cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง - บทที่ 423 อาลักษณ์ที่หายไป

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าฟ่ง
  4. บทที่ 423 อาลักษณ์ที่หายไป
Prev
Next

บทที่ 423 อาลักษณ์ที่หายไป

“เจ้าจะไปทำอะไรที่คลังเอกสารของกรมปกครอง” สมุหราชเลขาธิการหวางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“หาใครคนหนึ่ง”

สวี่ชีอันเป่าลมเหนือน้ำชาแล้วดื่มลงไปพลางเอ่ยอย่างสบายๆ “วางใจเถิด ข้าไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้ท่านหรอก ใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการมิต้องเป็นกังวลไป”

สมุหราชเลขาธิการหวางพยักหน้า อยู่ในคลังเอกสารจะไปก่อเรื่องอะไรได้ กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเผาสำนวนคดี แต่ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์ต่อสวี่ชีอันเลยสักนิด

เขาเพียงอยากรู้ว่าสวี่ชีอันคิดจะทำอะไร

“ข้ากำลังสืบคดี” สวี่ชีอันกล่าว

‘สืบคดี? ตอนนี้เขาไม่มีตำแหน่งขุนนางแล้ว แล้วมีคดีใดที่ต้องสืบต้องหาอีก’…แววตาของสมุหราชเลขาธิการหวางฉายความสงสัยและแปลกใจ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงนิ่งๆ

“ข้ารู้ได้หรือไม่”

“แน่นอนขอรับ จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการอยู่บ้าง” สวี่ชีอันยิ้ม

สมุหราชเลขาธิการหวางนิ่งไป ท่านั่งที่ผ่อนคลายสบายอารมณ์ในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นนั่งตัวตรงขึ้นมาเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น ราวกับเข้าสู่สถานะว่าราชการ

จากนั้นเขาก็เห็นสวี่ชีอันหยิบจดหมายลับฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางมันไว้เบาๆ บนฝ่ามือ จากนั้นจดหมายลับก็ลอยหล่นลงมาตรงหน้าเขา

สมุหราชเลขาธิการหวังเปิดจดหมายอ่านด้วยจิตใจงุนงงสงสัย เขาชะงักนิ่งไป แล้วขมวดคิ้วมุ่นต่อราวกับกำลังนึกอะไรบางอย่าง สุดท้ายก็เหลือเพียงความสับสนเท่านั้น

สมุหราชเลขาธิการหวางวางจดหมายไว้บนโต๊ะแล้วมองสวี่ชีอัน “ข้าจำไม่ได้แล้ว…”

อย่างที่คิด! สวี่ชีอันไตร่ตรองดูพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นซูหังที่อยู่ในจดหมายผู้นี้ ใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการคุ้นๆ บ้างหรือไม่”

“ข้าก็ไม่รู้สึกคุ้นอะไรกับคนผู้นี้ด้วย”

สมุหราชเลขาธิการหวางส่ายหน้า เมื่อเอ่ยจบก็ขมวดคิ้วพักหนึ่ง จากนั้นก็มองสวี่ชีอัน น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมเล็กน้อย “คุณชายสวี่ เจ้ากำลังสืบคดีอะไรอยู่ เนื้อหาในจดหมายลับนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่”

เขาจำไม่ได้เลยว่าเมื่อปีนั้นตนเคยร่วมงานกับเฉากั๋วกงด้วย จึงยังรู้สึกสงสัยในเนื้อหาของจดหมายอยู่

สวี่ชีอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากชั่งน้ำหนักในใจแล้วเขาก็ตัดสินใจเปิดเผยความลับเล็กน้อย เขาพยักหน้าเอ่ย

“เนื้อหาในจดหมายถูกต้องจริงๆ ขอรับ ส่วนที่ว่าทำไมใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการถึงได้ลืมเลือน นั่นก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโหรและความลับของสวรรค์ที่ถูกซุกซ่อนไว้ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องจึงสูญเสียความทรงจำเรื่องนี้ไป”

‘เกี่ยวข้องกับโหร ความลับของสวรรค์ก็ถูกลบไป’ …สีหน้าของสมุหราชเลขาธิการหวางเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารับรู้ได้ว่าสถานการณ์นี้ร้ายแรงเพียงใด ร่างกายจึงค่อยๆ โน้มไปข้างหน้า

“คุณชายสวี่พูดให้ชัดกว่านี้ได้หรือไม่”

สวี่ชีอันเล่าเรื่องคดีเก่าของซูหังออกมาแทบจะในทันที เพียงกล่าวว่าตนได้รับปากเพื่อนคนหนึ่งไว้ว่าจะตามหาความจริงที่บิดาของนางถูกตัดหัวในตอนนั้นให้แทน และได้ค้นพบจดหมายลับของเฉากั๋วกงโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อพิจารณาจากลายมือที่ถูกลบไปและประสบการณ์ในการตัดสินคดีในอดีตแล้ว คดีนี้คาดว่าคงมีผู้เกี่ยวข้องอยู่มากมายจนถึงขั้นต้องอาศัยโหรระดับสูงมาช่วยลบความลับของสวรรค์

หลังจากสมุหราชเลขาธิการหวางฟังจบก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ไร้วาจาจะกล่าวเป็นเวลานาน

“คนเดียวในสำนักโหราจารย์ที่มีความสามารถซ่อนเร้นความลับของสวรรค์ได้ มีเพียงท่านโหราจารย์เท่านั้น” สมุหราชเลขาธิการหวางนวดหว่างคิ้ว เขาเอ่ยขึ้นราวกับกำลังถาม แต่ก็เหมือนกับถามตัวเอง “จุดประสงค์ที่ท่านโหราจารย์ทำเช่นนี้คืออะไรกัน”

ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร นี่ก็กำลังสืบอยู่ไม่ใช่หรือ…สวี่ชีอันส่ายหน้า

“ข้าจะให้จดหมายลายมือแก่เจ้าฉบับหนึ่ง เจ้าใช้มันเข้าออกกรมปกครองได้เสมอ ต่อไปหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกมาได้” สมุหราชเลขาธิการหวางจดจ้องหน้าสวี่ชีอันแล้วเอ่ย

“แต่ข้ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง หากคุณชายสวี่สืบความจริงออกมาได้ ก็หวังว่าจะบอกข้าด้วย อืม ข้าก็จะสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ เช่นกัน”

ในปีนั้นราชสำนักเกิดเรื่องใหญ่และเรื่องนั้นก็ถูกปิดกั้นโดยความลับของสวรรค์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ล้วนแต่ไร้ความทรงจำและลืมมันไปแล้ว

เรื่องที่สามารถทำให้ท่านโหราจารย์ยื่นมือมาปกปิดความลับของสวรรค์ได้ ย่อมเป็นเรื่องใหญ่มาก

สวี่ชีอันพยักหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพ

…

หลังจากส่งสวี่ชีอันจากไปแล้ว สมุหราชเลขาธิการหวางก็เรียกผู้ดูแลบ้านเข้ามาเอ่ยด้วน้ำเสียงนิ่งเรียบ “เอ้อร์หลางสกุลสวี่ยังอยู่ในจวนหรือไม่”

เมื่อวานนี้เขาบอกกับหวางซือมู่ว่าต้องการให้สวี่เอ้อร์หลางอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้าน

“ขอรับ บ่าวจะไปเรียกเขาเข้ามาขอรับ”

ผู้ดูแลบ้านเข้าใจความหมายของนายท่านทันที เขาโค้งตัวแล้วถอยออกไป

ครู่หนึ่ง สวี่เอ้อร์หลางผู้ปากแดงฟันขาวและสวมชุดสีขาวก็ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา จากนั้นจึงโค้งคำนับด้วยท่าทางไม่ต่ำต้อยทว่าก็ไม่เย่อหยิ่ง “ใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการ”

สมุหราชเลขาธิการหวางกำลังยกพู่กันขึ้นเพื่อเขียนลงบนกระดาษเซวียนจื่อที่แผ่กางไว้ เขาเอ่ยพูดโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา “ความตั้งใจของเอ้อร์หลางคือสิ่งใด”

คำเรียกว่า ‘เอ้อร์หลาง’ นี้ช่างเรียกได้เป็นธรรมชาตินัก ไม่มีความเขินอายใดๆ สักนิด

“หือ?”

สมุหราชเลขาธิการหวางเงยหน้าโดยไม่รอคำตอบ และพบว่าสวี่เอ้อร์หลางกำลังจดจ้องตนเองเขม็ง…

มุมปากของสมุหราชเลขาธิการหวางกระตุกขึ้น “ความตั้งใจดี”

เขาวางพู่กันลงแล้วมองตัวอักษรบนกระดาษแล้วเอ่ยยิ้มๆ “หากไม่ใช่เพราะพี่ชายของเจ้าลงมืออย่างชอบธรรม ข้าคงจะลาออกจากราชการแล้ว ในแวดวงขุนนางนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรู้จักเดินหน้าและถอยออกมา

ไม่ว่าเจ้าจะเก่งกาจชาญฉลาดสักแค่ไหน หรือมีพรรคพวกมากเท่าไหร่ แต่ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรก็สามารถตัดสินเป็นตายของเจ้าได้ด้วยคำพูดเดียว สมุหราชเลขาธิการคนก่อนสามารถใช้วัยชราได้อย่างสุขสงบก็เพราะเขาเรียนรู้คำสั่งสอนมาจากคนรุ่นก่อน”

‘สมุหราชเลขาธิการคนก่อน? พวกขยะที่รู้จักแต่การยักยอกและเยินยอจักรพรรดิน่ะหรือ’…สวี่ซินเหนียนคิดในใจ

สมุหราชเลขาธิการหวางกล่าวต่อ “สองร้อยปีก่อนในการต่อสู้ชิงแคว้น สำนักอวิ๋นลู่ได้ถอนตัวออกจากราชสำนัก ปราชญ์เอกได้สร้างจารึกขึ้นในสำนักศึกษาและเขียนถึงการตอบแทนความเมตตาของจักรพรรดิด้วยการตายอย่างชอบธรรม ทั้งหมดนี้ได้แสดงให้ศิษย์รุ่นหลังเห็นอยู่เรื่องหนึ่ง จักรพรรดิก็คือจักรพรรดิ ขุนนางก็คือขุนนาง ต้องรักษาระดับขั้นนี้ไว้ เจ้าจึงจะสามารถก้าวไปสู่แนวหน้าในราชสำนักได้”

สวี่เอ้อร์หลางขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “หากข้าไม่ทำเช่นนั้นเล่า”

สมุหราชเลขาธิการหวางหัวเราะเริงร่า “ไม่ทำ แล้วเจ้ามาเป็นขุนนางทำไมกัน”

สวี่เอ้อร์หลางคำนับและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”

เขาเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์และเข้าใจคำพูดของสมุหราชเลขาธิการหวางได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะในยุคสมัยใดต่างก็มีขุนนางทรงอำนาจนับไม่ถ้วน แต่หากจักรพรรดิอยากจะจัดการกับเขา แม้ว่าในมือจะมีอำนาจเท่าใด แต่จุดจบสุดท้ายก็คือการออกจากราชการอยู่ดี

สมุหราชเลขาธิการหวางพลันถอนหายใจออกมา “บุคลิกนิสัยของพี่ใหญ่เจ้านั้นทำให้คนเลื่อมใสจริงๆ แต่เขาไม่เหมาะกับราชสำนัก ดังนั้นอย่าเรียนรู้จากเขาเลย”

‘ช่วงนี้พี่ใหญ่มักจะมาขอคำแนะนำจากข้า แล้วข้าจะไปเรียนรู้จากเขาทำไม’ สวี่เอ้อร์หลางเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่งแล้วกล่าว “ข้าทราบแล้วขอรับ”

สมุหราชเลขาธิการหวางพยักหน้า “ตอนเย็นอยู่กินข้าวด้วยกันสิ”

…

ณ กรมปกครอง คลังเอกสาร

สวี่ชีอันที่เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เป็นสวี่ซินเหนียนก็ได้รายชื่อของบัณฑิตขั้นสูงที่เข้ามาในปีหยวนจิ่งที่สิบ โดยมีเจ้าพนักงานคอยช่วยเหลือ

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ จอหงวนในปีหยวนจิ่งที่สิบ กลับเป็นสมุหราชเลขาธิการหวางเจินเหวิน

ปั้งเหยี่ยน[1]ชื่อ หลู่ว์อัน

ทั่นฮวา[2]เว้นว่าง ไม่มีนาม

เจอแล้ว…สวี่ชีอันจดจ้องพื้นที่เว้นว่างอยู่นานโดยไม่พูดอะไร

อาลักษณ์ที่ถูกลบชื่อออกผู้นั้นคือทั่นฮวาในปีหยวนจิ่งที่สิบและเป็นบัณฑิตขั้นสูง เขาเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงถูกปิดความลับของสวรรค์ คนคนนี้ยังอยู่หรือตายไปแล้ว? ในเมื่อเข้าสู่ราชสำนักเป็นขุนนาง เช่นนั้นก็ไม่ใช่ท่านโหราจารย์รุ่นแรก

มีเพียงท่านโหราจารย์รุ่นแรกเท่านั้นที่ทำได้ แต่ทำไมท่านโหราจารย์ต้องทำแบบนี้ด้วย อาลักษณ์ไร้นามและซูหังมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ชื่อของซูหังไม่ได้ถูกลบออกไป นั่นแสดงว่าเขาไม่ใช่อาลักษณ์ผู้นั้น แต่มันต้องมีความเกี่ยวข้องกันแน่นอน

จากเบาะแสที่มีอยู่ ทำให้เขาตั้งสมมติฐานคร่าวๆ ได้ว่า

ราชสำนักในปีนั้นมีพรรคอยู่พรรคหนึ่ง ซูหังเป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของพรรคนี้ ส่วนอาลักษณ์ที่ถูกลบชื่อทิ้งผู้นั้นก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นหัวหน้าของพรรค

พรรคนี้แข็งแกร่งมาก จึงถูกฝ่ายต่างๆ รุมโจมตี สุดท้ายก็จบลงด้วยความหดหู่ ชะตากรรมของซูหังคือเครื่องพิสูจน์

แต่สิ่งที่สวี่ชีอันไม่เข้าใจก็คือ ถ้าหากเป็นเพียงการต่อสู้ทางการเมืองธรรมดาๆ แล้วเหตุใดท่านโหราจารย์ต้องลบชื่อของอาลักษณ์ผู้นั้นออกไปด้วย และทำไมต้องปิดกั้นความลับสวรรค์?

ตรงนี้จะต้องมีความลับที่ลึกยิ่งกว่าซ่อนเอาไว้แน่

สัญญาณชาตบอกข้าว่าเรื่องเก่านี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เอ่อ นี่มันคำพูดไร้สาระ ยังไงก็ต้องสำคัญอยู่แล้วสิ ไม่อย่างนั้นท่านโหราจารย์จะลงมือปิดกั้นมันได้อย่างไร เฮ้อ ข้าล่ะเกลียดการสืบคดีเก่าๆ นัก ไม่สิ เกลียดพวกโหรมากกว่า แต่โหรน่ารักอย่างจงหลีกับไฉ่เวยไม่นับ

สวี่ชีอันออกจากกรมปกครองแล้วขี่แม่ม้าน้อยแสนรักของตนไปตามถนน

แม่ม้าน้อยเข้าใจจิตใจคนได้อย่างดี มันจึงรักษาความเร็วแบบที่ไม่เร็วไม่ช้าเกินไป ทำให้สวี่ชีอันสามารถถือโอกาสนี้ครุ่นคิดเรื่องต่างๆ โดยไม่ต้องสนใจกับการขี่ม้ามากนัก

ตอนที่สืบคดีซังผอครั้งนี้ก็เกี่ยวข้องกับท่านโหราจารย์รุ่นแรก ในบันทึกประวัติศาสตร์ก็ไม่มีบันทึกเอาไว้ด้วย สุดท้ายก็คือฮว๋ายชิ่งที่เย็นชาและชาญฉลาด ผู้สามารถหาเบาะแสของวัดมังกรเขียวได้จากความอ่อนแอของสำนักพุทธเมื่อห้าร้อยปีก่อน ทำให้ข้านึกได้ว่าไต้ซือเสินซูเกี่ยวข้องกับสำนักพุทธ และเกี่ยวข้องกับความรุ่งเรืองของสำนักพุทธในที่ราบภาคกลางเมื่อห้าร้อยปีก่อนด้วย

วิธีการของฮว๋ายชิ่งสามารถนำมาใช้กับอาลักษณ์ผู้นี้ได้เช่นกัน ข้าสามารถตรวจสอบเรื่องใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในปีนั้นได้ แล้วหาเบาะแสออกมาจากตรงนั้น

หลังจากสรุปความคิดได้แล้ว เขาก็นึกถึงเรื่องของจักรพรรดิหยวนจิ่งต่อ

ก่อนหน้านี้ที่เขาต้องการตรวจสอบจักรพรรดิหยวนจิ่ง เป็นเพราะสัญชาตญาณของนักสืบเก่าที่คิดว่าหากทำไปเพื่อยาวิญญาณอย่างเดียว นั่นไม่มีทางพอพอให้จักรพรรดิหยวนจิ่งยอมเสี่ยงร่วมมือกับอ๋องสยบแดนเหนือเพื่อสังหารล้างเมืองหรอก

เพราะถึงอย่างไร ยาวิญญาณก็ไม่ใช่สมบัติที่กินไปสามคำไม่แก่เฒ่า ไม่ต้องถึงขั้นฆ่าล้างเมืองเลย

หลังจากเดินทางไปเจี้ยนโจว เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าจักรพรรดิหยวนจิ่งมีปัญหา ผู้ที่มีโชคชะตาไม่อาจอายุยืนได้ แล้วทำไมจักรพรรดิเฒ่าถึงได้ยังนอนสบายอยู่ได้

ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองของอาณาจักร เขาไม่มีทางไม่รู้ความลับเรื่องนี้แน่ จักรพรรดิเกาจู่และอู่จงคือตัวอย่าง

ตอนนี้ขอแค่หาเบาะแสจากบันทึกและต้องเป็นบันทึกของจักรพรรดิองค์ก่อนด้วย ถ้าจักรพรรดิหยวนจิ่งมีความลับซ่อนอยู่จริง เขาจะต้องจัดการกับมันอย่างแน่นอน

แต่เขาไม่สามารถลบร่องรอยออกไปได้หมด อย่างเช่นจักรพรรดิองค์ก่อนที่บางทีอาจจะซ่อนเบาะแสสำคัญอะไรเอาไว้ แต่ทว่าไม่เตะตา หรือคนอื่นๆ ไม่ค้นพบ จะต้องให้คนที่มีข้อมูลเฉพาะมาอ่านเท่านั้นถึงจะเข้าใจ

หากไม่มีเงื่อนงำจากจักรพรรดิองค์ก่อนด้วย ข้าก็ได้แต่ต้องไปหาน้องสะใภ้แล้ว น้องสะใภ้สอนให้จักรพรรดิหยวนจิ่งบำเพ็ญธรรมมาหลายปี ไม่มีทางไม่เห็นเงื่อนงำอะไรหรอก

แล้วจากนั้นก็คือเรื่องของท่านโหราจารย์รุ่นแรก ข้าต้องหาข้อมูลของสถานที่อย่างสวี่โจวออกมาให้ได้ก่อน อืม เว่ยกงกับเอ้อร์หลางช่วยหาได้ จริงสิ พรุ่งนี้ตอนที่นัดกับยายตัวร้ายก็ต้องให้นางช่วยเอ่ยปากส่งข่าวบอกฮว๋ายชิ่งด้วย แล้วให้นางช่วยสืบเรื่องสวี่โจวอีกแรง

ต้องใช้พวกคงแก่เรียนมาทำงานแทนข้าให้เป็นประโยชน์ จริงสิ ความคืบหน้าเรื่องการตระหนักรู้ ‘จิต’ ก็จะปล่อยไม่ได้ ถึงข้าจะยังไม่มีความรู้สึกชี้นำอะไรเลยก็ตาม พรุ่งนี้หยุดพักหน่อยแล้วกัน ไปฟังดนตรีที่หอคณิกาสักหน่อยดีกว่า รู้สึกคิดถึงฝูเซียงนิดหน่อยแล้ว…

มีเรื่องให้คิดเยอะชะมัด…สวี่ชีอันขี่แม่ม้าน้อย ร่างกายกระเทือนเป็นจังหวะขึ้นๆ ลงๆ

…

เมื่อกลับมาถึงจวนสกุลสวี่ เขาก็เห็นซูซูกำลังนั่งอยู่บนหลังคาจากที่ไกลๆ พร้อมกับถือร่มสีแดงเอาไว้ ราวกับผีสาวกลางภูเขาแสนสวนที่คอยดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปมา

ไม่สิ แต่เดิมนางก็เป็นผีอยู่แล้ว

พวกนางกลับมาแล้วสินะ…สวี่ชีอันกระโดดขึ้นไปบนหลังคาแล้วนั่งลงข้างผีสาว

“อะไรเนี่ย!” ซูซูกลอกตาใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์

สวี่ชีอันจิ้มหน้าอกของนางแล้วได้ยินเพียงเสียง ‘โผละ’ ดังออกมา ขาดแล้ว

เขาพลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมา “เจ้าควรไปขอกายเนื้อจากซ่งชิงที่สำนักโหราจารย์ได้แล้วนะ”

“ชิ เจ้าลามก!”

ซูซูก้มหน้ามองหน้าอกของตัวเองแล้วสบถใส่เขา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ข้าไม่ต้องการกายเนื้อแล้ว นายท่านบอกว่าหากได้กายเนื้อตอนนี้จะโดนเจ้าลากเข้าห้องนอน ข้าคิดว่านางพูดมีเหตุผล ดังนั้น ไว้เจ้าสืบความเรื่องในคดีบิดาของข้าได้เมื่อไหร่ข้าค่อยไปขอกายเนื้อแล้วกัน”

“นายของเจ้าพูดผิดแล้ว”

“ใช่หรือ” ซูซูมองเขาอย่างสงสัย

“จริงสิ ข้านอนกับเจ้าตรงนี้เลยก็ได้ ใครบอกว่าต้องลากเข้าห้องนอนก่อน”

“ไปให้พ้นเลย” ซูซูสบถใส่เขา

สวี่ชีอันกระโดดลงจากหลังคาแล้วเดินผ่านลานหน้าบ้าน เห็นพ่อครัวกำลังเชือดห่านอยู่นอกครัว สวี่หลิงอินทำผมทรงซาลาเปาสองลูกกำลังนั่งยองๆ มองดูตาใส

อาจารย์ของนาง สาวผิวคล้ำจากซินเจียงตอนใต้ก็นั่งอยู่ข้างๆ เช่นกัน

คนหนึ่งตัวเล็กคนหนึ่งตัวใหญ่ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“หลิงอิน พี่ใหญ่กลับมาแล้ว” สวี่ชีอันตะโกนบอก

เสี่ยวโต้วติงไม่สนใจเขา แต่ตั้งใจดูห่านที่ถูกฆ่าตายและโดนถอนขน…

นางกำลังเพ้ออยู่ว่าจะเริ่มกินตั้งแต่ตรงไหนใช่หรือไม่ เจ้าเด็กโง่คนนี้ ในหัวมีแต่เรื่องกิน…สวี่ชีอันบ่นในใจแล้วเข้าไปในห้องโถงด้านใน

หลี่เมี่ยวเจินกับอาสะใภ้นั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องโถง บนโต๊ะมีขนมสีใสเหลืออยู่ไม่กี่ชิ้น

อาสะใภ้เมื่อเห็นหลานชายเข้ามาก็เชิดหน้างดงามขึ้นแล้วพูดว่า “ขนมบนโต๊ะนี้หลิงอินเหลือไว้ให้เจ้ากิน นางกลัวว่าถ้าตัวเองอยู่ที่นี่แล้วเห็นขนม นางจะกินจนหมด ก็เลยวิ่งออกไปข้างนอกแล้ว”

สวี่ชีอันหันหน้าไปมองนอกประตูอย่างรวดเร็วแล้วหัวเราะออกมา

“เอ้อร์หลางล่ะ วันนี้วันพักผ่อน พวกเจ้าออกไปด้วยกันแล้วเหตุใดไม่เห็นเขากลับมา” อาสะใภ้เงยหน้ามองไปข้างนอกแล้วเอ่ยถาม

“สมุหราชเลขาธิการหวางเลี้ยงอาหารเย็นเขาอยู่ วันนี้คงจะไม่กลับมาแล้วล่ะ” สวี่ชีอันหัวเราะ

หลังพลบค่ำ ประตูเขตพระราชฐานก็ปิดลง วันนี้สวี่เอ้อร์หลางกลับมาไม่ได้แล้ว

“ใต้เท้าสมุหราชเลขาธิการเลี้ยงอาหารเขาหรือ…” อาสะใภ้ตกตะลึง

แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ต้าหลางจะเปิดเผยความสัมพันธ์ ‘ลับๆ’ ระหว่างเอ้อร์หลางและคุณหนูหวางอย่างไม่ปรานีออกมาแล้ว แต่อาสะใภ้ก็ไม่คิดว่าจะพัฒนาไปไกลขนาดนี้

ยิ่งคาดไม่ถึงว่าสมุหราชเลขาธิการหวางจะเลี้ยงอาหารเอ้อร์หลางด้วย

“เหมาะสมกันที่ไหนล่ะ ปัดโธ่ จริงๆ เลย…” อาสะใภ้หงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็จนปัญญา “แต่งกับลูกสาวบ้านสมุหราชเลขาธิการเช่นนี้ มิใช่แต่งพระเข้าบ้านหรืออย่างไร”

“อาสะใภ้ ท่านเป็นนายหญิงใหญ่ของบ้าน ลูกสะใภ้แต่งเข้ามาเช่นนี้ก็อยู่ที่ท่านจะฝึกนางแล้ว” สวี่ชีอันเติมเชื้อไฟ

ด้วยนิสัยและทักษะของหวางซือมู่ เมื่อเข้ามาในบ้านในอนาคต จะต้องรังแกอาสะใภ้จนร้องไห้ทุกวันแน่ แบบนั้นต้องน่าสนใจสุดๆ…สวี่ชีอันตั้งตารอชีวิตในอนาคต

อาสะใภ้ยืดอกแล้วเอ่ยอย่างภาคภูมิ “ย่อมเป็นเช่นนั้น ต่อให้นางเป็นลูกสาวของสมุหราชเลขาธิการ แต่เมื่อแต่งเข้ามาบ้านสกุลสวี่แล้วก็ต้องเชื่อฟังข้า”

หลี่เมี่ยวเจินเหลือบมองนางและไม่พูดอะไร

…

พลบค่ำ สำนักสังคีต

ที่ห้องนอนใหญ่ของหออิ่งเหมยมีเสียงไอรุนแรงดังออกมา

สาวใช้นั่งอยู่ใต้ชายค้าและเฝ้าเตาเล็กๆ เอาไว้ และนั่งฟังเสียงไอข้างหญิงสาวที่ดังมาจากด้านใน

นายหญิงฝูเซียงป่วยมาพักหนึ่งแล้ว กว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมา หออิ่งเหมยไม่มีการประชุมชาแล้ว และตั้งแต่นั้นนายหญิงก็นอนซมอยู่บนเตียงมาตลอด นับวันก็ยิ่งซีดเผือดมากขึ้น

แม่ใหญ่ได้เชิญหมอมีชื่อมากมายมาตรวจอาหารของนายหญิงฝูเซียงแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย จากนั้นแม่ใหญ่ก็ไม่ได้เชิญหมอมาหาอีก

จากแรกๆ ที่เรียกลูกสาวอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ต่อมากลับพูดจาเย็นชาราบเรียบ สุดท้ายก็หยุดมาเยี่ยมเยียนเสียแล้ว ถึงขั้นยังย้ายสาวใช้และผู้คุ้มกันที่อยู่ในเรือนออกไปด้วย

ไม่มีความจำเป็นต้องให้พวกเขามาคุ้มกันคนป่วยที่เหลือแค่ครึ่งลมหายใจอีกแล้ว

“แต่ก่อนนายหญิงเฉิดฉายขนาดไหน เป็นถึงหัวเรือใหญ่ของสำนักสังคีต เป็นคณิกาอันดับหนึ่ง และมีความสัมพันธ์อันดีต่อฆ้องเงินสวี่ ตอนนี้ถึงคราวตกต่ำแล้ว ไม่มีใครมาเยี่ยมนางเลย ฆ้องเงินสวี่ก็ไม่มีข่าวคราวและไม่ได้มาสำนักสังคีตนานมากแล้วด้วย”

“ฮึ่ม จะต้องเป็นคนกระดาษนั่นแน่ๆ ที่ลอบแทงหลังนายหญิงของข้า” สาวใช้นั่งอยู่ข้างกองไฟ มือหนึ่งปาดน้ำตาพลางครุ่นคิดอย่างโกรธเคือง

…………………………………………………

[1] ผู้สอบจิ้นซื่อที่ได้คะแนนเป็นอันดับสอง รองจากจอหงวน

[2] ผู้สอบจิ้นซื่อที่ได้คะแนนเป็นอันดับสาม

Prev
Next
Tags:
นิยายศิลปะการต่อสู้, นิยายสยองขวัญ, นิยายสลับเพศ, นิยายสืบสวน, นิยายหุ่นยนต์, นิยายฮาเร็ม, นิยายเกาหลี
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 423 อาลักษณ์ที่หายไป"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved