cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 136 ชุดนักพรตม่วงคลุมตัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 136 ชุดนักพรตม่วงคลุมตัว
Prev
Next

บทที่ 136 ชุดนักพรตม่วงคลุมตัว

ประโยคนี้ราวสายอัสนีบาตดังสะท้อนก้องอยู่ข้างหูสวี่ชิง ทำจิตวิญญาณของเขาเกิดระลอกคลื่นขึ้นมาบางส่วน แต่สีหน้าสวี่ชิงก็ไม่เปลี่ยนไปเท่าไรนัก

“ขอรับ”

เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ตะเกียงดับวิญญาณของเผ่าเงือกแม้มูลค่าจะสูง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งของที่ไม่เคยมีใครได้จับต้องมาก่อน การลงมือครั้งนั้นของสวี่ชิงค่อนข้างเงียบเชียบ แต่ความเป็นจริง หากคิดจะตรวจสอบคงหาเบาะแสได้มากมายอยู่

การพูดโกหกในเรื่องนี้ สวี่ชิงรู้สึกว่าไม่จำเป็น กลับรู้สึกว่ายิ่งปิดก็ยิ่งทำให้เรื่องราวเด่นชัดขึ้นด้วยซ้ำ

“เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับมัน” นายท่านสามมองสวี่ชิงแล้วถามขึ้นเรียบๆ

“ขายทิ้ง”

สวี่ชิงตอบอย่างไม่ต้องคิด เงยหน้ามองนายท่านสาม

นายท่านสามตอนนี้นั่งอยู่หัวโต๊ะ กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาบิดเบี้ยวบริเวณรอบๆ จนทำให้ทั้งตำหนักใหญ่ตกอยู่ในแรงกดดัน จากการสะท้อนก้องในคำพูดของเขาเมื่อครู่ ความรู้สึกกดดันนี้ก็รุนแรงมากขึ้น

กระทั่งความรู้สึกเสียดแทงในดวงตานั้นยังปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่ว่าในความรู้สึกของสวี่ชิงกลับดีกว่าครั้งที่แล้วมากพอควร

ต้องรู้ด้วยว่าครั้งที่แล้ว แค่เงยหน้าเขายังต้องออกแรงมหาศาล พอเหลือบมอง ตาทั้งสองก็เจ็บปวดขึ้นมาอย่างรุนแรง

พอนายท่านสามได้ยิน ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา เหมือนจะพึงพอใจที่สวี่ชิงไม่ปิดบัง ก็เลยพูดต่อว่า

“สวี่ชิง ข้าจะพูดตรงๆ เลย ข้าชอบในตัวเจ้า ตะเกียงดับวิญญาณในเมื่อเจ้าได้ไปแล้ว ข้าก็ไม่ต้องการมันอีก ตะเกียงดวงนั้นข้าไม่ได้ต้องตามัน

“แต่ว่าข้าเตือนเจ้าหน่อย ถ้าจะขายก็รีบขายเสีย ไม่เช่นนั้นสุดท้ายก็จะมีคนที่โหยหามัน ข้ายังรู้ได้ว่าเจ้าได้มา คนอื่นถ้าอยากรู้ก็คงไม่ยากนัก”

“ตอนนี้ เจ้าส่งป้ายฐานะมาให้ข้า”

สวี่ชิงหลุบตาลง ล้วงป้ายฐานะออกมา

นายท่านสามโบกมือขวา หลังจากป้ายฐานะนี้ลอยเข้าไปในมือแล้วจึงตบลงเบาๆ ก็สั่นระริกเปล่งแสงทันใด เมื่อข้อมูลด้านในถูกปรับแต่งก็มีคลื่นค่ายกลเข้ามาเหมือนจับมันประทับตรา

ครู่ต่อมา แสงจากป้ายฐานะสลายไป หลังจากกลับเป็นปกติ นายท่านสามก็โยนไปทางสวี่ชิง

สวี่ชิงยกมือรับ และเตรียมตัวแบกรับแรงมหาศาลบนนั้นแล้ว ถึงอย่างไรวันนั้นที่พบกับเจ้ากรมที่กรมปราบพิฆาตก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว

แต่จากการที่เขารับป้ายฐานะเอาไว้ กลับไม่มีพลังอะไรเลย เหมือนกับว่าแรงสลายหายไปเองอย่างสมบูรณ์ในพริบตาที่เขาสัมผัสมัน

ภาพนี้ทำให้ม่านตาสวี่ชิงหดลง เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของทั้งสองฝั่ง

ต้องรู้ด้วยว่าการปล่อยพลังออกภายนอกเป็นเรื่องง่าย แต่การจะควบคุมโดยไม่ให้เล็ดลอดออกมาอย่างสมบูรณ์ต่างหากจึงเป็นเรื่องยาก

“เจ้าไปได้แล้ว” นายท่านสามหลับตาลง

สวี่ชิงประสานมือคารวะแล้วออกมา แต่ตอนที่เขาเดินออกจากตำหนักใหญ่ เสียงของนายท่านสามก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“จงเหิงเจ้าเด็กนั่น นิสัยไม่ได้เลวร้ายนัก”

“ศิษย์ทราบแล้ว” สวี่ชิงหมุนตัวคารวะ เดินออกจากตำหนักใหญ่ ในใจเข้าใจเป็นอย่างดีว่าที่ตนเองมาเมื่อครั้งนั้นอีกฝ่ายไม่พูดประโยคนี้ แต่เป็นผู้ดูแลหลี่ที่พูด ก็เพราะสถานะตนเองยังไม่เพียงพอนั่นเอง

แต่ตอนนี้ต่างไปแล้ว

ผู้ดูแลหลี่ที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าให้เมื่อสวี่ชิงเดินออกมา หลับตาไม่พูดอะไร สวี่ชิงเงยหน้ามองไปยังจางอวิ๋นซื่อที่อยู่ไกลๆ เดินตรงไปหาเขา

จางอวิ๋นซื่อยิ้มๆ เวลาถัดจากนี้ก็พาสวี่ชิงไปรับชุดนักพรต ขณะเดียวกันสวี่ชิงเองก็เลือกถ้ำพำนักไว้แห่งหนึ่ง เพียงแต่ว่าถ้ำพำนักส่วนใหญ่ล้วนถูกเลือกไว้หมดแล้ว จุดที่เขาเลือกค่อนข้างห่างไกลหน่อย

แต่สวี่ชิงก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย ส่วนเรื่องราคาเองก็ไม่ได้แพงขนาดที่จินตนาการไว้

สุดท้ายสวี่ชิงก็ไปยังโถงตำราจากการแนะนำและชี้แนะของจางอวิ๋นซื่อ และแลกวิชาผู้บำเพ็ญสร้างฐานมาจากที่นั่น นอกเหนือจากนี้ เขายังแลกวิชาฝึกกายาบางส่วนมาอีกด้วย

เมื่อทำเรื่องเหล่านี้เสร็จก็เย็นย่ำมากแล้ว จางอวิ๋นซื่อส่งสวี่ชิงหน้าถ้ำพำนักที่เขาเลือกไว้ จากนั้นจึงประสานหมัดขอตัว ก่อนจากไปเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“ศิษย์น้องสวี่ สาเหตุที่ข้าอยู่เป็นเพื่อนด้วยวันนี้ เรื่องแรกคือรู้สึกว่ามีวาสนากับตัวเจ้า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือภารกิจการขึ้นเขาของศิษย์ในเดือนนี้ข้าเป็นคนรับไว้ และข้าจะได้รับรางวัลจากสำนักเพราะเรื่องนี้ด้วย

“ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเหตุใดข้าจึงกระตือรือร้นมีไมตรีจิตเสียขนาดนี้ แต่เอาจริงๆ ก็ถือเป็นวาสนาของข้ากับเจ้าอยู่เช่นกัน หลังจากนี้ถ้าพบกันในทะเลก็หวังว่าเราจะดูแลกันและกันนะ

“สุดท้าย ศิษย์น้องสวี่ชิง ข้าขอเตือนเจ้าคำหนึ่งด้วยความเป็นมิตร เมื่อเข้าสู่สร้างฐานแบบข้าแล้ว จะต้องรีบเปิดช่องเวทสามสิบช่องให้ไวที่สุด สร้างไฟชีวิต เพื่อครอบครองสภาวะแสงนภา

“เจ้าต้องรู้ว่าพลังฝึกบำเพ็ญระหว่างการมีและไม่มีสภาวะแสงนภานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เข้าสู่สร้างฐานอย่างยากลำบาก หากไม่รีบสร้างไฟชีวิตจะขาดทุนมหาศาล มีสร้างฐานหลายคนที่ตายไป ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ช่วงนี้

“สร้างฐานที่ไม่มีสภาวะแสงนภาก็เหมือนกับได้รังแกระดับรวมปราณอย่างไรอย่างนั้น” จางอวิ๋นซือยิ้มตาหยี พูดจบก็มองมือขวาสวี่ชิง หลังจากที่มองไม่ออกถึงข้อบกพร่อง เขาจึงยิ้มแล้วขอตัวจากไป

สวี่ชิงหรี่ม่านตา ไม่ว่าจะความเข้าใจของเขาหรือว่าจากการเล่าเรื่องของอีกฝ่ายก็ล้วนทำให้เขาเข้าใจถึงความสำคัญของไฟชีวิตระดับสร้างฐานแล้ว

ตอนนี้เขาประสานหมัดคารวะส่งจางอวิ๋นซื่อที่หายลับไปด้วยสายตา

ขณะเดียวกันการระแวดระวังในใจก็เก็บกลับมาจากอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน หันหน้าไปมองยังถ้ำพำนักของตนเอง

จุดที่เขาเลือกอยู่ชิดริมผา ประตูหินถ้ำพำนักสีดำเขียวปิดสนิท รอบด้านล้วนเป็นวัชพืช บนประตูเองก็มีตะไคร่เต็มไปหมด ความชื้นแผ่ปกคลุมตามสายลม

หลังจากตรวจสอบไปพักหนึ่ง สวี่ชิงก็เดินเข้าใกล้ประตูหินล้วงแผ่นหยกควบคุมถ้ำพำนักออกมาถ่ายพลังวิญญาณลงไป ประตูหินถ้ำพำนักก็เปล่งแสงอักขระทันที สวี่ชิงทำตามวิธีที่บันทึกไว้ในแผ่นหยก ยกมือวางไว้บนอักขระ

เหมือนประทับร่องรอย เมื่อถ้ำพักนักบันทึกรอยประทับของเขาจากแสงจ้าของอักขระ ประตูใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นสิ่งแวดล้อมด้านใน

ถ้ำพำนักนี้ไม่ใหญ่นัก มีห้องเพียงสองห้อง ด้านในไม่ได้มืดสนิท บนเพดานสลักไข่มุกเรืองแสงไว้ แผ่แสงที่อ่อนโยนออกมา เหมือนไม่มีคนใช้งานมานาน เต็มไปด้วยฝุ่น ดฮณ๊ฯดฯฌซ,

สวี่ชิงโบกมือ มีลมปรากฏขึ้นพัดกวาดพื้น จากนั้นพอตรวจสอบละเอียดแล้วว่าไม่มีปัญหาใด จึงเดินออกมาใหม่อีกครั้ง จัดการวางผงพิษไว้ที่ด้านนอกถ้ำพำนัก

ปริมาณที่เขาวางไว้ครั้งนี้มากพอสมควร เมื่อจัดการพื้นที่ทั้งหมดด้านนอกและกลับเข้ามาในถ้ำพำนักแล้ว ก็สาดลงไปอีกมากมาย สุดท้ายจึงหยิบเอาค่ายกลคุ้มกันที่ซื้อมาเปิดใช้งาน

เมื่อประตูใหญ่ถ้ำพำนักปิดลง และหลังจากที่ค่ายกลของถ้ำพำนักเปิดขึ้น สวี่ชิงจึงผ่อนหายใจยาวโล่งออกมา

เขาที่นั่งอยู่ที่นี่ ย้อนนึกถึงสิ่งที่ได้ยินมาทั้งหมดในวันนี้ เกิดความรู้สึกเหมือนวันแรกที่เพิ่งมาถึงสำนักเจ็ดเนตรโลหิตขึ้นมารางๆ เพียงแต่ตอนนั้นเขาคือระดับรวมปราณ ทว่าตอนนี้เป็นระดับสร้างฐานไปแล้ว

“ในที่สุดก็สร้างฐานเสียที…” สวี่ชิงพึมพำ หลังจากย้อนคิดถึงสิทธิ์อำนาจต่างๆ ของระดับสร้างฐานสำนักเจ็ดเนตรโลหิตแล้ว เขาก็เปลี่ยนเป็นชุดนักพรตสีม่วงที่รับมา ก้มหน้าลงมองเสื้อคลุม ในดวงตาเผยประกายวูบหนึ่งออกมา

บนชุดนักพรตนี้ก็มีค่ายกลอยู่ด้วย มีพลังคุ้มกันอยู่ระดับหนึ่ง แข็งแกร่งมาก เกรงว่าถ้าอยู่ด้านนอกหรือด้านล่างภูเขา เปลี่ยนสีเสียหน่อยคงมีศิษย์มากมายเข้ามาแย่งชิงเป็นแน่

ลูบๆ เสื้อคลุมบนตัวตนเอง สวี่ชิงนั่งลงขัดสมาธิ ล้วงเอาแผ่นหยกชิ้นหนึ่งออกมา

แผ่นหยกนี้เป็นหนึ่งในวิชาสร้างฐานของยอดเขาลำดับเจ็ดที่เขาแลกมาจากในโถงตำราวันนี้

มองดูแผ่นหยก สวี่ชิงถ่ายพลังวิญญาณลงไปแล้วเริ่มอ่าน

หลังจากสร้างฐาน เขาก็เข้าใจว่าตนเองต้องรีบฝึกบำเพ็ญวิชาสร้างฐานให้เร็วที่สุด เช่นนี้ถึงจะไม่เสียเวลา และทำให้การฝึกบำเพ็ญของตนเองพัฒนาไปอย่างเช่นที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ด้วย

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปจากการอ่าน เพียงไม่นานด้านนอกก็มีแสงจันทร์แผ่ซ่าน ลอยอยู่เหนือประตูหินถ้ำพำนักของสวี่ชิง มองไกลๆ ดูเหมือนภาพจันทร์สุกสกาวเจิดจ้าบนท้องฟ้า

ทำให้ประตูหินใต้แสงจันทร์นี้ เผยความเป็นบรรพกาลออกมาอย่างเข้มข้น นำพาการข้ามผ่านกาลเวลาอย่างโชกโชนมาด้วย

สวี่ชิงเงยหน้าขึ้นในถ้ำพำนัก สายตาเผยประกายคมกริบออกมา

“คัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณ”

วิชาสร้างฐานของยอดเขาลำดับเจ็ดของเจ็ดเนตรโลหิตก็คือคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณ ดูจากชื่อก็เผยจิตสังหารอันลึกล้ำออกมา จินตนาการได้เลยว่าวิชานี้จะต้องเอนเอียงค่อนไปทางวิชาชั่วร้ายแน่นอน

แต่ว่านี่ก็สอดคล้องกับการตัดสินใจของสวี่ชิง ถึงอย่างไรชื่อของสำนักก็คือเจ็ดเนตรโลหิต

และคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณนี้ก็ไม่มีแบ่งระดับ วิธีการฝึกบำเพ็ญหลักๆ ที่เน้นคือจะเปิดช่องเวทให้เร็วที่สุดได้อย่างไร มันจะฝึกเอาเปลวไฟที่มีชื่อว่าเพลิงพิฆาตออกมาจากช่องเวทในร่างกายก่อน

ไฟนี้เมื่อผสานเข้ากับกลิ่นอายของทะเลต้องห้ามแล้วประหลาดอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งฝึก เพลิงพิฆาตก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น

เพลิงพิฆาตนี้ด้านหนึ่งสามารถใช้เป็นวิชาจู่โจม และอีกด้านหนึ่งถึงจะเป็นใจความหลักของวิชานี้…กลืนวิญญาณ!

ดึงเอาวิญญาณของศัตรูออกมาใช้เป็นเชื้อเพลิงการเผาไหม้ กระแทกปะทะอย่างรุนแรงในร่างกายเพื่อเปิดช่องเวท วิธีการนี้ดูรุนแรง แต่ก็ตรงไปตรงมา

จากการเขียนบรรยายวิชา ดวงวิญญาณของระดับสร้างฐานคนหนึ่งที่ยังไม่สำเร็จไฟชีวิตก็เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์ที่ฝึกบำเพ็ญคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณทะลวงเปิดช่องเวทช่องหนึ่งได้แล้ว ถ้าหากเป็นรวมปราณ ก็จำเป็นต้องใช้ระดับร้อยหรือกระทั่งมากกว่าจึงจะได้ผลแบบเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งฝึกไประยะหลังๆ ความต้องการก็จะมากขึ้นตามด้วย

“ไม่ว่าจะอสูรทะเลหรือว่าต่างเผ่าก็กลายเป็นเชื้อฟืนแก่คัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณได้ทั้งสิ้น บรรดาต่างเผ่าจะมีประสิทธิผลมากที่สุด โดยเฉพาะเผ่าสิงซากสมุทร เพราะการก่อกำเนิดของพวกเขาข้องเกี่ยวกับวิญญาณ ดังนั้นประสิทธิผลจึงน่าตกตะลึงมาก…” ประโยคนี้ของแผ่นหยกวิชา เผยคาวเลือดออกมาเข้มข้น

วิชานี้เรียบง่ายตรงไปตรงมา ไม่มีจุดโดดเด่นอะไร แต่กลับบ้าคลั่งถึงที่สุด

พอสวี่ชิงอ่านจบก็สูดลมหายใจลึก โดยเฉพาะตอนที่ฝึกคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณถึงท้ายสุด เพลิงพิฆาตไปถึงระดับสูงสุด กักเก็บอยู่ในช่องเวททุกช่อง ถึงตอนนั้นไม่จำเป็นต้องใช้วิญญาณมาทะลวงช่องเวทก็ยังสามารถดึงเอาวิญญาณของศัตรูเข้ามาสะกดไว้ในช่องเวทของตนเองได้ด้วย

จัดการเผาไหม้ผ่านวันคืน และทำให้พลังเวทของตนเองเข้มข้นยิ่งขึ้น

หรือก็คือศิษย์ทุกคนที่ฝึกบำเพ็ญคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณ ล้วนเป็นเทพสังหารเดินได้กันหมด

แต่…ก็ไม่ใช่ศิษย์ทุกคนที่จะเลือกฝึกวิชานี้ วิชาสร้างฐานของยอดเขาลำดับเจ็ดมีอยู่สามแบบ ยังมีอีกแบบหนึ่งที่ชื่อว่าตำราราชันย์สมุทร

วิชานี้ค่อนข้างอ่อนโยน ใช้วิธีจับอสูรทะเลเป็นหลัก จัดการชุบเลี้ยงพวกมันไว้ในช่องเวทด้วยวิธีการพิเศษเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การชุบเลี้ยง แบ่งออกเป็นสิบขั้น ทุกครั้งที่ฝึกบำเพ็ญสามารถเปิดช่องเวทประมาณเจ็ดแปดช่องได้ในพริบตา

จุดสำคัญการฝึกบำเพ็ญ คือจำเป็นต้องคอยไปจับอสูรทะเลมาหลอมต่อเนื่อง

ตอนที่ลงมือเองก็น่าตกตะลึงเช่นกัน เมื่อเปิดช่องเวทออกทั้งร่าง อสูรทะเลแต่ละตัวก็สามารถทำให้ศิษย์ที่ฝึกวิชานี้ มีพลังเวทมหาศาลในร่างกาย

ประเภทแรกคือวิชาที่โหดร้าย ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วในการฝึกบำเพ็ญก็เร็วที่สุด แต่ว่าต้องสังหารมากมาย หากประมาทนิดเดียวก็อาจตายได้

ส่วนประเภทที่สองส่วนใหญ่ใช้อสูรทะเลมาฝึกบำเพ็ญ พลังเวทในร่างกายมีมหาศาลยิ่งกว่า ความสามารถในการป้องกันตนเองก็เพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่าพลังต่อสู้อ่อนแอกว่ามาก

ส่วนประเภทที่สาม มีชื่อว่าเคล็ดเลี้ยงชีวัน

วิชานี้อ่อนโยนยิ่งกว่า ไม่ต้องการพลังจากภายนอกมาทะลวง เพียงให้ร่างกายตนเองฝึกบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องก็พอ ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงอยู่กับการปิดด่าน ความเร็วการฝึกบำเพ็ญเชื่องช้าอย่างที่สุด แต่ข้อดีก็มีมหาศาล พวกเขาถูกสังหารด้านนอกน้อยมาก

เพราะพวกเขาแทบจะไม่ต้องออกไปเลย ขณะเดียวกันตอนที่ลงมือก็มักจะเป็นการร่วมมือและสนับสนุนเป็นหลัก

ตัวเลือกของทุกคนจึงไม่เหมือนกันจากนิสัยที่แตกต่าง

หลังจากสวี่ชิงครุ่นคิด ก็ยังไม่สามารถพิจารณาได้ว่าวิชาใดดีกว่ากัน แต่ว่าตำราราชันย์สมุทรที่เป็นทางสายกลางถูกเขาตัดทิ้งเป็นอย่างแรก ส่วนคัมภีร์เพลิงพิฆาตกลืนวิญญาณกับเคล็ดเลี้ยงชีวัน สองสิ่งนี้แตกต่างกันคนละขั้ว

ขณะที่สวี่ชิงกำลังขบคิดเรื่องวิชา เหนือทะเลไร้ขอบเขตด้านนอกสำนักเจ็ดเนตรโลหิต เรือศึกบรรพกาลบนท้องฟ้าเงยหน้าคำราม นายท่านเจ็ดที่ยืนอยู่ในหอบนตัวเรือศึกบรรพกาล กำลังมองไปทางสำนักเจ็ดเนตรโลหิตไกลๆ

เรือศึกบรรพกาลใต้ตัวเขาราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตความเป็นเทพ ทุกที่ที่แล่นผ่านมหาสมุทรล้วนส่งเสียงครืนครัน

“นายท่านเจ็ด เด็กน้อยสร้างฐานแล้วขอรับ” ข้างกายนายท่านเจ็ดมีผู้ติดตามกลางคนที่มอบป้ายแนะนำให้สวี่ชิงครั้งนั้นยืนอยู่ เวลานี้เขาหยิบเอาแผ่นหยกชิ้นหนึ่งออกมาดู เอ่ยเสียงต่ำขึ้นกับนายท่านเจ็ด

“ต้องกลับไปเรียกมาพบสักครั้งหรือไม่” ผู้ติดตามมองไปทางนายท่านเจ็ด

นายท่านเจ็ดส่ายหัว

“ไม่ต้อง”

“สงครามกำลังจะเริ่มแล้ว เรื่องนี้จบศึกแล้วค่อยว่ากัน และในป้ายแนะนำที่ส่งออกไปหนึ่งร้อยชิ้น แม้ว่าเขาจะเป็นคนแรกที่เดินออกมา แต่ด้านหลังจะต้องมีคนอื่นอีก จำเป็นต้องมาเปรียบเทียบกันเสียก่อน

“แล้วก็ เขาในตอนนี้…ยังไม่เพียงพอที่จะกลายเป็นเจ้าสี่”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 136 ชุดนักพรตม่วงคลุมตัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved