cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1289 ซากโบราณสถานแรกกำเนิด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1289 ซากโบราณสถานแรกกำเนิด
Prev
Next

บทที่ 1289 ซากโบราณสถานแรกกำเนิด

บทที่ 1289 ซากโบราณสถานแรกกำเนิด

ขณะที่เฉินซีพูด เขาก็พาหลิงไป๋และคนอื่น ๆ ไปที่ห้องกระบี่

เฉินซีไม่ได้เข้าไปในเคหาบ่มเพาะ หากแต่หยัดยืนเบื้องหน้าก้อนหินริมผา ชายหนุ่มหงายฝ่ามือ เรียกอุปกรณ์ทำอาหารและขวดวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมา

หลังจากนั้นเขาก็หยิบปลาออกมาจำนวนหนึ่ง พวกมันคือปลาหยินหยางที่จับได้จากแม่น้ำเพลิงขัดเกลาในสุสานราชันเซียน ตอนนั้นเขาเลือกที่จะเก็บมันไว้ ไม่นึกเลยว่าพวกมันจะมีประโยชน์ขึ้นมาในเวลานี้

นอกจากปลาเหล่านี้แล้ว เฉินซียังเตรียมเนื้อของสัตว์อสูรหายากจากนอกพิภพเอาไว้บางส่วน รวมไปถึงผลไม้เซียนเลิศรสอีกมากมาย

ตั้งแต่ที่เฉินซีเข้ามาในสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า นี่เป็นครั้งแรกที่ปรมาจารย์พ่อครัววิญญาณขั้นสุดยอดผู้นี้ได้ทำอาหาร หลังจากที่ไม่ได้แตะต้องของเหล่านี้มานาน

ตอนนั้นเอง ทั้งหลิงไป๋ อาหม่าน และไป๋คุยตกอยู่ภายใต้ความเงียบงัน พวกเขายืนอยู่ข้าง ๆ เฉินซีด้วยท่าทางกระตือรือร้น คล้ายกำลังรอให้อาหารรสโอชะเหล่านั้นวางลงในปาก

เฉินซีเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับหันหน้าถามหลิงไป๋ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เอาละ หุบเหวศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดมิดอยู่ที่ใด?”

“อยู่ที่ซากโบราณสถานแรกกำเนิด” หลิงไป๋ตอบอย่างรวดเร็ว

ตามที่หลิงไป๋กล่าว ในช่วงก่อนยุคบรรพกาล ยุคแรกกำเนิดถึงคราวล่มสลาย แล้วก่อตัวตัวขึ้นมาใหม่เป็นภพมนุษย์ ภพใต้พิภพ และภพเซียนอย่างปัจจุบัน

ภพทั้งสามนี้ประกอบไปด้วยโลกขนาดใหญ่และโลกรองจำนวนนับไม่ถ้วน ยิ่งไม่กว่านั้น ไม่ว่าจะโลกหลักหรือโลกรอง พวกมันก็ล้วนถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของโลกยุคแรกกำเนิดที่ล่มสลาย

เปรียบง่าย ๆ โลกยุคแรกกำเนิดก็เป็นเหมือนไข่ วันหนึ่งที่มันพลังทลายลง มันก็ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ ได้แก่ ภพมนุษย์ ภพใต้พิภพ และภพเซียน และเศษเสี้ยวเล็ก ๆ อีกนับไม่ถ้วนอย่างแดนภวังค์ทมิฬและพิภพยันต์อักขระ

ซากโบราณสถานแรกกำเนิดเองก็ก่อตัวขึ้นจากเศษเสี้ยวที่แตกสลายเหล่านั้นเช่นเดียวกัน ทว่ามันมีความแตกต่างจากภพทั้งสามอยู่พอสมควร นั่นก็คือมีเพียงซากโบราณสถานแรกกำเนิดเท่านั้นที่ยังคงสั่งสมพลังแก่นแท้สสารแห่งยุคแรกกำเนิดเอาไว้!

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าภพเซียนประกอบได้ด้วยแผ่นทวีปจำนวนมากถึงสี่พันเก้าร้อยทวีป นอกเหนือจากดินแดนที่ปรากฏชื่อเหล่านี้ ภพนี้ยังประกอบด้วยเขตแดนลึกลับ แดนอันตราย และโลกที่แตกสลายซึ่งไม่เป็นที่รู้จัก ซุกซ่อนอยู่ภายใต้พื้นที่มิติอันไร้ขอบเขตของภพเซียน

ซากโบราณสถานแรกกำเนิดเองก็ดำรงอยู่ภายในพื้นที่มิติอันไร้ขอบเขตเหล่านั้นเช่นกัน

จากที่หลิงไป๋ได้ว่าไว้ หุบเหวศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดมิดอยู่ด้านในซากโบราณสถานแรกกำเนิด โดยมีลักษณะเหมือนกับโลกลำดับรอง

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะพลังแก่นแท้สสารในซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้นแตกต่างจากภพทั้งสาม ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าซากโบราณสถานนี้จะตั้งอยู่ภายในดินแดนของภพเซียน แต่ไม่ว่าเฉินซีจะเข้าสู่ภพเซียนจากทางซากโบราณสถานแรกกำเนิด หรือเข้าสู่ซากโบราณสถานแรกกำเนิดจากทางภพเซียน เขาก็จำเป็นจะต้องผ่านเงื่อนไขเบื้องต้นข้อหนึ่งก่อน นั่นคือการต้องฝ่าด่านป้องกันที่เกิดจากพลังพิภพของซากโบราณสถานแรกกำเนิด!

หลังจากที่เฉินซีรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นี่เจ้ากำลังจะบอกว่ามหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ทลายด่านป้องกันนั้นได้ และส่งพวกเจ้าเข้ามาในภพเซียนอย่างนั้นหรือ?”

ขณะที่ชายหนุ่มพูด เขาก็พลิกปลาหยินหยางที่กำลังถูกย่างไฟอย่างขะมักเขม้น พวกมันส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายหก

หลิงไป๋จับจ้องหยดไขมันสีเหลืองทองจากตัวของปลาหยินหยางตาไม่กะพริบ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นก่อนจะพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว มีเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์ที่อยู่ในขอบเขตราชันเซียนครึ่งขั้นเท่านั้นที่สามารถทะลวงผ่านแนวป้องกันเช่นนั้นได้ แน่นอนว่าพี่ใหญ่มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ผู้นั้นน่าเกรงขามยิ่งกว่าราชันเซียนครึ่งขั้นธรรมดาอยู่ในระดับหนึ่งเชียวละ”

ราชันเซียนครึ่งขั้น!

เฉินซีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรำพันกับตัวเอง “ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อหลายปีก่อนในสมรภูมิบรรพกาล มหาปราชญ์ย่ำสววรรค์ถึงได้กล้าเย้ยหยันปิงซื่อเทียนและมองอีกฝ่ายไม่ต่างจากมดปลวกตัวหนึ่งเช่นนั้น ที่แท้คนผู้นั้นก็บรรลุขอบเขตราชันเซียนครึ่งขั้นแล้ว”

หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วอย่างนี้อาจารย์ของเขาและเจิ้นหลิวชิงจะไม่อยู่ในขอบเขตราชันเซียนเลยหรือ?

ราชันเซียน!

ในภพเซียนแห่งนี้ ราชันเซียนที่ไม่ว่าใครก็รู้จักได้แก่จ้าวแห่งมหาทวีปทั้งสี่อันประกอบไปด้วย ราชันเซียนดาราวีรบุรุษ ราชันเซียนรัตติกาล ราชันเซียนวิถีลึกล้ำ และราชันเซียนนภาเหมันต์ ทว่านี่ก็เพียงราชันเซียนที่มีคนรู้จักเท่านั้น ไม่มีใครสามารถบอกจำนวนที่แม่นยำได้ว่าที่แท้แล้วมีราชันเซียนกี่คนภายในภพเซียนแห่งนี้

ในอดีต เฉินซีเคยสงสัยว่าจะต้องมีราชันเซียนอยู่ภายในเจ็ดตระกูลเก่าแก่ สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า หรือแม้แต่สำนักศึกษาอื่น ๆ ทั้งหกสำนักอย่างแน่นอน ทว่านั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่สามารถยืนยันความคิดนี้ได้

ทว่าการมีอยู่ของตัวตนในขอบเขตดังกล่าวนั้นก็ห่างไกลจากคนอื่น ๆ ในภพเซียนมาก ด้วยสถานะของเฉินซีในปัจจุบัน ชายหนุ่มไม่มีทางเข้าถึงราชันเซียนได้อย่างแน่นอน

อย่างเมื่อครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับมารบงกชที่ถูกบดขยี้โดยน้ำมือของราชันเซียนจากนิกายอำนาจเทวะ คราวนั้นเฉินซีก็ต้องพึ่งพาจ้าวไท่ฉือซึ่งเป็นบรรพชนแห่งเผ่าวิหคอมตะในการเข้าถึงข่าวนี้

แน่นอนว่าทั้งสามสุดยอดมหานิกายจะต้องมีราชันเซียนดำรงอยู่ในมากกว่าหนึ่งคนอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าเฉินซีก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าอาจารย์ของเจิ้นหลิวชิงและมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์ที่อยู่ในซากโบราณสถานแรกกำเนิดจะมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตราชันเซียนจริง ๆ มันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเกินจินตนาการไปในระดับหนึ่งทีเดียว

ซากโบราณสถานแรกกำเนิดเป็นสถานที่ประเภทใดกันแน่? เฉินซีหยุดถามตัวเองไม่ได้

หลิงไป๋ชี้ไปที่ปลาย่าง พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “มันใกล้จะไหม้แล้ว เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้ข้ากินมันก่อนแล้วข้าจะบอกเจ้า”

“ข้าเองก็อยากกินเหมือนกันนะ” อาหมานลูบท้อง น้ำลายหยดติ๋ง

โฮก!

ไป๋คุยเองก็ไม่คิดยอมแพ้ มันจ้องปลาตรงหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น

เฉินซีจ้องคนทั้งสามด้วยนึกหงุดหงิดเบา ๆ ชายหนุ่มค่อย ๆ โรยเครื่องปรุงบางอย่างก่อนจะนำปลาหยินหยางย่างลงจากกองไฟ…

หมับ! หมับ! หมับ!

ทันใดนั้น เงาร่างทั้งสามวูบไหว เพียงพริบตาเดียว มือที่เต็มไปด้วยปลาหยินหยางของเฉินซีก็ว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีสิ่งใดอยู่ในมือมาตั้งแต่แรก

ในอีกด้านหนึ่ง ไป๋คุย หลิงไป๋ และอาหมานกำลังเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย มันจากปลารสหวานล้ำซ่านไปทั่วปากจนแทบล้นทะลัก พวกเขากัดกินสิ่งที่อยู่ในมือด้วยหน้าตาที่มีความสุขเหลือคณนา

เฉินซีไหวไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มยื้อแย่งปลาย่างออกมาจากอุ้งมืออ้วนพีของอาหมาน ให้ตายเถอะ เจ้าหมีน้อยตัวกลมนี่คว้าปลาไปได้ตั้งสามตัว ตะกละเกินไปแล้ว

ชายหนุ่มเรียกเสี่ยวชิงชิงออกมาและยกปลาในมือให้กับอีกฝ่าย ด้วยตั้งใจจะแบ่งของให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

เสี่ยวชิงชิงกวาดมองหลิงไป๋และคนอื่น ๆ ด้วยสายตางุนงง เพียงไม่นาน ความสนใจที่มันมีก็ถูกใช้ไปกับอาหารตรงหน้า มันเพิกเฉยให้กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และเริ่มซัดอาหารเข้าปากอย่างดุเดือด

เฉินซียิ้มจาง เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงหันไปเตรียมอาหารอื่นต่อ

“โอ้ นี่ใครกันละเนี่ย?” หลิงไป๋เช็ดปากของตนหลังจากจัดการปลาย่างจนหมด เขาจ้องมองชิงชิงด้วยความประหลาดใจ แน่ล่ะ ก่อนหน้านี้มัวแต่สนใจกับอาหารตรงหน้าจนไม่ได้สังเกตถึงการมีอยู่ของชิงชิงเลยจนถึงตอนนี้!

อาหมานและไป๋คุยก็ดูแปลกใจไม่ต่างกัน ดวงตางุนงงคล้ายหลิงไป๋ไม่มีผิด

ใช่แล้ว นี่ละที่เรียกว่าคนตะกละขนานแท้ ทันทีที่อาหารแสนโอชะอยู่ตรงหน้า สมาธิก็ถูกจดจ่ออยู่เพียงตรงนั้น ไม่แม้จะว่อกแว่กออกไปที่ใดเลย…

“นี่คือชิงชิง” เฉินซีแนะนำอย่างไม่เป็นทางการ

อันที่จริง เฉินซีไม่จำเป็นต้องแนะนำด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะอาหมานผู้แสนจะตรงไปตรงมาได้เดินย่ำเท้าเตาะแตะไปข้างหน้าและยื่นอุ้งเท้านุ่มฟูออกไปลูบหัวเสี่ยวชิงชิงอย่างอ่อนโยน ในขณะที่ชิงชิงนั้นทำเพียงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปแทะก้างปลาต่อ

ยิ่งเห็นเช่นนี้อาหมานก็ยิ่งมีความสุข “ข้าชื่ออาหมาน ยินดีที่ได้พบนะ” มันพูดทั้งฉีกยิ้มกว้าง

ไป๋คุยบินขึ้นไปบนหลังของชิงชิง พร้อมกับแหวกขนหนานุ่มสีขาวราวหิมะนั้นด้วยความอยากรู้อย่างเห็น หลังจากนั้น มันก็เอนกายลงบนขนนุ่มฟูนั้นอย่างเกียจคร้าน

หลิงไป๋อดไม่ได้ที่จะกลอกตาเมื่อเห็นสิ่งนี้ ก่อนจะพึงพำออกมาเสียงดังฟังชัด “ได้ใหม่แล้วลืมเก่า เจ้าพวกตะกละเนรคุณเอ้ย”

ถึงหลิงไป๋จะกล่าวเช่นนั้น แต่เขาก็ปีนขึ้นไปบนหลังชิงชิงและนั่งขัดสมาธิบนนั้น อันที่จริง มันสบายกว่าการขี่หลังไป๋คุยเสียอีก นั่นทำเอาเขาอดเดาะลิ้นด้วยความพึงพอใจไม่ได้

เสี่ยวชิงชิงไม่ได้แสดงปฏิกิริยาต่อต้านอะไร หากแต่เริ่มเหยาะย่างไปมาบนหน้าผาอย่างมีความสุข ดูเหมือนมันจะอยากพาคนทั้งสามไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ด้วยความผ่าเผย ท่าทางเช่นนี้ทำเอาทั้งหลิงไป๋และไป๋คุยต่างส่งเสียงร้องแสนสุขออกมาดังลั่น อาหมานเดินตามไปติด ๆ มันเองก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานคล้ายเด็กที่ได้วิ่งเล่นบนโลกกว้าง

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เสี่ยวชิงชิงนั้นเย่อหยิ่งและดุร้ายอย่างมาก หากเขาไม่ได้ครอบครองเต๋ารู้แจ้งแห่งการกลืนกินแล้วละก็ ไม่มีทางที่ชิงชิงจะยอมให้ตนเข้าใกล้ด้วยซ้ำ

ทว่าตอนนี้เสี่ยวชิงชิงที่เพิ่งได้พบกับหลิงไป๋และคนอื่น ๆ เป็นครั้งแรก แต่กลับเข้ากันได้ดีคล้ายรู้จักกันมานานหลายปี นับเป็นภาพที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับสัตว์อสูรอย่างชิงชิงได้

แต่ถึงแม้ว่าเฉินซีจะไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย

ไม่นานนัก เฉินซีก็ทำอาหารอย่างอื่นเสร็จ เขาทำไปทั้งหมดมากถึงสามสิบหกจาน พวกมันล้วนเป็นอาหารที่ผ่านกรรมวิธีหลากหลาย ไม่ว่าจะตุ๋น ต้ม นึ่ง ทอด หรือผัด… แม้แต่รสชาติก็ยังมีมากมายให้ได้เลือกสรร กลิ่นของพวกมันหอมฟุ้ง บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าอาหารเหล่านี้เลิศรสและน่ากินมากเพียงใด

กลิ่นของพวกมันยั่วน้ำลายเสียจนสัตว์อสูรที่อยู่ในบริเวณนั้นทอดมองด้วยความริษยาเป็นแถบ ๆ กระทั่งน้ำลายก็สอจนเปรอะเปื้อนปากไปหมด

เมื่ออาหารถูกจัดเรียงละลานตา กลุ่มคนตะกละตัวจิ๋วก็เริ่มจัดการพวกมันอย่างแข็งขัน สูบกินราวกับพายุที่กวาดกลืนทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ตัวเฉินซีเองก็ยังไม่อาจสอดตะเกียบเข้าไปได้ทัน ให้ตายเถิด เจ้าพวกจอมตะกละนี่น่ากลัวเกินไปแล้ว

หลังจากผ่านไปหนึ่งเค่อ อาหารทั้งหมดก็เกลี้ยงจาน หลิงไป๋และคนอื่น ๆ ต่างฮัมเพลงออกมาอย่างสบายอารมณ์

เฉินซีเตรียมผลไม้และของหวานให้อีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะพูดคุยกับหลิงไป๋เรื่องที่ยังคงค้างกันไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อหลิงไป๋ท้องอิ่ม จึงยอมตอบเฉินซีแต่โดยดี

จากคำบอกเล่าของหลิงไป๋ ซากโบราณสถานแรกกำเนิดนั้น ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมโบราณของโลกยุคแรกกำเนิดเอาไว้ นิกายต่าง ๆ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยังคงดำรงอยู่ในที่แห่งนั้นเป็นจำนวนมาก

นิกายเหล่านี้ถูกขนานนามว่าเป็นนิกายยุคแรกกำเนิด

ที่จริง แม้จะถูกเรียกว่านิกาย แต่ในตอนนี้มันก็แทบไม่ต่างอะไรจากกลุ่มผู้บ่มเพาะที่มีวิถีสันโดษ นั่นก็เพราะสมาชิกในนิกายยุคแรกกำเนิดต่าง ๆ นั้นมีจำนวนน้อยมาก บางนิกายมีสมาชิกเพียงคนสองคนเท่านั้น ในขณะที่นิกายที่มีสมาชิกเกินกว่าสิบคนนั้นน้อยจนนับได้ด้วยมือเดียว ซ้ำร้าย บางนิกายมีสมาชิกอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น นิกายที่เจิ้นหลิวชิงและมหาปราชญ์ย่ำสวรรค์สังกัดนั้นก็เป็นหนึ่งในนิกายยุคแรกกำเนิดที่มีนามว่านิกายเอกวิถี ในยุคแรกกำเนิด มันเป็นมหานิกายโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทว่าตอนนี้นิกายดังกล่าวเหลือเพียงพวกเขาและอาจารย์แค่สามคนเท่านั้น

แม้นิกายยุคแรกกำเนิดเหล่านี้จะประกอบไปด้วยสมาชิกบางตา ทว่ายังคงรักษาไว้ซึ่งความน่าเกรงขาม ในหมู่พวกเขา จำนวนของผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตราชันเซียนนั้นจัดว่าอยู่ในจุดที่เรียกว่าไม่ขาดแคลน พวกเขาบ่มเพาะอย่างสันโดษและไม่สนใจเรื่องของโลกภายนอก ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขาเหล่านี้ยังถูกขนานนามว่าเซียนโบราณ

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ นิกายยุคแรกกำเนิดนั้นมีความคล้ายคลึงกับภูเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา และนิกายอำนาจเทวะ นั่นคือพวกมันต่างก็เป็นสุดยอดมหานิกายที่มีชื่อเสียงในยุคแรกกำเนิด ในยามนั้น เทพเซียนและนักปราชญ์ต่างรบราเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ในขณะที่นิกายต่าง ๆ ดำรงตนเหมือนต้นไม้ในป่าทึบ โดยนิกายที่มีชื่อเสียงนั้น ล้วนแต่เป็นผู้ปกครองในโลกยุคบรรพกาลทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดี เมื่อทั้งสามภพก่อกำเนิดขึ้น ประกอบกับกระแสธารแห่งกาลเวลาที่ไหลรินและภัยพิบัติครั้งใหญ่ภายในภพทั้งสาม ก็ส่งผลให้ในปัจจุบัน ความรุ่งเรืองของนิกายยุคแรกกำเนิดแทบจะเทียบไม่ได้กับสามสุดยอดมหานิกาย

หลังจากที่เฉินซีรู้เรื่องทั้งหมด ชายหนุ่มก็คล้ายบังเกิดความรู้แจ้ง ในที่สุดเขาก็เข้าใจภาพกว้าง ๆ ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในภพทั้งสามเสียที

“ที่พวกข้ามาที่นี่ก็เพราะมีบางอย่างที่ต้องบอกเจ้าให้ได้” จู่ ๆ หลิงไป๋ก็กลับมามีท่าทางจริงจัง “ไม่นานนักก่อนที่พวกข้าจะออกจากหุบเหวศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดมิด พี่ใหญ่มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์บอกว่าเขาเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับเฉินหลิงจวิน พ่อของเจ้าในซากโบราณสถานแรกกำเนิดมาบ้าง”

เฉินซีตกใจเกินกว่าจะสงบอาการได้ “ว่าอย่างไรนะ?!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1289 ซากโบราณสถานแรกกำเนิด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved