟ่อง เสมือนยามนกยูงรำแพนหาง สวยงามทว่าก็น่าหวาดกลัว

………………………………………..

………………………………………………………

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 491 หญิงผู้น่ารังเกียจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved