cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 472 กลับเมืองหลวง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 472 กลับเมืองหลวง
Prev
Next

บทที่ 472 กลับเมืองหลวง

หลี่เมี่ยวเจินรู้ได้ทันทีว่าศิษย์พี่สามหมกมุ่นกับการเลียนแบบสวี่ชีอันมากแค่ไหน จากที่เขากล่าวมา สวี่ชีอันเป็นเจ้าแห่งการประสบความสำเร็จเกินหน้าเกินตาชาวบ้าน ทุกครั้งที่ก้าวนำไปก่อนคนอื่นก็มักคว้าโอกาสไว้ได้เสมอ

แต่หยางเชียนฮ่วนไม่ใช่คนที่ครหาใคร เขาเป็นคนมีเหตุผล จากตอนพิธีต้าวฮวดของสำนักพุทธ ท่านโหราจารย์จงใจขังเขาไว้ที่ด้านล่างของหอดูดาว แล้วผลักสวี่ชีอันให้ออกมาต่อสู้ในนามของสำนักโหราจารย์

ทั้งตอนศึกระหว่างนิกายสวรรค์และมนุษย์ระหว่างหลี่เมี่ยวเจินและฉู่หยวนเจิ่น ในตอนนั้นหยางเชียนฮ่วนเองก็ ‘บังเอิญ’ ถูกขังไว้ที่ด้านล่างหออีกเช่นกัน

ถ้าเขารู้เรื่องที่สวี่หนิงเยี่ยนทำล่ะก็มีหวังได้ตีอกชกหัวตัวเองด้วยความอิจฉาแน่นอน…และหลี่เมี่ยวเจินไม่ได้วางแผนที่จะบอกเขาตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องรอจนกว่าอาการบาดเจ็บของสวี่ชีอันจะคงที่

ดังนั้นนางจึงกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ประสานมือพลางพูดอย่างสัตย์ซื่อ “สวี่ชีอันทำให้พี่หยางลำบากแล้ว”

หยางเชียนฮ่วนพยักหน้า พึงพอใจยิ่งกับท่าทางเว้าวอนของเทพธิดานิกายสวรรค์

ทันใดนั้นเขาก็หยิบขวดยาพร้อมด้วยเข็มและด้ายออกจากถุงสำภาระ หยางเชียนฮ่วนเปิดปากของสวี่ชีอันออก จากนั้นเสียง ‘ป๊อก’ ของจุกขวดกระเบื้องลายครามที่ถูกเปิดก็ดังขึ้น ขวดกระเบื้องสี่ห้าขวดถูกกรอกเข้าไปในปากของสวี่ชีอัน

ด้วยวิธีเทียบยาอันแสนโหดร้าย ไม่นานใบหน้าของสวี่ชีอันที่อยู่ในขั้นวิกฤติก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงราวกับกำลังขาดอากาศหายใจ

“เขาเป็นอะไรไป?” หลี่เมี่ยวเจินเลิกคิ้วขึ้น

“เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก พิษบาดแผลกำลังต่อต้านยาอย่างรุนแรง!”

หยางเชียนฮ่วนอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล พลางตบกรามของสวี่ชีอันให้เขากลืนยาลงไป

อาการของการต่อต้านยาอย่างรุนแรงเป็นเช่นนี้หรือ? เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้แก้แค้นน่ะ? จอมยุทธ์หญิงนกนางแอ่นเหินหันหน้าไปมองเขา

หลังจากเทียบยาแล้ว หยางเชียนฮ่วนก็เย็บแผลให้เขาอีกครั้ง เลือดค่อยๆ หยุดไหล ก่อนเอ่ย

“ข้ารักษาได้เพียงอาการบาดเจ็บของเขาเท่านั้น หากต้องการจะช่วยเขา ท่านอาจารย์ต้องลงมือด้วยตัวเอง”

“แม้แต่ท่านก็ทำไม่ได้งั้นหรือ?” หลี่เมี่ยวเจินตกตะลึง

ในความคิดของนาง หยางเชียนฮ่วนนับว่าเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักโหราจารย์ นอกจากท่านโหราจารย์แล้ว ในสำนักโหราจารย์ หลี่เมี่ยวเจินก็ไม่เคยเห็นโหรที่ระดับสูงไปกว่าหยางเชียนฮ่วนเลย

หยางเชียนฮ่วนนิ่งเงียบอยู่นาน จากนั้นค่อยๆ พูดขึ้น “เด็กคนนี้หาเรื่องใส่ตัวเอง ไม่เกี่ยวกับความสามารถของข้าสักหน่อย”

คำคมของศิษย์พี่หยางที่ว่า ‘หากฟ้าไม่สร้างข้าหยางเชียนฮ่วน ราชวงศ์ต้าฟ่งคงราวกับค่ำคืนอันยาวนาน’ ในความคิดของหลี่เมี่ยวเจินแล้วถือเป็นการยั่วยุซึ่งๆ หน้า

เขาหยุดครู่หนึ่งและพูดต่อ

“เขาคงลั่นประกาศิตขงจื๊อเป็นแน่แท้ เฮ้อ ตนปราศจากร่างแห่งปราณแท้ๆ กล้าใช้วรยุทธ์ของลัทธิขงจื๊อได้อย่างไร ดูจากบาดแผลอันน่าสลดใจบนร่างกายของเขาแล้ว เขาใช้วรยุทธ์ลัทธิขงจื๊อไปเพื่ออะไรกัน?”

หลี่เมี่ยวเจินครุ่นคิดอยู่นานพร้อมเอ่ย “บางทีอาจเกี่ยวกับพลังต่อสู้และสถานะก็เป็นได้”

“ทะเยอทะยานจะยกระดับพลังต่อสู้น่ะหรือ…ไม่กลัวตายจริงๆ สินะ” หยางเชียนฮ่วนเดาะลิ้นของเขา

“ขั้นสี่ลัทธิขงจื๊อล้วนไม่มีผู้ใดกล้าเล่นเช่นนี้หรอก”

“จริงหรือ?” หลี่เมี่ยวเจินเอ่ยถาม

“แน่นอนสิ!”

หยางเชียนฮ่วนทำปากยื่น

“เวลาต่อสู้ขั้นสี่สำนักอวิ๋นลู่มักกล้าพูดเพียงไม่กี่ประโยค อย่าง ‘กางเกงหลุดแล้ว’ หรือไม่ก็ ‘ถอยออกไปร้อยลี้’ วิธีเหล่านี้ได้ผลชะงัดนัก ทั้งไม่ทำให้เกิดการนองเลือดมากจนเกินไปด้วย นั่นเป็นเพราะพลังปราณอันน่าเกรงขามสามารถทรยศหักล้างได้จึงทำให้เกิดข้อจำกัด มิฉะนั้นลัทธิขงจื๊อคงไม่ขึ้นเป็นใหญ่หรอก จริงหรือไม่?”

หลี่เมี่ยวเจินกล่าว “ในยุคที่ลัทธิขงจื๊อรุ่งเรือง ไม่ใช่ว่ายิ่งใหญ่อยู่แล้วหรือ?”

หยางเชียนฮ่วนไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับแม่นางผู้นี้อีก เขาจึงกระแอมไอพลางพูดว่า “รอจนกว่าเขาจะซึมซับยาเข้าไปเบื้องต้น เมื่อความเจ็บปวดทุเลา เราค่อยพาเขากลับไปก็แล้วกัน หึ อย่าได้ประมาทความเจ็บปวดเชียว มันอาจคร่าชีวิตเขาถึงตายได้”

เขาเดินจ้ำอ้าวออกไปข้างนอก “ข้าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”

ไต้ซือแห่งสำนักโหราจารย์อย่างหยางเชียนฮ่วนมาถึงทั้งที จะให้หลบซ่อนบารมีได้อย่างไร ต้องออกไปแสดงตนให้เป็นที่ประจักษ์ต่อหน้าคนอื่นสิ

‘ครืด…’

เขาเปิดประตูทางเข้าเมืองเวิ่ง พลันปรากฏตัวต่อหน้าทหารอารักขาด้านนอก

เหล่าทหารอารักขามึนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นชายในชุดขาวปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน

ดวงตาของหยางเชียนฮ่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ริ้วผ้าของหมวกค่อยๆ กวาดมองใบหน้าที่งุนงงเหล่านั้น น้ำเสียงเรียบนิ่งวางท่าทีสงบเสงี่ยมราวปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ป่าวประกาศก้อง

“ข้าคือหยางเชียนฮ่วนแห่งสำนักโหราจารย์ ลูกศิษย์คนที่สามของท่านโหราจารย์”

โหรแห่งสำนักโหราจารย์…ลูกศิษย์คนที่สามของท่านโหราจารย์…

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นทหารอารักขาที่อยู่นอกเมืองเวิ่งก็ส่งเสียงโห่ร้องครืนครั่น

หือ ยินดีต้อนรับอย่างนั้นหรือ? นี่ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย…ไม่สิ นี่สมเหตุสมผลแล้ว! หยางเชียนฮ่วนเหยียดหลังตรงในทันใด จากนั้นก็หันหลังชี้ไปที่ท้ายทอยอย่างมั่นอกมั่นใจต่อหน้าฝูงชน

แต่ทว่าท้ายทอยของเขาถูกปกคลุมอยู่ในริ้วผ้า

ขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงทหารที่อยู่ห่างออกไปตะโกนถามท่ามกลางเสียงโห่ร้องว่า “เกิดอะไรขึ้น ทุกคนนี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

ทหารคนหนึ่งเอ่ยตอบ “ชายผู้นั้นเป็นโหรของสำนักโหราจารย์ ลูกศิษย์คนที่สามของท่านโหราจารย์ขอรับ”

“ว่าไงนะ? ช่างโชคดีเหลือเกิน โชคดีจริงๆ…”

“ใช่ๆ ฆ้องเงินสวี่รอดแล้ว ในที่สุดฆ้องเงินสวี่ก็ได้รับการช่วยเหลือเสียที”

ผู้คนต่างร้องไห้ด้วยความดีใจ

ในฐานะพลเมืองของต้าฟ่ง ใครบ้างจะไม่รู้ว่าโหรของสำนักโหราจารย์สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ได้

‘ที่พวกเขาโห่ร้องเป็นพะ…เพราะสวี่ชีอันรอดแล้ว ไม่ใช่ข้าอย่างนั้นหรือ?!’

หัวใจของหยางเชียนฮ่วนพลันจมดิ่งเมื่อได้ยิน ยังคงหันหลังให้ฝูงชน ก่อนมือที่ยกขึ้นจะถูกวางลงอย่างแรง

เมื่อเห็นท่าทางของเขา เหล่าทหารก็ค่อยๆ เงียบเสียงลง

หยางเชียนฮ่วนกดเสียงต่ำเอ่ย “สวี่ชีอัน เขาทำอะไรงั้นหรือ?”

เขารู้ดีว่าสวี่ชีอันเป็นที่นิยมชมชอบในต้าฟ่งมาก (ซึ่งฉกฉวยมาจากหยางเชียนฮ่วน) ทว่าแม้แต่หัวหน้าทหารที่รู้จักเพียงการสู้รบกลุ่มนี้ก็ยังเทิดทูนฆ้องเงิน อีกทั้งฉากเบื้องหน้านี้ยังดูเกินจริงไปหน่อยด้วย

เขาอดรู้สึกแปลกไม่ได้

“คุณธรรมของฆ้องเงินสวี่สูงส่งเทียมฟ้า เพื่อลดแรงบีบคั้นของพวกเรา เขาจึงถลาเข้าประจัญบานสนามรบแต่เพียงผู้เดียวขอรับ” ทหารคนหนึ่งกล่าว

‘เหอะ กะเจริญรอยตามครั้นที่ไช่ซื่อโข่วฆ่ากั๋วกงล่ะสิ เขาถึงรู้วิธีเอาชนะใจผู้คนเป็นอย่างดีขนาดนี้!’ หยางเชียนฮ่วนวิเคราะห์ ในใจไม่ได้นึกอิจฉา เขามองท่าทีของสวี่ชีอันทะลุปรุโปร่งมานานแล้ว

“ฆ้องเงินสวี่บุกตะลุยเดี่ยว ข้าศึกโจมตีได้เพียงสองครั้งก็ล่าถอย เขาบั่นคอคนนับหมื่นคนเชียวนะขอรับ”

บั่นคอคนนับหมื่น ข้าศึกโจมตีได้เพียงสองครั้งก็ล่าถอย…เมื่อได้ยินหยางเชียนฮ่วนก็ค่อยๆ ตกตะลึง ทัศนะพร่ามัวไปทีละน้อย

“ฆ้องเงินสวี่อาศัยความแข็งแกร่งของเขา บั่นคอกษัตริย์เหยียนหนู่เอ่อร์เฮ่อเจียท่ามกลางกองทัพนับหมื่นเลย”

“ฆ้องเงินสวี่ไร้เทียมทาน”

“ชั่วชีวิตนี้ขอติดตามฆ้องเงินสวี่ตลอดไป”

ขณะพร่ำรำพันเหล่าทหารก็ตะโกนร้องออกมาทั้งดวงตาที่แดงก่ำ

หยางเชียนฮ่วนปิดประตูเมืองเวิ่งลงอย่างเงียบๆ

หลี่เมี่ยวเจินที่ได้ยินเสียงปิดประตูจึงออกมาดู เพียงเห็นหยางเชียนฮ่วนยืนพิงประตู จากนั้นก็ค่อยๆ ทรุดลงไปที่พื้น หมวกบิดเบี้ยวไปหมด…

“ท่านเป็นอะไรไปน่ะ”

ใบหน้าหลี่เมี่ยวเจินคล้ายกับว่า ‘ข้าเป็นเทพธิดาที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าอยากจะหัวเราะออกมาเพียงใดก็ห้ามทำเด็ดขาด’

“ข้าผิดเอง ข้าประเมินสวี่ชีอันต่ำไป ข้าคิดว่ากรณีของไช่ซื่อโข่วคือจุดสูงสุดในชีวิตเขาแล้ว ไม่คิดเลยว่าในครั้งนี้เขากลับทำยิ่งกว่า ยิ่งกว่าขึ้นไปอีก…”

เศร้าจนพูดอะไรไม่ออก

“เขาคงกลัวว่าข้าจะฉกฉวยแสงไฟไปจากเขาจึงลี้มาที่ชายแดนเพื่อหลีกเลี่ยงข้าสินะ ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายเสียจริง…เขาเอาชนะกองทัพศัตรูถึงสองครั้ง เข่นฆ่าศัตรูตายจนเกือบหมด ทั้งกุดศีรษะหัวหน้าพวกมันกลางกองทัพนับหมื่น เหตุใดสวี่ชีอันเขาถึงไม่ใช้ประโยชน์นี้อวดอ้างบารมีอันสูงเสียดฟ้าออกไปให้ใครต่อใครรับรู้?”

เสียงริษยาสั่นเครือ

หลี่เมี่ยวเจินเกือบยกมือขึ้นปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะ

หลังก่นด่าอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของหยางเชียนฮ่วนก็ลุกโชนด้วยจิตวิญญาณอันฮึกเหิม “ช่วยบอกทีว่าเมืองหลวงของเหยียนกั๋วอยู่ที่ไหน”

หลี่เมี่ยวเจินเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม “ท่านคิดจะไปเหยียนกั๋วงั้นหรือ? แต่สวี่ชีอันก็ขับไล่ทหารอารักขานับหมื่นไปหมดแล้ว ท่านไปเหยียนกั๋วตัวคนเดียวจะไปมีประโยชน์อะไร?”

“แล้วแท่นบูชาหลักของสำนักพ่อมดล่ะ?”

“ที่แห่งนั้นถูกเว่ยเยวียนยึดครองแล้ว”

“…ข้ายังพอมีโอกาสอยู่หรือไม่?”

“ไม่มีแล้ว”

หลี่เมี่ยวเจินเมินเฉยความคิดของเขาอย่างไร้ความปรานีแล้วพูดว่า “อาการของสวี่ชีอันดูเหมือนจะดีขึ้นมากแล้ว เรากลับเมืองหลวงกันเถอะ ให้ท่านโหราจารย์ช่วยเขา”

การตอบกลับแสนเหนื่อยล้าและสิ้นหวังของหยางเชียนฮ่วนเล็ดลอดออกมาจากใต้ริ้วผ้า

“ไม่ช่วยแล้ว ปล่อยให้ตายไปเถอะ!”

…

หลังจางไคไท่ในค่ายทหารถูกเสียงโห่ร้องปลุกเร้า อีกฝ่ายจึงกระโดดขึ้นบนกำแพงเมือง เมื่อได้ยินข่าวการมาถึงของหยางเชียนฮ่วน เขาก็วิ่งเข้าเมืองเวิ่งหน้าตั้ง

“หยางเชียนฮ่วนล่ะ?”

เขาหันมองซ้ายทีขวาทีแต่กลับไม่พบบุคคลที่ตนถามถึง

หลี่เมี่ยวเจินชี้ไปที่มุมหนึ่ง จางไคไท่มองตามทิศทางดังกล่าว ก่อนจะพบว่าหยางเชียนฮ่วนกำลังนั่งยองอยู่ที่มุมหนึ่งโดยหันหลังให้กับพวกเขา นิ่งเงียบราวกับรูปปั้นไม่ผิดเพี้ยน

“เขาเป็นอะไรไป?” จางไคไท่ส่งกระแสจิตเอ่ยถาม

“เขาเพิ่งรู้เรื่องของสวี่ชีอัน” หลี่เมี่ยวเจินตอบกลับผ่านกระแสจิต

…เมื่อจางไคไท่มองไปยังแผ่นหลังของหยางเชียนฮ่วนอีกครั้ง ความสงสารก็ประเดประดังเข้ามา

“ข้าจะจัดให้รองแม่ทัพกลับเมืองหลวงไปพร้อมกับพวกเจ้าและรายงานเรื่องนี้ต่อราชสำนัก ถึงจะมีม้าเร็วแปดร้อยลี้ แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะถึงเมืองหลวง

“แม้ว่าทั้งสองกองกำลังพันธมิตรของประเทศเหยียนและคังจะล่าถอยและประสบความสูญเสียอย่างหนัก แต่เราก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ไม่แน่พวกเขาอาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อ หวังว่าราชสำนักจะจัดการโดยเร็วที่สุด”

จางไคไท่กล่าว

นอกจากนี้เรื่องทหารที่เสียชีวิตในสนามรบหรือแม้แต่ความดีความชอบของสวี่ชีอันในการสกัดกั้นกองกำลังข้าศึกกว่าแปดหมื่นนายเพียงผู้คนเดียวก็ต้องรายงานต่อราชสำนักด้วยเช่นกัน

หลี่เมี่ยวเจินพยักหน้า “อืม”

…

เริ่มยามซื่อ ณ สำนักราชเลขาธิการ

ขณะนั้นที่ตำหนักเสนาบดีหวางเจินเหวินสมุหราชเลขาธิการกำลังถือถ้วยยาจีนร้อนผ่าวฟังการอภิปรายดุเดือดของปราชญ์มหาสำนักแต่ละคน

“ใต้เท้า นี่มันหมายความว่าอย่างไร เหตุใดหารือมาสองวันแล้วพระองค์ถึงยังนิ่งเฉยอยู่อีก?” จ้าวถิงฟางปราชญ์มหาสำนักตงเก๋อขมวดคิ้ว

วาระการประชุมสองวันมานี้ล้วนหารือเกี่ยวกับมาตรการตั้งรับทั้งสิ้น แต่สำหรับเรื่องมาตรการของสงครามในครั้งนี้ รวมถึงการป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากสำนักพ่อมด จักรพรรดิหยวนจิ่งกลับแสดงท่าทีต่อต้านเป็นอย่างมาก

อีกฝ่ายพูดถึงข้อปลีกย่อยมากมายแต่กิจสำคัญไม่เคยพูดถึง ไม่ว่าทุกคนจะเอ่ยแนะอย่างไร เขาก็เพิกเฉย ในช่วงสองวันที่ผ่านมาขุนนางใกล้ชิดต่างวิ่งวุ่นไปทั่ว เมื่อวานเขียนสาส์นกราบทูล มาวันนี้ก็ตำหนิจักรพรรดิหยวนจิ่งกลางห้องโถง

จากนั้นพวกเขาก็ถูกลากออกไปโบยไม้พร้อมๆ กัน

“ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะไม่ยอมให้ชื่อของเว่ยกงกลายเป็นอนุสรณ์ระดมกองกำลังทหารสามมณฑลในชายแดนฝั่งบูรพา…”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เฉียนชิงซูปราชญ์มหาสำนักแห่งตำหนักอู่อิงพลันหยุดชะงัก ไม่ได้โต้ตอบอะไรอีก

หากเป็นคนอื่น การกระทำเช่นนี้อาจถูกตราหน้าว่าสมคบกับศัตรูเพื่อขายชาติ

แต่ฝ่าบาททรงเป็นประมุขของประเทศ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ อาจกล่าวได้ว่าพักนี้พระองค์ทรงฟั่นเฟือนไปแล้ว

‘ตึง ตึง!’

สมุหราชเลขาธิการทุบโต๊ะทันทีเมื่อเห็นปราชญ์มหาสำนักเข้ามา เขาผ่อนลมหายใจพลางเปล่งเสียงนุ่มทุ้ม

“หลังมื้อกลางวัน ข้าจะลองไปพบท่านโหราจารย์ที่หอดูดาวอีกหน”

ประสาทรับกลิ่นของเขาเฉียบคมกว่าคนอื่นๆ หลังจากที่เว่ยเยวียนเสียชีวิตในสนามรบ หวางเจินเหวินจึงได้สานต่อเรื่องนี้ตามข้อมูลที่ส่งกลับมา

เขาสังเกตเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวพันกับทั้งสองประเทศเท่านั้นแต่ยังพัวพันกับความลับของคนยศชั้นสูงสุดอีกด้วยและระยะหลังมานี้มันก็เป็นประเด็นที่เหล่าราชเลขาอย่างพวกเราไม่อาจล่วงรู้ได้

แต่ท่านโหราจารย์จะต้องรู้อย่างแน่นอน

เหล่าปราชญ์มหาสำนักพยักหน้าช้าๆ ปราชญ์มหาสำนักตำหนักเจี้ยนจี๋กล่าวเสียงทุ้ม “ท่านลองขอให้ท่านโหราจารย์ช่วยปรามฝ่าบาทด้วยอีกแรงสิ”

หากคำพูดนี้แพร่งพรายออกไป อาจกลายเป็นเหตุให้ศัตรูทางการเมืองเกิดวิพากษ์วิจารณ์ จนไม่สามารถรักษาตำแหน่งปราชญ์มหาสำนักไว้ได้ แต่เขายังคงพูดเช่นนั้น เพียงคิดว่าจักรพรรดิหยวนจิ่งสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

มันแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้ตึงเครียดมากเพียงใด

ขณะนั้นเองขุนนางของสำนักราชเลขาธิการได้มาถึงประตูห้องประชุมพลางรายงานว่า “ขออนุญาตท่านใต้เท้า มีคนผู้หนึ่งมาขอเข้าพบขอรับ เขากล่าวว่าเป็นรองแม่ทัพชื่อจางไคไท่ ต้องการพบท่านสมุหราชเลขาธิการ”

“รองแม่ทัพจางไคไท่ เขาไม่ได้ไปกรมทหารหรอกหรือ มาทำอะไรที่สำนักราชเลขาธิการกัน?” เฉียนชิงซูขมวดคิ้ว

จ้าวถิงฟางปราชญ์มหาสำนักตงเก๋อเอ่ย “บางทีเขาอาจไปที่กรมทหารแล้ว แต่เผอิญมีธุระอื่นจึงอยากขอเข้าพบใต้เท้าหรือเปล่าขอรับ?”

หวางเจินเหวินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ให้เขาเข้ามา”

ขุนนางของสำนักราชเลขาธิการล่าถอยออกไป ไม่นานนายพลวัยกลางคนคนหนึ่งก็เข้ามาพร้อมชุดเกราะที่อาบไปด้วยรอยคมมีดและเลือด

นี่…แต่งตัวแบบนี้เข้าเมืองหลวงได้อย่างไรกัน?

เหล่าปราชญ์มหาสำนักพลันตกตะลึง

“ข้าน้อยหลี่อี้ ผู้บัญชาการรองแม่ทัพจาง เป็นเกียรติอย่างยิ่งได้พบใต้เท้า” หลี่อี้ประสานมือทำความเคารพ

สมุหราชเลขาธิการหวางพยักหน้าและถามว่า “เจ้าไม่ได้ประจำการที่กองทัพชายแดนหรอกหรือ เหตุใดถึงกลับมา? แล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไร?”

หลี่อี้กล่าวตอบว่า “เมื่อวานนี้ข้าน้อยยังอยู่ที่ด่านอวี้หยางในเซียงโจวขอรับ เพิ่งกลับมาถึงที่เมืองหลวงเช้าวันนี้ หยางเชียนฮ่วนแห่งสำนักโหราจารย์เป็นคนพาข้าน้อยกลับมา”

ปราชญ์มหาสำนักทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยใบหน้าที่งุนงง ขณะนั้นสมุหราชเลขาธิการหวางก็ถามต่อ “ข้อมูลม้าเร็วแปดร้อยลี้เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ?”

หลี่อี้สีหน้าเคร่งขรึมพลางพยักหน้า

ทันใดนั้นประกายความหวังสุดท้ายในดวงตาของสมุหราชเลขาธิการหวางพลันดับวูบลง เขานิ่งเงียบอยู่นานก่อนพูดว่า “เจ้าขอเข้าพบข้ามีเรื่องอะไรล่ะ”

หลี่อี้เอ่ย “วานซืนก่อน สองกองกำลังพันธมิตรของประเทศเหยียนและคังจำนวนแปดหมื่นนายบุกโจมตีด่านอวี้หยางขอรับ”

“ว่าไงนะ?!”

ปราชญ์มหาสำนักทุกคนต่างตกใจ

มือที่กอบกุมถ้วยชาของสมุหราชเลขาธิการหวางสั่นเทาอย่างรุนแรง ชาร้อนผ่าวกระเซ็นรดหลังมือโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

………………………………………………

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 472 กลับเมืองหลวง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved