cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1340 ตำหนักบรรลุเทพ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1340 ตำหนักบรรลุเทพ
Prev
Next

บทที่ 1340 ตำหนักบรรลุเทพ

บทที่ 1340 ตำหนักบรรลุเทพ

หลังจากที่มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์เข้าร่วมกลุ่ม พวกเขาก็เดินทางต่อไปสู่ส่วนลึกของภูมิภาคบรรลุเทพ

ระหว่างทาง เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถามมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์เกี่ยวกับบิดาของตน

ทว่าคำตอบของมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย

เนื่องจากมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ได้ยินเพียงข่าวเกี่ยวกับเฉินหลิงจวินเป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของเฉินหลิงจวิน

สิ่งนี้ทำให้เฉินซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องวางความกังวลนี้ไว้ จากนั้นจึงถามข่าวคราวเกี่ยวกับเจิ้นหลิวชิงและคนอื่น ๆ

“พวกเขาได้รับการบ่มเพาะอย่างเหมาะสม เมื่อเจ้ากลับมาจากภพเซียน เจ้าสามารถเดินทางไปยังหุบเหวศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด เพื่อพบพวกเขาได้” มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ไม่ได้กล่าวถึงพวกเขามากนัก

“เข้าใจแล้ว” เฉินซีพยักหน้าและเงียบไป

ชายหนุ่มสามารถสัมผัสได้ว่า พวกตนกำลังเข้าใกล้เทวาคารบรรลุเทพมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นสืออวี๋ เซียงหลิวหลี เตียนเตี้ยน และมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์จึงระมัดระวังมากขึ้น และโดยปกติแล้ว ย่อมไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยอื่น ๆ

สองวันต่อมา

“เรามาถึงแล้ว!” สืออวี๋หยุดเคลื่อนไหวกะทันหัน เผยให้เห็นร่องรอยของความคาดหวังอันร้อนแรงที่หาได้ยาก

เรามาถึงแล้วหรือ?

จิตใจของทุกคนปลอดโปร่ง และเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ในความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ห่างไกลออกไป ความโกลาหลวุ่นวายปกคลุมเส้นทางเบื้องหน้าทั้งหมด มันเหมือนกับจุดสิ้นสุดของความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ เผยตำหนักโบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหมอกอันวุ่นวายอย่างน่าประหลาดใจ!

ตำหนักนั้นสูงส่งและโอ่อ่า มีกลิ่นอายอันทรงพลัง มีชายคาหลายชั้น ลักษณะคล้ายเจดีย์ที่ประกอบขึ้นจากคานที่ทอดยาวต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว

ตำหนักโบราณนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ราวกับตำหนักศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นภายในหมอกโกลาหล มันสูงเสียดฟ้า บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยปราณโกลาหล ทั้งยังมีดวงดาวสุกใสจำนวนมากรายล้อม เปล่งแสงอันเจิดจรัส ระยิบระยับพร่างพราว

เมื่อมองจากระยะไกล ตำหนักแห่งนี้สูงส่ง วิเศษ และไม่สามารถเข้าถึงได้

เมื่อพวกเขายืนอยู่ข้างหน้ามัน ราวกับตัวหดเล็กเหมือนมดตัวจ้อย เล็กกว่ากระเบื้องของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ!

มีสะพานโค้งก่อนถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์ มันก่อตัวเป็นบันไดสวรรค์เชื่อมไปถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์

มันเป็นดั่งบันไดสวรรค์อย่างแท้จริง ทุก ๆ ขั้นเปรียบเสมือนฟ้าดินอันกว้างใหญ่ สูงลิ่วจนทำให้หัวใจสั่นไหว!

ตำหนักบรรลุเทพ!

เมื่อมองไปที่ตำหนักโบราณที่น่าอัศจรรย์แห่งนี้ ซึ่งดูเหมือนเป็นการสำแดงรัศมีของทวยเทพ สืออวี๋ เซียงหลิวหลี เตียนเตี้ยน และมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ก็เผยท่าทีตื่นเต้นออกมาอย่างแผ่วเบา

นี่เป็นสถานที่ลึกลับและเก่าแก่ที่ดำรงอยู่มานานนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยโบราณ มันได้ดึงดูดราชันเซียนมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งตั้งใจจะหาวิธีกลายเป็นเทพ และเหนือล้ำไปทั้งสามภพ

บัดนี้ มันได้ปรากฏต่อหน้าต่อตาพวกเขาแล้วจริง ๆ!

เฉินซีก็ตกใจจนกล่าวไม่ออกเมื่อเห็นสิ่งนี้ ตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สูงส่งและเก่าแก่อย่างยิ่ง ยามที่มองจากระยะไกล เขาก็รู้สึกทันที ราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกอันเป็นอิสระ กลิ่นอายที่แปลกและคลุมเครือมากมายปะทะใบหน้า พวกมันพลุ่งพล่านประหนึ่งกระแสน้ำในมหาสมุทร!

ทันใดนั้น ร่างกายของเฉินซีก็อาบไล้ไปด้วยกฎแห่งเต๋าสวรรค์ และพลังในร่างก็ถูกระงับจนถึงขีดสุด!

นี่เป็นความรู้สึกอึดอัดที่แทบจะหายใจไม่ออก มันเหมือนกับมหาเต๋าที่ตนครอบครองนั้นถูกระงับจนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ เสมือนข้าราชบริพารที่เข้าเฝ้าจักรพรรดิของพวกมัน

โอม~

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากในห้วงจิตสำนึกของชายหนุ่มสั่นไหวเล็กน้อย คลื่นพลังผันผวนที่คลุมเครือแพร่กระจายไปทั่วร่าง มันขจัดความรู้สึกไม่สบายตัวออกไปจนสิ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

พลังของมหาเต๋าภายในตำหนักศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่น่าสะพรึงเกินไปหรือ? เฉินซีรู้สึกเกรงกลัวอยู่ในใจ

ชายหนุ่มตระหนักได้ทันทีว่า นี่เป็นสถานที่ที่มีเพียงราชันเซียนเท่านั้นที่สามารถก้าวเข้าไปได้ และมันคงจะแปลกถ้าเซียนทองคำเช่นตนไม่ถูกสยบโดยพลังนี้

“นี่คือตำหนักบรรลุเทพ ตามตำนาน มันเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดในความโกลาหลในช่วงเริ่มต้นของโลก และถูกทิ้งไว้โดยบรรพบุรุษเต๋าโกลาหล ผานกู่ มีเพียงแต่ต้องผ่านตำหนักนี้เท่านั้น เราจึงจะพบเทวาคารบรรลุเทพที่แท้จริงได้” เสียงของเตียนเตี้ยนดังก้องอยู่ในหูของเฉินซี

บรรพบุรุษเต๋าโกลาหล ผานกู่!

คลื่นแห่งความตกใจปะทุในหัวใจชายหนุ่มอีกครั้ง เมื่อได้ยินว่าตำหนักศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีต้นกำเนิดที่ยิ่งใหญ่ เพราะผานกู่เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับหนึ่งเมื่อโลกถูกสร้างขึ้น!

“หรือว่ามีบางอย่างที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษเมื่อผ่านตำหนักแห่งนี้?” หลังจากที่คืนสู่ความสงบ เฉินซีก็สัมผัสได้ว่า ท่าทางของเตียนเตี้ยนและคนอื่น ๆ สงบลงแล้ว แต่เป็นความสงบที่แฝงแววหนักใจไม่น้อย

“ถูกต้อง ข้อจำกัดของทวยเทพนั้นถูกจัดตั้งที่นอกตำหนักบรรลุเทพ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านมันไป” เตียนเตี้ยนตอบส่ง ๆ

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ นั่นเป็นข้อจำกัดอันศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุพลังของทวยเทพไว้

ขณะนี้เฉินซีถูกจำกัดโดยการบ่มเพาะของเขา ดังนั้นไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในเต๋ายันตร์อักขระ สูงปานใด แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดเมื่อเผชิญกับข้อจำกัดอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

“ฮึ่ม! ดูเหมือนจะมีคนจะมาถึงก่อนเรา” สืออวี๋แค่นเสียงเย็น “มาเถอะ มาดูกันก่อนว่าคู่แข่งของเรามีความสามารถอะไร”

ขณะที่กล่าว เขาก็ทะยานวูบ นำทุกคนตรงไปยัง ‘บันไดสวรรค์’ ที่ไกลออกไป

โอม!

เมื่อก้าวขึ้นขั้นแรกของ ‘บันไดสวรรค์’ พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังกึกก้อง แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา

สืออวี๋คาดการณ์ไว้แล้ว เขาใช้ศิลาเบญจรงค์สร้างกำแพงแสงต้านทานคลื่นพลังผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวที่โจมตีอย่างรวดเร็ว

“หากเราไม่รีบร้อน เราก็สามารถพึ่งพาข้อจำกัดของบันไดสวรรค์นี้เพื่อบ่มเพาะได้ ยิ่งมันมีพลังกดดันมากเท่าไร ศักยภาพของเราก็จะยิ่งถูกกระตุ้นมากขึ้นเท่านั้น ข้าได้ยินผู้อาวุโสซูเคยกล่าวว่า ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในประวัติศาสตร์ได้ใช้บันไดสวรรค์เพื่อบ่มเพาะตนเอง และได้รับประโยชน์จากมันไม่น้อย” สืออวี๋ส่ายศีรษะก่อนร่างจะวูบไหว สำแดงพลังของม่านแสงทั้งห้าสีไว้ ขณะทะยานขึ้นไปยังบันไดสวรรค์

เฉินซีประหลาดใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “อาจมีเพียงราชันเซียนที่กล้าทำเช่นนั้น”

เนื่องจากข้อจำกัดอันศักดิ์สิทธิ์และบันไดสวรรค์นั้นสูงเกินไป สืออวี๋จึงใช้ศิลาเบญจรงค์และนำพวกเขาขึ้นไปได้ราวหนึ่งก้านธูป ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงปลายทางในที่สุด

จุดสิ้นสุดของบันไดสวรรค์เป็นทางหินปูน ทอดยาวไปจนถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์ ซ่อนอยู่ในหมอกโกลาหล

ลมหนาวพัดผ่านจนหมอกกระจาย ทางหินปูนที่แสนธรรมดาก็แผ่กลิ่นอายโบราณและอ้างว้าง ซึ่งดูเหมือนกับผ่านการชำระบาปมานับไม่ถ้วน

เมื่อมาถึงจุดนี้ ในที่สุด เฉินซีก็มองเห็นตำหนักบรรลุเทพอย่างชัดเจน และสิ่งแรกที่สะท้อนในดวงตา คือประตูที่รุ่งโรจน์และงดงาม ซึ่งจารึกไว้ด้วยอักขระยันต์ลึกลับนับไม่ถ้วน

อักขระยันต์นั้นเก่าแก่และคลุมเครือยิ่ง ทั้งยังเคลื่อนไหวและบิดไปมาเหมือนลูกอ๊อดจำนวนมาก เฉินซีฟังออกแค่บางคำเท่านั้น

ท้องฟ้า… ผืนดิน… ทำลายล้าง… จำกัด… ทำลาย… ผนึก… เคลื่อนย้าย… ฆ่า… ไฟ…

เฉินซีไม่เคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับยันต์อักขระพวกนี้มาก่อน บางทีอาจเป็นภาษาของเหล่าทวยเทพ

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะกำแพง ชายคา เสาหินของตำหนักศักดิ์สิทธิ์… ล้วนสร้างขึ้นจากศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่รู้จัก หลังจากผ่านกาลเวลามายาวนาน พวกมันยังคงเปล่งประกายเจิดจ้า และไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนใด ๆ ทั้งยังเปล่งรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์ที่กระตุ้นความเคารพในหัวใจของทุกคน

“มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์!”

“สืออวี๋และเซียงหลิวหลีจากตำหนักเต๋าหนี่หวา?”

“ราชันเซียนรัตติกาล?”

เมื่อกลุ่มของเฉินซีปรากฏตัวบนทางหินปูนหน้าตำหนักศักดิ์สิทธิ์ เสียงอุทานอย่างประหลาดใจก็ดังขึ้นทันที

มีร่างยืนอยู่ท่ามกลางหมอกโกลาหลราว ๆ ห้าหกคน มีทั้งชายและหญิง โดยที่ทุกคนมีกลิ่นอายน่าเกรงขามที่ยิ่งใหญ่ประหนึ่งเจ้าเหนือหัว

เมื่อมองดูจากระยะไกล เฉินซีก็รู้สึกเจ็บปวดที่ตาอย่างรุนแรง

แน่นอนว่านี่คือกลุ่มของราชันเซียน!

ในทางกลับกัน สีหน้าของสืออวี๋และคนอื่น ๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ เพราะสังเกตเห็นว่า ซุ่ยเหรินถิงและเจี้ยงหลิงเซียวแห่งนิกายอำนาจเทวะไม่ได้อยู่ในหมู่คนเหล่านี้

แม้แต่อู๋เซียงจื่อแห่งนิกายวิญญาณมารซึ่งเกือบจะถูกพวกเขาสังหาร ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เช่นกัน

แต่จากการวิเคราะห์ของเซียงหลิวหลีก่อนหน้านี้ ในบรรดาศิษย์ของนิกายยุคแรกกำเนิดที่มาถึงภูมิภาคบรรลุเทพ และนอกเหนือจากที่เสียชีวิตไปแล้ว มีเพียงสี่นิกายเท่านั้นที่พวกเขาไม่สามารถระบุได้ว่า นิกายเหล่านี้ได้เข้าร่วมกับนิกายอำนาจเทวะหรือไม่

แต่กลุ่มคนตรงหน้า กลับมีมากกว่าสี่คน!

กล่าวง่าย ๆ ก็คือ จำนวนของราชันเซียนที่มาเสาะหาเทวาคารบรรลุเทพในครั้งนี้ มีจำนวนมากเกินกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

“เจ้าลิงเฒ่า ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เข้าไปล่ะ?” มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์กล่าวด้วยเสียงที่ดังก้อง ขณะจ้องมองไปที่หนึ่งในราชันเซียนเหล่านั้น ราชันเซียนคนนี้มีรูปร่างผอม ปากแหลม คางเหมือนลิง และดวงตาที่เปล่งประกายด้วยแสงเจิดจ้า เผยให้เห็นท่าทางที่โหดเหี้ยมและดุร้าย

ในเวลาเดียวกัน มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ก็กล่าวผ่านกระแสปราณไปยังคนอื่น ๆ “เจ้าลิงเฒ่าตัวนี้ เป็นผู้บ่มเพาะไร้สังกัดจากภูเขาน้ำแข็งกลวง มีนามว่าซุนอู๋เหิ่น ส่วนอีกห้าคนที่อยู่เคียงข้างเขา ล้วนเป็นปรมาจารย์ของนิกายยุคแรกกำเนิด”

อันที่จริง ไม่จำเป็นต้องแนะนำอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เพราะสืออวี๋ และคนอื่น ๆ จำพวกเขาได้ราง ๆ

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามายังซากโบราณสถานแรกกำเนิด ประกอบกับพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นราชันเซียน จึงสามารถคาดเดาต้นกำเนิดของอีกฝ่ายได้คร่าว ๆ

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่า ในราชันเซียนทั้งหกนั้น มีกี่คนที่เข้าร่วมกับนิกายอำนาจเทวะ

“ฮึ่ม! ตาเฒ่าสามคนได้เสียชีวิตอย่างน่าอนาถภายในนั้นไปเมื่อสักครู่นี้ ดังนั้นจะมีใครกล้าเข้าไปอย่างผลีผลาม” เมื่อซุนอู๋เหิ่นได้ยินมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์เรียกตนว่า ‘เจ้าลิงเฒ่า’ เขาก็กล่าวด้วยถ้อยคำดูถูก

มีบางคนเสียชีวิตภายในนั้นแล้วหรือ?

สืออวี๋และคนอื่น ๆ ตกตะลึงในใจ สีหน้าเริ่มหนักอึ้ง เพราะผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านั้นคือราชันเซียน และการตายของราชันเซียนทุก ๆ คน ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ในสามภพ

บัดนี้ ราชันเซียนทั้งสามได้เสียชีวิตภายในตำหนักการบรรลุเทพ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร?

“โอ้? ผู้โชคร้ายเหล่านั้นเป็นใครกัน?” มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ดูเหมือนจะค่อนข้างคุ้นเคยกับซุนอู๋เหิ่น เอ่ยถามต่อ

“ฟูเสี่ยวเฉินจากนิกายเมฆาทมิฬ เจ้าหมีเฒ่าจากสันเขาจักรพรรดิพิสุทธิ์ และอู๋เซียงจื่อจากนิกายวิญญาณมาร…” ซุนอู๋เหิ่นตอบส่ง ๆ

อู๋เซียงจื่อ!

สืออวี๋และคนอื่น ๆ ตกตะลึงเล็กน้อยอีกครั้ง เมื่อได้ยินชื่อนี้

“พวกเขาเข้าร่วมกับซุ่ยเหรินถิงและเจี้ยงหลิงเซียวจากนิกายอำนาจเทวะหรือไม่?” เซียงหลิวหลีอดไม่ได้ที่จะถามคำถามนี้

“ข้าไม่รู้” ซุนอู๋เหิ่นตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำว่า ‘นิกายอำนาจเทวะ’ จากนั้นเขาก็ส่ายศีรษะ มันคงเป็นเรื่องลึกลับ ถ้าเขาไม่ทราบจริง ๆ หรืออันที่จริงอาจแสร้งทำเป็นไม่รู้

“พวกเขาอยู่ด้วยกันจริง ๆ” ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อคลุมสีเทาและสง่างาม พลันกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ข้าบังเอิญเห็นพวกเขาเข้าไปในตำหนักบรรลุเทพด้วยกัน”

สืออวี๋เงยหน้าขึ้นมอง และจำชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีเทาได้ในทันที ว่าเป็นปรมาจารย์ของตำหนักทะยานนภา อี้หรานเฟิง

“หรือว่าซุ่ยเหรินถิงและเจี้ยงหลิงเซียวจะผ่านตำหนักบรรลุเทพ และไปถึงเทวาคารบรรลุเทพแล้ว?” เซียงหลิวหลีถามด้วยใบหน้าเครียดขึง

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1340 ตำหนักบรรลุเทพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved