cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 686 เสี่ยวเฉินอย่าร้องไห้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 686 เสี่ยวเฉินอย่าร้องไห้
Prev
Next

บทที่ 686 เสี่ยวเฉินอย่าร้องไห้

บทที่ 686 เสี่ยวเฉินอย่าร้องไห้

ผ่านไปเจ็ดวัน เฉินซีจึงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

คนแรกที่เขาได้เห็นหลังจากลืมตาขึ้นคือเด็กหญิงใบหน้างดงามผู้สวมชุดตัดเย็บจากหนังสัตว์ นางกำลังป้อนยาให้เขาด้วยชามเก่าคร่ำคร่าใบใหญ่ในมือ

รสชาติของยาขมฝาดไปทั่วลิ้น ชายหนุ่มพยายามดื่มมันอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตว่าแทบไม่มีโอสถวิญญาณอยู่ภายในของเหลวนั้น หากดื่มลงไปก็เป็นเพียงการเติมน้ำให้ร่างกายเท่านั้น หาได้มีประโยชน์ใด ๆ อย่างแท้จริงไม่

แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหญิงกลับถือชามเก่า ๆ นั้นอย่างระมัดระวังราวกับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า นางค่อย ๆ ประคองยากรอกใส่ปากเขาช้า ๆ คล้ายกลัวว่าจะมีหยดใดหยดหนึ่งขาดหายไป

“ที่นี่คือที่ใด?” น้ำเสียงของเฉินซีแหบพร่า เสมือนว่าลำคอเต็มไปด้วยทรายร่วน แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังนึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าครู่เดียว ชายหนุ่มก็หมดแรงจะใส่ใจมัน

ความเจ็บปวดที่ทรมานดั่งถูกมดทั้งรังกัดกินทั่วร่างกายแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง ทำให้คิ้วของชายหนุ่มขมวดเป็นปมด้วยความปวดร้าว ไม่นานนัก… เหงื่อกาฬเย็นเยียบก็ไหลอาบหน้าผาก

ตอนนี้เอง เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าแผลเปิดบนร่างกายได้ถูกพันรัดด้วยผ้าหนังสัตว์อ่อนนุ่ม ส่วนเลือดเนื้อในกายก็แห้งผาก อย่าว่าแต่ปราณจ้าววิญญาณเลย แม้แต่พละกำลังและพลังชีวิตที่มีก็แผ่วบางคล้ายจวนจะสิ้นลง

ไม่เพียงเท่านี้ สถานการณ์ภายในร่างกายของชายหนุ่มยังเรียกได้ว่าอยู่ในภาวะวิกฤต เส้นเลือดของเขาขาดสะบั้นเป็นส่วน ๆ อวัยวะภายในถูกทำลายจนเสียหาย แสงในกายมัวจาง ไม่เปล่งประกายเหมือนก่อน แม้แต่จุดลมปราณทั่วร่างก็ยังเหือดแห้ง ว่างเปล่า ในขณะที่แดนฮุ่นตุ้นแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ไม่อาจพบร่องรอย

อาจกล่าวได้อีกนัยว่าตอนนี้เขาไม่ต่างจากคนพิการ

“เอ๊ะ! ท่านตื่นแล้ว! ลุงเหมิงเหวย ป้าโม่ย่า พี่ชายผู้นี้ฟื้นแล้ว!” เด็กน้อยในชุดหนังสัตว์ตกตะลึง นางเร่งฝีเท้าออกจากกระโจมพร้อมกับตะโกนด้วยเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางท่าทีตระหนกนี้ เด็กหญิงยังคงถือชามใบโตไว้ในมือ ไม่มียากระฉอกออกมาสักหยด ราวกับว่าเป็นสิ่งที่หายากและควรค่าให้หวงแหนยิ่ง

“เหมิงเหวย โม่ย่างั้นหรือ?” เฉินซีขมวดคิ้ว เขาพยายามอดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่ลุกลามไปทั่วร่างกายอย่างสุดกำลัง ทั้งยังพยายามจับสัมผัสต่าง ๆ รอบกาย

นี่เป็นกระโจมหนังสัตว์ที่ทำขึ้นอย่างเรียบง่ายไร้ซึ่งความพิถีพิถัน ภายในแทบไม่มีการประดับประดาอะไร มีเพียงเศษซากของท่อนไม้ที่ไหม้ไฟอยู่ตรงกลาง ที่กำลังส่องแสงสีเหลืองนวลริบหรี่ออกมา

สรรพสิ่งภายในนี้ล้วนแต่เก่าคร่ำคร่า โบราณ และอวบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความล้าสมัย

ผ้ากระโจมถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินเข้ามา ฝ่ายชายนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ เพียงมองก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ส่องประกาย กล้ามเนื้อแต่ละมัดของเขาแข็งแกร่งราวปั้นขึ้นจากหินผา ตัวคนมีท่าทีเคร่งครึมคล้ายจะระเบิดได้ทุกเมื่อ

ที่ข้าง ๆ กันนั้นคือ หญิงสาวรูปร่างสูงใหญ่ที่มีหุ่นสมส่วน หน้าตาของนางงดงามและดูอ่อนโยนไม่น้อย

พวกเขาทั้งคู่สวมชุดหนังสัตว์เช่นเดียวกับเด็กหญิงที่เฉินซีเห็นก่อนหน้านี้ ชายผู้นั้นถือคันธนูสีดำที่ทำมาจากเขาอสูร ขณะที่ข้างเอวของสตรีข้างกายมีแส้ขดที่ทำจากเส้นเอ็นของอสูร

เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความสามารถในการต่อสู้

ทันทีที่ได้เห็นคนทั้งสอง เขาก็รู้ได้ว่าพวกเขาน่าจะเป็นเหมิงเหวยกับโม่ย่าที่เด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นพูดถึง

“เจ้าฟื้นเสียที” เหมิงเหวยสาวเท้าก้าวใหญ่เข้ามาขณะที่มองไปยังเฉินซีที่ลืมตาตื่น ความปีติยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าแข็งกร้าว

“เฮ้อ! เขาผลาญทั้งอาหารทั้งยาของพวกเราไปมากทีเดียว! ถ้าเขายังไม่ฟื้นอีกละก็ ต่อให้ท่านนักบวชจะตำหนิข้า ข้าก็จะฆ่าเขาทิ้งเสีย!” โม่ย่าพูดเสียงเย็นชา ดวงตาของนางอัดแน่นด้วยความเกลียดชัง ไม่คิดจะปกปิดความไม่พอใจที่มีต่อชายหนุ่มแม้แต่น้อย

เฉินซีที่ได้ยินชะงักไปทันที นี่นางเคียดแค้นถึงขนาดจะฆ่าแกงกันให้ตายเพียงเพราะเรื่องอาหารกับยาอย่างนั้นหรือ?

หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะคิดว่าอีกฝ่ายพูดเล่น อย่างไรก็ดี ผู้บ่มเพาะอย่างเขาไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเพื่อทำให้ท้องอิ่ม เพียงแค่ดูดซับปราณวิญญาณก็เพียงพอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกนาน และต่อให้จะบาดเจ็บ ชายหนุ่มก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรืออุปกรณ์ในการรักษาใด ๆ

ทว่าเมื่อมองไปยังท่าทีซึ่งเปี่ยมด้วยจิตสังหารของโม่ย่าแล้ว เขาก็พอจะรับรู้ได้ราง ๆ ว่า บางทีที่ตัวเขาอยู่รอดมาจนถึงวันนี้ก็อาจเป็นเพราะอาหารและยาดังกล่าว สิ่งนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มตระหนักได้ชัดเจนขึ้นว่าสถานที่แห่งนี้ช่างแตกต่างกับสถานที่ที่เขาจากมาโดยสิ้นเชิง

“โม่ย่า พอเถอะน่า!” เหมิงเหวยตำหนิหญิงสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น

ทว่าโม่ย่าหาได้สนใจกับเสียงเอ็ดนี้ ความไม่เป็นมิตรที่ประดับบนใบหน้ายังคงไร้วี่แววจะคลายลง นางยังคงดึงดันจะรักษาท่าทีเดิมของตนไว้

นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซีได้พบกับเหมิงเหวยและโม่ย่า ช่างเป็นการพบพานที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ไร้ซึ่งความน่ายินดี

เวลาผ่านไปอีกเจ็ดวัน

เรี่ยวแรงของเฉินซีเริ่มฟื้นฟู เขาสามารถขยับร่างกายได้บ้างแล้ว แต่ถึงกระนั้นความเจ็บปวดทรมานภายในร่างกายยังคงไม่หายหรือจางไป ในขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บภายในเองก็ยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นแม้แต่น้อย

ส่วนเหตุผลน่ะหรือ? ก็เพราะชายหนุ่มไม่มีแดนฮุ่นตุ้นอีกต่อไปแล้ว แก่นโลหิตก็เช่นกัน และพลังชีวิตของเขาก็แทบจะเหือดแห้ง ไม่เพียงพอจะดึงมาใช้สำหรับการบ่มเพาะและฟื้นฟูพลัง

โชคดีที่ต้นอ่อนเงาทมิฬยังคงอยู่ภายในจุดลมปราณของเขา มันปลดปล่อยปราณแท้ออกมาซ่อมแซมเส้นเลือด เส้นเอ็น และกระดูกที่หักอย่างช้า ๆ นี่คงเป็นความโชคดีเพียงหนึ่งเดียวที่เขายังเหลืออยู่

ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่า อีกไม่นาน เขาก็จะสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ ทว่าหากเป็นเรื่องของการฟื้นฟูการบ่มเพาะนั้น มันยังคงห่างไกลและยากเย็นเหลือเกิน

แดนฮุ่นตุ้นถูกทำลายจากการโจมตีของปิงซื่อเทียน มันแตกสลายไม่เหลือแม้เศษเสี้ยว ความเสียหายนี้เทียบเท่าได้กับการที่รากฐานแห่งเต๋าถูกทำลาย ส่งผลให้เขาไม่สามารถฝึกฝนได้อย่างเต็มกำลังในช่วงเวลาสั้น ๆ

เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถสร้างรากฐานแห่งเต๋าขึ้นมาใหม่และสกัดแดนฮุ่นตุ้นออกมาอีกครั้ง

ทว่าน่าเสียดาย นับแต่โบราณมา หลังจากผู้บ่มเพาะถูกทำลายรากฐานแห่งเต๋า ก็แทบจะไม่มีผู้บ่มเพาะคนใดที่สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ เรียกได้ว่าไม่มีแนวทางให้เดินตาม

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะรากฐานแห่งเต๋าเป็นพื้นฐานของผู้บ่มเพาะสำหรับการก่อรูปของตนเองขึ้นในฟ้าดิน มันเป็นรากฐานแรกของเส้นทางการบ่มเพาะ และทันทีที่มันถูกทำลาย การซ่อมแซมจึงเป็นไปได้ยาก!

ปิงซื่อเทียน! เฉินซีกัดฟันอย่างอาฆาต สภาพร่างกายอันน่าอนาถนี้ทั้งหมดก็เพราะปิงซื่อเทียน แน่นอน ในอนาคตเขาจะต้องเอาคืนเป็นร้อยเป็นพันเท่า ตั้งแต่เริ่มเดินบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเกลียดใครสักคนจนอยากฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ หากท้ายที่สุดเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหมอใบจิ๋วในเวลาคับขัน เขาก็คงตายไปแล้ว

‘เจ้าคิดว่าทำลายรากฐานเต๋าของข้าแล้วจะได้ซิ่วอี้คืนไปอย่างนั้นรึ?! ฝันไปเถิด! ตราบใดที่ยังมีชีวิต ข้าเฉินซีจะลุกขึ้นยืนและฟื้นฟูมหาเต๋าได้อีกครั้งอย่างแน่นอน!’

แรงอาฆาตทอประกายในดวงตาของเฉินซี ท่าทางของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่มีสิ่งใดจะลดทอนแรงใจและบีบคั้นให้ชายหนุ่มก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

เฉินซีสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ ไม่นาน เขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากกระโจม

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ชายหนุ่มได้ทราบข้อมูลจากเหมิงเหวยว่าสถานที่แห่งนี้เรียกว่านรกขุมที่เก้า มันเป็นที่ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน แม้แต่บันทึกของแดนภวังค์ทมิฬก็ไม่มีคำอธิบายใด ๆ เกี่ยวกับนรกขุมที่เก้านี้

…มันคงจะเป็นสถานที่ซึ่งถูกลืม

นอกจากนั้นแล้ว เหมิงเหวยกับคนอื่น ๆ ล้วนเป็นชนพื้นเมืองของนรกขุมที่เก้า พวกเขาเรียกตัวเองว่าผู้เหลือรอดแห่งนรกขุมที่เก้า ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

ส่วนข้อมูลอย่างอื่นนอกจากนี้ เฉินซียังไม่รู้แน่ชัด

ในตอนนี้ เขาสังเกตเห็นเพียงว่าเหมิงเหวยและคนอื่น ๆ มักจะเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน เหมือนว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง พวกเขาจะเดินทางไปข้างหน้าราว ๆ สี่พันถึงหกพันลี้ต่อวัน และใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามเพื่อกินและพักผ่อน

นอกจากนี้ พวกเขายังมีผู้คุ้มกันฝีมือดีเพียงเก้าคนเท่านั้น ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเด็ก ท่าทางในแต่ละวันของพวกเขาเต็มไปด้วยความรีบเร่ง ราวกับว่ากำลังหลีกหนีจากมหันตภัย

ในยามนี้ พวกเขาเดินทางมาทั้งวันแล้ว และเลือกตั้งค่ายพักแรมบนพื้นที่รกรากซึ่งปกคลุมไปด้วยกรวดทราย

เมื่อออกมาจากกระโจม เขาพลันเห็นว่าพวกเด็ก ๆ กำลังฝึกฝนอยู่

ส่วนเหมิงเหวยกำลังสอนกระบวนท่าต่าง ๆ ให้แก่บรรดาเจ้าตัวน้อยพวกนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลอย่างมากของคณะเดินทางกลุ่มนี้ เขาแข็งแกร่ง กล้าหาญ และได้รับความเคารพอย่างสุดซึ้งจากผู้คนรอบตัว

“รักษาระยะก้าวให้ดี ก่อนที่พวกเจ้าทุกคนจะเรียนรู้ว่าการเหาะเหินเป็นเช่นไร สิ่งเดียวที่พวกเจ้าใช้ได้ก็มีเพียงเท้าเท่านั้น!”

“ความแข็งแกร่ง! ข้าพูดไปตั้งกี่หนแล้ว พวกเจ้าจะต้องหลอมรวมความแข็งแกร่งให้เป็นหนึ่งและดึงมันออกมาอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า ก่อนจะสลัดมันออกไปด้วยท่าทางอย่างเดียวกัน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้พวกเจ้าสามารถบ่มเพาะขอบเขตต่าง ๆ และควบคุมพลังของตนได้อย่างอิสระ!”

“ขวาอีกหน่อย! พอ! พวกเจ้าจงจำไว้ว่าเป้าหมายของการเคลื่อนไหวนั้นก็เพื่อสังหารศัตรู ต้องรวดเร็ว ไร้ความปราณี หากพวกเจ้ามีใจลังเลแม้เพียงนิด ความตายก็อ้าแขนรอพวกเจ้าแล้ว!”

เฉินซีมองปราดเดียวก็เข้าใจได้ทันทีว่าเหมิงเหวยกำลังสอนพื้นฐานบางอย่าง จริงอยู่ที่เขาสูญเสียการบ่มเพาะไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชายหนุ่มจะสูญเสียความสามารถในการแยกแยะอย่างแม่นยำไปด้วย

เหมิงเหวยเป็นคนที่มีประสบการณ์ต่อสู้มากมาย ดังนั้นบทเรียนพื้นฐานที่อีกฝ่ายสอนจึงค่อนข้างถูกต้องและสามารถนำไปใช้ได้จริง แม้แต่ตัวเฉินซีเองก็ยังรู้สึกว่าตนได้ประโยชน์จากการฟังคำสอนของอีกฝ่ายอย่างมาก

…นับตั้งแต่ที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้ ชายหนุ่มล้มลุกคลุกคลานมานับครั้งไม่ถ้วน น้อยนักที่เขาจะได้รับการชี้แนะจากใครเป็นการส่วนตัว ยิ่งเป็นในตอนที่เขาสูญเสียพลังไปเช่นนี้ด้วยแล้ว ชายหนุ่มก็เหมือนได้เรียนรู้บางอย่างผ่านการฟังเหมิงเหวยอธิบาย

เขาเริ่มสำรวจตัวเองอีกครั้ง…

ทั้งที่ตัวเฉินซีได้ศึกษาศาสตร์เต๋าที่น่าทึ่ง และได้ถือครองพลังอิทธิฤทธิ์มาตั้งมากมาย แต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดที่เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญโดยแท้จริงแม้แต่อย่างเดียว นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถดึงพลังเหล่านั้นมาใช้ทดแทนกันได้

‘บางทีข้าอาจจะสามารถจัดการกับศาสตร์เต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์ทั้งหมดได้ก่อนที่มันจะยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้ หากข้าหลอมรวมและเชื่อมโยงพวกมันเข้าด้วยกันก่อนจะบ่มเพาะพลังของข้าใหม่อีกครั้ง ถึงตอนนั้น พลังของข้าก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น…’ เฉินซีเป็นบุรุษผู้หลงใหลการบ่มเพาะอย่างยิ่ง ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจ เขาก็จมดิ่งสู่ภวังค์

“พอได้แล้ว! เสี่ยวเฉิน กลับมานี่! ต่อไปเจ้าห้ามส่งข้าวส่งยาไปให้ไอ้ขยะนั่นอีก!” ผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็ถูกปลุกจากห้วงความคิดด้วยเสียงเอ็ด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็เห็นเสี่ยวเฉินกำลังเดินเข้ามาจากที่ไกลพร้อมกับชามใบใหญ่ในมือ

โชคไม่ดีนัก การเคลื่อนไหวของนางถูกหยุดลงด้วยโม่ย่าผู้มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว

“แต่นี่เป็นคำสั่งของท่านปู่นักบวช อีกอย่างพี่ชายคนนั้นเขาน่าสงสารออก” เสี่ยวเฉินก้มมองเท้าของตนเอง เสียงของนางแผ่วเบาคล้ายอ่อนแรง

เพียะ!

โม่ย่ายกมือขึ้นปัดชามในมือเด็กน้อยให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ น้ำเสียงตำหนิของนางเปี่ยมด้วยโทสะ “พอที! เราหมดอาหารหมดยาไปตั้งไม่รู้เท่าไรแล้ว หรือว่าเจ้าอยากจะเห็นเผ่าพันธุ์ของเราต้องเดินทางต่อไปทั้งที่ท้องหิว หรือว่าเจ้าอยากเห็นคนของเราต้องล้มตายไปเพราะไม่มียารักษา?”

เสี่ยวเฉินเม้มริมฝีปากเล็ก ๆ ที่สั่นระริก ดวงตาของนางเอ่อไปด้วยน้ำตาทันทีที่เสียงตวาดหยุดลง ไม่นาน น้ำใส ๆ ก็อาบเปื้อนสองฝั่งแก้ม

“โม่ย่า เจ้าทำบ้าอะไร!” เหมิงเหวยรีบสับเท้าอย่างไวพร้อมคิ้วที่ขมวด เขาพูดกับหญิงสาวด้วยเสียงทุ่มต่ำ “เสี่ยวเฉินยังเด็ก เจ้าไม่ควรเอาความโกรธมาลงที่นาง”

กลุ่มเด็ก ๆ ที่กำลังฝึกฝนต่างพากันเดินมาห้อมล้อมพวกเขาเช่นกัน เด็ก ๆ จับจ้องไปยังท่าทางเกรี้ยวกราดของโม่ย่าและเสี่ยวเฉินที่กำลังร้องไห้โดยไม่ได้พูดสิ่งใด

ทว่าในที่สุดเฉินซีก็ตกเป็นเป้าสายตา เด็กเหล่านั้นมองเขาด้วยความเกลียดชัง พวกเขารู้ดีว่า การปรากฏตัวของคนนอกอย่างเฉินซีสร้างความไม่พอใจให้แก่ป้าโม่ย่าของพวกเขายิ่งนัก

เฉินซีที่เห็นดังนั้นพลันชะงัก เขาเดินเบียดเข้าไปในฝูงชนก่อนจะย่อกายลงเพื่อกอดเสี่ยวเฉิน ลูบแผ่นหลังที่สะอึกสะอื้นของนางเบา ๆ แล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเฉิน เด็กดี เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 686 เสี่ยวเฉินอย่าร้องไห้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved