cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 452 แหล่งที่มาของคน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 452 แหล่งที่มาของคน
Prev
Next

บทที่ 452 แหล่งที่มาของคน

ในรัชสมัยต้าฟ่ง เรื่องระหว่างชายและหญิงเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจงเป็นอย่างมาก ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ แต่มีชื่อเรียกขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและกรณี

ตัวอย่างเช่น ความสัมพันธ์ปกติระหว่างชายหญิง เรียกว่า ‘ไปอู๋ซานด้วยกัน’ ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติระหว่างชายและหญิงเรียกว่า ‘ไปฟังเพลงที่หอคณิกา’ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายเรียกว่า ‘พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ’ ส่วนความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างชายหนึ่งคน หญิงสองคน เรียกว่า ‘หนึ่งมังกรและสองหงส์’ ความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างชายสองคน หญิงหนึ่งคน เรียกว่า ‘ทำสองสิ่งไปพร้อมๆ กัน’

จะเป็นคำเรียกขั้นสูงขึ้นไปอีกหน่อย

ความสัมพันธ์ทางกายระหว่างสวี่ชีอันและฝูเซียงเรียกว่า ไม่อาจระบุ

ความสัมพันธ์ระหว่างสวี่ชีอันและหวงเซียนเอ๋อร์เรียกว่า ไม่อาจระบุ

“ความสุขในชีวิต” เป็นคำบ่นจากจิตใต้สำนึกของสวี่ชีอัน เป็นคำศัพท์ที่ล้าสมัย แม้แต่ฮว๋ายชิ่งที่เป็นคนมีความสามารถมาก ก็ไม่อาจเข้าใจความหมายของคำนี้ได้อย่างชัดเจน เพียงแค่คาดเดาได้เพียงว่าไม่ใช่คำพูดที่ดีอย่างแน่นอน

หลังจากบ่น สวี่ชีอันก็เขินอายเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะ ‘นึกถึง’ ชีวิตที่ผ่านมา

โชคดีที่ฮว๋ายชิ่งไม่เข้าใจความหมาย ไม่ได้นึกถึงความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น ส่งข้อความตอบกลับว่า ‘หนานย่วน รัชศกเจินเต๋อปีที่ยี่สิบหก ข้าได้อ่านเอกสารสำนวนคดีมาก่อนแล้ว ในปีนั้นเกิดเหตุการณ์สองเหตุการณ์ เหตุการณ์แรก ในฤดูใบไม้ร่วงของรัชศกเจินเต๋อปีที่ยี่สิบหกนี้ สัตว์ร้ายในหนานย่วนหายตัวไปจากพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่ทราบที่อยู่ของพวกมัน เฉพาะพื้นที่ในป่าลึกเท่านั้นที่มีร่องรอยของสัตว์

‘เหตุการณ์ที่สอง ไหวอ๋องและฝ่าบาทในครั้งนั้นที่ยังเป็นพระราชโอรสไปล่าสัตว์ในหนานย่วน ในช่วงเวลาที่องค์ชาย กำลังเผชิญหน้าและรับมือกับการโจมตีของหมี ทหารรักษาพระองค์ที่ตามมาทั้งหมดถูกฆ่าตายและได้รับบาดเจ็บ ไหวอ๋องที่ตกอยู่ในความโกรธ จึงฉีกร่างหมีตัวนั้นให้ตายทั้งเป็น จากนั้นจึงถูกยกย่องจากจักรพรรดิองค์ก่อนและกลายเป็นเสาหลักของเมืองต้าฟ่งในอนาคต’

นางเขียนคำพูดต่อไปสองสามประโยค จากนั้นหยุดชั่วครู่หนึ่งแล้วส่งต่ออีกครั้ง ‘ข้าสงสัยว่าในปีนั้นไหวอ๋องและฝ่าบาท ไม่สามารถหาเหยื่อจากข้างนอกได้ จึงเข้าไปหาในหนานย่วนที่อยู่ในพื้นที่ลึกเข้าไปอีก

‘นอกจากนี้ สภาพร่างกายของจักรพรรดิผู้ล่วงลับก็ยังปกติ แต่เพราะความหลงใหลในสตรีเพศตลอดเวลา…ดังนั้นในปีต่อๆ มา ความเจ็บป่วยของท่านจึงหนักหนาเหมือนภูเขา โหรแห่งสำนักโหราจารย์สามารถยืดอายุของพระองค์ได้เพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น หลังจากหนึ่งปีให้หลังพระองค์ก็สวรรคต’

สวี่ชีอันส่งข้อความกลับแล้วถาม ‘สัตว์ร้ายรอบๆ หนานย่วนส่วนใหญ่สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่นั้น นี่หมายความว่าอย่างไร สัตว์ร้ายหนีไปอย่างนั้นหรือ?’

หมายเลขหนึ่งตอบว่า ‘อาจจะมีความเป็นไปได้บ้าง สัตว์ร้ายจะมีสัญชาตญาณที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับอาณาเขตของพวกมัน เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะหนีออกจากอาณาเขตหากไม่ถูกขับไล่ออกไปอย่างรุนแรง นอกจากนี้ นี่ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพวกมันเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่’

หลังจากพูดจบ นางก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไม่ตัดการเชื่อมต่อหรือส่งข้อความ ดูเหมือนจะรอความคิดเห็นจากสวี่ชีอัน

สวี่ชีอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงส่งข้อความ ‘ข้าจะสอบสวนเรื่องนี้ต่อไป สามารถพบเจ้าเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ ข้าอยากจะบอกรายละเอียดแก่เจ้า’

หมายเลขหนึ่ง ‘ไม่ได้’

หลังจากพูดจบ นางก็ตัดการเชื่อมต่อ

เฮอะ นางยังคงไม่รู้ว่าข้ารู้ตัวตนของนางแล้ว…สวี่ชีอันเบ้ปากไม่พอใจ

ขณะเก็บชิ้นส่วนของหนังสือปฐพี เขานอนบนเตียงพลางเอามือรองไว้ข้างหลังศีรษะ คิดทบทวนและวิเคราะห์

“จักรพรรดิผู้ล่วงลับหมกมุ่นอยู่กับสตรีเพศตลอดทั้งปี มีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอ ตามโชคชะตาที่ว่าผู้ที่มีโชคลาภจะมีชีวิตสั้น สมควรแล้วที่จักรพรรดิผู้ล่วงลับจะตาย…”

“ในปีนั้นสิ่งที่จักรพรรดิหยวนจิ่งและไหวอ๋องพบในพื้นที่ลึกของหนานย่วนต้องไม่ใช่หมีอย่างแน่นอน ทหารรักษาพระองค์ถูกสังหารและบาดเจ็บทั้งหมดถือเป็นหลักฐาน แต่ถ้าไม่ใช่หมีแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?

“อีกอย่าง ในขณะนั้นไหวอ๋องยังเป็นวัยรุ่น ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางแข็งแกร่งไปกว่ายอดฝีมือของพระราชวังได้ ในขณะที่ยอดฝีมือของพระราชวังซึ่งติดตามเขาทุกคนล้วนเสียชีวิต เขาและจักรพรรดิหยวนจิ่งกลับไม่ตาย เห็นได้ชัดว่าช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

“การคาดเดาที่ถูกต้องที่สุดคือในช่วงวิกฤตในปีนั้น เขาและจักรพรรดิหยวนจิ่งรอดพ้นจากความตายด้วยเหตุผลบางประการ ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจึงกลายเป็นผู้รับเคราะห์ หากสามารถหาทางหลบหนีไปได้ ความจริงแล้วจักรพรรดิหยวนจิ่งและไหวอ๋องควรไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อพระราชวัง จากนั้นก็ขอให้จักรพรรดิผู้ล่วงลับส่งผู้ยอดฝีมือกลับไปจัดการกับมัน อย่างไรก็ตาม บันทึกทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของเหตุการณ์นี้คือ ไหวอ๋องฉีกร่างหมีด้วยมือของตนเองและได้รับการยกย่องจากอดีตจักรพรรดิว่าเป็นเสาหลักของประเทศในอนาคต

“นี่แสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิหยวนจิ่งและไหวอ๋องปกปิดความจริงบางอย่าง”

…

ในคืนเดียวกันนั้น ทางเหนือ อ่าวพระจันทร์เสี้ยว

กองไฟกำลังแผดเผา โต๊ะเตี้ยเต็มไปด้วยวัวและแกะย่าง รวมทั้งเหล้านมหมัก

ชายหญิงเผ่าอนารยชนเต้นรำรอบกองไฟ ร้องเพลงอย่างดุเดือดและร้อนแรง

หลังจากฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิในภาคเหนือเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ลมพัดแรงบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่บอบบางของสวี่ซินเหนียนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

ตามคำแนะนำของเผยหม่านซีโหลว เขาได้ป้ายไขมันแพะบนใบหน้า เพื่อป้องกันผิวแตกจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในภาคเหนือ

กลยุทธ์ของสวี่ซินเหนียนได้ผล กองทัพต้าฟ่งที่แข็งแกร่งจำนวนสามแสนคนบุกไปทางเหนือ โจมตีจิ้งกั๋วอย่างไม่ทันตั้งตัว ในการต่อสู้ครั้งแรกเมื่อวันก่อน ด้วยความร่วมมือของเผ่าอนารยชน พวกเขากวาดล้างกองทัพเกราะไฟจำนวนสามพันคน ทหารม้าหนึ่งพันสี่ร้อยคน และทหารราบห้าพันคน

จากคำพูดของปีศาจทางเหนือ นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดจากการต่อสู้สองเดือน เป็นไปตามที่ควรจะเป็น กองทัพของต้าฟ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและดูแลเป็นพิเศษจากคนป่าเถื่อน

แต่สวี่เอ้อร์หลางรู้ว่าทุกอย่างมีสองด้าน สำหรับการจู่โจมครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความเร็วของการเดินทัพ กองทหารสามหมื่นนายนำอาหารมาเพียงแค่สี่วันเท่านั้น

หากแนวเสบียงด้านหลังขาด กองทหารสามหมื่นนายนี้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนกระสุนและอาหารอย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากสนามรบมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องยากสำหรับกองทหารขนส่งอาหารที่จะไล่ตามคนของพวกเขา

มีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพจิ้งกั๋ว

แม้ว่าพวกสัตว์ประหลาดและคนป่าเถื่อนอ้างว่าสามารถขอยืมอาหารได้ แต่เมื่อสงครามปะทุขึ้น ต่างฝ่ายต่างแตกแยก ใครจะดูแลใครกันแน่?

ตอนนั้นทำได้แค่กลับไปที่ชายแดน และรอโอกาสกลับมาอีกครั้ง แบบนี้จะทำให้พลาดโอกาสมากมาย

สวี่เอ้อร์หลางไม่เคยดื่มเหล้านมหมักมาก่อน ดังนั้นเขาจึงจิบมันแค่เล็กน้อยและดูการเต้นรำของพวกชายหญิง

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้หญิงจะปรากฏตัวในค่ายทหารในเผ่าพันธุ์ปีศาจและคนป่าเถื่อน ประการแรก การดำรงอยู่ของผู้หญิงเหล่านี้สามารถสนองความต้องการของผู้ชายได้เป็นอย่างดี

ประการที่สอง ผู้หญิงของเผ่าปีศาจและคนป่าเถื่อนมีพลังการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน

เผยหม่านซีโหลวเหลือบมองสวี่เอ้อร์หลางซึ่งกำลังนั่งตัวตรง ยิ้มและกวักมือปีศาจสาวเจ้าเสน่ห์และสั่งว่า “ดูแลเพื่อนของข้าให้ดีล่ะ”

จากนั้นก็พูดกับสวี่เอ้อร์หลางว่า “ค่ายทหารตกต่ำและน่าเบื่อ ทหารต้องต่อสู้ในสนามรบในกลางวัน และต้องระบายอารมณ์ออกในตอนกลางคืน พี่ฉือจิ้ว นางเป็นของเจ้าในคืนนี้ ไม่ต้องเกรงใจนาง”

ปีศาจสาวทรงเสน่ห์ซุกตัวและคลอเคลียเขาราวกับใยไหม เบียดร่างกายอันอ่อนนุ่มเข้ากับแขนของเขา

สวี่เอ้อร์หลางขมวดคิ้วและผลักออก แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น

การเผชิญหน้าระหว่างสองกองทัพเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ข้าจะดื่มด่ำกับภาพลามกอนาจารของผู้หญิงได้อย่างไร… ข้าจะไม่แตะต้องหญิงปีศาจ ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นอะไรกันแน่…ร่างกายที่อ่อนนุ่มนั้น ไม่ ไม่ ไม่ ข้าคิดแบบนั้นไม่ได้ ข้าเป็นปัญญาชน…อย่างน้อยเจ้าก็ต้องอาบน้ำเสียก่อน…

เมื่อพอใจกับอาหารและเครื่องดื่มแล้ว สวี่เอ้อร์หลางยืนยันความตั้งใจดั้งเดิมของปัญญาชนแห่งต้าฟ่ง และไม่ให้โอกาสปีศาจสาว

เมื่อกลับไปที่เต็นท์ทหาร เขาถอดแต่ชุดเกราะที่หนักที่สุดออก ถอดรองเท้าแล้วผล็อยหลับไป

ฉู่หยวนเจิ่นปรากฏตัวในเต็นท์ทหารอย่างเงียบๆ นั่งบนเก้าอี้ ถือดาบ ปิดตาและหลับไป

บรรดาผู้ที่ต่อสู้กับสำนักพ่อมดจะพัฒนานิสัยอย่างหนึ่งคือการนอน โดยแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละสองคน คนหนึ่งนอนพัก อีกคนสังเกตการณ์ เมื่อพบว่าคนที่กำลังนอนอยู่นั้น นอนหลับนิ่งเงียบเป็นตาย เขาจะส่งเสียงเตือนทันที

เหตุผลทั้งหมดนี้เป็นเพราะพ่อมดระดับสี่ชื่อเมิ่งอู เขาสามารถฆ่าคนในความฝันได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม สำหรับเมิ่งอูที่จะใช้วิธีนี้ มีข้อจำกัดในแง่ของระยะทางและจำนวนคน บ่อยครั้งหลังจากประสบความสำเร็จในการฆ่าคนหลายสิบคน เขาจะถูกค้นพบ

ในระหว่างการรบที่ด่านซานไห่ เว่ยเยวียนเคยพัฒนาวิธีการต่อต้านเมิ่งอู และส่งยอดฝีมือขั้นสี่และพ่อมดหลายคนไปลาดตระเวนนอกค่ายทหาร ปลอมตัวเป็นหน่วยสอดแนม

เมื่อพบค่ายทหาร พวกโหรได้ค้นหาและกำหนดตำแหน่งของพ่อมดเมิ่งอู จากนั้นยอดฝีมือขั้นสี่ก็ควบคุมไว้ได้

เมิ่งอูคิดที่จะฆ่าคนด้วยวิธีนี้ เขาจึงอยู่ไม่ห่างไกลจากค่ายทหารมากนัก ด้วยความสามารถของยอดฝีมือขั้นสี่ เสริมด้วยความสามารถของโหรในการค้นหาศัตรู พวกเขาจึงสามารถชนะได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

สังเวยชีวิตของทหารส่วนน้อยเพื่อแลกกับเมิ่งอูที่อยู่ในขั้นสี่ นี่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่ใหญ่หลวง

ท่ามกลางภวังค์อันมึนงง สวี่เอ้อร์หลางกลับไปที่เมืองหลวงและนั่งที่โต๊ะอาหารค่ำพร้อมกับครอบครัว

ทันนั้นเอง สวี่ผิงจื้อผู้เป็นบิดาก็จับคอของตัวเอง ก่อนจะสิ้นลมหายใจด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด เลือดสีดำไหลรินออกมาจากมุมปาก จากนั้นก็ตามด้วยมารดา หลิงเยวี่ยน้องสาวของเขา และพี่ใหญ่…

สวี่เอ้อร์หลางหน้าซีดด้วยความตกใจ มองไปที่หลิงอินน้องสาวอีกคนของเขา รอยยิ้มที่น่ากลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้ากลมๆ ของหลิงอิน “เจ้าถูกวางยาพิษเช่นเดียวกับพวกเขา”

ในมือของหลิงอินมีสารหนูอยู่หนึ่งซอง

“หลิงอิน เจ้า…”

สวี่เอ้อร์หลางไม่อยากจะเชื่อ

“เหอะ พวกเจ้าไม่เคยให้ข้าได้กินของดีๆ พวกเจ้าจะต้องตาย” หลิงอินพูดออกมาตามบุคลิกของนาง

ไม่คิดว่าข้าจะมาตายด้วยน้ำมือของหลิงอิน…ขณะที่สวี่เอ้อร์หลางกำลังจะพูด ท้องของเขาก็หดเกร็ง เลือดสีดำไหลออกมาจากมุมปาก ก่อนที่ชีวิตของเขาจะดับสูญลงอย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น แสงสีม่วงก็สว่างวาบขึ้นต่อหน้าสวี่เอ้อร์หลาง ในดวงตาของสวี่หลิงอินมีแสงวาบขึ้นมาเช่นกัน นางคร่ำครวญโหยหวน จากนั้นร่างของนางก็สลายไปอย่างรวดเร็ว

ภายในเต็นท์ทหาร สวี่เอ้อร์หลางลืมตาขึ้นทันที พลิกตัวและลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจ

“นี่เป็นฝีมือของเมิ่งอู”

เขาอ้าปากพูดด้วยเสียงแหบพร่าขณะกดไปที่หน้าอกของตัวเอง จี้หยกที่ฆราวาสจื่อหยางมอบให้เขายังอยู่

จี้หยกนี้ได้รับการปลูกฝังมาหลายปีโดยปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

ในเวลานี้ เสียงคำรามของปืนใหญ่พลันดังขึ้น เกิดระเบิดทั้งนอกและในค่ายทหาร เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่องแสงสว่างท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด

จากนั้นพื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับว่าทหารม้าเหล็กจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา

พวกเขาเผชิญกับการโจมตีตอบโต้จากจิ้งกั๋วเข้าแล้ว

…

กลางดึก

ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองติ้งกวน

พระจันทร์เสี้ยวลอยอยู่บนท้องฟ้า เว่ยเยวียนสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ที่หัวเมืองติ้งกวน มองเห็นเมืองที่เต็มไปด้วยควันจากปืนใหญ่ ทำลายบ้านเรือนและถนนจนไม่เหลือชิ้นดี ได้ยินเสียงร้องไห้และร้องตะโกนของผู้คน

ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน เมืองติ้งกวนกำลังถูกชำระล้างด้วยเลือดและไฟ กองทหารม้าและทหารราบของต้าฟ่งพุ่งไปที่ถนนในเมืองจนพบกับผู้พิทักษ์แห่งเหยียนกั๋วที่พยายามต่อต้านอย่างดื้อรั้น

เสียงการต่อสู้ดังงขึ้นจากทุกแห่งหน

เว่ยเยวียนถอนสายตาและเหลือบมองที่ศีรษะที่เขาถืออยู่ในมือ ดวงตาเบิกโพลงคู่นั้นแสดงออกถึงความกลัว แม้แต่บนใบหน้าก็มีความกลัวอัดแน่น

แม่ทัพแห่งเมืองติ้งกวน ตูวั่วเฮย

เขาส่ายหัวด้วยความผิดหวัง โยนศีรษะนั้นลงไปจากกำแพงเมืองแล้วพูดเรียบๆ “ยังไม่พอ”

หลังจากนั้น เว่ยเยวียนค่อยๆ กวาดสายตาผ่านถนนซึ่งเต็มไปด้วยศพของทหาร เลือดอาบย้อมกำแพงเมืองที่ทรุดโทรมจนกลายเป็นสีแดงฉาย

ข้างหลังเขา มีแม่ทัพระดับสูงหลายสิบนายยืนนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าแก่บางคนยังคงแสดงท่าทีปกติ พวกเขาไม่เคยพิชิตเมืองใดไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นนัก

แม่ทัพอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เคยติดตามเว่ยเยวียนมาก่อน คราวนี้พวกเขาตระหนักถึงคำสี่คำ ใช้ทหารเหมือนเทพเซียน แล้วว่าเป็นอย่างไร

เว่ยเยวียนเลียเลือดจากปลายนิ้วของเขา พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ประกาศคำสั่งข้า สังหารหมู่เมืองนี้!”

ลมเย็นพัดในฤดูใบไม้ร่วง แสงจันทร์สาดส่องมาอย่างเยือกเย็น เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มพลิ้วไหว รูม่านตาของเว่ยเยวียนสะท้อนเงาเปลวไฟของสงคราม

…

วันถัดมา

สวี่ชีอันหาวและลุกขึ้น นั่งยองๆ อยู่ใต้ชายคาบ้าน ล้างหน้าและแปรงฟัน

หลังจากที่เขาล้างหน้าล้างตาเสร็จ จงหลีก็ออกมาพร้อมกับกะละมังไม้ของนาง ต้องการล้างหน้าล้างตาเช่นกัน

เดิมทีจงหลีและสวี่ชีอันจะนั่งอยู่ใต้ชายคาเพื่อล้างหน้าล้างตา แต่เพราะว่าครั้งหนึ่งนางถูกสวี่หลิงเยวี่ยเห็นเข้าโดยบังเอิญ

สวี่หลิงเยวี่ยรู้สึกผิดมากเมื่อเห็นเช่นนั้น ศิษย์พี่จงเป็นถึงแขกของสำนักโหราจารย์ การที่จวนสกลุสวี่ให้แขกมานั่งยองๆ ล้างหน้าล้างตานั้น เป็นเรื่องที่แย่มาก

ในวันเดียวกันนั้นจึงสั่งให้คนใช้เตรียมห้องให้ใหม่ซึ่งสะอาดและสวยงาม จากนั้นก็เชิญจงหลีให้อยู่ต่อ อีกทั้งยังแสดงความจริงใจแก่นาง

บทสนทนาอย่างจริงใจนั้นเต็มไปด้วยคำพูดที่อ่อนโยนและสุภาพ แต่เนื้อหาของบทสนทนากลับแปลความได้ว่า ‘พี่ชายคนโตของข้ายังไม่แต่งงาน ดังนั้นจงอยู่ห่างจากเขา’

ในวันนั้นจงหลีรู้สึกสะเทือนใจมาก แต่สวี่ชีอันยังอุตส่าห์ไปรับนางกลับมาด้วย จงหลีเป็นเด็กสาวที่เฉลียวฉลาด แม้ว่าศิษย์น้องไฉ่เวยและพวกสำนักโหราจารย์จะเรียกนางว่านางไร้สมองและเป็นจอมอมทุกข์ก็ตาม

ความจริงแล้วคนที่ไร้สมองคือฉู่ไฉ่เวยต่างหาก ถึงอย่างไรจงหลีก็ฉลาดกว่านางเสียอีก

ศิษย์พี่จงผู้มีไหวพริบสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังจากบุตรสาวคนโตของบ้านสกุลสวี่ที่มีต่อตนเอง ดังนั้นนางจึงรักษาระยะห่างจากสวี่ต้าหลางอย่างเงียบๆ แน่นอนว่าต้องไม่ให้บุตรสาวตระกูลสวี่เห็นว่านางนั่งเคียงข้างกับเขา หรือแม้แต่พูดคุยกันก็ตาม

หลังอาหารเช้า สวี่ชีอันก็ไล่จงหลีออกไปจากห้อง พูดว่า “เจ้านั่งยองๆ อยู่ข้างนอกดีๆ ล่ะ ห้ามเดินไปมา ห้ามพูดคุยกับคนอื่น อย่า…ได้รับบาดเจ็บเด็ดขาด”

จงหลีตอบเพียงแค่ “อืม” พยักหน้าอย่างจริงจัง เพื่อแสดงให้เห็นว่านางมีประสบการณ์และดูแลตัวเองได้

หลังจากที่จงหลีจากไป สวี่ชีอันก็หยิบดาบยันต์ออกมาแล้วเปิดใช้งานจิตเดิม “ราชครูตัวน้อย… ข้าชื่อสวี่ชีอัน”

หลังจากที่รอมานาน ราชครูก็ไม่ปรากฏตัว เมื่อสวี่ชีอันคิดว่าการติดต่อนั้นไร้ผล แสงสีทองเจิดจ้าก็ส่องทะลุผ่านหลังคา หญิงสาวรูปร่างอวบท้วมสง่างามในเสื้อคลุมขนนกปรากฏตัวขึ้นในห้อง ก่อนที่แสงสีทองจะค่อยๆ จางหายไป

ข้าอาจเป็นชายคนเดียวในต้าฟ่งที่สามารถเรียกลั่วอวี้เหิงให้ออกมาได้ในทันทีที่ต้องการ เจ้าพูดว่าไม่ต้องการนอนกับข้า ต่อให้ตายข้าก็ไม่เชื่อ…สวี่ชีอันพอใจเล็กน้อยกับความสำเร็จของเขา แต่เขาก็รู้สึกว่าบ่อปลาของตัวเองเล็กเกินกว่าจะรองรับปลาตัวใหญ่ตัวนี้

อืม ลั่วอวี้เหิงแค่กำลังสืบสวนข้า ไม่ใช่ว่านางต้องบำเพ็ญคู่กับข้า นางยังต้องตรวจสอบจักรพรรดิหยวนจิ่ง…อ๊ะ ความรู้สึกคุ้นเคยนี่มันอะไรกัน ข้า ข้าเป็นปลาในบ่อปลาของคนอื่นด้วยอย่างนั้นหรือ?!

อีกอย่างเสื้อคลุมที่นางใส่วันนี้ก็ต่างจากเมื่อก่อน มีสีสันและสวยขึ้น เมื่อสวมผ้าผูกเอวแบบนี้แล้ว ยิ่งขับเน้นให้เห็นหน้าอกอย่างชัดเจน เอวก็เพรียวบางมากเช่นกัน…ตั้งใจแต่งตัวมาเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ?

เมื่อสวี่ชีอันคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลั่วอวี้เหิงมองไปที่เขา ใบหน้าที่สวยงามยังคงเย็นชาเหมือนน้ำค้างแข็ง พูดอย่างเย็นชา “ราชครูตัวน้อยงั้นรึ”

…สวี่ชีอันอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร

หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที ในห้องนั้น ลั่วอวี้เหิงเป็นผู้ริเริ่มบทสนทนา “เกิดอะไรขึ้น?”

“อะแฮ่ม อะแฮ่ม!”

สวี่ชีอันกระแอมและพูดว่า “ข้ามีความคืบหน้าใหม่แล้วเกี่ยวกับเบาะแสนิกายปฐพีของผู้นำเต๋าแล้ว”

เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องในรัชศกเจินเต๋อปีที่ยี่สิบหกให้ลั่วอวี้เหิงฟัง

หลังจากได้ยินดังนั้น นางก็ขมวดคิ้วแน่น ใช้ดวงตาคู่งามมองเขา “แค่นี้เองหรือ? เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียกข้ามาก็ได้”

สวี่ชีอันถอนหายใจ “ราชครู ข้าเชิญท่านมาที่นี่ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”

ลั่วอวี้เหิงจ้องมองไปที่เขา

สวี่ชีอันเงียบไปครู่หนึ่ง เป็นระยะเวลานานประมาณหนึ่งถ้วยชา จากนั้นก็ถอนหายใจยาว แล้วกล่าวเสียงเบา “นักบวชเต๋าจินเหลียนถูกมารครอบงำมากี่ปีแล้ว?”

ลั่วอวี้เหิงตกใจ ใบหน้าที่เย็นชาของนางแสดงอาการประหลาดใจออกมาอย่างพบเห็นได้ยาก “เจ้ารู้ว่าจินเหลียนเป็นผู้นำเต๋าแห่งนิกายปฐพีอย่างนั้นหรือ?”

……………………………………………………..

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 452 แหล่งที่มาของคน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved