cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1409 ตรวนแห่งภัยพิบัติ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1409 ตรวนแห่งภัยพิบัติ
Prev
Next

บทที่ 1409 ตรวนแห่งภัยพิบัติ

หลังจากที่หัวเจี้ยนคงจากไปแล้ว เฉินซีก็ตรงไปยังห้องกระบี่ทันที

ตอนนี้ใจข้ามีเพียงความปลอดภัยของท่านแม่เท่านั้น ข้าสงสัยเหลือเกินว่าการตัดสินใจของข้าในครั้งนี้จะทำให้จั่วชิวเฟิงเริ่มเปิดหน้าฉากความขัดแย้งภายในตระกูลจั่วชิวอย่างไม่สนอะไรทั้งนั้นหรือไม่… ในขณะที่เฉินซีกำลังนั่งขัดสมาธิในห้องกระบี่ หัวใจของเขาไม่อาจสงบลงได้เลย

ชายหนุ่มตระหนักดีว่าคำพูดที่จั่วชิวไท่อู่เอ่ยก่อนหน้านี้เป็นการกระทำแทนคนตระกูลจั่วชิวอย่างแน่นอน และเมื่อตอนนี้เขาได้ทำข้อตกลงกับจั่วชิวไท่อู่แล้ว คนผู้นั้นจะต้องมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้ไม่ผิดแน่

ด้วยวิธีนี้ จั่วชิวเสวี่ย มารดาของเขาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้

ถึงอย่างนั้น เฉินซีก็ตระหนักดีว่าการที่มารดาสามารถรอดชีวิตได้มาจนถึงทุกวันนี้ ย่อมแปลว่านางจะต้องไม่เป็นอะไรไปโดยง่ายอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่จั่วชิวไท่อู่เคยพูดไว้ ปัจจุบันตระกูลจั่วชิวถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งนำโดยจั่วชิวเฟิง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมีผู้นำคือจั่วชิวเสวี่ย มารดาของเขา

ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายนี้กินระยะเวลามานานมากแล้ว มันเกิดขึ้นก่อนที่เฉินซีจะลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่จั่วชิวเสวี่ยยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ก็แสดงให้เห็นว่านางมีพลังเพียงพอที่จะหย่อนเมล็ดพันธุ์แห่งความกลัวในแก่ฝ่ายจั่วชิวเฟิง

ดูเหมือนเวลาที่เหลืออยู่จะเริ่มน้อยลงทุกที ข้าต้องจัดการกับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างเหมาะสมก่อนที่ความขัดแย้งในตระกูลจั่วชิวจะปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์… เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึก และคิดไม่ตก หนึ่งเดือนต่อจากนี้ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะไปเข้าหาหัวเจี้ยนคงและรีบกลับไปยังภพมนุษย์เพื่อเตรียมการอย่างเหมาะสมสำหรับเฉินฮ่าว น้องชายของเขา รวมถึงคนอื่น ๆ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาหมดซึ่งความเป็นห่วงกังวลต่อครอบครัวของตน เมื่อถึงยามที่ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลจั่วชิว

ส่วนท่านพ่อ… เฉินซีนึกถึงเฉินหลิงจวินขึ้นมาไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่ผ่านเข้ามาโดยไม่มีเหตุผล จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับบิดาแม้แต่น้อย สิ่งนี้ทำให้เขาเผลอถอนใจออกมาอย่างลืมตัว

ชายหนุ่มคิดว่าด้วยชื่อเสียงที่แพร่กระจายไปทั่วทั้งภพเซียน ถ้าเฉินหลิงจวินยังมีชีวิตอยู่ในภพเซียนจริง มีหรือที่เขาจะไม่มาที่สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าเพื่อพบกับลูกชายของตน?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาไม่ได้อยู่ในภพเซียนอีกต่อไปแล้ว? หรือบางทีอาจจะยังมีความลับอื่น ๆ ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะคิดไม่ในทางไหน เฉินซีทำได้เพียงส่ายหน้าเพื่อสลัดความกังวลนั้นออกไป

…

“เฉินซียังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ!” ภายในห้องโถงที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตร จั่วชิวเซิงเจ้าของสีหน้าหม่นทุกข์ตะโกนลั่นทั้งกรามที่ขบแน่น เสียงที่เร้นลอดจากไรฟันเผยให้เห็นถึงความตกใจ ความสับสน และความโกรธเกรี้ยวอันยากจะระงับ

“เกินอันใดขึ้น? เจ้าได้พบกับท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่หรือไม่? เขาอธิบายว่าอย่างไร?” สีหน้าของจั่วชิวหงเคร่งเครียดลงในพลัน เขารัวคำถามออกไปด้วยความตกใจสุดขีด

“ท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่… เข้าสู่การปิดด่านบ่มเพาะแล้ว!” จั่วชิวเซิงกระซิบแหบพร่าทั้งใบหน้าซีดเซียว “นี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่ไม่ได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องอย่างที่ท่านบรรพจารย์หวงหลินได้ชี้ทางไว้!”

“บ้าเอ๊ย! ทำไมถึงได้เป็นเช่นนี้? ด้วยนิสัยของท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่ ท่านไม่มีทางจะปล่อยเฉินซีไปง่าย ๆ เช่นนี้แน่ หรือว่าจะมีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น?” หัวใจของจั่วชิวหงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย เขารอให้ข่าวการตายของเฉินซีแพร่กระจายภายในสำนักศึกษาอย่างใจจดใจจ่ออยู่หลายวัน ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ได้กลับเป็นข่าวร้าย!

“ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะ ข้าได้ยินมาว่าตอนที่ท่านผู้นำตระกูลไปพบจั่วชิวเสวี่ยที่คุกเนตรเซียน นางก็ปฏิเสธความหวังดีที่ท่านมอบให้” หัวใจของจั่วชิวเซิงหนักอึ้ง แสงเยือกเย็นสะท้อนภายในดวงตา “ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ไม่ว่าจะเฉินซีหรือจั่วชิวเสวี่ย พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับท่านผู้นำตระกูลอย่างถึงที่สุด!”

จั่วชิวหงชะงักไปเมื่อได้ฟังเช่นนั้น เขาเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา “เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรต่อไปดีเล่า?”

จั่วชิวเซิงตอบอย่างกระวนกระวายใจ “อย่างพวกเราจะไปทำอะไรได้อีก? มาเถอะ ไปรายงานเรื่องนี้ต่อท่านผู้นำตระกูลก่อน เรื่องราวจะเป็นไปในทางไหนก็ต้องให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็เดาว่า… ความขัดแย้งภายในตระกูลที่สั่งสมมานานหลายปีคงถึงคราวปะทุขึ้นแล้ว!”

ความขัดแย้งภายในตระกูล! ดวงตาของจั่วชิวหงหรี่ลง เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียด “หรือจริง ๆ แล้ว เราควรจะจัดการพวกมันไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน…”

จั่วชิวเซิงตะคอกเสียงโกรธ “พอแล้ว! อย่าพูดถึงเรื่องนั้นอีก!”

…

ณ คุกเนตรเซียน

ภายในพื้นที่มิติแปลกตาที่ทับซ้อนไปด้วยภูเขาอันอุดมสมบูรณ์ ธารใส รั้วไม้ไผ่ และเรือนหลังหนึ่ง

ตามปกติแล้วจั่วชิวเสวี่ยมักจะยืนอยู่ในลานเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยรั้วไม้ไผ่ นางชอบทอดสายตาไปยังภูเขาอันเขียวชอุ่มซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกหนาที่อยู่ห่างไกลออกไปเงียบ ๆ บนช่องว่างระหว่างคิ้วที่คมเข้มดังหมึกชั้นดีแต่งแต้มด้วยความสงบนิ่ง

หากเฉินซีอยู่ที่นี่ คงจะสังเกตเห็นได้อย่างแน่นอนว่าใบหน้าของเขานั้นคล้ายคลึงกับผู้เป็นมารดาถึงเจ็ดส่วนเลยทีเดียว กลิ่นอายแห่งความสุขุมและเงียบขรึมเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

“อาเสวี่ย” เสียงแหบแห้งทว่าทุ้มต่ำดังก้อง พร้อมกันนั้น ชายชราเท้าเปลือยเปล่าในชุดผ้าป่านก็ปรากฏขึ้นจากอากาศบางเบา เขาเป็นชายที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดา ผิดกับท่าทีที่หนักแน่นมั่นคงยิ่งกว่าภูผา

น่าตกใจที่เขาคือจั่วชิวเฟยหมิง ผู้อาวุโสจากตระกูลจั่วชิว!

นับตั้งแต่จั่วชิวเสวี่ยถูกขังไว้ที่นี่ จั่วชิวเฟยหมิงก็กลายเป็นกลุ่มที่ต่อต้านจั่วชิวเฟย ผู้นำตระกูลจั่วชิวแทน

หากให้นับแล้ว สถานะของจั่วชิวเฟยหมิงนั้นเทียบเท่ากับจั่วชิวหวงหลินเลยทีเดียว เขาสนับสนุนจั่วชิวเสวี่ยเช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายสนับสนุนจั่วชิวเฟิง

“ท่านอาสาม ในที่สุดท่านก็มา” จั่วชิวเสวี่ยหมุนตัวกลับมาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ “ดูเหมือนว่าความขัดแย้งภายในตระกูลใกล้จะปะทุแล้ว”

จั่วชิวเฟยหมิงขมวดคิ้ว “เจ้าพูดถูกแล้ว น่าเสียดายที่เวลาของเขามีน้อยเกินไป หากเรื่องเช่นว่านี้เกิดขึ้น กำลังที่เรามีอยู่ตอนนี้ยังคงด้อยกว่าคนเหล่านั้นอยู่พอสมควร”

ผู้เป็นหลานสาวยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้าได้ยินมาว่าผลงานของซีเอ๋อร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ช่างเยี่ยมยอดนัก”

เมื่อชื่อของเฉินซีปรากฏขึ้นในบทสนทนา ก็คล้ายว่ารอยยิ้มที่หาชมได้ยากพลันปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายชรา เขาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “ใช่แล้ว ชื่อเสียงของเขาในภพเซียนไม่ต่างอันใดกับดวงตะวันที่แผดจ้ากลางฟ้าคราม ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้”

ครั้นจั่วชิวเสวี่ยได้ยินอาสามของตนชื่นชมบุตรชาย รอยยิ้มของนางก็ผลิแย้มเช่นกัน มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ “แน่นอน ก็เขาคือลูกชายของหลานกับเฉินหลิงจวินนี่นะ” นางพูดทั้งแววตาสดใส

จั่วชิวเฟยหมิงยิ้มและพยักหน้า “ครั้งนี้ข้ามาที่นี่ก็เพื่อบอกเจ้าว่าเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของซีเอ๋อร์ ก่อนจะมาถึงที่นี่ ข้าได้รับข่าวว่าบรรพบุรุษจั่วชิวไท่อู่ไม่ได้ลงมืออันใดกับเขา”

จั่วชิวไท่อู่? สีหน้าของจั่วชิวเสวี่ยคล้ายจะซับซ้อนขึ้นถนัดตาเมื่อได้ยินชื่อนี้ ราวกับมันเป็นนามที่นางทั้งชื่นชมและชิงชังในคราวเดียวกัน “เมื่อหลายปีก่อน หากไม่ใช่เพราะความลังเลของเขา จั่วชิวเฟิงก็คงต้องจ่ายหนักกว่านี้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล และเขาก็คงจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่วาดฝันไว้ น่าเสียดายที่ในใจของคนผู้นั้น ทั้งความเป็นปฏิปักษ์และความขัดแย้งล้วนไม่อาจเทียบเท่าได้กับผลประโยชน์ของตระกูลจั่วชิว” นางพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน

จั่วชิวเฟยหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะไท่อู่ เราจึงสามารถต่อต้านจั่วชิวเฟิงและหลีกเลี่ยงจากหายนะมาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

จั่วชิวเสวี่ยพยักหน้า “นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าเกลียดเขาก็ไม่ได้ รักเขาก็ไม่ลง ความตั้งใจของท่านบรรพบุรุษหวงหลินที่จะยืมมือของท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่ฆ่าซีเอ๋อร์นั้นเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินไปจริง ๆ ข้าประเมินความสามารถของเขาต่ำเกินไป โชคดีที่สุดท้ายเรื่องไม่เป็นไปตามแผนการของเขา จริงสิ ท่านบรรพจารย์อาวุโสไท่อู่น่ะลังเลมาหลายปีแล้ว ครั้งนี้ข้าหวังว่าเขาจะมีจุดยืนชัดเจนได้เสียที”

ชายชราส่ายหน้า “ตามข้อมูลที่ข้าได้รับมา ไท่อู่นั้นปิดด่านบ่มเพาะแล้ว บางทีเขาอาจจะผิดหวังกับสภาพของตระกูลเราในตอนนี้อยู่ไม่น้อย”

ครั้นพูดจบ เสียงถอนหายใจก็ล่องลอยไปตามลม

ทั้งจั่วชิวหวงหลิน จั่วชิวชิวไท่อู่และเขาเป็นที่อยู่ในลำดับตระกูลชั้นเดียวกัน พวกเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในตระกูลจั่วชิว ทว่าน่าเสียดายที่คนทั้งสามมีจุดยืนที่แตกต่างกัน

จั่วชิวหวงหลินสนับสนุนจั่วชิวเฟิงให้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล

จั่วชิวไท่อู่ไม่สนใจเรื่องการเมืองภายในเหล่านี้ เขาเลือกที่จะถอนตัวออกจากความขัดแย้งและอยู่อย่างสันโดษภายในสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า

ในขณะที่เขา จั่วชิวเฟยหมิงเลือกที่จะสนับสนุนจั่วชิวเสวี่ย และช่วยนางทวงคืนทุกสิ่งที่สูญเสียไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งนั่นรวมไปถึงการต่อต้านฝ่ายของจั่วชิวเฟิงด้วย

หลังจากผ่านไปหลายปี ความขัดแย้งนี้ก็ใกล้จะปะทุขึ้นแล้ว ทว่าจั่วชิวไท่อู่ก็ยังเลือกที่จะปิดด่านบ่มเพาะ นั่นทำให้จั่วชิวเฟยหมิงอดไม่ได้ที่จะถอนใจ เหตุการณ์นี้ช่างคล้ายกับเมื่อหลายปีก่อนจริง ๆ!

“ท่านอาสาม แล้วผู้เฒ่าในตระกูลผู้ขี้เซาคนนั้นเล่า?” จั่วชิวเสวี่ยถามขึ้น

จั่วเฟยหมิงมีสีหน้าเคร่งขรึมทันทีเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เขาส่ายหัวเบา ๆ “สถานการณ์ไม่ดีนัก ข้าไม่สามารถติดต่อกับท่านบรรพบุรุษเป่ยหยงได้เลย ข้าเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งอาเฟิงและหวงหลินน่าจะได้ทำข้อตกลงบางอย่างกับท่านแล้ว”

บรรพบุรุษเป่ยหยง!

สถานะของจั่วชิวเฟยหมิงในตระกูลจั่วชิวนั้นนับว่าสูงอย่างยิ่ง การที่เขาเรียกว่าจั่วชิวเป่ยหยงว่า ‘บรรพบุรุษ’ ย่อมแสดงให้เห็นว่าสถานะและอำนาจของอีกฝ่ายยิ่งใหญ่เพียงใด

“ถ้าเช่นนั้นแล้วแม่เฒ่าผู้รู้วิธีการบ่มเพาะเล่า?” จั่วชิวเสวี่ยขมวดคิ้ว ก่อนจะถามด้วยเสียงเนิบช้า

“ท่านป้าบรรพบุรุษเหลิงฮวา ยังไม่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน นับเป็นเรื่องที่น่ากังวลจริง ๆ” จั่วชิวเฟยหมิงถอนหายใจ

ท่านป้าบรรพบุรุษเหลิงฮวา!

เห็นได้ชัดว่าเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่พอจะเทียบชั้นกับจั่วชิวเป่ยหยงได้

“ชิ! ไอ้สารเลวนั่นมันทำตัวเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนไม่ผิด หากในตอนนั้นท่านพ่อของข้าไม่มีเมตตาแล้วละก็ เพียงแค่การกระทำของพวกมันในเวลานั้นเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะขับไล่พวกมันออกจากตระกูลจั่วชิวแล้ว!” แววตาของจั่วชิวเสวี่ยเจือไปด้วยความคับแค้น เมื่อนางพูดมาถึงตรงนี้ก็คล้ายว่านางจะนึกบางอย่างออก นางเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะพูดขึ้น “ท่านอาสาม หรือว่าพวกเขาจะ…”

“เรื่องนั้นข้าเองก็พูดไม่ได้!” ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ จั่วชิวเฟยหมิงก็แทรกพลางขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขาก็คาดเดาไว้ไม่ต่างจากนาง “ความตายของคนก็เหมือนตะเกียงมอดแสง กฎเกณฑ์ที่พ่อของเจ้าวางไว้ตลอดหลายปีบัดนี้พวกเขาลืมสิ้นไปหมดแล้ว”

จั่วชิวเสวี่ยสูดลมหายใจเขาลึก ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ดูเหมือนว่าพวกเราจะทำได้แต่เพียงเตรียมรับมือกับสิ่งเลวร้ายเท่านั้น”

จั่วชิวเฟยหมิงพยักหน้าเห็นด้วย เขาเงียบไปนานก่อนจะมองจั่วชิวเสวี่ยด้วยความกังวลยิ่ง “อาเสวี่ย พลังของตรวนแห่งภัยพิบัติยังไม่อ่อนลงอีกหรือ?”

จั่วชิวเสวี่ยตอบ “ท่านอาสาม ท่านอย่าได้กังวลไป ตราบใดที่ข้าไม่ออกไปจากที่นี่ ตรวนแห่งภัยพิบัติก็ไม่อาจทำอะไรข้าได้” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ นางก็มองเขาด้วยสีหน้าจริงจังและถามบางอย่าง “ท่านอาสาม มีข่าวเกี่ยวกับหลิงจวินบ้างหรือไม่?”

จั่วชิวเฟยหมิงส่ายหน้าแทนคำตอบ

จั่วชิวเสวี่ยชะงัก ริมฝีปากของนางเหยียดยิ้มคล้ายจะเย้ยหยันต่อโชคชะตา “ซากโบราณสถานแรกกำเนิดถูกทำลายลงแล้ว เขาคงจะไม่คิดยอมแพ้และกำลังมุ่งหน้าไปยังนอกพิภพเพื่อค้นหาอักขระชะตาเทวะอย่างแน่นอน เพราะมีเพียงสมบัติล้ำค่าเช่นนั้นที่สามารถจะทำลายตรวนแห่งภัยพิบัติได้…”

ชายชราตกตะลึง “มีสมบัติเช่นนี้อยู่จริงหรือ?”

หลานสาวส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ข้ารู้จักหลิงจวินดี ตราบใดที่ยังมีร่องรอยของความหวัง เขาจะต้องทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน” ครั้นพูดจบ ดวงตาของนางก็ทอประกายความอ่อนโยนราวหยดน้ำ ภาพของร่างอันแสนเคยคุ้นผุดขึ้นมาจากเบื้องลึกของใจ

“อาเสวี่ย ข้าต้องไปแล้ว” ผ่านไปครู่หนึ่ง จั่วชิวเฟยหมิงก็กล่าวลา

“ท่านอาสาม ยิ่งความขัดแย้งดำเนินไปอย่างยาวนานเท่าไร มันก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อฝั่งของเรามากเท่านั้น เรื่องราวภายนอกนั้น ลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ” จั่วชิวเสวี่ยพูดอย่างรวดเร็ว

“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าเองก็ต้องระมัดระวังตัวเช่นกัน สถานการณ์ตอนนี้กำลังยุ่งเหยิง เจ้าจะต้องไม่ประมาท…” จั่วชิวเฟยหมิงพยักหน้า เพียงไม่นานร่างของเขาก็หายไปในอากาศ

“ข้าจะรอดไปได้แน่…” จั่วชิวเสวี่ยยืนอยู่เพียงลำพังกลางลานเล็ก ๆ เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา มันล่องลอยไปตามความคิดคำนึงที่มีต่อบุตรชายและสามีอันเป็นที่รัก…

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1409 ตรวนแห่งภัยพิบัติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved