cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1287 ชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1287 ชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัว
Prev
Next

บทที่ 1287 ชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัว

บทที่ 1287 ชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัว

เหล่าผู้ดูแลตั้งใจจะลงมือ แต่พวกเขากลับถูกชายชราที่สวมชุดคลุมปักลวดลายห้ามไว้

ชายชราขมวดคิ้วพลันเหลือบมองหลิงไป๋ที่ไร้ท่าทีเกรงกลัว แล้วเลื่อนสายตาไปทางอาหมานและไป๋คุยที่ไม่เคยสนใจผู้ใดตั้งแต่ต้น และด้วยเหตุผลบางอย่าง จู่ ๆ ลางร้ายก็ผุดขึ้นในใจของเขา

เนื่องจากเจ้าตัวประหลาดน้อยทั้งสามนี้ ดูมั่นใจมากเกินไป และหากมีอะไรผิดพลาด จะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงอย่างแน่นอน ดังนั้นชายชราจึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะอีกฝ่ายอาจมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา

“บอกข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” สายตาของชายชราจับจ้องไปยังเสี่ยวเอ้อร์ที่ถูกอาหมานนั่งทับอยู่

ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อร์บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและมีน้ำลายฟูมปาก เขาร้องออกมาด้วยเสียงที่บ้าคลั่งทันที “ผู้จัดการจ้าว สามคนนี้สั่งอาหารโดยไม่ได้พกศิลาอมตะมาด้วย ข้าจึงขอให้พวกเขาออกไป แต่กลับทำร้ายข้าเช่นนี้ ช่างอวดดีเหลือเกิน… อ๊าก!!”

ในตอนท้ายของประโยค จู่ ๆ เขาก็ร้องโหยหวนออกมาอีกครั้ง เพราะอาหมานขยับก้นของมัน และทำให้ซี่โครงของเสี่ยวเอ้อร์หักอีกสองสามซี่

การกระทำดังกล่าว ได้กระตุ้นความโกรธของผู้ดูแลภัตตาคารเซียนเสน่หาที่อยู่ใกล้เคียงทันที และถ้าไม่ใช่เพราะชายชราห้ามไว้ พวกเขาคงโจมตีและสังหารไอ้ตัวเล็กทั้งสามไปแล้ว

“พวกเจ้า… มีอะไรจะอธิบายหรือไม่?” ชายชราขมวดคิ้ว พลางจดจ้องหลิงไป๋ด้วยสีหน้าดุร้าย ถ้ามันเป็นความจริง เขาจะไม่สนต่อสิ่งใด ๆ และจะจัดการกับคนเหล่านี้ทันที

ในขณะนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ในภัตตาคารถูกดึงดูดด้วยเสียงวุ่นวายที่เกิดขึ้น ดังนั้น หากยังไม่จัดการกับปัญหานี้ มันก็จะส่งผลกระทบต่อการค้าในปัจจุบันอย่างแน่นอน และผลที่ตามมาก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาแบกรับไหว

ตึง!

หลิงไป๋ควักหินสีเทาออกมา แล้วโยนมันลงบนโต๊ะ “เป็นเรื่องจริงที่เราไม่มีศิลาอมตะ แต่สมบัตินี้คงเพียงพอให้เรากินดื่มที่นี่เป็นเวลาสามปี”

“กินดื่มเป็นเวลาสามปี!?”

ทุกคนตกตะลึงและแทบไม่เชื่อในหูของตัวเอง “ช่างมั่นใจเสียจริง! พวกเขาคิดว่าภัตตาคารเซียนเสน่หาเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ธรรมดาหรือ?”

เมื่อผู้คนเห็นหินที่หลิงไป๋โยนออกมาบนโต๊ะชัด ๆ พวกเขาก็โกรธและหัวเราะอย่างดูแคลน “ศิลาต้นกำเนิดวายุทมิฬ? สิ่งนี้มีค่าอย่างมากก็แค่ศิลาอมตะแปดสิบก้อน นับประสาอะไรจะดื่มกินอยู่ในภัตตาคารเป็นเวลาสามปี แม้แต่น้ำสักแก้วก็ยังซื้อไม่ได้!”

“นี่พวกเขาตั้งใจจะใช้ศิลาต้นกำเนิดวายุทมิฬธรรมดา ๆ แทนศิลาอมตะจริง ๆ หรือ? ไอ้ตัวเล็กทั้งสามนี้หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ!”

การแสดงออกของทุกคนดูไม่เป็นมิตรในทันที แววตาก็เต็มไปด้วยความโกรธ นอกจากนี้ ยังจ้องพวกหลิงไป๋อย่างกินเลือดกินเนื้อ

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลิงไป๋กลับส่ายหน้าอย่างดูถูก แววตาเต็มไปด้วยร่องรอยของความสมเพช ราวกับเยาะเย้ยคนเหล่านี้ว่าโง่เขลาเบาปัญญาเสียยิ่งกว่าลา

ชายชราขมวดคิ้วเมื่อสังเกตเห็นสิ่งนี้ จึงหยิบหินสีเทาเข้มขึ้นมาตรวจสอบอย่างระมัดระวัง

ก้อนหินนี้มีขนาดเท่ากำปั้นทารก มีสีเทาเข้ม และไร้ความแวววาว แต่กลับมีน้ำหนักมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งจากประสบการณ์ของชายชราและสายตาที่เฉียบแหลม หินก้อนนี้คือศิลาต้นกำเนิดวายุทมิฬไม่ผิดแน่

ความมั่นใจนี้ทำให้คิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งขึ้น ในขณะที่สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นมืดมน พลางมองกลุ่มของหลิงไป๋ด้วยเจตนาฆ่าฟัน

ในทางกลับกัน หลังจากสังเกตเห็นสีหน้าของชายชราที่เปลี่ยนไป เหล่าผู้ดูแลก็ยิ่งแสดงสีหน้าโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น ได้รับคำสั่งเมื่อใด พวกเขาก็พร้อมจะโจมตีโดยไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย

บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียด

หลิงไป๋เลิกคิ้วและมองไปทางอาหมาน หมีขนสีทองยกยิ้ม พยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจ

“ช้าก่อน ขอข้าดูสมบัติชิ้นนั้นได้หรือไม่?” ทันใดนั้น เสียงที่ชัดเจนและอบอุ่นพลันดังก้อง ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดจากการเผชิญหน้า ก็คลายลงเล็กน้อย

ชายชราขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นคนผู้นั้นชัด ๆ เขาก็ตกใจ และเผยรอยยิ้มเคารพนบนอบ “ที่แท้ก็เป็นนายน้อยหลัวเซวียนนี่เอง โปรดอภัยให้กับการเสียมารยาทของข้าก่อนหน้านี้ด้วย”

ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดาว และท่าทางสง่างาม เขาคือหลัวเซวียน ศิษย์สายในผู้ที่ครองอันดับเก้าในเทียบอันดับทองคำตราดาราม่วง ผู้มีสมญานามว่า ‘เทพบุตรหน้าหยกแห่งความมั่งคั่ง’

เมื่อพวกเขาเห็นหลัวเซวียน ลูกค้าหลายคนก็จำชายหนุ่มผู้นี้ได้ ดังนั้นจึงแตกตื่นทันที ราวกับไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนอย่างหลัวเซวียนจะมาที่นี่จริง ๆ

อย่างไรก็ตาม หลิงไป๋เพียงเหลือบมองหลัวเซวียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาออก

หลัวเซวียนเพียงยิ้มเบา ๆ ก่อนจะเดินตรงไปข้างหน้า จากนั้นก็หยิบก้อนหินขึ้นมา และตรวจสอบมันอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็ส่องประกาย “น้องชาย นี่คือเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะใช่หรือไม่?”

ทันทีที่สิ้นคำ หัวใจของทุกคนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง “เหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะ? นั่นคือสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในหลอมสร้างสมบัติอมตะระดับว่างเปล่า! มันเป็นสิ่งที่จะได้มาโดยวาสนา ทั้งยังแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพบมันในภพเซียน!”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน!? เห็นได้ชัดว่ามันคือศิลาต้นกำเนิดวายุทมิฬชัด ๆ!” ชายชราร้องโพล่งออกมาด้วยความตกใจและไม่เชื่อ เพราะเห็นกันอยู่ว่ามันเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาไร้ค่า แต่จู่ ๆ กลับมีคนบอกว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าเสียอย่างนั้น

หลัวเซวียนเพียงยิ้มเบา ๆ และไม่ได้อธิบายใด ๆ พลางมองไปทางหลิงไป๋

หลิงไป๋ก็มองหลัวเซวียนเช่นกัน “ไม่เลว ๆ สายตาของเจ้าเฉียบแหลมกว่าไอ้โง่พวกนี้มาก”

มีเพียงหลิงไป๋เท่านั้นที่กล้าประเมินศิษย์สายในที่มีชื่อเสียงของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าเช่นนี้

หลัวเซวียนยิ้มอย่างอดไม่ได้ รู้สึกว่าคนตัวเล็กที่สูงเพียงสี่ชุ่นและมีรูปลักษณ์หล่อเหลาผู้นี้ น่าสนใจไม่น้อย

ในทางกลับกัน เมื่อชายชราและคนอื่น ๆ ได้ยินหลิงไป๋เรียกพวกตนว่าไอ้โง่ สีหน้าก็ไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง แต่ในเวลานี้ ความคิดพวกเขาจดจ่ออยู่กับหินก้อนนั้น

เพราะถ้ามันคือเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะจริง ๆ มูลค่าของมันไม่อาจประเมินได้ และมันก็มากเกินพอที่จะกินดื่มในภัตตาคารเซียนเสน่หาเป็นเวลาสามปีด้วยซ้ำ

แต่ที่สำคัญ สมบัติชิ้นนี้หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง และไม่มีทางพบมันได้ตามท้องตลาด เป็นสิ่งที่ได้มาโดยวาสนาเท่านั้น ซึ่งนี่คือส่วนที่มีค่าที่สุดของมัน

“นายน้อยหลัวเซวียน มันคือเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะจริง ๆ หรือ?” ชายชราขมวดคิ้วและยังไม่เชื่อ

หลัวเซวียนพยักหน้า แล้วหันไปพูดกับหลิงไป๋ “ราคาของสมบัติชิ้นนี้ในศาลาเซียนคลื่นทองคำ เท่ากับศิลาแก่นแท้อมตะสามหมื่นก้อน ข้ายินดีจ่ายศิลาแก่นแท้อมตะสามหมื่นห้าพันก้อน น้องชายพอจะแบ่งปันสมบัตินี้แก่ข้าได้หรือไม่”

เพราะเขาต้องการหลอมสร้างสมบัติอมตะระดับวีรบุรุษ และใช้เหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะเป็นวัสดุหลัก อย่างน้อยมันอาจจะช่วยยกระดับสมบัติได้

“ศิลาแก่นแท้อมตะสามหมื่นห้าพันก้อน?!”

เมื่อได้ยินราคานี้ ทุกคนต่างอุทานด้วยความตกใจ เพราะมันสามารถซื้อสมบัติอมตะระดับจักรวาลได้นับไม่ถ้วน!

สีหน้าของชายชราและคนอื่น ๆ หมองลงทันที และรู้สึกอับอายจนแทบมุดดินหนี และอยากฆ่าเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นซะ นอกจากนี้หลัวเซวียนเป็นถึงลูกหลานของศาลาเซียนคลื่นทองคำ ย่อมไม่โกหกอย่างแน่นอน ดังนั้นหินก้อนนี้จะต้องเป็นเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะจริง ๆ ประกอบกับความจริงที่ว่า เจ้าตัวเล็กโยนออกมาอย่างไม่แยแส แล้วพวกเขาจะไม่สามารถจ่ายค่าอาหารได้อย่างไร?

โดยไม่คาดคิด หลิงไป๋ไม่เสียเวลาคิดสักนิด เอ่ยปฏิเสธทันที “สมบัตินี้สำคัญสำหรับข้า ดังนั้นข้าจะไม่ขายมันเด็ดขาด”

เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของหลิงไป๋ หลัวเซวียนก็ถอนหายใจด้วยความเสียดายเล็กน้อย เขาคืนก้อนหินและส่ายศีรษะ ก่อนจะหันหลังจากไป

“น้องชาย ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะขายมัน ไยถึงใช้สมบัติชิ้นนี้เพื่อดื่มกินในภัตตาคารเซียนเสน่หาของข้าเล่า?” ชายชราเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ แต่น้ำเสียงและสีหน้าผ่อนคลายกว่าก่อนหน้านี้มาก

“ย่อมมีคนมาจ่ายค่าอาหารของข้า แล้วข้าจำเป็นต้องจ่ายด้วยเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะก้อนนี้ด้วยหรือ? หรือเจ้าคิดว่าข้าเป็นไอ้โง่?” หลิงไป๋ขมวดคิ้วพลางเหลือบมองอีกฝ่าย

สีหน้าของชายชราแข็งทื่อ และอดไม่ได้ที่จะกล่าว “กฎของภัตตาคารเซียนเสน่หาของเรา คือจะต้องจ่ายค่าอาหารก่อน อาหารจึงจะถูกยกมา”

หลิงไป๋เย้ยหยัน “แน่นอน แต่มันไม่จำเป็นต้องทำให้เราขายหน้า หรือไล่ออกไปเพียงเพราะไม่มีศิลาอมตะไม่ใช่หรือ? นี่คือวิธีที่ภัตตาคารเซียนเสน่หาปฏิบัติต่อแขกหรือ?”

คิ้วของชายชราขมวดเข้าหากันแน่น จากนั้นจ้องเขม็งไปที่เสี่ยวเอ้อร์ที่นอนอยู่บนพื้น “นี่เป็นความผิดพลาดของภัตตาคารเซียนเสน่หาจริง ๆ ข้าหวังว่าน้องชายจะยกโทษให้เรา”

“ยกโทษให้เจ้าเหรอ?” หลิงไป๋ไม่ให้อภัยพลันกล่าวว่า “ถ้าข้าไม่ได้ควักเหล็กทมิฬแก่นแท้หิมะออกมา พวกเจ้าก็คงทุบตีพวกเราไปแล้วกระมัง?”

ชายชราถูกรุกไล่จนกล่าวสิ่งใดไม่ออก และรู้สึกปวดหัวอย่างมาก ‘ไอ้ตัวเล็กนี้มาจากไหนกัน? เหตุใดถึงรับมือได้ยากปานนี้?’

“แล้วไปเถิด ข้าจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารมื้อนี้เอง หวังว่าน้องชายจะคลายความโกรธลง ชื่อเสียงของภัตตาคารเซียนเสน่หาแห่งนี้ก็ไม่ได้แย่นัก ก็แค่เสี่ยวเอ้อร์ที่ไม่มีมารยาทเพียงไม่กี่คน” เป็นหลัวเซวียนที่มาช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์

“ใช่แล้ว! ภัตตาคารเซียนเสน่หาจะเป็นคนออกค่าอาหารมื้อนี้เอง โปรดรับน้ำใจไว้ด้วย” ชายชราถอนหายใจด้วยความโล่งอก

หลิงไป๋ตะคอกด้วยความขุ่นเคือง “ข้าดูเหมือนคนที่กินดื่มแล้วไม่มีปัญญาจ่ายหรือ? ในเมื่อเจ้าต้องการขอโทษ เช่นนั้นก็จงไปที่สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า และตามหาศิษย์ที่ชื่อเฉินซีมา บอกเขาว่าหลิงไป๋เดินทางมาหลายพันลี้เพื่อมาพบเขา แต่ตอนนี้ข้าไม่สามารถแม้แต่จะกินดื่มได้สักมื้อ!”

“เฉินซี!”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทุกคนที่อยู่ในภัตตาคารต่างตื่นตกใจ ทั้งยังเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา ไม่คาดคิดว่าเจ้าตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าจะมีความสัมพันธ์กับอัจฉริยะที่โด่งดังไปทั่วใต้หล้าในขณะนี้

“เฉินซี…” ประกายแสงวูบไหวอยู่ในดวงตาของหลัวเซวียน เขาทอดถอนหายใจ “ภัตตาคารเซียนเสน่หาแห่งนี้ดูเหมือนจะเหยียบหางมังกรเข้าแล้ว หากเฉินซีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ เขาอาจจะทำลายสถานที่แห่งนี้ให้สิ้นซาก”

“เฉินซี?” ใบหน้าของชายชราและเหล่าผู้ดูแลต่างแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลง ความหนาวเย็นสายหนึ่งแล่นเข้าสู่หัวใจ ‘เจ้าตัวเล็กทั้งสามนี่รู้จักกับเฉินซีจริง ๆ หรือ? ดูจากน้ำเสียงเมื่อครู่ เกรงว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อนข้างใกล้ชิดไม่น้อย…’

ชายชรารู้สึกราวกับถูกท่อนไม้ตีหัว ทั้งมึนงงและสับสนไปหมด

ณ ปัจจุบัน ทุกคนในเมืองเซียนสัประยุทธ์ล้วนรู้จักเฉินซี บุคคลเลื่องชื่อจากสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า ผู้เป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่แผดเผาในท้องฟ้ายามเที่ยงวัน! ยิ่งกว่านั้น วีรกรรมอันน่าอัศจรรย์ของคนผู้นี้ ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในท้องถนนเมืองเซียนสัประยุทธ์

ทว่าตอนนี้…พวกเขาได้ล่วงเกินสหายของเฉินซีเข้าแล้ว!

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ชายชราและเหล่าผู้ดูแล ก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

เฉินซีเป็นบุคคลที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ในหมู่คนรุ่นเดียวกัน แม้ในแง่ของความแข็งแกร่ง มันยังไม่พอที่จะทำให้ภัตตาคารเซียนเสน่หาซึ่งก่อตั้งอยู่ในเมืองเซียนสัประยุทธ์มาเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปีต้องหวาดกลัว แต่ที่น่ากลัวไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่คือภูมิหลัง!

เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับศิษย์ที่โดดเด่นผู้นี้ เหล่าผู้อาวุโสของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าจะนิ่งเฉยได้หรือ?

สรุปก็คือ หากใครกล้าทำร้ายศิษย์อย่างเฉินซีในเมืองเซียนสัประยุทธ์ นั่นก็คงหมายความว่าคนเหล่านั้นคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1287 ชื่อเสียงที่น่าสะพรึงกลัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved