cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 291 เกรียงไกรไร้ผู้เทียมทาน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 291 เกรียงไกรไร้ผู้เทียมทาน
Prev
Next

บทที่ 291 เกรียงไกรไร้ผู้เทียมทาน

สวี่ชิงไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา หลังจากเก็บซ่อนทุกอย่างลงไปแล้วก็ขัดสมาธินั่งสมาธิอีกชั่วยามกว่าๆ

ด้านหนึ่งคือทำเรื่องที่ทะลวงเปิดช่องเวทไม่สำเร็จให้สมบูรณ์ ไม่เผยช่องโหว่ให้เห็น

อีกด้านคือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเขาหลังจากที่สัมผัสไฟชีวิตสี่ดวง

กำลังรบชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง พัฒนาไปอย่างมาก

นอกจากนี้ สวี่ชิงยังสัมผัสได้ว่าช่องเวทหนึ่งร้อยยี่สิบช่องไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดจริงๆ ด้วย เขาสัมผัสได้ลางๆ ว่าตัวเขายังไม่สมบูรณ์แบบ ขาดช่องเวทไปหนึ่งช่อง

‘สิ่งที่ขาดไปก็คือช่องเวทที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดที่ท่านอาจารย์บอกไว้ ซึ่งก็เป็นช่องเวทช่องสุดท้ายที่ผู้บำเพ็ญไฟชีวิตสี่ดวงต่างเฝ้าปรารถนาที่จะทะลวงเปิด’

สวี่ชิงพึมพำในใจ

‘ระหว่างความเป็นความตายถึงจะทะลวงเปิดช่องเวทช่องที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดได้อย่างนั้นหรือ’ สวี่ชิงลองหาแต่ก็ไร้ผล นึกถึงคำพูดของนายท่านเจ็ด ในขณะเดียวกับที่ครุ่นคิด ก็ไม่ได้รีบร้อนไปทะลวงเปิดช่องเวทช่องสุดท้ายนี้

“คัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณมีเพียงฝึกบำเพ็ญจนถึงขั้นบริบูรณ์เท่านั้นจึงจะสำแดงพลังที่แท้จริงของมันได้…สะกดวิญญาณระดับเดียวกันเอาไว้ในช่องเวทที่มีระดับสอดคล้องกัน

“ช่องเวทหนึ่งร้อยยี่สิบช่องของข้า สะกดได้หนึ่งร้อยยี่สิบวิญญาณ!

“เช่นนี้แล้ว ในขณะเดียวกับที่ทำให้พลังช่องเวทของข้าเพิ่มขึ้น ก็สามารถสำแดงวิชาพิฆาต กลืนกินวิญญาณ…เพลิงวิญญาณสลัวได้!” สวี่ชิงพึมพำ นอกจากนี้เขายังรู้ดีอีกว่าหากวิญญาณหนึ่งร้อยยี่สิบดวงถูกตนสะกด ก็จะแปรเปลี่ยนให้เป็นตัวตนที่เหมือนกับวิญญาณศัสตราได้ ทำให้เรือเวทของตนยกระดับเป็นเรือศึกเวททันที

พลังเพิ่มขึ้นมหาศาล

“ถึงตอนนั้นหากทะลวงเปิดช่องเวทที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดไม่ได้ ข้าก็ไม่จำเป็นทำทุกเรื่องให้ถึงขีดจำกัดสูงสุด ก้าวเข้าสู่ระดับแก่นลมปราณวังสวรรค์ไปเลย”

สวี่ชิงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว กำลังจะลุกขึ้นจากไป แต่สายตาเพียงกวาดก็จับจ้องไปที่หัวอสรพิษปีศาจและหมุดสวรรค์มหึมาที่อยู่กลางทะเลสาบสีเลือด

มองหมุดสวรรค์ สวี่ชิงสัมผัสได้รางๆ ถึงพลังน่าครั่นคร้ามที่แผ่ออกมาจากในนั้น ตามประวัติศาสตร์ที่เขารู้ หมุดนี้เป็นวัตถุที่หลอมขึ้นในพริบตาจากการที่จักรพรรดิโบราณหลอมห้าธาตุขึ้นมาได้อย่างสบายๆ

เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่านั่นเป็นพลังบำเพ็ญแบบใดที่แค่เอื้อมมือคว้าไปง่ายๆ ก็หลอมหมุดที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง สะกดอสรพิษปีศาจระดับหวนสู่อนัตตาขอบเขตใหญ่ขั้นที่สองได้แสนปี

อีกทั้งอสรพิษปีศาจเหี่ยวแห้ง แต่หมุดยังคงอยู่

‘ไม่รู้ว่าเมื่อใดข้าจะทำแบบนี้ได้บ้าง’ จิตใจสวี่ชิงเกิดคลื่นซัดโหม มองหมุดสวรรค์ก็พลันเกิดความรู้สึกเหมือนมองดาบสะบั้นไพศาลในตอนนั้น

ในดวงตาของเขาค่อยๆ มีประกายแสงแปลกประหลาดปรากฏขึ้น พยายามลองวาดเค้าโครงของหมุดนี้ขึ้นมาในใจ

ที่ศาลเจ้าในพื้นที่ต้องห้ามฐานที่มั่นคนเก็บกวาดในตอนนั้นเขาก็ทำแบบนี้

เพียงแต่ระดับของหมุดสวรรค์นี้สูงมาก การวาดเค้าโครงของสวี่ชิงไม่ราบรื่น เหมือนรูปร่างของหมุดนี้ยากที่คนจะจำได้อย่างชัดเจน มีท่วงทำนองเต๋ากลุ่มหนึ่งรบกวน

จนเมื่อเวลาอยู่ในแดนวาสนาของเขาถึงขีดจำกัด สวี่ชิงก็แค่กล้อมแกล้มฝังเค้าร่างรางเลือนของมันเอาไว้ในใจได้เท่านั้น

ยังต้องลอกแบบหมุดนี้ต่อไป เช่นนี้บางทีอาจจะมีเศษเสี้ยวของความเป็นไปได้ เหมือนตอนที่สัมผัสดาบสะบั้นไพศาลแบบนั้น ค่อยๆ สำแดงมันออกมา

ท้ายที่สุดแล้วจะสำเร็จหรือไม่ สวี่ชิงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

เขาแค่รู้สึกว่าหมุดสวรรค์นี้แฝงไว้ด้วยจิตน่าตื่นตะลึง จิตนี้น่าครั่นคร้าม หากตนสำแดงมันออกมาได้ ด้านการโจมตีสังหารจะต้องน่ากลัวจนถึงขีดสุดแน่นอน

“น่าเสียดายหากคัดลอกจิตของมันที่นี่ได้ทุกวัน บางทีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จก็อาจจะมากขึ้น” สวี่ชิงเสียดายนิดๆ ในเสี้ยวพริบตาที่เขาลุกขึ้น ข้างหน้าก็มีคลื่นวนลูกหนึ่งปรากฏขึ้น

ไม่ยอมให้ปฏิเสธ แรงดูดของคลื่นวนลูกนี้ปกคลุมเงาร่างของเขาในพริบตา ที่ถูกคลื่นวนประเภทนี้เข้าปกคลุมยังมีนายกองที่จ้องเขี้ยวนั่นอยู่ตลอดกับอู๋เจี้ยนอูที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าใจ

เงาร่างทั้งสามหายไปในทันที ในตอนที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งก็มีอยู่ที่นอกแดนวาสนาสำนักโลกันต์ทมิฬแล้ว

ในตอนที่เข้าไป อารมณ์ของพวกเขาทั้งสามแตกต่างกันไป สวี่ชิงจิตใจซับซ้อนกับการมาของของจอมเซียนจื่อเสวียน อู๋เจี้ยนอูเฝ้ารอร่องรอยของจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวที่เลื่อมใสบูชา นายกองนั้นทอดถอนใจที่จอมเซียนจื่อเสวียนมาช้าไป

แต่ในตอนออกมา อารมณ์ของพวกเขาทั้งสามคนนั้นเหมือนกัน ล้วนมีความรู้สึกเสียดายมาก

สวี่ชิงเสียดายที่เวลาน้อยมาก ไม่สามารถสัมผัสรับรู้หมุดได้นาน อู๋เจี้ยนอูเสียดายที่ตัวเองยังไม่สะใจ และครั้งหน้าหากอยากมาก็ต้องจ่ายด้วยหินวิญญาณมหาศาล

ส่วนนายกองก็เสียดายที่เขี้ยวนั่นยังไม่ใช่ของตัวเอง

ทั้งสามคนทอดถอนใจไปจากสำนักโลกันต์ทมิฬด้วยความรู้สึกเสียดายเช่นนี้เอง

และในเสี้ยวพริบตาที่ลงเขามา แผ่นหยกสื่อเสียงของสวี่ชิงก็พลันมีข้อความจำนวนมหาศาล เขาเปิดออกอย่างประหลาดใจ หลังจากอ่านแล้วสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที จิตสังหารพุ่งขึ้นในตัวสวี่ชิงทันที

ในนั้นล้วนเป็นเรื่องที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องออกจากด่าน จะท้าประลองกับเขาทั้งสิ้น เวลาคือเมื่อสองวันก่อน สถานที่ไม่ใช่สำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า และก็ไม่ใช่สำนักเจ็ดเนตรโลหิต แต่เป็นพื้นที่ที่ห่างไปจากที่นี่ไม่ไกลแห่งหนึ่ง

ที่นั่นชื่อว่าเขามรรคาทมิฬเป็นพื้นที่ของขั้วอำนาจสำนักโลกันต์ทมิฬ เป็นหนึ่งในสี่ลานเต๋าของพันธมิตรแปดสำนัก

ปกติแล้วจะมีผู้แข็งแกร่งของพันธมิตรแปดสำนักไปแสดงเต๋าที่นั่นเป็นบางครั้ง

มองแผ่นหยก สายตาของสวี่ชิงเย็นชา ในขณะเดียวกับกลิ่นอายเย็นยะเยือก จิตสังหารก็ปะทุขึ้นในใจ

เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง เป็นศัตรูร้ายกาจที่ประมือด้วยยากลำบากที่สุดนับจากที่เขาบำเพ็ญเพียรมา

นายกองก็ได้รับข้อมูลจากโลกภายนอกแล้วเหมือนกัน หลังจากตรวจสอบแล้วก็พลันหัวเราะ

“อาชิงน้อย เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องน่าจะทะลวงไฟชีวิตห้าดวงแล้ว ต้องการความช่วยเหลือจากศิษย์พี่หรือไม่”

“ขอบคุณศิษย์พี่มาก แต่ข้าทำให้เขาพ่ายแพ้มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ทำให้เขาแพ้ครั้งที่สองได้” สวี่ชิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง เงยหน้ามองท้องฟ้า หลังจากคำนวณเวลาแล้ว ก็เปลี่ยนทิศทางไปยังเขามรรคาทมิฬเลย

เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องอยากประลองตัดสินเป็นตายกับสวี่ชิง สวี่ชิงก็อยากประลองแบบนี้เช่นกัน ตอนนี้เขารู้วิธีที่ทำให้เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิยกระดับได้เร็วที่สุดแล้ว นั่นก็คือกลืนกินเลือดจากสารกาย ปราณและจิตของคนที่ฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดินั่นเอง

ดังนั้นสวี่ชิงจึงพุ่งตรงไปยังเขามรรคาทมิฬด้วยความกระหายในเมี่ยเหมิงของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ส่วนนายกองก็ตามอยู่ข้างหลัง

ส่วนอู๋เจี้ยนอู เห็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ย่อมไม่ทิ้งกัน ดังนั้นไม่นาน ทั้งสามคนก็มาถึงเขามรรคาทมิฬ

ภูเขานี้เป็นภูเขาเตี้ยๆ บนยอดเขามีลานเต๋าที่กว้างใหญ่โอ่อา

ใช้หยกเขียวเป็นอิฐปู ศิลาขาวสลัก ในขณะเดียวกับที่พลังค่ายกลและพันธนาการลอยเอ่อ ที่ใจกลางของลานเต๋ายังมีแท่นพิธีเต๋าขนาดมหึมาอีกด้วย ธูปยักษ์สามเล่มที่เป็นสัญลักษณ์แทนฟ้า ดิน มนุษย์ จุดอยู่อยู่ทั้งเช้าค่ำ ทำให้ควันพวยพุ่งขึ้นฟ้าอยู่ตลอดไม่สลายหายไป

สวี่ชิงมาถึงที่นี่ก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ภายใต้ประกายแสงพรายจากดวงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องมา ลานเต๋าดูแล้วเต็มไปด้วยความอัศจรรย์

ที่นี่มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังนั่งบำเพ็ญ ที่นี่ในยามที่ไม่มีผู้แข็งแกร่งพันธมิตรมาแสดงเต๋า ก็เป็นพื้นที่ฝึกฝนให้ลูกศิษย์เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ฝีมือ

การปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิงทำให้เกิดเสียงฮือฮาจากลูกศิษย์ของพันธมิตรที่อยู่รอบๆ ทันที เห็นได้ชัดว่าเรื่องที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องออกจากด่านท้าประลองสวี่ชิง แต่สวี่ชิงไม่ตอบมาสองวันแล้วเป็นกระแสร้อนของสำนัก

หลังจากที่มาถึงที่นี่ สวี่ชิงก็ขัดสมาธินั่งลง เขาคิดๆ แล้วเงยหน้าทอดสายตามองไปยังสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า พลังเวทในกายรวบรวมมาที่ลำคอ ส่งเสียงต่ำทุ้มราวสายอัสนีคำรามออกไป

“เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ถ้าเจ้าจะสู้ ก็มาสู้กันตอนนี้เลย!”

เมื่อสวี่ชิงพูดออกไป เสียงก็ดังไปทั่วสารทิศ สายอัสนีส่งเสียงฟาดผ่าครืนครัน ขณะเดียวกับที่เสียงดังกึกก้องไปทั่วพันธมิตร ก็ดังไปในสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า

เสี้ยวพริบตาต่อมา แสงเลือดทางหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาจากสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้า ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสี แสงพรายยามอาทิตย์อัสดงกลายเป็นแสงสีแดงฉาน ในยามที่ท้องฟ้าฉาบไปด้วยสีแดงทั่วทั้งผืน เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องในชุดคลุมยาวสีทองก็มือไพล่หลัง พุ่งมายังเขามรรคาทมิฬอย่างเร็วรี่

ในรุ้งยาว เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องผมยาวสะบัดพริ้ว เสื้อคลุมยาวสีทองสะท้อนแสงสีแดงฉานบนท้องฟ้าทำให้ทั้งตัวเขาแผ่รังสีอำมิตท่วมท้นออกมา ใบหน้าที่เคยงดงามล้ำเนื่องจากความมืดมิดที่บริเวณตาขวามอบความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งให้ผู้คน สูญเสียซึ่งความงาม ที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความแปลกประหลาดเท่านั้น

โดยเฉพาะในตัวเขาเต็มไปด้วยความแค้น ไอความแค้นนี้แผ่มาทำให้ทั่วทุกทิศล้วนเย็นยะเยือก ทุกที่ที่เขาพาดผ่านเมฆแดงบนท้องฟ้ากดทับแปรเปลี่ยนเป็นปากมหึมาเหี้ยมโหดที่จะกลืนกินทุกสิ่ง กลืนกินฟ้าดิน

ส่วนไฟชีวิตห้าดวงในกายของเขาก็ยังปรากฏออกมาข้างนอก วนล้อมรอบกาย ทำให้เปลวเพลิงแผ่ออกมาภายนอก สีแดงฉานของท้องฟ้าทั้งผืนเหมือนถูกเผา เปลวเพลิงลุกโชนประดุจไฟบรรลัยกัลป์ ทรงพลังน่าหวาดหวั่น!

แทบจะในเสี้ยวพริบตาที่เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องปรากฏตัวขึ้น ลูกศิษย์สำนักต่างๆ ในพันธมิตรก็ต่างจิตใจสั่นสะท้านไปทุกคน ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากทั่วทุกสารทิศ พุ่งตรงมายังเขามรรคาทมิฬ

ศึกที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้สำหรับลูกศิษย์รุ่นนี้ของพันธมิตรแปดสำนักแล้ว มีอะไรควรค่าให้ดูมากมาย

นี่คือศึกของสองอัจฉริยะฟ้าประทานที่ดำรงตำแหน่งก่อนและหลัง โดยเฉพาะทุกคนต่างรู้ว่าระหว่างทั้งสองคนมีความแค้นชิงตะเกียงแห่งชีวิตกันมากก่อน กระทั่งว่าเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องเกือบมอดม้วยแตกดับด้วยซ้ำ

สวี่ชิงคนนั้นแทบจะหลังจากที่ชิงตะเกียงแห่งชีวิตของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องมาได้ก็เหยียบชื่อเสียงของอีกฝ่ายในอดีต ก้าวเดียวทะยานสู่สรวงสรรค์

จินตนาการได้ว่านี่จะต้องเป็นศึกแห่งยุคอย่างแน่นอน

กระทั่งว่าบรรพจารย์ของพันธมิตรและผู้แข็งแกร่งสำนักทั้งหลายก็ต่างลืมตามองมายังเขามรรคาทมิฬ

สวี่ชิงเงยหน้า มองเมฆเพลิงท่วมฟ้าที่พุ่งมาจากทางสำนักกระบี่เมฆาจรดฟ้าอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาสงบนิ่ง ดวงตาแฝงด้วยจิตสังหารโหดเหี้ยม

เสี้ยวขณะต่อมา ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ในยามที่ลมเมฆหอบม้วนก่อเป็นหงส์ร่อนมังกรรำ เมฆเพลิงลุกไหม้ก็มาด้วยพลังมหาศาลประชิดจากท้องฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างสีทอง ลอยต่ำลงบนเขามรรคาทมิฬ ปรากฏตัว…ข้างหน้าสวี่ชิง!

ระหว่างทั้งสองมีแท่นพิธีเต๋าธูปสามดอกแห่งฟ้า ดิน มนุษย์ขวางกั้น ท่ามกลางหมอกควันลอยอ้อยอิ่ง สายตาของพวกเขาก็สบประสานกันทันที

ไม่อ่อนข้อให้แม้แต่น้อย ต่างดุดันเหี้ยมเกรียม

เสี้ยวขณะนี้ สายตาของผู้คนทั้งหลายต่างจับจ้องที่นี่ รอบๆ จะเห็นรุ้งยาวเป็นทางๆ พุ่งลงมาจากฟ้า ไม่กล้าเข้ามาในภูเขาลูกนี้ แต่หยุดอยู่กลางอากาศ สมาธิจดจ่ออยู่ที่ลานเต๋า

ผู้บำเพ็ญที่แต่เดิมอยู่บนภูเขามรรคาทมิฬก็ต่างถอยไปอย่างรวดเร็ว นายกองและอู๋เจี้ยนอูก็เช่นเดียวกัน ต่อจากนี้ที่นี่จะเป็นสนามต่อสู้ของสวี่ชิงและเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง ผู้ไม่เกี่ยวข้องไม่ควรอยู่

“สวี่ชิง!”

ในเสี้ยวพริบตาที่มาถึง ในครรลองสายตาของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็มีเพียงเงาร่างของสวี่ชิงคนเดียวเท่านั้น

เขามองสวี่ชิง ในสมองก็มีความเจ็บปวดและทรมานที่ตนต้องประสบพบเจอในช่วงนี้ลอยขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ สีหน้าค่อยๆ ฉายความบ้าคลั่งออกมา ในดวงตาฉายความเคียดแค้นล้นปรี่

สวี่ชิงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา มองไปยังผู้ที่จับตามองรอบๆ ไม่ได้พูดอะไร เริ่มทำการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองจากสิ่งของรอบๆ

‘ที่นี่มีคนมากมาย ใต้ปรโลกจะใช้อย่างเปิดเผยไม่ได้

‘บรรพจารย์หลิงอวิ๋นจะต้องจับตามองอย่างแน่นอน อยากจะฆ่าเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องมีความยากมาก

‘กลืนกินเมี่ยเหมิงของเขายิ่งยากกว่า

‘อีกทั้งในตัวข้ายังมีความลับอีกไม่น้อย ต้องวิเคราะห์ว่าศึกนี้จะเปิดเผยความลับออกมากี่ชั้น…

‘แต่ว่าคนมากมายจับตามองเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นข้อเสียไปเสียหมด ใช้นิสัยของเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องมาทำการวางแผนเขาล่วงหน้าได้ ตัดทอนโอกาสรอดชีวิตของเขาไปทีละก้าวๆ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเพิ่มอัตราความสำเร็จของข้าในการกลืนกินเมี่ยเหมิง!’

สวี่ชิงวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว นิสัยของเขาเป็นเช่นนี้ ในยามต่อสู้หากลงมือได้ก็จะไม่เปิดปากพูดออกมาง่ายๆ เด็ดขาด ต่อให้มีคำพูดที่ต้องพูดจริงๆ ส่วนมากก็ทบทวนแล้วเพื่อกลยุทธ์ ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ สวี่ชิงเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ

“เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่อง นี่คือของเพียงสองชิ้นที่คุ้มครองชีวิตในตัวข้า”

สวี่ชิงพูดพลางหยิบเอายันต์ส่งข้ามไร้ขั้นตอนสองชิ้นออกมา แล้วโยนไปข้างๆ อย่างไม่ลังเล ก่อนจะเตะมันออกไปนอกลานเต๋า

การกระทำนี้ของสวี่ชิงทำให้รอบๆ ฮือฮาทันที

แม้การกระทำนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ในนั้นเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นอันเด็ดขาดแน่วแน่ เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องที่อยู่ตรงข้ามเขา เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าสวี่ชิงจะทำเช่นนี้

ตอนนี้ ภายใต้การจับตามองจากคนนับไม่ถ้วนรอบๆ เซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องหัวเราะเสียงเย็น หยิบเอาแผ่นหยกชิ้นหนึ่งออกมา แล้วโยนไปข้างๆ

แผ่นหยกแผ่นนั้นแผ่พลังอ่อนโยนออกมา แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นของรักษาชีวิต

ตอนนี้ ในเสี้ยวพริบตาที่ดูเหมือนว่าวัตถุรักษาชีวิตของทั้งสองฝ่ายต่างถูกโยนออกไปแล้ว สวี่ชิงและเซิ่งอวิ๋นผู้ปราดเปรื่องก็ลงมือพร้อมกัน

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวปะทุขึ้นทันที

ทรงพลังน่าหวาดหวั่น!

แข็งแกร่งเกินต้านทาน!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 291 เกรียงไกรไร้ผู้เทียมทาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved