cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1325 เทือกเขาทุกขทมิฬ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1325 เทือกเขาทุกขทมิฬ
Prev
Next

บทที่ 1325 เทือกเขาทุกขทมิฬ

บทที่ 1325 เทือกเขาทุกขทมิฬ

ฟิ่ว

ลำแสงที่พริบพราวราวภาพฝันพุ่งผ่านท้องฟ้ายังชั้นของพายุมิติชั้นแล้วชั้นเล่า ประกายของมันสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลอนันตราซึ่งรายล้อมไปด้วยอันตราย

หลังจากผ่านไปสามชั่วยาม ขณะที่เฉินซีกำลังตกอยู่ภายใต้อาการสะท้านชาจากการได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่น่าประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง ‘คุณชาย’ เตียนเตี้ยนรูปงามในอาภรณ์ปักลายวิจิตรก็หยุดการกระทำลง ก่อนจะหันมาพูดด้วยเสียงใสกระจ่าง “พวกเรามาถึงแล้ว”

ถึงแล้วหรือ? เฉินซีชะงัก เขาคืนสติกลับมาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบนั้นทอดมองออกไป ก่อนจะเห็นว่ามีปราการหนึ่งซึ่งไร้รูปร่างตั้งขวางระหว่างฟ้าดินไว้อยู่ห่างออกไปราว ๆ ร้อยจั้ง มันแยกออกจากทะเลอนันตราโดยสิ้นเชิง

ปราการแสงนั้นนวลอย่างเปลือกไข่ มันโปร่งแสง ส่องสว่าง และเต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งรัศมีเหล่านั้นยังอาบไล้ไปด้วยกลิ่นอายจากยุคแรกกำเนิด ทั้งโบราณและยิ่งใหญ่

พายุมิติ ความปั่นป่วน พายุคลื่นลม รวมไปถึงทุกสรรพสิ่งภายในทะเลอนันตราล้วนสงบลงเมื่อเผชิญกับม่านแสงนี้ คล้ายความเกรี้ยวกราดของพวกมันถูกข่มไว้ด้วยรัศมีเรืองรอง

ปราการยุคแรกกำเนิด!

เฉินซีจำมันได้ทันทีเพียงมองปราดเดียว ใช่แล้ว มันเป็นปราการที่ก่อตัวขึ้นมาจากซากโบราณแรกกำเนิด โดยพวกเขาจะสามารถเข้าไปในซากโบราณสถานได้ก็ต่อเมื่อผ่านม่านปราการนี้เท่านั้น

เฉินซีอดนึกผิดหวังขึ้นมาในใจไม่ได้ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการเดินทางผ่านทะเลอนันตราจะราบรื่นเช่นนี้ แถมยังมาถึงซากโบราณสถานแรกกำเนิดภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม

ชายหนุ่มปรารถนาที่จะอยู่ในทะเลอนันตราต่ออีกสักพักหนึ่ง นั่นก็เพราะในผืนน้ำแห่งนั้นอุดมไปด้วยของล้ำค่าและสมบัติอมตะที่หายากมากมาย การที่ต้องผละจากมันไปทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เฉินซีตระหนักดีว่าที่การเดินทางเป็นไปได้อย่างราบรื่นก็มีราชันเซียนอย่างเตียนเตี้ยนร่วมเส้นทาง ไม่อย่างนั้นแล้ว เขาก็คงไม่กล้าที่จะข้ามผ่านทะเลอนันตราไปด้วยตนเอง

“หน้าตาบอกบุญไม่รับเชียวนะ อาลัยอาวรณ์อยู่หรืออย่างไร?” เตียนเตี้ยนยิ้มขณะสบมองเฉินซี ครั้นนางพูดขึ้น ร่างกายพลันเปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางละอองแสงสีม่วงที่หลั่งรินดังเม็ดฝน เพียงพริบตา รูปลักษณ์ของนางเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

เมื่อครู่นี้นางยังคงสวมเสื้อคลุมปักลาย รัดเข็มขัดหยก และมีรูปลักษณ์สลักเสลาอย่างบุรุษ

ทว่าตอนนี้นางกลับอยู่ใต้อาภรณ์สีม่วงพลิ้วไหว คิ้วเรียวบางอย่างใบหลิว สอดรับกับดวงตาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ใบหน้างดงามหมดจรด เช่นเดียวกับรูปร่างอันอ้อนแอ้นหากยังคงผ่าเผย ผมสีดำสนิทนั้นเงางามดั่งม่านไหมล้ำค่า แม้แต่หน้าผากเกลี้ยงเกลาก็ยังเผยร่องรอยแห่งความทรงภูมิ นับว่าเป็นความงามที่หามีใครบนโลกนี้จะเทียบได้

เพียงชั่วพริบตา ชายหนุ่มก็กลายเป็นสาวงามที่เต็มไปด้วยรูปโฉมอันทรงอานุภาพรุนแรง กระทั่งแม้แต่เฉินซียังต้องตกตะลึงราวถูกกระชากลมหายใจออกไปชั่วขณะหนึ่ง

“ก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์จริง ๆ นั่นละ” เฉินซียอมรับอย่างตรงไปตรงมา ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เตียนเตี้ยนได้ช่วยเขารวบรวมสมบัติอมตะล้ำค่าซึ่งมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะในอนาคต รวมถึงสมบัติที่มีคุณค่าเกินกว่าจะจินตนาการได้มากมาย เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน มูลค่าของมันก็มากล้นเสียจนประเมินค่าไม่ได้

เตียนเตี้ยนยิ้ม “พวกมันก็เพียงของธรรมดา เทียบไม่ได้กับที่มีอยู่ในซากโบราณสถานแรกกำเนิดหรอกนะ”

เฉินซีพยักหน้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ

จริงอยู่ที่เขาเสียดาย แต่จะไม่จมปรักอยู่กับพวกมันอย่างเด็ดขาด

“พลังพิภพของซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นหาได้เหมือนกับภพทั้งสามไม่ เนื่องด้วยความโกลาหลวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากความวิบัติทั้งหลาย ที่นี่จึงเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย หลังจากที่เขาเข้าไปภายในซากโบราณสถานแรกกำเนิดแล้ว เจ้าต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่าอย่าทำอะไรโดยบุ่มบ่าม ไม่อย่างนั้นแล้ว คงไม่อาจหลีกเลี่ยงเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น” เตียนเตี้ยนกำชับก่อนจะสะบัดฝ่ามือบอบบาง ทันใดนั้น ขวานศึกสีม่วงที่เต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งสมบัติอมตะก็ปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศดั่งจันทร์เสี้ยว

หวด!

รอยแตกที่แคบและยาวบังเกิดขึ้นบนปราการยุคแรกกำเนิดที่อยู่ห่างออกไป

“ไปกันเถอะ!” ร่างอรชรของเตียนเตี้ยนเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา นางอุ้มประคองร่างของเฉินซีไว้ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในรอยแยกและหายวับไปในทันที

…

ณ ซากโบราณสถานแรกกำเนิด

หลังจากภพทั้งสามถูกสร้างขึ้น ที่แห่งนี้ก็กลายเป็นซากโบราณสถานแรกกำเนิดเพียงแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ มันยังคงรักษาพลังพิภพดังเดิมและกฎในยุคแรกกำเนิดเอาไว้

ธรรมเนียมโบราณยังคงถูกรักษาไว้ภายในซากโบราณสถานแห่งนี้ และที่นี่ยังคงมีนิกายโบราณจำนวนมากที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคแรกกำเนิดอาศัยอยู่ โดยพวกเขาถูกเรียกว่านิกายยุคแรกกำเนิด

ศิษย์ของนิกายเหล่านี้มีจำนวนลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี บางนิกายมีสมาชิกเพียงสองสามคนเท่านั้น ในขณะที่นิกายขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกราว ๆ สิบคนนั้นเหลืออยู่น้อยยิ่งกว่า ตัวอย่างเช่นนิกายเอกวิถีที่เจิ้นหลิวชิงและมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์สังกัดอยู่ เมื่อรวมอาจารย์ด้วยก็มีสมาชิกอยู่เพียงสามคนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านิกายยุคแรกกำเนิดเหล่านี้จะมีสมาชิกเพียงไม่กี่คน ทว่าสมาชิกทั้งหมดของพวกเขาก็ล้วนแต่เป็นยอดคนผู้น่าเกรงขามทั้งสิ้น ไม่ว่าหันไปทางไหน ก็อาจจะได้พบกับราชันเซียนอาศัยอยู่ที่นั่น

นอกจากนี้ สิ่งตกทอดจากนิกายยุคแรกกำเนิดนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เช่นเดียวกับเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา และนิกายอำนาจเทวะซึ่งเป็นนิกายที่มีชื่อเสียงอย่างมากในยุคแรกกำเนิด และมีอำนาจปกครองไม่ต่างเจ้าเหนือหัว

ทว่า ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่าน ภพทั้งสามถึงคราวก่อกำเนิดขึ้น ประกอบกับภัยพิบัติมากมายที่เกิดขึ้นภายในที่แห่งนี้ ก็ส่งผลให้นิกายยุคแรกกำเนิดค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลงและถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

ปัจจุบัน ซากโบราณสถานแรกกำเนิดเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในภพทั้งสาม ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องที่นี่ทำให้พลังพิภพโบราณค่อย ๆ เสื่อมถอยลง สิ่งนี้ส่งผลให้สมาชิกทั้งหลายของนิกายยุคแรกกำเนิดเริ่มกังวลถึงความปลอดภัยและพยายามแสวงหาทางออกใหม่

ในทางกลับกัน ในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในภพทั้งสาม ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นภายในซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นได้สร้างโชคลาภให้แก่พวกเขา ความมั่งคั่งที่สั่งสมไว้ภายในที่แห่งนี้กระตุ้นความโลภภายในจิตใจได้อย่างดีทีเดียว

ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถมาที่นี่และกอบโกยผลประโยชน์ไปได้

อย่างที่เฉินซีคาดเดา หากไม่มีผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตราชันเซียนครึ่งขั้นขึ้นไปติดตามมาแล้ว อย่าว่าแต่การได้กอบโกยความมั่งคั่งเลย แม้แต่การเข้ามาในซากโบราณสถานแรกกำเนิดเพื่อแสวงโชคท่ามกลางภยันตรายที่ไม่มีขีดจำกัดเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่เกินคิดฝัน

…

บนพื้นที่กว้างใหญ่ของภูเขาสีเทาที่มีความอุดมสมบูรณ์นี้ เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังกึกก้องจากด้านในส่วนลึก พวกมันทำให้วิหคเทวะบินวนไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าด้วยความตื่นตระหนก ปีกของพวกมันกระพือไปตามฟ้าสีคราม

ปีกของวิหคเทวะเหล่านี้งดงามยามต้องแสงแดด ภายใต้ท้องฟ้าครามกว้างใหญ่ พวกมันดูเหมือนมวลเมฆที่ล่องลอยอย่างเสรี

เจี๊ยก! เจี๊ยก!

ฝูงวานรขนทองบรรพกาลที่มีร่างกายใหญ่โตราวภูเขาส่งเสียงร้องลั่น ขณะที่พวกมันเคลื่อนที่ไปตามภูเขา เท้าของพวกมันก็กระทืบลงบนแผ่นหินเป็นจังหวะตึงตัง การกระโดดแค่เพียงครั้งเดียวของมันสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า ยืดมือออกไปไล่ตะครุบวิหคเทวะก่อนจะนำมากัดกิน กรามขนาดใหญ่ของพวกมันบดขยี้อาหารในมือจนแหลกเหลว เป็นภาพที่ชวนให้ขนพองสยองเกล้าไม่น้อย

อย่างไรก็ดี ทันใดนั้น ฝ่ามือขนาดมหึมาก็ยื่นออกมาจากช่องว่างของหุบเหวไร้ก้นบึ้ง นิ้วของมันเหมือนกับเสาที่สามารถค้ำยันท้องฟ้าเอาไว้ แต่ละข้อปล้องของมันเต็มไปด้วยอักขระเต๋าโบราณ เพียงแค่มันแผ่ฝ่ามือออก ก็ทำให้พื้นดินแถบนั้นตกอยู่ภายใต้ความมืดมิด!

เผละ! เผละ! เผละ!

ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะอำพรางท้องฟ้าได้อย่างสนิท วานรขนทองบรรพกาลร่างสูงใหญ่ที่ดูเหี้ยมเกรียมนั้นก็กลายเป็นเพียงแมลงตัวเล็ก ๆ ที่ถูกฝ่ามือมหึมาคว้าเอาไว้ ร่างกายของพวกมันแตกสลาย เหลือแต่เพียงเลือดเนื้อเหลวหนืดไหลออกมาตามซอกนิ้วและง่ามมือ เหมือนกับฝนโลหิตที่หลั่งรินและอาบฟ้าดินให้กลายเป็นสีแดงแห่งความตาย

“เงียบ!” ครั้นเสียงโกรธเกรี้ยวดังสะเทือนไปทั้งฟ้าดิน ฝ่ามือที่ปกคลุมท้องฟ้าก็ถดลงสู่หุบเหวและไม่เคลื่อนไหวใด ๆ อีกต่อไป

เมื่อเฉินซีเข้าไปภายในซากโบราณสถานแรกกำเนิดด้วยการนำทางของเตียนเตี้ยน สิ่งแรกที่เขาได้เห็นก็คือเหตุกาาร์อันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เขาตกใจจนพูดไม่ออก

ไม่ว่าจะวิหคเทวะหรือวานรขนทองบรรพกาล พวกมันก็ล้วนแต่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง สัตว์ทั้งสองชนิดนี้เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณอย่างวิหคแสงเทวะ และ จูเอี้ยน ทว่าในตอนท้าย กลับถูกบดขยี้อย่างง่ายดายด้วยฝ่ามือขนาดใหญ่ซึ่งโผล่มาจากเหวลึก

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นภาพนี้ สิ่งน่าสะพรึงกลัวที่อาศัยอยู่ภายในเหวลึกนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษประเภทใดกันแน่?

“ที่นี่คือซากโบราณสถานแรกกำเนิด” ดวงตาสุกสกาวของเตียนเตี้ยนเปล่งประกายด้วยแสงเรืองรอง ร่างที่เปล่งประกายไปด้วยรัศมียิ่งใหญ่และทรงพลังยืนเอามือไพล่หลัง รัศมีจากกายของนางแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้างประหนึ่งราชันที่สามารถสยบทุกสรรพสิ่ง

ใช่แล้ว นี่คือซากโบราณสถานแรกกำเนิด!

สิ่งที่สะท้อนภาพในสายตาของเฉินซีคือภาพแห่งความรกร้างเก่าแก่ สัตว์อสูรจำนวนมากท่องไปตามพื้นที่โดนรอบ แม้แต่บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมีปีกที่บินว่อนไปมา ไม่ว่าจะพื้นดิน ผืนฟ้า หรือพื้นอากาศก็ล้วนแต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโบราณ

ขณะที่พวกเขายืนอยู่บนที่แห่งนั้น ก็รู้สึกคล้ายตนได้เดินทางย้อนกลับไปยังกาลเก่า ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ทั้งเทพเซียนและจอมปราชญ์ต่างก็ต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ในขณะที่สัตว์อสูรทั้งที่ดำรงอยู่และสูญพันธุ์ไปแล้วต่างก็ใช้ชีวิตท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย

ภายใต้กลิ่นอายแห่งยุคแรกกำเนิดอันมีเอกลักษณ์เฉพาะนี้ เฉินซีรู้สึกสับสนพร่ามัว คล้ายมีความคิดมากมายวนเวียนภายในจิตใจ แม้ว่าชายหนุ่มจะบรรลุถึงขอบเขตเซียนทองคำแล้ว และอยู่ห่างจากขอบเขตราชันเซียนเพียงไม่กี่ขั้น ทว่ากลับคล้ายตัวเล็กลงดังมอดมดเมื่อยืนย่ำอยู่ท่ามกลางซากโบราณสถานแรกกำเนิด

ใช่ ช่างเล็กจ้อย!

หากเทียบกับวิหคแสงเทวะ จูเอี้ยน หรือฝ่ามือยักษ์ที่โผล่พ้นมาจากหุบเหวไร้ก้นแล้ว การบ่มเพาะของเขาในยามนี้นับว่าอ่อนแอยิ่งนัก

ไม่น่าแปลกใจที่ข่าวลือเกี่ยวกับซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นแทบไม่เป็นที่รู้จักภายในภพเซียนนับตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เพราะมีเพียงสิ่งมีชีวิตในขอบเขตราชันเซียนครึ่งขั้นหรือสูงกว่าเท่านั้นที่สามารถตบเท้ามายังสถานที่เช่นว่านี้ได้… เฉินซีสูดลมหายใจลึก เพื่อปรับสติอารมณ์ให้กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง

เขาจะต้องไม่ดูถูกตัวเองอีก

ชายหนุ่มตระหนักดีว่าตามปกติแล้ว การเดินทางครั้งนี้หาใช่สิ่งที่เขาสามารถเข้าร่วมได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากเขาจะนึกกังวลและสงสัยในความสามารถของตนขึ้นมา

ตอนนี้เอง เฉินซีควบคุมสภาวะจิตใจของตนด้วยความรวดเร็ว การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสอันหาได้อยากสำหรับการบ่มเพาะจิตใจ เขาควรจะใช้เวลานี้ไปกับการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นและสั่งสมประสบการณ์ต่าง ๆ แน่นอน มันจะกลายเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะในอนาคต และจะทำให้เขาไม่กลายเป็นคนโง่งมอย่างเช่นตอนนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หัวใจของเฉินซีพลันปลอดโปร่งไปด้วยความสงบ สายตาที่กวาดมองไปยังที่ต่าง ๆ ไม่เต็มไปด้วยความงุนงงและสับสนอีกต่อไป

เตียนเตี้ยนสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในใจเฉินซีได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากสีแดงสดอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มด้วยนึกชื่นชม “มาเถอะ ไปที่เทือกเขาทุกขทมิฬกัน หากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น สหายเต๋าจากตำหนักเต๋าหนี่หวาก็คงรออยู่ที่นั่นแล้ว” นางพูดด้วยเสียงเนิบเบา

ฟิ่ว!

ทันทีที่เตียนเตี้ยนพูดจบ นางก็พาเฉินซีเคลื่อนที่ผ่านมิติด้วยความเร็วเต็มพิกัด

ระหว่างทาง เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างสงสัย “ซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นใหญ่เพียงใด?”

เตียนเตี้ยนพูดอย่างสบาย ๆ “ไม่ต่างจากโลกขนาดใหญ่ที่มีโลกลำดับรองจำนวนมากมายอยู่ภายในนั้น น่าเสียดายที่อีกไม่นานต่อจากนี้ซากโบราณสถานแรกกำเนิดก็จะต้องพังทลายและสูญสิ้นไป…”

เฉินซีตกตะลึง เขาตระหนักดีว่าซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นเป็นสถานที่ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภพทั้งสามได้เริ่มต้นขึ้น ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะรอดพ้นไปจากความวุ่นวายนี้

หลังจากนั้น เฉินซีก็เริ่มคิดถึงเรื่องอื่น มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับบิดาของข้า เฉินหลิงจวิน ในซากโบราณสถานแรกกำเนิด ข้าสงสัยเหลือเกินว่า… ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?

ข้าจะได้พบพานกับเขาในระหว่างการเดินทางไปยังซากโบราณสถานแรกกำเนิดหรือไม่?

หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน เฉินซีก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดออกไป ชายหนุ่มหยุดแบกรับความคาดหวังใด ๆ ที่อาจกระทบต่อสภาพจิตใจของตน

หากพวกเขามีวาสนาได้พบกันก็คงจะดีไม่น้อย

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น การได้รู้ว่าบิดาของตนสบายดีก็นับว่าเพียงพอแล้ว

“ศิษย์น้องหลี ดูนั่น! สหายเต๋ารัตติกาลมาถึงแล้ว” ตอนนั้นเอง เสียงที่กังวานชัดและไร้อารมณ์อย่างเสียงระฆังพลันดังขึ้น มันทำให้เฉินซีตื่นจากภวังค์นึกคิดอันซับซ้อน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียง ก่อนจะพบภูเขาลูกหนึ่งที่เด่นตระหง่าน

บนภูเขานั้น ปรากฏร่างสองร่างกำลังยืนอยู่

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1325 เทือกเขาทุกขทมิฬ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved