cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 482 ความโกรธของคนผู้หนึ่ง (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 482 ความโกรธของคนผู้หนึ่ง (1)
Prev
Next

บทที่ 482 ความโกรธของคนผู้หนึ่ง (1)

เวลาล่วงเลยผ่านไป ประมาณสองเค่อก่อน ณ หน่วยลาดตระเวนยามวิกาล

‘ตึง ตึง ตึง’…สวี่ชีอันในชุดครามก้าวเดินลงมาจากบันไดช้าๆ รายล้อมด้วยเจ้าพนักงานที่มีสีหน้าซับซ้อน

หอเฮ่าชี่นั้นเป็นสถานที่ทำงานของเว่ยเยวียน ในหอมีเจ้าพนักงานและผู้รอบรู้จำนวนมากที่ทำการส่งข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์รายงานอยู่

หยวนสยงกำลังเห่อกับตำแหน่งใหม่และอำนาจเพิ่งจะลามถึงหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลเท่านั้น พวกเจ้าพนักงานในหอเฮ่าชี่ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากหยวนสยงไม่ตาย คบเพลิงนี้คงจะเผาไหม้มาจนถึงศีรษะของพวกเขาแน่

เพราะพวกเขาล้วนเป็นกลุ่มคนสนิทของเว่ยเยวียน

เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อวานหยวนสยงเพิ่งจะมารับตำแหน่งของเว่ยกงและได้เป็นเจ้านายแห่งหอเฮ่าชี่ ทว่าวันนี้กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของสวี่ชีอันเสียแล้ว

เหล่าเจ้าพนักงานยืนอยู่เต็มทุกมุมของบันไดแล้วมองเขาอยู่เงียบๆ มองดูชายชุดครามผู้นี้ค่อยๆ เดินลงมาจากชั้นบน

ในแววตาแต่ละคู่มีทั้งความเคารพ ความเจ็บปวด ความซาบซึ้ง และประกายแวววาวของน้ำตา

การเปลี่ยนแปลงราชสำนักในช่วงหลายวันนี้และเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ทำการหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลเมื่อวาน พวกเขาล้วนเห็นกับตาและรู้ดีแก่ใจ

ภายนอกไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ในใจย่อมมีความเคียดแค้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ถือปากกาอยู่ย่อมไม่อาจถือดาบ ส่วนผู้ที่สามารถถือดาบ กลับไม่อาจคว้าจับความกล้าที่หายวับไปได้

เว่ยกงบัญชาการหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลมายี่สิบเอ็ดปี ผู้ที่ได้รับความเมตตาจากเขามีมากมาย ตอนนี้พอเขาตาย ต้นไม้ล้มลิงแยกย้าย แต่ละฝ่ายล้วนพากันมองอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย็นชา

สุดท้ายกลับเป็นชายหนุ่มที่เข้ามาในหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลไม่ถึงปีที่โกรธเกรี้ยวแทนตัวเขา

เจ้าพนักงานทั้งหลายมองเขา ความโศกเศร้าก่อตัวขึ้นในความเงียบงัน

สวี่ชีอันออกจากหอเฮ่าชี่แล้วมาที่หน้าศพของหยวนสยง ชักดาบออกมาแล้วฟันคอของศพ ก่อนถือไว้ในมือ

เจ้าต้องการทำลายชื่อเสียงของเว่ยกง ข้าไม่ยอมหรอก!

เหล่าเจ้าพนักงานพุ่งออกมาจากหอเฮ่าชี่แล้วรวมตัวกันอยู่ด้านนอก

เมื่อสวี่ชีอันหันกายจากไป ด้านหลังก็มีเสียงสะอื้นดังขึ้น “ฆ้องเงินสวี่ ท่านหนีไปเถอะ…”

นั่นก็คือทหารคุ้มกันที่รักษาการณ์อยู่หน้าหอเฮ่าชี่

“ฆ้องเงินสวี่ ไปเถอะ ท่านไปเถอะ”

“ฆ้องเงินสวี่ โยนหัวคนทิ้งไปเสีย แล้วรีบหนีเถอะ”

“ข้าขอร้องท่านล่ะ…”

แต่ละคนเอ่ยโน้มน้าวออกมาราวกับล่วงรู้อะไรบางอย่าง

เสียงดังวุ่นวาย แต่ทุกถ้อยคำล้วนกินใจ

ฝีเท้าของสวี่ชีอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป

เขาเดินออกจากที่ทำการเงียบๆ ตลอดทางพวกหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลต่างจดจ้องมาที่เขา แต่ไม่มีใครพูดอะไร และไม่มีใครกล้าขวางเขาด้วย

สายตาหลายคู่หยุดอยู่ที่แผ่นหลังของเขา จากนั้นก็เหลือบมองไปยังศีรษะที่ถูกถือเอาไว้

ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี

ชายชุดครามผู้นี้ออกจากที่ทำการหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลอย่างรวดเร็ว เส้นทางที่เดินไปนั้นมุ่งตรงไปยังพระราชวัง

ท่ามกลางความเงียบงัน ฆ้องเงินคนหนึ่งตะโกนขึ้น “เป็นแบบนี้ไม่ได้”

บุกรุกมาสังหารคน จบเรื่องแล้วก็ไม่ได้หนีไปทันที แต่กลับถือหัวคนออกนอกประตูไปยังเขตพระราชวัง…

จู่ๆ ก็มีคนตะโกนร้องขึ้นมา “เขาจะไปก่อเรื่องที่พระราชวัง!”

“แบบนี้ไม่ได้นะ เว่ยกงไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครปกป้องเขาได้เหมือนคราวก่อนแล้ว เขาสังหารหยวนสยง นี่เป็นโทษถึงขั้นยึดบ้านสังหารตระกูลเชียว เขาจะสร้างเรื่องต่อไม่ได้แล้ว ต้องรีบหนีไป”

“ใครจะขวางเขาได้ ขวางเขาไม่อยู่หรอก”

เขาบุ่มบ่ามเกินไป คราวก่อนที่เขาสามารถสังหารกั๋วกงได้เพราะมีเว่ยกงอยู่ เมื่อมีความเห็นชอบจากขุนนางหลายคน ขุนนางบุ๋นบู๊กลุ่มนี้จึงเจอกับแรงกดดันเหนือศีรษะ เขาจึงรอดออกมาได้ครบสมบูรณ์

แต่สถานการณ์คราวนี้ไม่เหมือนกัน ถ้าเขากล้าก่อเรื่องจะต้องเรียกกองทัพและยอดฝีมือมาปราบปรามแน่

ซ่งถิงเฟิงและจูกว่างเสี้ยวกุมดาบตามไปเป็นอันดับแรก

หน่วยลาดตระเวนยามวิกาลที่เหลือมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

“พวกเรามีลูกมีภรรยากันแล้ว จะบุ่มบ่ามไม่ได้”

“ปะ…ไปดูก็พอ แค่ไปดูเท่านั้น”

“เอาเป็นว่าอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก”

ส่วนพอถึงเวลานั้นแล้วจะทำอย่างไรต่อ พวกเขายังไม่ได้คิด

หลังจากหาเหตุผลให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็มีคนก้าวเท้าพุ่งออกไปจากที่ทำการ

ต่อจากนั้น คนแล้วคนเล่าก็เดินตามไป…จนเดินตามกันออกมาเป็นกลุ่มใหญ่

…

ในช่วงเวลายามเหมา ลมหนาวยามฤดูใบไม้ร่วงพัดมาพร้อมน้ำค้างหนาหนัก ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างก็ยังไม่ตื่น

หน้าร้านขายอาหารเช้าข้างทาง เจ้าของร้านคนหนึ่งถือน้ำเต้าหู้ร้อนๆ เอาไว้ด้วยมือสองข้างแล้วเดินไปหาลูกค้าที่โต๊ะ

ตอนนี้เอง เขาก็มองไปที่ถนนแล้วเบิกตาโต ชามในมือของเขาตกลงบนพื้นและแตกเป็นเสี่ยงๆ น้ำเต้าหู้ร้อนๆ สาดไปทั่วพื้น

เหล่าลูกค้ามองตามสายตาของเขาไป ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าตรู่ ชายชุดครามผู้หนึ่งกุมดาบเดินไปข้างหน้า ขณะที่มือซ้ายหิ้วหัวคน

ด้านหลังของเขามีหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลร้อยคนเดินตามไป

เจ้าของร้านค่อยๆ ถอนสายตากลับแล้วมองลูกค้า “นั่นคือฆ้องเงินสวี่ใช่หรือไม่?”

“อ่า เขาก็คือฆ้องเงินสวี่หรือ”

และยังมีคนที่ไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของฆ้องเงินสวี่ด้วย

“ชะ ใช่แล้ว ไม่ผิด เขานั่นแหละฆ้องเงินสวี่ เขาจะทำอะไรน่ะ”

“มือถือหัวเอาไว้ด้วย ซี๊ด ฆ้องเงินสวี่สังหารขุนนางอีกแล้วหรือ”

“ข้างหลังก็มีหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลตามมาเยอะแยะด้วย…”

พ่อค้าแม่ค้าข้างถนนเข้าเมืองมาแต่เช้า และมีชาวบ้านบางส่วนที่ออกมาดูข้างนอก ต่างก็โชคดีได้เจอกับภาพนี้เข้า

เมื่อพบว่าฆ้องเงินสวี่กำลังเดินไปตามถนนสายหลักและตรงไปยังทิศทางของพระราชวัง ชาวบ้านที่มองดูอยู่ข้างๆ ก็หันมาพูดคุยกันอย่างอดไม่ได้

“หัวคนที่ฆ้องเงินสวี่ถือไว้เป็นของใครกัน”

“ใครจะรู้เล่า จะต้องไม่ใช่คนดีแน่ ไม่อย่างนั้นฆ้องเงินสวี่ก็คงไม่ฆ่าเขาหรอก สถานการณ์ยิ่งใหญ่สะเทือนขวัญเช่นนี้ ข้าจำได้ว่าคาวก่อนเหมือนจะตัดหัวกั๋วกงสองคนที่ไช่ซื่อโข่ว แต่น่าเสียดาย คราวนี้ข้าไม่ได้ไปเห็นกับตา…”

จู่ๆ เสียงก็หยุดลง

ผ่านไปพักหนึ่งก็มีคนตะโกนขึ้นมา “ตามไปเร็ว ตามไปดูกันเถอะ”

ชาวบ้านที่เดิมทีมีเพียงความตื่นตะลึงสงสัยก็พลันรับรู้ได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ จึงรีบเรียกพรรคพวกแล้วเดินตามหลังหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลไป

ระหว่างทางที่เดิน คนที่ผ่านไปมาก็ชี้ไม้ชี้มาเอ่ยถามกันและกัน

“นี่ทำอะไรกันหรือ”

“พวกเจ้าตามหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลกลุ่มนี้ทำไมหรือ”

ชาวเมืองในกลุ่มก็เอ่ยว่า “หัวแถวคือฆ้องเงินสวี่ จำไม่ได้หรือ พวกเจ้าตาไม่ดีกันแล้วนะ”

“อย่าพูดไร้สาระเลย พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่ตามไปดูก็พอแล้ว อย่าลืมล่ะว่าคราวก่อนฆ้องเงินสวี่ระดมผู้คนมากมายเช่นนี้ไปก็เพราะคดีสังหารล้างเมืองฉู่โจว”

ชาวเมืองที่ไม่เข้าใจต่างตะลึงจนหน้าถอดสี ดังนั้นจึงเข้าร่วมด้วย

…

เขตพระราชฐาน บนกำแพงเมือง

หน่วยองครักษ์ราชวัลลภคุ้มกันประตูทางใต้มองเห็นว่ามีฝูงชนมากมายอยู่ที่ถนนสายหลักอันกว้างขวาง เมื่อมองลงไปก็มีแต่ศีรษะมนุษย์

ผู้ที่เดินนำหน้าคือชายชุดคราม ด้านหลังมีหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลร้อยคน และสุดท้ายจึงเป็นชาวบ้านที่รวมตัวกันกระจัดกระจาย

กลุ่มคนมีเกือบพัน เมืองหลวงเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวยเช่นนี้ ประชาชนทั่วไปจึงเกียจคร้านและนอนตื่นสายเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศก็เริ่มหนาวขึ้น ในตอนนี้ครอบครัวที่ไม่ถูกชีวิตบีบคั้นให้ลำเค็ญจึงคงยังนอนหลับสนิทอยู่และม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ

ดังนั้น กลุ่มคนที่รวมตัวกันได้เกือบพันคนเหล่านี้ ในช่วงเวลาแบบนี้จึงเกิดขึ้นได้ยากเป็นพิเศษ

ไม่นานเหล่าหน่วยองครักษ์ราชวัลลภก็ไม่แยแสพวกชาวบ้าน พวกเขามองดูหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลพักหนึ่ง และจดจ้องเขม็งไปที่ชายชุดครามตรงๆ

อดีตฆ้องเงินสวี่ชีอัน ที่เอวแขวนหัวคนเอาไว้

หน่วยองครักษ์ราชวัลลภที่ประตูเมืองทางใต้เอ่ยสั่งเสียงเข้ม “เตรียมปืนใหญ่และคันธนู ฟังคำสั่งข้า…”

เมื่อเผชิญหน้ากับดาวร้ายดวงนี้ ต่อให้ประเมินสูงยังไงก็ยังไม่พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้สถานการณ์ราชสำนักยังตึงเครียด ราชสำนักต้องการลงโทษเว่ยเยวียน แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ สวี่ชีอันก็ดันโผล่มาแบบไม่คิดให้ดี เพราะถ้าคิดดีคงไม่มาแน่

หัวหน้าหน่วยองครักษ์ราชวัลลภยืนอยู่บนกำแพงเมืองและตะโกนขึ้น “เขตพระราชฐานเป็นสถานที่สำคัญ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า”

ขณะที่เอ่ยเขาก็ยกมือขึ้นมา หน่วยองครักษ์ราชวัลลภที่กำแพงเมืองก็ปรับกระบอกปืนเพื่อยิงข่มขู่

บ้างก็ยกหน้าไม้ขึ้นแล้วขึงสาย

รอเพียงแค่คำสั่งจากหัวหน้าเท่านั้น จึงจะเริ่มยิงโจมตี

ชายชุดครามผู้นั้นหยุดเดินแล้วจริงๆ

เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้าหน่วยองครักษ์ราชวัลลภก็ถอนหายใจ พอเว่ยกงตายไป ชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นคนนี้ก็ต้องเก็บงำความไร้กฎไร้เกณฑ์ของตนบ้าง

ตอนนี้เองเขาก็เห็นสวี่ชีอันปลดหัวที่แขวนไว้ตรงเอวแล้วชูขึ้นเองพลางตะโกนก้องว่า

“เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน เว่ยเยวียนนำกองทัพออกรบไปยังด่านซานไห่และสู้รบกับพวกชนเผ่าปีศาจ ชนเผ่าหนานหมาน และสำนักพ่อมดที่ด่านซานไห่ พร้อมทั้งกลับมาด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ศึกครั้งนี้หากไม่มีเว่ยเยวียน ก็จะไม่มีต้าฟ่ง แต่ทว่าคุณงามความดีอันสูงส่งนี้ องค์จักรพรรดิกลับไม่ยอมรับ จึงถูกบีบให้สละพลังฝึกตน ชิงอำนาจทหาร และขับให้ออกจากท้องพระโรง”

หน่วยลาดตระเวนยามวิกาลที่อยู่ด้านหลังมีท่าทางไม่พอใจ ต่างร้องบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมต่อเว่ยกง

ในหมู่ชาวบ้าน คนหนุ่มสาวไม่มีความรู้สึกใดเป็นพิเศษ ส่วนพวกที่อายุเยอะหน่อยก็รู้ว่าสิ่งที่ฆ้องเงินสวี่พูดนั้นเป็นความจริง

หัวหน้าหน่วยองครักษ์ราชวัลลภหรี่ตา มือยังคงยกขึ้น

“วันนี้หลังจากผ่านมายี่สิบเอ็ดปี เว่ยเยวียนได้นำทัพไปปราบสำนักพ่อมด ด้วยความกลัวว่าจะกลับมาอย่างมีชัยและยากจะสยบได้อีก จึงได้สมรู้ร่วมคิดกับขุนนางชั่ว ทำการตัดเสบียงของทหารกว่าแสนนาย ทั้งยังร่วมมือกับสำนักพ่อมดที่เมืองจิ้งซานเพื่อสังหารเว่ยเยวียนและทำลายกองทัพให้สิ้น จากนั้นก็สมคบคิดกับขุนนางชั่วหยวนสยงทำให้ชื่อเสียงของเขาแปดเปื้อนและทำลายเกียรติของเขา ทั้งยังเหยียบย่ำชัยชนะที่ทหารแสนนายที่ใช้ชีวิตตัวเองเพื่อแลกมา”

น้ำเสียงดังกึกก้อง แต่ละคำล้วนสลักเข้าไปในหูของประชาชนแต่ละคน

จนเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นมา

กองทัพที่ออกไปรบเพื่อปราบสำนักพ่อมดล้มตายและสูญเสียอย่างหนัก นี่เป็นหัวข้อที่พูดกันอย่างแพร่หลายในช่วงนี้ แม้แต่พวกพ่อค้าเร่หรือคนรับใช้ ในยามที่มาพักผ่อนดื่มชาด้วยกันก็จะก่นด่าขันทีผู้นั้นที่สร้างความผิดพลาดให้กับอาณาจักร

แต่ในเรื่องเดียวกัน เมื่อออกมาจากปากของฆ้องเงินสวี่กลับกลายเป็นคนละเรื่อง

จักรพรรดิร่วมมือกับขุนนางชั่วเพื่อตัดเสบียงกองทัพทหาร…และร่วมมือกับสำนักพ่อมดสังหารแม่ทัพผู้บัญชาการรบ…บนถนน เมื่อชาวเมืองได้ยินคำพูดนี้ก็เกิดความสับสนโกลาหลขึ้นในหัว

ขอบตาของหน่วยลาดตระเวนยามวิกาลแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะว่าโกรธเกรี้ยว

หากสิ่งที่สวี่หนิงเยี่ยนพูดมาเป็นความจริง สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง และเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัย

“ยิงธนู!”

หัวหน้าหน่วยองครักษ์ราชวัลลภออกคำสั่ง

เสียงสายธนูสั่นสะเทือน เสียงปืนใหญ่พุ่งออกจากปล้องดังขึ้นเป็นระลอก

กระสุนปืนใหญ่คำรามก้องและลูกศรหน้าไม้ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาว ทั้งหมดล้วนพุ่งตรงมาหาสวี่ชีอันโดยไม่สนว่าประชาชนคนธรรมดาจะอยู่หรือตาย

พวกชาวเมืองร้องเสียงดังลั่นและวิ่งหลบกันจ้าละหวั่นเพื่อหาที่กำบังร่างกาย

‘ตู้ม ตู้ม ตู้ม!’

กระสุนปืนใหญ่และลูกศรระเบิดกลางอากาศ ราวกับเจอกับสิ่งกีดขวางไร้รูปร่าง

“ข้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และทนไม่ได้ที่รากฐานหกร้อยปีซึ่งบรรพชนสร้างมาจะต้องถูกทำลายด้วยน้ำมือของจักรพรรดิผู้อ่อนแอและขุนนางชั่วช้า…”

สวี่ชีอันยืนนิ่งไม่ขยับ โยนหัวคนไปอย่างแรงก่อนจะโกนก้องราวกับสายฟ้าฟาด “ดังนั้นในวันนี้ ความโกรธของชายผู้หนึ่ง จะทำให้เลือดกระเซ็นเป็นทางยาวห้าก้าว ทุกคนในใต้หล้าจะต้องสวมชุดไว้ทุกข์!”

บนกำแพงเมือง หน้าไม้และปืนใหญ่พลันระเบิดขึ้นเป็นเสียงตอบรับ

เมื่อโยนหัวคนผ่านเขตพระราชฐานไป ชายชุดครามก็ทำลายประตูเมืองแล้วเข้าไปในพระราชวัง

…

“ไอ้…จักรพรรดิ…ชาติหมา…”

ในตำหนักกระดิ่งทอง หลังจากเสียงคำรามอันน่าสยดสยองนี้ดังขึ้น ดาบไท่ผิงก็กรีดร้องแหวกอากาศหมายสังหารชายในชุดคลุมมังกรให้ตายคาเก้าอี้

สายตาของขุนนางทั้งหลายมองตามประกายดาบไป พวกเขาจ้องมองไปยังจักรพรรดิผู้ครอบงำราชสำนักมาเกือบสี่สิบปีผู้นั้น

เห็นเพียงแค่จักรพรรดิหยวนจิ่งโบกมือ จับคมดาบของอาวุธวิเศษนั่นไว้ด้วยร่างกายของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ

ดาบไท่ผิงแผ่ปราณดาบออกมา มันส่งเสียงหึ่งๆ และสั่นไหว แต่กลับไม่อาจหลุดออกจากพันธนาการฝ่ามือที่สะอาดราวกับหยกข้างนั้นได้เลย

“เจ้าคิดว่าข้าที่บำเพ็ญเต๋ามายี่สิบเอ็ดปี จะต้านทานของเช่นนี้ไม่ได้จริงๆ หรือ”

จักรพรรดิหยวนจิ่งมองมาที่สวี่ชีอันคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม น้ำเสียงราบเรียบราวกับวิญญาณเทพยดาที่มองลงมาจากที่สูงและครอบงำทุกสิ่ง

ทั้งคู่ห่างกันเพียงท้องพระโรงกั้น สายตาสองคู่ปะทะกัน สวี่ชีอันรู้ดีว่าเจินเต๋อและหยวนจิ่งหลอมรวมเข้าด้วยกันแล้ว

หนึ่งปราณกลายเป็นไตรวิสุทธิเทพ สามคนในหนึ่งเดียว หนึ่งคนมีสามร่าง ทั้งแยกและรวมได้

“เจ้าคิดว่าข้ามาสังหารเจ้าโดยอาศัยแค่ความโกรธของคนผู้หนึ่งเท่านั้นหรือ”

สวี่ชีอันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกัน น้ำเสียงเน้นย้ำทุกคำ “จักรพรรดิเจินเต๋อ!”

“เจ้ากลับรู้ฐานะของข้าด้วย!”

จักรพรรดิหยวนจิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับตกใจนิดหน่อย

‘วิ้ง!’

ดาบไท่ผิงปลดปล่อยปราณดาบสายแล้วสายเล่าออกมา ทำให้โต๊ะที่คลุมด้วยผ้าไหมสีเหลืองแตกขาดออกจากกัน ขั้นบันไดสีทองปรากฏเห็นเป็นรอยดาบ ปราณดาบสายหนึ่งฟันแผ่นทองแดงแปดทิศจนแตก

แผ่นทองแดงแปดทิศกลายเป็นปราณสีใสแสบตา ต่อจากนั้นจักรพรรดิหยวนจิ่งก็หายไปจากตำหนักกระดิ่งทองพร้อมกับดาบไท่ผิง

อาวุธเวทมนตร์ย้ายตำแหน่ง!

ฆ่าจักรพรรดิ มิใช่เพียงฆ่าหยวนจิ่ง แต่ยังหมายถึงเจินเต๋อ

เจินเต๋อคือยอดฝีมือหายนะ สวี่ชีอันนั้นก็อยู่ขั้นสาม การต่อสู้จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ในเมืองหลวง

ไม่อย่างนั้น ชีวิตของชาวเมืองต้องถูกกำจัดราบแน่

สวี่ชีอันกวาดตามองขุนนางในท้องพระโรง สีหน้าของพวกเขาแข็งทื่อ แววตาฉายความสับสน

“จักรพรรดิไร้คุณธรรม ผู้แซ่สวี่จะตัดชีวิตเขาในวันนี้ พวกท่านทั้งหลายโปรดรอผลลัพธ์อย่างสงบอยู่ในท้องพระโรงให้ดี”

พูดจบเขาก็หยิบแผ่นทองแดงแปดทิศออกมาแล้วบีบจนแตก

ปราณใสครอบคลุมตัวเขา จากนั้นก็หายลับไป

…

จัตุรัสประตูอู่เกิดความโกลาหล เสียงแตรและเสียงกลองดังไปทั่วทั้งพระราชวัง ทหารรักษาพระองค์ชั้นในรีบแก่กันไปที่ประตูอู่ทันที

ฮว๋ายชิ่งอาศัยช่วงที่ทหารคุ้มกันอ่อนแอนำทหารรักษาพระองค์ตรงไปยังตำหนักจิ่งหยาง ที่ประทับของจักรพรรดิหยวนจิ่ง

“ล้อมไว้!”

พระราชธิดาองค์โตผู้เย็นชาสูงส่งโบกมือ

ทหารรักษาพระองค์ที่มีพลังฝึกตนชั้นยอดยี่สิบนาย สามารถปราบทหารรักษาพระองค์นอกห้องบรรทมได้อย่างง่ายดาย

ฮว๋ายชิ่งหยิบกองกระดาษที่เขียนด้วยลายมือในอกเสื้อออกมาแล้วก้าวเดินอย่างรวดเร็วจนชายกระโปรงพลิ้วไหว ก่อนเข้าไปในห้องบรรทมของจักรพรรดิหยวนจิ่งเพียงลำพัง

เมื่อข้ามผ่านธรณีประตูสูงมา ฮว๋ายชิ่งก็ตรงไปยังห้องทรงพระอักษร แต่แล้วกลับหยุดอย่างกะทันหันราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงหันหน้าเดินไปทางห้องบรรทม เห็นค่ายกลสลักเอาไว้บนพื้นพร้อมกับไข่มุกที่ลอยอยู่กลางอากาศ

นางเห็นมังกรทองดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด กำลังถูกดูดซับพลังออกไปทีละนิดๆ

‘มังกรทองใต้ดิน…เส้นเลือดมังกร? นี่คือแผนการของเสด็จพ่อหรือ? เขาคิดจะทำอะไร?’

เกิดความสงสัยมากมายขึ้นในใจของฮว๋ายชิ่ง นางกำลังคิดจะเข้าไปใกล้ก็เห็นลูกตาในไข่มูกหมุนจ้องมาที่นางอย่างมาดร้าย

เมื่อถูกจ้องมองด้วยตาข้างนี้ หัวใจของฮว๋ายชิ่งก็สั่นสะท้าน ขณะเดียวกัน สัญชาตญาณของจอมยุทธ์ขั้นหลอมวิญญาณผู้ได้รับการฝึกฝนอย่างดีก็ร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง

ฮว๋ายชิ่งเป็นสตรีที่ฉลาดและเด็ดขาด นางหันกายกลับไปยังห้องทรงพระอักษรโดยไม่ลังเลแล้วเปิดอ่านจดหมายลายมือแต่ละฉบับบนโต๊ะ พร้อมทั้งประทับตราราชลัญจกรลงไป

เนื้อหาในจดหมายลายมือมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือคำสั่งปิดประตูเมือง ประเภทที่สองคือคำสั่งเคลื่อนพลทหารรักษาวัง

จดหมายลายมือถูกประทับตราด้วยตราประทับสำนักราชเลขาธิการแล้ว แค่ประทับตราราชลัญจกรของจักรพรรดิลงไป ก็จะสามารถปิดประตูทั้งหมดของเมืองหลวงและตรึงกองทัพที่อยู่ในเมืองหลวงไว้ในเมืองได้

ตอนนั้นสมาชิกพรรคฟ้าดินประชุมกันในหนังสือปฐพีและมีความเห็นพ้องต้องกันว่า การสังหารกษัตริย์จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดสองข้อนี้

หนึ่ง การต่อสู้ไม่อาจเกิดขึ้นในเมือง

สอง กองทัพทหารรักษาวังทั้งห้าที่จักรพรรดิหยวนจิ่งเป็นผู้บัญชาการโดยตรงไม่อาจมาแทรกแซงการต่อสู้ได้

ทัพทหารรักษาวังทั้งห้าประกอบด้วยกองทัพควบคุมปืนใหญ่และหน้าไม้บุกเมืองและป้องกันเมือง กองทัพทหารม้าติดอาวุธอย่างดีและมีอานุภาพดุจเปลวไฟ กองทัพบุกทะลวงที่มีทหารม้าหนัก กองทัพร้อยศึกที่มีทหารราบหนัก รวมถึงทัพปรมาจารย์ฮวงจุ้ย

นี่คือกองทัพที่ยอดเยี่ยมที่สุดของต้าฟ่ง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการรบ อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือว่ายอดฝีมือในกองทัพ ล้วนแต่อยู่ในชั้นยอดทั้งสิ้น

หากกองทัพนี้สามารถเคลื่อนพลออกมาได้ อย่าว่าแต่ภายในต้าฟ่งเลย ในทั่วทั้งจิ่วโจว กองทัพที่สามารถต่อกรกับพวกเขาได้ก็มีจำนวนน้อยนิดจนนับด้วยนิ้วได้

การมีอยู่ของพวกเขาก็เพื่อปกป้องเมืองหลวง เป็นการรับประกันว่าเมืองของอาณาจักรแห่งนี้จะไม่ถูกบุกยึด

เมื่อประทับตราเรียบร้อย ฮว๋ายชิ่งก็ออกมาจากตำหนักบรรทมแล้วเรียกทหารรักษาพระองค์มาสั่งว่า

“รีบไปที่ทัพทหารรักษาวัง แล้วนำจดหมายลายมือห้าฉบับนี้มอบให้กับผู้บัญชาการกองทัพ

“ส่วนจดหมายที่เหลือ ให้คนไปส่งในสำนักราชเลขาธิการ และมอบให้สมุหราชเลขาธิการหวาง”

นางออกคำสั่งอย่างมีระเบียบแบบแผน

……………………………………………….

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 482 ความโกรธของคนผู้หนึ่ง (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved