cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 294 วิหคทองกลืนกินเมี่ยเหมิง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 294 วิหคทองกลืนกินเมี่ยเหมิง
Prev
Next

บทที่ 294 วิหคทองกลืนกินเมี่ยเหมิง

ถ้วยแตก

เม็ดบัวกระจายเต็มพื้น แทรกซึมไปตามหยกขาว และแทรกด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ ดวงตาที่แฝงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และจิตใจของจอมเซียนจื่อเสวียนที่หัวใจเต้นระรัวในตอนนี้

“เมื่อครู่ที่ข้าเห็นคือแสงอย่างนั้นหรือ”

จอมเซียนจื่อเสวียนกำลังจะดูให้แน่ใจ แต่แสงทางนั้นก็กะพริบหายวับไปแล้ว!

เขามรรคาทมิฬ แสงที่สาดออกมาจากประตูแตกต่างไปจากศึกที่ศาลเจ้าจวนรัชทายาทในทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณตอนนั้นมาก

แสงในวันนั้นสาดส่องอยู่ตลอด อีกทั้งยังสร้างความร้อนแผดเผาน่าสะพรึง ทำให้ทั้งร่างของสวี่ชิงในแสงนั้นเหมือนจะถูกเผาจนหลอมละลาย กายได้รับบาดเจ็บสาหัส

หากไม่มีการฟื้นฟูจากผลึกวารีสีม่วงและการเพิ่มพลังกายเนื้อจากวิหคทอง การแผดเผาจากแสงในประตูเมื่อวันนั้นก็สามารถทำให้เขากลายเป็นเถ้าธุลีได้เลย

จะอย่างไรนี่ก็เป็นเศษเสี้ยวของวิเศษเวท ในขณะเดียวกับที่ส่องสะท้อนจิตใจภายในแล้วก็มีพลังสังหารในระดับหนึ่ง เพียงแต่เนื่องจากพลังประหลาดของมัน ดังนั้นพลังสังหารนี้จึงแตกต่างกันไป

แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

หลังจากผ่านการสังเวยบูชาครั้งที่สองโดยเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง แสงของประตูนี้ก็เปลี่ยนจากสาดส่องอยู่ตลอดแปรเปลี่ยนเป็นเสี้ยวพริบตา พลังไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

แสงในประตูสาดออกมาเพียงชั่วพริบตาแล้วหายวับไปทันที

ปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว และหายไปอย่างว่องไว ทำให้คนรู้สึกเหมือนเป็นเพียงภาพมายา โดยเฉพาะเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องอยู่ในหมอกดำที่ปล่อยออกมาจากความเย่อหยิ่ง ยิ่งทำให้การปรากฏขึ้นของแสงนี้ถูกบดบังในระดับสูงสุด

นอกเสียจากตั้งใจจับจ้อง ทั้งพลังบำเพ็ญยังต้องอยู่ในระดับสูงพอควร ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่อาจเห็นรายละเอียดได้เลย

และพลังของมันก็ไม่ใช่แผดเผาอีกต่อไป แต่กลับแปรเปลี่ยนเป็น…ผนึกแช่แข็ง!

แสงที่เพียงฉายวาบก็หายวับไปนั่นเย็นเยียบเป็นอย่างยิ่ง เมื่อตกกระทบมาที่ร่างสวี่ชิงก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังผนึกแช่แข็ง แล้วผนึกเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ในความรู้สึกของสวี่ชิง แสงที่สาดออกมาจากประตูบานนี้เหมือนพลังวิเศษเย็นเยียบที่ยากจะอธิบายและพรรณา ในเสี้ยวพริบตาที่กระทบมาที่ตัวเขา เขาก็ถูกแช่แข็งทั้งตัวอยู่ที่เดิมทันที

ร่าง วิญญาณเทพ และทุกสิ่งทุกอย่างถูกแช่แข็งผนึกอย่างรวดเร็วในพริบตา เหมือนว่าระดับขั้นชีวิตก็หยุดในเสี้ยวขณะนี้

แต่สิ่งที่แช่แข็งผนึกมีเพียงสวี่ชิงที่อยู่ในสภาวะไฟชีวิตสามดวงเท่านั้น

สวี่ชิงหรี่ตา กำลังจะจุดไฟชีวิตดวงที่สี่ของตัวเอง เขามั่นใจว่าหากจุดไฟชีวิตดวงที่สี่ เปลวเพลิงกำลังรบไฟชีวิตเจ็ดดวงขั้นสูงสุดของตัวเองปะทุสามารถทำให้เขาทำลายสภาวะที่ถูกแช่แข็งผนึกเช่นนี้ได้

เพียงแต่ตอนนี้ ไม่ทันที่สวี่ชิงจะได้จุดไฟ เขาก็พบความแปลกประหลาดของเงาตัวเอง

การผนึกแช่แข็งประเภทนี้มีผลต่อเจ้าเงาน้อยมาก

นี่สามารถเข้าใจได้ ในเมื่อตัวเจ้าเงาเองก็เย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน กินสิ่งประหลาดเป็นอาหาร

ความเย็นและการแช่แข็งผนึกต่อสวี่ชิงอาจจะเป็นแค่อุณหภูมิร่างกายปกติสำหรับเจ้าเงา อย่างมากก็แค่รู้สึกเย็นสบายเท่านั้น

ดังนั้นในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏขึ้น เจ้าเงาก็ดูดซับไปคำเล็กๆ ด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างอดไม่ได้ นี่ทำให้ร่างของสวี่ชิงไม่ได้ถูกแช่แข็งผนึกโดยสมบูรณ์

แม้ดูเหมือนยังถูกแช่แข็งผนึก แต่ความจริงแล้วเพียงแค่เสี้ยวความคิด เจ้าเงาเพียงแค่ดูดสุดกำลัง เขาก็จะฟื้นคืนกลับมาได้ทันที

แต่สวี่ชิงไม่ได้ออกคำสั่งกับเจ้าเงาในทันที เขาไม่ได้ขยับ

เพราะเขารู้ว่าโอกาสที่ตัวเองรอมาเนิ่นนานมาถึงแล้ว

“สวี่ชิง เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน!” เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องหัวเราะ ร่างไหววูบพุ่งตรงมาหาสวี่ชิง สีหน้าเผยความเหี้ยมโหดดุดัน ยิ่งมีความลิงโลดที่แปรเปลี่ยนมาจากความตื่นเต้นยินดีอันแรงกล้าฉายออกมา ไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้แม้เพียงเล็กน้อย

นี่ก็คือแผนของเขา ความจริงการลงมือทุกอย่างก่อนหน้านี้ล้วนเพื่อหาโอกาสสำแดงประตูเจตจำนงแห่งนิรันดร์โดยไม่ให้คนอื่นสงสัย

ขณะเดียวกันเขาก็ป้องกันการเข้าขัดขวางของคนนอกจากการที่ตัวเองสำแดงวิชานี้อย่างฉับพลันด้วย อย่างไรเสีย คนที่ขัดขวางได้ไม่ได้มีแค่บรรพจารย์หลิงอวิ๋นเท่านั้น ทางเสี่ยเลี่ยนจื่อทางนั้นก็มีความสามารถนี้เหมือนกัน

ส่วนเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็ไม่คิดว่าสำนักเจ็ดเนตรโลหิตจะทำตามกฎ ก็เหมือนที่สวี่ชิงไม่เชื่อว่าสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าจะทำตามกฎ

ความจริงแล้วก็เป็นเช่นนี้แทบจะในพริบตาที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องพุ่งไปหาสวี่ชิง บนท้องฟ้านอกภูเขามรรคาทมิฬ ใบหน้าที่เสี่ยเลี่ยนจื่อแปลงภาพมายามา ดวงตาก็ฉายวาบขึ้นมาอย่างยากจะสังเกตเห็น จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นเลือดมหาศาลพุ่งไปยังเขามรรคาทมิฬ

ท่าทีเช่นนี้คือท่าทีที่ไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรทั้งนั้น กฎเกณฑ์ทุกอย่างล้วนไม่สำคัญเท่าศิษย์หลานของตัวเอง

ท่ามกลางเสียงกรีดหวีดหวิวอย่างเร็วรี่ ใกล้จะประชิดเข้ามาแล้วเต็มที แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา แสงกระบี่ก็ท่วมฟ้า กระบี่บินจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นขวางอยู่ข้างหน้า แปรเปลี่ยนเป็นร่างของบรรพจารย์หลิงอวิ๋น

“เสี่ยเลี่ยนจื่อ กฎก็คือกฎ!”

เดิมทีบรรพจารย์หลิงอวิ๋นก็สงสัยว่าสวี่ชิงถูกแช่แข็งผนึกจริงหรือไม่ แต่เขาไม่มีเวลาให้สังเกตอย่างละเอียด เพราะเสี่ยเลี่ยนจื่อลงมือแล้ว

ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ขัดขวางเสี่ยเลี่ยนจื่อทันทีเท่านั้น ไม่ว่าจะอย่างไร เขาจะปล่อยให้เสี่ยเลี่ยนจื่อลงมือช่วยไม่ได้

เสี่ยเลี่ยนจื่อทำท่าโมโหเดือดดาล คิดจะพุ่งออกไป ดังนั้นบรรพจารย์หลิงอวิ๋นจึงขัดขวางสุดกำลัง

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้อง ทั้งสองคนพลังบำเพ็ญใกล้เคียงกัน แม้บรรพจารย์หลิงอวิ๋นจะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ถ่วงเวลาสักชั่วขณะหนึ่งนั้นก็สามารถทำได้อยู่

ส่วนนายกองทางนั้นก็ตาแดงก่ำเช่นกัน คำรามออกมาคิดจะพุ่งออกไป แค่แสงกระบี่ทางหนึ่งกะพริบวูบ ผู้บำเพ็ญระดับแก่นลมปราณของสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าเข้าทำการขัดขวางทันที

ขณะเดียวกัน ทางสำนักเจ็ดเนตรโลหิต นายท่านเจ็ดก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว จะไปเข้าใกล้ไปยังเขามรรคาทมิฬ แต่ทางสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า เงาร่างของเจ้าสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าก็ปรากฏลงมาทันที ขวางนายท่านเจ็ดเอาไว้

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ การถูกขัดขวางเช่นนี้จากบรรพจารย์หลิงอวิ๋นและคนทั้งหลาย เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็ประชิดมาข้างหน้าสวี่ชิง ฉวยโอกาสที่ตอนนี้เขาถูกผนึก ดวงตาของเซิ่งอวิ๋นฉายความละโมบออกมา เมี่ยเหมิงที่อยู่ข้างหลังปรากฏขึ้นทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะอันเหี้ยมเกรียมของเขาและเสียงร้องแปลกประหลาดของเมี่ยเหมิง ก็พุ่งเข้าไปใกล้สวี่ชิงทันที

เข้าใกล้อย่างไม่เคยทำได้มาก่อน แทบจะแนบติดอยู่ด้วยกัน มือทั้งสองของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องยกขึ้นแล้วกดไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของสวี่ชิง เมี่ยเหมิงที่อยู่ข้างหลังก็คำรามกัดไปยังวิหคทองที่อยู่ข้างหลังสวี่ชิงซึ่งถูกแช่แข็งเหมือนกัน

“สวี่ชิง วันนี้ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”

แววละโมบในดวงตาของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องรุนแรงจนถึงขีดสุด กำลังจะกลืนกินวิหคทอง แต่ในตอนนี้เอง จู่ๆ สวี่ชิงก็เงยหน้าขึ้นมา

ในดวงตาของเขามีเปลวไฟโชติช่วงลุกโชน!

การเงยหน้านี้ เปลวเพลิงในดวงตาคู่นี้ ทำให้เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องหน้าเปลี่ยนสี

ในความเข้าใจของเขา สวี่ชิงในตอนนี้ไม่สามารถขยับได้ วิชาผนึกที่แปลงมาจากประตูเจตจำนงแห่งนิรันดร์ สำหรับผู้บำเพ็ญไฟชีวิตสามดวงที่ต่อให้มีการเพิ่มพลังจากตะเกียงแห่งชีวิต อย่างน้อยๆ ก็ส่งผลเป็นเวลาสิบอึดใจ นี่ก็คือข้อมูลที่เขาได้รับรู้หลังจากที่เซ่นสังเวยของวิเศษชิ้นนี้ครั้งที่สอง แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาห้าอึดใจ เขายังเหลืออีกห้าอึดใจไปดูดซับ

เขาคำนวณทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ จนกระทั่งตอนนี้ การเงยหน้าของสวี่ชิงทำลายความแม่นยำทุกอย่างในพริบตา

“เจ้า!!” เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องหน้าเปลี่ยนสี วิกฤตชีวิตความเป็นตายรุนแรงทำให้เขาไม่ทันได้คิดอะไรมาก กำลังจะถอยไป แต่สวี่ชิงพลันยกมือทั้งสองขึ้นแล้วคว้าเขาเอาไว้ ไฟชีวิตดวงที่สี่ในกายปะทุขึ้นมาทันที

พลังไฟชีวิตสี่ดวงลุกโชนท่วมฟ้าในเสี้ยวพริบตานี้เอง ในขณะที่เปลวเพลิงกวาดโหมไปทั่วทุกทิศ ฉัตรทั้งสองก็กะพริบฉายประกายเต็มที่ ท่ามกลางเปลวเพลิงนี้ วิหคทองที่ถูกเมี่ยเหมิงกัดอยู่ข้างหลัง หลังจากที่ทั่วทั้งร่างสะท้านเฮือก ก็เหมือนอาบไฟถือกำเนิดใหม่ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้เปลวเพลิงที่น่าครั่นคร้ามอยู่แล้วนั่นยิ่งปะทุอย่างบ้าคลั่งขึ้นในชั่วขณะนี้

“เจ้าก็ตกหลุมพลางแล้วเช่นกัน”

ในขณะที่สวี่ชิงพูดเสียงแผ่วเบาและพลันอ้าปากกว้างก่อนจะกัดไปที่คอของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ในขณะที่ดูดอย่างโหดเหี้ยม เพลิงพิฆาตมหาศาลก็ปะทุขึ้นจากช่องเวทหนึ่งร้อยยี่สิบช่องทั่วทั้งร่างของเขา แล้วเข้าปกคลุมเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องที่ถูกเขาจับเอาไว้อย่างเต็มแรงไว้ในนั้น

วิหคทองที่อยู่เหนือศีรษะของเขาก็อ้าปากกว้างยิ่งกว่า ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตื่นกลัวของเมี่ยเหมิงก็กัดหัวของอีกฝ่ายเอาไว้ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหดอย่างยิ่งยวด ดูดอย่างเหี้ยมเกรียม!

เขารอชั่วเวลานี้มานานมากเหลือเกิน

เพื่อสังหารเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องให้สำเร็จ อย่างน้อยก็ต้องกลืนกินเมี่ยเหมิงให้ได้ ทำให้เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิของตัวเองมีโอกาสยกระดับ สวี่ชิงสะกดกำลังรบมาโดยตลอด ตอนนี้ในที่สุดก็ได้โอกาสที่เยี่ยมยอดนี้

ตอนนี้ในดวงตาสวี่ชิงฉายเปลวเพลิงท่วมฟ้าออกมา เพลิงพิฆาตทั่วทั้งร่างปกคลุมเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง วิหคทองยิ่งมาด้วยความกระหาย กลืนกินอย่างเต็มที่ และเสียงร้องโหยหวนน่าเวทนาของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็ดังก้องผืนฟ้าในเสี้ยวขณะนี้เอง

การพลิกผันในพริบตาฉากนี้ทำให้คนทั้งหลายที่อยู่รอบๆ ต่างอึ้งตะลึง ส่วนนายกองทางนั้นหัวเราะหึๆ ไม่พุ่งออกไปอีก กลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายขัดขวางผู้บำเพ็ญระดับแก่นลมปราณของสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าอย่างเชี่ยวชาญชำนาญนัก

นายท่านเจ็ดที่เดินมาก็สะบัดชายเสื้อเช่นกัน หอบม้วนเจ้าสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าเอาไว้ แล้วยังมีเสี่ยเลี่ยนจื่อทางนั้นที่หัวเราะร่าท่ามกลางสถานการณ์ที่พลิกผันไปโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนจากพุ่งออกไปมาขัดขวาง สกัดกั้นบรรพจารย์หลิงอวิ๋นที่สีหน้าเปลี่ยนไปมหาศาล

การเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วว่องไว เหมือนว่าซักซ้อมมาก่อนล่วงหน้า เหมือนว่ารู้ตั้งนานแล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ ไม่มีหยุดชะงักแม้แต่น้อย ลื่นไหลคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติยิ่งนัก

เสียงคำรามโกรธเดือดดาลดังก้องที่โลกภายนอกทันที ประกายโหดเหี้ยมในดวงตาสวี่ชิงน่าพรั่นพรึง ภายใต้การดูดอย่างสุดกำลัง ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนน่าสังเวชชองเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง สารกาย ปราณและจิตทั้งร่างของเขาไหลทะลักเข้าไปในร่างกายสวี่ชิง เมี่ยเหมิงที่อยู่เหนือศีรษะของอีกฝ่ายก็ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างไม่เคยมีมาก่อน ภายใต้การกลืนกินอย่างเหี้ยมโหดเหลือแสนจากวิหคทองมันก็หดเล็กลงและเลือนรางไปอย่างรวดเร็ว

และความเหี้ยมโหดของสวี่ชิงก็สะท้อนในสายตาของทุกคนตอนนี้ ทำให้ลูกศิษย์พันธมิตรแปดสำนักที่อยู่รอบๆ ต่างอึ้งตะลึง หวาดหวั่นพรั่นพรึง สายตาที่มองมาทางสวี่ชิงฉายความหวาดเกรงรุนแรง

“สวี่ชิง!!” เสียงของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องน่าสังเวชอเนจอนาถ การถูกดูดซับในทุกด้านเช่นนี้ทำให้กลิ่นอายของเขาอ่อนแรงลงทันที คิดอยากดิ้นรนแต่เขาที่มีกำลังรบเกือบถึงไฟชีวิตเจ็ดดวงจะหลุดรอดจากมือสวี่ชิงที่มีกำลังรบไฟชีวิตเจ็ดดวงขั้นสูงสุดได้อย่างไร เห็นเมี่ยเหมิงของตัวเองใกล้สลายไปแล้วเต็มที ร่างของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องจู่ๆ ก็ปะทุแสงสีทองออกมา

นั่นคือพลังคุ้มครองจากขั้นปราณก่อกำเนิดที่แปลงมาจากแผ่นหยกชิ้นหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าแผ่นหยกที่เขาโยนออกมาก่อนหน้านี้ก็แค่ตบตาเท่านั้น ตอนนี้กำลังจะฉวยโอกาสนี้สลัดให้หลุดพ้น แต่เสี้ยวขณะต่อมากวานสวรรค์ม่วงสูงสุดบนศีรษะของสวี่ชิงก็พลันปะทุขึ้นเช่นกัน การคุ้มครองจากขั้นปราณก่อนกำเนิดที่เป็นของเขากางออก พุ่งสะกดไป

การขัดขืนที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแปรเปลี่ยนเป็นยื้อยุดอยู่ด้วยกัน นี่ไม่ส่งผลต่อการกลืนกินต่อไปของสวี่ชิง และจากการเสียจังหวะเช่นนี้ ร่างของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็ใกล้จะผอมแห้งเป็นหนังหุ้มกระดูกแล้วเต็มที เมี่ยเหมิงที่เหนือศีรษะก็รางเลือนลงไปจนแทบสัมผัสไม่ได้

วิหคทองในตาข้างขวาของเขากะพริบวูบวาบสองสามครั้งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร สวี่ชิงเห็นเป็นเช่นนี้หมัดสุดท้ายของเคล็ดวิชาใต้ปรโลกก็ไม่ได้สำแดงออกมา เขาจำคำพูดของอาจารย์ได้อย่างแม่นยำ หมัดนี้เมื่อชกออกไปแล้วจะต้องฆ่าคน อีกทั้งจะให้ใครเห็นไม่ได้

ดังนั้นแล้ว เขาเพิ่มแรงในการดูดและกลืนกิน ทุ่มสุดกำลัง คอของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องใกล้จะถูกเขากัดขาดแล้ว

เสียงของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องยิ่งน่าอนาถเวทนา เลือดอึกใหญ่ๆ ถูกสวี่ชิงกลืนลงไปอย่างโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนเป็นอย่างยิ่ง

ในตอนนี้เอง เงาร่างชุดสีเขียวครามร่างหนึ่งก็เดินมาจากความว่างเปล่าอย่างเงียบงัน ทุกที่ที่พาดผ่านลวดลายค่ายกลกระจายไปในท้องฟ้าประดุจกฎแห่งมรรคาสวรรค์ เขาฉวยโอกาสที่บรรพจารย์หลิงอวิ๋นและเสี่ยเลี่ยนจื่อสู้กัน ก้าวไปเพียงก้าวเดียวก็มาถึงข้างกายสวี่ชิงบนเขามรรคาทมิฬ

“อายุน้อยแค่นี้ก็โหดเหี้ยมเช่นนี้แล้ว สู้กับสหายร่วมพันธมิตรก็ลงมือเหี้ยมเกรียมเพียงนี้ สิ่งที่กลืนลงไปคายออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

เสียงเย็นเยือกดังก้อง เงาร่างชุดสีเขียวครามเพียงสะบัดมือ ระหว่างสวี่ชิงและเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็มีเสียงกึกก้องดังขึ้นทั้งที ทั้งสองคนแยกจากกันในทันใด แต่ในเสี้ยวขณะที่แยกจากกัน เงาร่างนั้นก็สะบัดมืออีกครั้ง ดึงไปทางสวี่ชิง

ในหัวสวี่ชิงมีเสียงระเบิดดังก้อง ในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือด สวี่ชิงเห็นรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายไม่ชัด แต่พลังที่ปะทุออกมาเป็นระดับขั้นบรรพจารย์ที่มี เขาไม่อาจต้านทานได้ ไม่อาจเผชิญหน้าได้ ในหัว ร่างกาย จวบจนทุกสิ่งอย่างล้วนกลายเป็นว่างเปล่า ในขณะที่ในร่างกายเดือดพล่าน สารกาย ปราณและจิตของเมี่ยเหมิงที่กลืนลงไปเมื่อครู่ตอนนี้ทะลักออกมาจากในร่าง คล้ายว่าจะถูกอีกฝ่ายดึงเอาไป

แต่ในตอนนี้เอง แสงสีม่วงทางหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟ้า มาปรากฏอยู่ข้างหน้าสวี่ชิงทันที ท่ามกลางกลิ่นหอมลอยอวล เงาแผ่นหลังของจอมเซียนจื่อเสวียนปรากฏอยู่ข้างหน้าดวงตาที่เต็มไปด้วยสีเลือดของสวี่ชิง

นางสะบัดมือเบาๆ พลังกดดันทุกอย่างหายไปจนสิ้น พลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งผลักออกไปข้างนอก คนชุดสีเขียวครามคนนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องแล้วถอยไปทันที ไม่สร้างความลำบากให้สวี่ชิงอีก

“อายุปูนนี้แล้วทำไมจิตใจคับแคบเช่นนี้ ผู้เยาว์ประลองกันก็ออกหน้าลงมือเอง วังเต๋ามหาวิวัฒน์ทำเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”

จอมเซียนจื่อเสวียนเอ่ยราบเรียบ ขณะสะบัดมือผู้บำเพ็ญชุดเขียวครามคนนั้นก็สีหน้าเคร่งเครียด ถอยไปแล้วถอยไปอีก จวบจนถอยไปนอกภูเขามรรคาทมิฬถึงได้หยุด เผยรูปร่างหน้าตาวัยกลางคนออกมา

เป็นบรรพจารย์ของวังเต๋ามหาวิวัฒน์นั่นเอง

เขามองจอมเซียนจื่อเสวียนด้วยความหมายลึกซึ่งแวบหนึ่ง เมื่อหันไป บรรพจารย์หลิงอวิ๋นและเสี่ยเลี่ยนจื่อก็แยกจากกันแล้ว

เสี่ยเลี่ยนจื่อสีหน้าเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง จ้องชายกลางคนชุดสีเขียวครามเขม็ง ส่วนบรรพจารย์หลิงอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ สีหน้าแปลกประหลาดมาก จ้องบรรพจารย์วังเต๋ามหาวิวัฒน์ คล้ายว่าเข้าใจอะไรขึ้นมา สีหน้าฉายแววขมขื่น

“พี่หลิงอวิ๋นเคยมีบุญคุณกับข้า หลานชายของเขาข้าย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว บทลงโทษเรื่องฉีกกฎ พี่หลิงอวิ๋นย่อมชดเชยแทนข้า ใช่หรือไม่ พี่หลิงอวิ๋น”

ชายกลางคนชุดสีเขียวครามหิ้วเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องที่ลมหายใจรวยริน ผอมแห้งราวกิ่งฟืน เมี่ยเหมิงแตกสลายไปแล้วโดยสมบูรณ์ เอ่ยขึ้นราบเรียบ

เสี่ยเลี่ยนจื่อแววตาฉายประกายวับ บรรพจารย์หลิงอวิ๋นเหมือนจะแก่ลงไปมากในพริบตา พยักหน้าอย่างเงียบงัน

สวี่ชิงสีหน้าย่ำแย่ หรี่ตาซ่อนจิตสังหารพลางมองบรรพจารย์วังเต๋ามหาวิวัฒน์ เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าเรื่องนี้มีความลับบางอย่างที่ตนไม่รู้

ดังนั้นหลังจากที่จำเรื่องนี้ไว้ในใจ ร่างของเขาก็ขยับวูบพุ่งตรงไปข้างๆ ยังบริเวณที่ประตูไม้ของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องตั้งอยู่ ไปถึงอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าประตูไม้บานเอาไว้ แล้วเก็บมันลงไปอย่างไม่สนใจผู้แข็งแกร่งของพันธมิตรที่อยู่รอบๆ ต่อหน้าพวกเขา

จากนั้นก็สะบัดมือ เก็บยันต์ส่งข้ามไร้ขั้นตอนที่ตัวเองโยนออกไปเมื่อก่อนหน้านี้ทั้งสองชิ้นนั้นและแผ่นหยกรักษาชีวิตที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องโยนออกไปชิ้นนั้นมาทั้งหมด จากนั้นเลือดจากสารกาย ปราณและจิตของเมี่ยเหมิงก็ย้อนทะลักออกมา แต่เขาฝืนกลืนมันกลับลงคอไป

ไม่ให้กระเด็นแม้แต่หยดเดียว!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 294 วิหคทองกลืนกินเมี่ยเหมิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved