cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 107 ศิษย์น้องสวี่ชิงอยู่หรือไม่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผู้กล้าเหนือกาลเวลา
  4. บทที่ 107 ศิษย์น้องสวี่ชิงอยู่หรือไม่
Prev
Next

บทที่ 107 ศิษย์น้องสวี่ชิงอยู่หรือไม่

นอกห้อง

เด็กหนุ่มใบ้ตัวสั่นงันงก ใบหน้านายกองเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

สวี่ชิงหรี่ตาไม่พูดอะไร แต่เขาสังเกตได้ว่าสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายกลัวคือเงาตัวเอง

ตอนนี้เด็กหนุ่มใบ้ตัวสั่นหนักยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการจับตามองของสวี่ชิง มือทั้งสองกำแน่น เหงื่อท่วมตัวราวน้ำฝนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ใครที่อยู่ที่นี่ล้วนได้ยินขาเสียงกร๊อบๆ จากขาทั้งสองข้างของเขาทั้งนั้น

นั่นเป็นเสียงของกระดูกกับกล้ามเนื้อต่อต้านกัน

เหมือนว่าสัญชาตญาณของเขากำลังทำการต่อสู้กับจิตใจอย่างรุนแรง

และหากเป็นเช่นนี้ต่อไป การไหลผ่านไปของเวลาทุกอึดใจสำหรับเขาก็เป็นการทรมานที่ไม่อาจจินตนาการได้อย่างหนึ่ง

สวี่ชิงดวงตาจ้องเพ่ง เก็บแววตาลงเล็กน้อย ลุกขึ้น ประสานมือโค้งคารวะนายกองแล้วหมุนตัวเดินไปที่ประตู

ความหวาดกลัวในดวงตาของเด็กหนุ่มใบ้คนนั้นก็ยิ่งเข้มข้นจากการที่เข้ามาใกล้ แต่เหมือนเขาไม่กล้าถอยหลัง เหมือนสภาพสวี่ชิงตอนได้เห็นสิ่งแปลกประหลาดในเขตพื้นที่ต้องห้าม

จนเมื่อสวี่ชิงเดินมาถึงข้างกายเขา ความหวาดกลัวไร้ขีดจำกัดในใจของเด็กหนุ่มใบ้ก็พุ่งถึงขีดจำกัดสูงสุด มุมปากของเขามีฟองขาวฟอดออกมาตามเสียงระเบิดในหัว ร่างกายกระตุกเกร็งรุนแรง

สวี่ชิงขมวดคิ้ว เขาไม่ได้แผ่พลังกดดันอะไรออกมาทั้งนั้น และตั้งใจไม่แผ่จิตสังหารออกมา ดังนั้น หลังจากที่มองเด็กหนุ่มคนนี้อย่างมีความหมายลึกซึ้งแวบหนึ่งก็เดินออกไปจากห้อง ไปจากที่นี่

และความหวาดกลัวของเด็กหนุ่มใบ้ก็หายไปเหมือนคลื่นที่ซัดกลับลงทะเลตามการจากไปของเขา ไม่นานร่างของเขาก็ไม่สั่น สีหน้าก็กลับคืนมาเหมือนเดิมไปมากกว่าครึ่ง เพียงแต่เศษความกลัวที่หลงเหลืออยู่ในดวงตาก็ยังทำให้เขาไม่กล้าหันกลับไปมองเงาแผ่นหลังของสวี่ชิงเลยแม้แต่น้อย

นายกองมองภาพฉากนี้ด้วยดวงตาที่ฉายประกายแปลกใจ จึงกัดผลผิงกั่วแล้วเดินมาหยุดที่ข้างกายของเด็กหนุ่มใบ้เสียเลย วนรอบตัวเขารอบหนึ่ง เอาผลผิงกั่วมาถือไว้ในมือ แล้วเอ่ยอย่างประหลาดใจ

“เจ้ารู้จักเขาหรือ”

เด็กหนุ่มใบ้ส่ายหน้า

“ไม่รู้จักหรือ แล้วทำไมเจ้ากลัวเขา”

สีหน้าของนายกองยิ่งฉายความสงสัยใคร่รู้มากขึ้นไปอีก เพราะเด็กหนุ่มใบ้ที่อยู่เบื้องหน้าคนนี้มาอยู่กรมปราบพิฆาตได้ครึ่งเดือนแล้ว ในครึ่งเดือนนี้ก็เหมือนกับสวี่ชิงในตอนนั้น ฆ่าคนร้ายประกาศจับมากมาย

อีกทั้งตัวเขาก็เหมือนหมาป่า ดุร้ายเป็นอย่างมาก แววตาที่มองใครก็ตามล้วนแฝงไว้ด้วยความเป็นศัตรูและความระแวงระวัง

แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่นายกองเห็นเด็กหนุ่มใบ้คนนี้กลัวถึงเพียงนั้น

สำหรับคำถามของนายกอง เด็กหนุ่มใบ้ได้ยินแล้ว แต่กลับปิดปากสนิท ไม่พูดอะไร

ยิ่งเขาไม่พูด นายกองก็ยิ่งอยากรู้คำตอบ เหมือนว่าแม้แต่ผิงกั่วยังลืมกิน หลังจากที่มองเด็กหนุ่มใบ้อยู่หลายครั้ง จู่ๆ ประกายในดวงตาของเขาก็ฉายวาบ ในกายมีรัศมีอำมหิตน่าหวาดกลัวปะทุออกมาทันที

ไม่แผ่ออกแต่จับเป้าหมายไปที่ร่างของเด็กหนุ่มใบ้

ความแข็งแกร่งของรัศมีอำมหิตนี้ทำให้หวาดกลัว ทำให้เด็กหนุ่มใบ้คนนี้ทั่วทั้งร่างเกร็งขึงจนถึงขีดจำกัดสูงสุด สีหน้าขาวซีด ตัวสั่นสะท้าน แต่ว่า…ในดวงตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวอย่างเมื่อครู่ มีเพียงความดื้อดึงที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ไม่นานนักนายกองก็ดึงจิตสังหารกลับ ถอนหายใจออกมา

“เจ้าบอกข้ามาว่าเหตุใดเจ้าถึงกลัวเขา ข้าจะไปหาเจ้ากรมเลื่อนขั้นให้เจ้าเป็นอย่างไร”

เด็กหนุ่มใบ้ก็ยังคงเงียบนิ่งไม่พูดจา

“ข้าลืมไปว่าเจ้าพูดไม่ได้ เจ้าเขียนสิ เขียนบอกข้า”

เด็กหนุ่มใบ้นิ่งเงียบ ส่ายหน้าด้วยแววตาที่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เหมือนว่าต่อให้ตายเขาก็ไม่กล้าพูด

นายกองจนปัญญา ทำได้แค่โบกมือให้เด็กหนุ่มใบ้ออกไป ส่วนตัวเองนั่งยองบนเก้าอี้พลางกินผิงกั่ว ขบคิดไม่หยุด

ในขณะเดียวกัน สวี่ชิงที่เดินออกไปจากกรมปราบพิฆาตหันกลับมาทางหน่วยปราบนิลกาฬแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้ากวาดสายตามองเงาของตัวเอง

ความรู้สึกของเขาก่อนหน้านี้คือ สิ่งที่เด็กหนุ่มใบ้กลัวคือเงานี่เอง

“เขาสัมผัสเงาของข้าได้อย่างนั้นหรือ” สวี่ชิงพึมพำ แววตาเย็นเยียบ

ดึงสายตากลับมาพลางนึกถึงเรื่องที่นายกองบอกว่าตนค้างหินวิญญาณ ว่าแล้วก็หยิบเอาแผ่นไม้ไผ่ออกมา ขีดเครื่องหมายคำถามที่อยู่ท้ายชื่อของนายกองทิ้งอีกครั้ง

ตอนนี้บนแผ่นไม้ไผ่จะเห็นว่าบรรพจารย์สำนักวัชระถูกขีดทิ้งแล้ว เด็กหนุ่มเผ่าเงือกก็ถูกขีดทิ้งแล้ว ตาแก่เจ้าของโรงเตี๊ยมยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ข้างหลังอักษรที่เขียนว่านายกองสองตัวอักษรนั้นเป็นเครื่องหมายคำถามที่ถูกขีดทิ้งอยู่หลายครั้ง

มองเครื่องหมายคำถามที่ถูกสลักลงไปแล้วก็ถูกขีดทิ้งพวกนั้น สวี่ชิงก็นิ่งเงียบ จากนั้นก็เพิ่มชื่อขององค์ชายสามลงไป ข้างหลังมีเครื่องหมายคำถามเช่นกัน

หลังจากสลักลงไปแล้ว เขาก็เก็บแผ่นไม้ไผ่ แล้วไปที่ร้านยาในเขตเมือง

ไม่ใช่ร้านที่ไปบ่อยร้านนั้น แต่เป็นร้านที่ใหญ่กว่าร้านนั้น ที่นี่เขาเคยเห็นลูกกลอนสร้างฐาน

ราคาเกินสมควรนัก ต่อให้สวี่ชิงในตอนนี้ก็นับว่าร่ำรวยเหมือนกัน แต่ก็ยังอดสูดลมหายใจไม่ได้

“หนึ่งแสนก้อนหินวิญญาณ…” สวี่ชิงกลับมายังท่าจอดเรือเงียบๆ

ถึงพลังบำเพ็ญและกำลังรบจะถึงระดับที่น่าตื่นตะลึง แต่ความรอบคอบและความระมัดระวังของสวี่ชิงไม่เคยลดลงแม้แต่น้อย ก่อนจะหยิบเอาเรือเวทออกมา เขาก็สำรวจรอบๆ ก่อนเหมือนอย่างเคย

มั่นใจว่าไม่มีปัญหาถึงจะได้วางเรือเวทแล้วก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เปิดเกราะป้องกัน สวี่ชิงเดินเข้าไปในห้องสมุนไพรในตัวเรือ ทันทีที่นั่งลงขัดสมาธิ แสงสีม่วงก็สาดแสงกะพริบวูบวาบที่หน้าอก

เขาเหนี่ยวนำพลังสะกดของผลึกแก้วสีม่วงออกมา แล้วสะกดไปยังเงาที่ทุกอย่างปกติเหมือนเดิมใต้ร่าง

สะกดอยู่สามวันติดๆ สวี่ชิงถึงจะหยุด นี่เป็นกิจวัตรประจำของเขา

สวี่ชิงไม่รู้ว่าเงานี้คืออะไร แต่นี่ไม่สำคัญ สะกดป้องกันมันบ่อยๆ ก็ได้แล้ว

ทำเรื่องเหล่านี้เสร็จ สวี่ชิงก็เริ่มหลอมยาพิษ

“การแข่งขันครั้งใหญ่ยอดเขาที่เจ็ด…” สวี่ชิงหลอมยาพิษพลางขบคิดเรื่องการแข่งขันครั้งใหญ่

ตอนนี้พลังบำเพ็ญของเขาถึงระดับรวมปราณบริบูรณ์แล้ว แม้จะรู้สึกว่าคัมภีร์แปรสมุทรยังสามารถขยายต่อไปได้ แต่สวี่ชิงรู้ดีว่าตัวเองต้องรีบเตรียมของที่ระดับสร้างฐานต้องการใช้

เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับระดับสร้างฐานนัก เพียงแต่รู้ว่าต้องใช้ลูกกลอนสร้างฐานเพิ่มอัตราความสำเร็จในการทะลวงขั้น อีกทั้งเม็ดเดียวไม่ได้รับประกันผลอะไรนัก

ส่วนทฤษฎีระดับสร้างฐาน ความรู้ด้านนี้สำนักก็มีเก็บรักษาเอาไว้ แต่ต้องจ่ายแต้มอุทิศที่ราคาเกินสมควรมากถึงจะอ่านได้

หากไม่อยากจ่าย จะไปซื้อจากคนอื่นก็ได้

หลังจากที่สวี่ชิงขบคิดก็เตรียมหาเวลาปลุกบรรพจารย์สำนักวัชระขึ้นมาถามทำความเข้าใจเสียหน่อย

“ลูกกลอนสร้างฐานแพงเกินไป ข้าซื้อไม่ไหว เช่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่การแข่งขันครั้งใหญ่เข้าแย่งชิงแล้ว” สวี่ชิงเก็บสายตา หลังจากที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว การหลอมพิษของเขาก็เสร็จสิ้นตามปลายขอบฟ้าที่เริ่มมืดมิด เริ่มนั่งขัดสมาธิฝึกฝน

ในขณะเดียวกันนี้ แสงรุ้งพรายยามอาทิตย์อัสดงที่โลกภายนอกสาดส่องไปทั่วท่าเรือ คลุมเหมือนเป็นผ้าโปร่งบางไปทั้งอ่าว สิ่งก่อสร้างทุกอย่างมองแล้วเหมือนถูกมันอาบย้อม แม้แต่ชั้นเมฆบนท้องฟ้ายังแดงฉานไปทั่ว

ในแสงพรายรุ้งยามเย็นนี้ หญิงงามสวมชุดนักพรตม่วงอ่อน แบกกระบี่สัมฤทธิ์โบราณ มัดผมหางม้าคนหนึ่ง กำลังมุ่งหน้ามาที่ท่าเรือเจ็ดสิบเก้า

นางรูปร่างสูงโปร่งอรชร หน้าตาสวยสะ โดยเฉพาะผมที่มัดหางม้าและกระบี่โบราณที่แบกอยู่ข้างหลังทำให้ในตัวนางมีความองอาจสง่างาม รวมกับตำแหน่งลูกศิษย์หลักแล้ว ทำให้นางดูแล้วมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง

ลูกศิษย์ที่เห็นภาพนี้ในทุกที่ที่ผ่านมาตลอดทาง ไม่มีใครไม่ก้มหัวคารวะ ยิ่งมีลูกศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ในใจเกิดความรู้สึกแปลกๆ

ส่วนนางก็เหมือนจะอารมณ์ดีมาก ตลอดทางที่เจอลูกศิษย์ที่ทำความเคารพก็พยักหน้ารับรู้ จนเมื่อเข้ามาในท่าเรือที่เจ็ดสิบเก้า ฝีเท้าของนางก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย ในขณะเดียวกับที่ใบหน้างดงามแดงเล็กน้อย หัวใจก็เหมือนจะเต้นเร็วขึ้น

ยืนอยู่ตรงนั้น นางสูดลมหายใจลึกสามสี่ที แล้วจึงก้าวเดินอีกครั้ง พุ่งตรงอย่างรวดเร็วไปที่…ท่าจอดเรือของสวี่ชิง

ไม่นานก็มาถึงหน้าท่าจอดเรือ นางมองเรือเวทที่ค่อนข้างคุ้นตาลำนั้น สีหน้าแสดงความทรงจำที่มีความสุขออกมาบางๆ เอ่ยเสียงสูง

“ศิษย์น้องสวี่ชิงอยู่หรือไม่”

ท่าเรือที่เจ็ดสิบเก้าแม้ปกติจะไม่คึกคักอะไรเป็นพิเศษ แต่คนที่สัญจรไปมาก็มีไม่น้อย ดังนั้นชุดนักพรตสีม่วงอ่อนทั้งร่างนั้นอยู่ที่นี่จึงเตะตาเป็นอย่างมาก ดังนั้นแทบจะพริบตาที่หญิงสาวคนนี้เข้ามาก็ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนไม่น้อย

และในตอนนี้ เมื่อเห็นนางตะโกนไปทางเรือเวทของสวี่ชิง ลูกศิษย์ที่อยู่ที่นี่ต่างตาเบิกโพลงกันทุกคน

หญิงสาวที่ยืนอยู่ริมฝั่งเส้นผมดำปลิวพริ้ว ชุดนักพรตทรงหลวมปลิวไปข้างหลัง วาดเป็นเค้าโครงโค้งเว้างดงามน่าหลงใหลบนร่างของนางท่ามกลางแสงพรายรุ้งยามอาทิตย์อัสดง

แสงรุ้งพรายส่องมายังบนใบหน้างดงามไร้ตำหนิของนาง ไม่รู้ว่าแดงเองหรือเป็นเพราะแสงพรายรุ้งอาบย้อม มองแล้วดูเลือดฝาดอวบอิ่มนัก แม้แต่ดวงตาทั้งสองข้างในเสี้ยวขณะนี้ก็เหมือนแฝงไว้ด้วยความปราดเปรียวและชีวิตชีวา

“เป็นศิษย์หลักศิษย์พี่ติงเสวี่ย!”

“นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร…มาหาศิษย์พี่สวี่ชิงอย่างนั้นหรือ เฮ้อ ถ้ามาหาข้าก็ดีน่ะสิ”

ท่ามกลางความอิจฉาเล็กๆ ไม่มากก็น้อยจากคนทั้งหลายรอบๆ สวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในเรือเวทก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงข้างนอก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินออกมา มองไปทางหญิงสวที่อยู่บนฝั่ง

“ศิษย์พี่ติง” สวี่ชิงเอ่ยปากเสียงราบเรียบ ในใจไม่ชอบถูกคนรบกวนเวลาฝึกบำเพ็ญ

“ศิษย์น้องสวี่ชิง ข้ากลับมาเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ เคยมาหาเจ้าที่นี่แต่เจ้าไม่อยู่ ข้ารู้ว่ามารบกวนค่อนข้างกะทันหัน แต่ช่วงนี้ข้ามีเรื่องที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพรมากมาย อยากให้ศิษย์น้องช่วยไขข้อสงสัย”

ติงเสวี่ยมองสวี่ชิงพลางพูด ขณะพูดก็ยกมือขวาขึ้น ตั๋ววิญญาณใบหนึ่งก็ปรากฏที่มือทันที

“รบกวนศิษย์น้องแล้ว”

เดิมทีสวี่ชิงอยากปฏิเสธ แต่หลังจากเห็นตั๋ววิญญาณก็ขบคิดเล็กน้อย แม้ตอนนี้ในกระเป๋าของเขาจะมีเพียงพอแล้ว แต่สิ่งของที่ต้องใช้สำหรับระดับสร้างฐานมีเยอะมาก ราคาก็น่าตกใจเหลือเกิน อีกทั้งหนึ่งร้อยก้อนหินวิญญาณก็นับว่าไม่น้อยแล้ว

ดังนั้นจึงพยักหน้า ถอยหลังไปสามสี่ก้าว เปิดเกราะป้องกันออก

นอกเรือเวทสวี่ชิงไม่วางใจ แต่อยู่ในเรือเวทของเขามีการเพิ่มพลังจากคุณสมบัติเทพ มีพิษหลากชนิดลอยอวล สำหรับเขาแล้วปลอดภัยที่สุด

เห็นสวี่ชิงเปิดเกราะป้องกันเรือเวท ติงเสวี่ยดีใจมาก ในขณะที่ก้าวเท้าร่างงดงามอรชรก็ทะยานตัวขึ้นมาถึงเรือเวท แล้วมายืนหน้าสวี่ชิง

“ศิษย์น้องสวี่ ช่วงก่อนหน้านี้เจ้าไปที่ใดมาหรือ ข้าได้ยินว่าเจ้ากลับมาตั้งนานแล้ว” ติงเสวี่ยมองสวี่ชิงพลางยิ้มเอ่ยถาม

“ศิษย์พี่ติงมีข้อสงสัยเรื่องใดเกี่ยวกับสมุนไพรเชิญถาม” สวี่ชิงไม่ตอบคำถามนี้ เขาไม่ได้เกลียดติงเสวี่ย ในเมื่อตอนอยู่บนทะเลอีกฝ่ายก็ขยันตั้งใจเรียนมาก แต่เขาก็ยังคงรักษาระยะห่างกับนางในระดับหนึ่งเอาไว้ตามสัญชาตญาณ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงต่ำทุ้ม

เห็นสวี่ชิงยังค่อนข้างระแวงระวังตัวนาง แต่ศิษย์พี่ติงก็ไม่ได้สนใจ รีบถามคำถามเกี่ยวกับสมุนไพรที่ตัวเองเตรียมไว้แล้วบางข้อ

สวี่ชิงเมื่อได้ฟัง หลังจากที่ขบคิดก็ตอบไปอย่างจริงจัง

ร้อยก้อนหินวิญญาณเขาคิดว่าควรค่าที่เขาจะอธิบายให้ละเอียดสักหน่อย

ตอนนี้ลมทะเลพัดมา แสงพรายรุ้งยามเย็นที่เหมือนกับชาดทาแก้มและสายลมลอยอวลบนเรือเวท ทำให้ชายหญิงที่อยู่ในนั้นเหมือนอาบอยู่ในแสงพราย งดงามเป็นอย่างยิ่ง

ภาพนี้ทำเอาลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ และผู้บำเพ็ญที่ลาดตระเวนริมฝั่งทุกคนอิจฉาขึ้นไปอีก

ในขณะเดียวกัน บนถนนในเมืองหลัก เด็กหนุ่มชุดนักพรตสีม่วงคนหนึ่งก็ไม่สนใจภาพลักษณ์ศิษย์หลักของตัวเอง กำลังพุ่งตรงไปยังท่าเรือที่เจ็ดสิบเก้าอย่างบ้าคลั่งด้วยสีหน้าร้อนรน

“ศิษย์พี่ ทำไมท่านถึงได้เลอะเลือนถึงขนาดนี้ เมื่อหลายวันก่อนพวกเรายังดีๆ อยู่เลยไม่ใช่หรือ ท่านๆๆ…ท่านทำไมถึงไปหาเขาอีกแล้วเล่า”

คนคนนี้ก็คือเจ้าจงเหิง

ตอนนี้ใจของเขาร้อนรนจนถึงขีดสูงสุด โดยเฉพาะตอนนึกถึงสายตาที่มองสวี่ชิงของศิษย์พี่ในทะเลเมื่อหลายวันก่อน ทั้งยังมีตอนสุดท้ายที่สวี่ชิงไม่เอาเงินนั่นอีก ในใจเขาก็หล่นวูบ

นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นจังหวะที่จะลงมือแล้ว ทำให้เขาร้อนรนเหลือประมาณ

“ไม่ได้ ข้าต้องรีบไปให้เร็วกว่านี้!!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 107 ศิษย์น้องสวี่ชิงอยู่หรือไม่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved