cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1286 ความวุ่นวายในภัตตาคาร

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1286 ความวุ่นวายในภัตตาคาร
Prev
Next

บทที่ 1286 ความวุ่นวายในภัตตาคาร

บทที่ 1286 ความวุ่นวายในภัตตาคาร

เจ้าตัวน้อยทั้งสามนั้น คือ หลิงไป๋ อาหมาน และไป๋คุย

ภพเซียนได้รับการกล่าวขานว่าเต็มไปด้วยนิกายที่ตั้งตระหง่านดุจต้นไม้ในป่าใหญ่ และมีสิ่งมีชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นในเมืองเซียนสัประยุทธ์จึงไม่ขาดสิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่มาจากทั่วทั้งภพเซียน

ตัวอย่างเช่น เผ่าพันธุ์ที่น่าเกรงขามจากทะเลคุนหลุน เผ่าแมลงชีปะขาวแห่งแดนภูต เผ่าเถาวัลย์พฤกษา เผ่าภูตบทเพลงเพลิง เผ่าเห็ดจันทราเริงระบำ และเผ่าอื่น ๆ อีกมากมาย

สิ่งนี้ทำให้ผู้บ่มเพาะในเมืองเซียนสัประยุทธ์คุ้นเคยกับสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างและขนาดต่าง ๆ ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มของหลิงไป๋ ก็ยังรู้สึกสนใจอย่างอดไม่ได้

เหตุผลก็คือ เจ้าตัวน้อยทั้งสามนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยสติปัญญา และเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ยิ่งกว่านั้น เหล่าผู้บ่มเพาะก็ไม่สามารถคาดเดาถึงต้นกำเนิดของพวกมันได้

ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาสงสัยกันถ้วนหน้าว่าพวกมันเป็นสัตว์เซียนชนิดใด?

เมื่อเผชิญกับสายตาใคร่รู้เหล่านี้ หลิงไป๋ก็มีท่าทางเฉยเมย อาหมานก็เฉยเมย และไป๋คุยก็เฉยเมยยิ่งกว่า พวกมันเดินส่ายอาด ๆ ไปตามถนน

อาหมานกินแตงโมไปครึ่งลูก และเลียริมฝีปากอย่างไม่พอใจ จึงใช้อุ้งเท้าอ้วน ๆ เกาหัวอย่างสบอารมณ์ แต่ก็ยังคงส่งแตงโมอีกครึ่งลูกไปทางไหล่ของมัน

ไป๋คุยแทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว มันส่งเสียงร้องอย่างยินดี ก่อนจะคว้าแตงโมเข้าปากเคี้ยวซ้ำ ๆ น้ำแตงโมกระเซ็นใส่ไหล่ที่เต็มไปด้วยขนปุกปุยของอาหมาน แต่อาหมานกลับยิ้มและไม่ถือสาอะไร

หลิงไป๋ยังคงกอดอก ทั้งหล่อเหลาและเย็นชาเหมือนเช่นเคย มีเพียงเปลือกตาที่หุบลงเท่านั้นที่กระตุกเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ แล้วพลันก่นด่าอยู่ในใจ ‘เจ้าตัวตะกละ! กินมาตลอดทาง แต่ยังไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอ พวกเจ้าทำให้ข้าต้องขายหน้าต่อผู้คน!’

“หลิงไป๋ ข้ารู้สึกอับอายเหลือเกิน” เมื่อไม่มีแตงโมให้กินอีก ความสนใจของอาหมานก็ถูกดึงดูดโดยผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนทันที และสังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่กำลังจ้องมองมันอย่างสงสัย อาหมานจึงก้มหัวลงทันที แล้วพึมพำอย่างกระอักกระอ่วนเสียงเบา

หลิงไป๋ไม่สะทกสะท้าน แต่มุมปากกระตุกยิก แล้วกล่าวอย่างเฉยเมย “อย่าได้กังวล พวกเขามองข้า เจ้าเป็นเพียงใบไม้ที่ใช้เสริมรูปลักษณ์ของข้าเท่านั้น”

กล่าวจบ หลิงไป๋ก็ยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเย็นชาและภาคภูมิมากขึ้น

“โอ้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนั้นเอง” อาหมานพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา จากนั้นมันก็ลูบท้องผอมแห้ง และเม้มริมฝีปากของมัน “ข้าเหมือนจะหิวอีกแล้ว แตงโมมีแต่น้ำ ไม่พอยาไส้เลย”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป๋คุยที่กลืนแตงโมอีกครึ่งลูกก็ผงกหัวเช่นกัน จากนั้นก็หอนราวกับกำลังบอกว่าอาหมานกล่าวถูกแล้ว!

เมื่อเห็นสิ่งนี้ หลิงไป๋ดูเหมือนจะหวนนึกถึงบางสิ่งที่น่าเศร้าในอดีต ใบหน้าหล่อเหลาพลันหมองลง จนไม่สามารถรักษาท่าทางที่สง่างามได้อีกต่อไป เขากัดฟันและดุด้วยเสียงทุ้มต่ำ “กิน! กิน! กิน! พวกเจ้าเอาแต่กินตั้งแต่ที่ออกจากหุบเหวศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด ข้าได้กินแตงโมศักดิ์สิทธิ์ที่พี่ใหญ่มหาปราชญ์ย่ำสวรรค์มอบให้เพียงสามลูก ที่เหลือพวกเจ้ากินจนหมด! นี่ยังไม่พออีกหรือ!?”

อาหมานรู้สึกอายและเงียบไปทันที

ในขณะเดียวกัน ไป๋คุยมองหลิงไป๋ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย จากนั้นก็นอนลงบนไหล่ของอาหมานอย่างอ่อนแรง

หลิงไป๋หายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวอย่างขมขื่น “ต่อจากนี้ไป พวกเจ้าควรคำนึงถึงความรู้สึกของข้าบ้าง ข้าก็หิวมาหลายวันแล้ว!”

ทันทีที่สิ้นคำ ความขุ่นเคืองก็แล่นไปทั่วใจของหลิงไป๋ ตลอดการเดินทางเพื่อดูแลตัวตะกละสองตัวนี้ สิ่งที่เขาต้องทนคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้ว!

อาหมานรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก ศีรษะที่ใหญ่โตของมันก้มต่ำลง

ในขณะที่ไป๋คุยกลอกตาไปมา ราวกับไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อเห็นเช่นนี้ หลิงไป๋อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง “เมื่อเราพบเฉินซี เรายังต้องกังวลเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มเลิศรสอยู่อีกหรือ? เจ้านั้นเป็นถึงปรมาจารย์พ่อครัววิญญาณชั้นยอด… โอ้ แค่คิดก็ทำให้ข้าตื่นเต้นแล้ว”

อาหมานและไป๋คุยดูเหมือนจะนึกถึงช่วงเวลาที่พวกตนติดตามเฉินซีเมื่อหลายปีก่อน ทั้งสองถึงกับกลืนน้ำลายพร้อมกัน

“เจ้าพวกตัวตะกละนี่!”

เมื่อได้ยินเสียงกลืนน้ำลายที่ไม่น่าพึงประสงค์ ใบหน้าของหลิงไป๋ก็หมองลง สองตัวนี้ไร้ยางอายเกินไปแล้ว

…

“โอ้ กลิ่นอะไรกัน?!” ดวงตาของหลิงไป๋ ไป๋คุย และอาหมานสว่างวาบ จากนั้นก็หันไปมองยังภัตตาคารที่อยู่ด้านข้างโดยพร้อมเพรียง ทั้งยังกลืนน้ำลายพร้อมกันด้วย

ภัตตาคารที่สูงตระหง่านทะลุก้อนเมฆนี้ คือภัตตาคารเซียนเสน่หาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน กลิ่นหอมเย้ายวนจึงลอยออกมาจากภายใน และทำให้พวกเขาน้ำลายสอด้วยความกระหาย

“หลิงไป๋ บางทีเราควรกินอาหารดี ๆ สักมื้อก่อนที่จะไปพบเฉินซี”

“อู้วว!”

“ข้ารู้สึกว่า…” คิ้วของหลิงไป๋ขมวดเข้าหากันแน่นพลันครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นพยักหน้าเห็นด้วย “ความคิดนี้ไม่เลว!”

ชู่ว!

อาหมานคล้ายได้ยินคำสั่งของปราชญ์ ร่างอ้วนท้วนพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ทิ้งเป็นภาพติดตาไว้เบื้องหลังขณะเข้าไปในภัตตาคาร

“ช้า ๆ หน่อย! ข้าบอกว่า… ให้สำรวมมากกว่านี้หน่อย! เฮ้อ… ตัวตะกละเป็นบ้าไปแล้ว ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!” พวกเขาเข้าไปในภัตตาคารเซียนเสน่หา พร้อมกับคำบ่นของหลิงไป๋ที่เต็มไปด้วยความโกรธ พวกมันจับจองโต๊ะที่ว่าง นั่งตัวตรงภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของเสี่ยวเอ้อร์

“ข้าขอทราบได้ไหมว่า… คุณชายต้องการสิ่งใด?” สายตาของเสี่ยวเอ้อร์จ้องมองทั้งสามเป็นเวลานาน ก่อนจะหยุดที่หลิงไป๋ แม้ว่าชายร่างเล็กคนนี้จะสูงเพียงสี่ชุ่น แต่อย่างน้อยรูปร่างหน้าตาของเขาก็คล้ายมนุษย์ที่สุด…

หลิงไป๋กระแอมออกเบา ๆ สีหน้ากลับมาเย็นชาและภาคภูมิเหมือนเดิม เขาหยิบรายการอาหารขึ้นมา และชี้ไปที่มัน “เอาอาหารขึ้นชื่อของเจ้าทั้งหมดอย่างละจาน”

อาหมานเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า “ไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็นสาม”

มุมปากของหลิงไป๋กระตุกอย่างเหลือเชื่อ จากนั้นจึงพยักหน้าและกล่าว “ทำตามเขา”

“ทราบแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เก็บรายการอาหารไป จากนั้นจึงกล่าวว่า “คุณชาย มีอาหารทั้งหมดหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดอย่าง หากสั่งอย่างละสามจาน ทั้งหมดจะเท่ากับศิลาอมตะ สามแสนเจ็ดหมื่นก้อน หรือศิลาอมตะแก่นแท้ระดับสูงสุดสามสิบเจ็ดก้อนนะขอรับ”

หลิงไป๋ตกตะลึง “ไม่ใช่ว่าเราควรจ่ายเงินหลังจากกินอาหารหรอกหรือ?”

เสี่ยวเอ้อร์อธิบายเบา ๆ “ต้องชำระค่าอาหารก่อน อาหารจึงจะถูกยกมาขอรับ นี่คือกฎของภัตตาคารเซียนเสน่หาของเรา เป็นเช่นนี้มานานกว่าหมื่นปีแล้ว”

ขณะที่กล่าว สีหน้าของเขาพลันบึ้งตึง เพราะแค่ฟังจากคำพูดของอีกฝ่าย ก็พอเดาได้ราง ๆ แล้วว่า เจ้าตัวเล็กรูปลักษณ์ประหลาดทั้งสามนี้ คงเพิ่งมาเมืองเซียนสัประยุทธ์เป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน

เขายังสงสัยเล็กน้อยว่าคนนอกเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าอาหารของภัตตาคารเซียนเสน่หานั่นมีราคาแพงเพียงใด แล้วพวกเขาจะเตรียมศิลาอมตะมาเพียงพอหรือไม่?

แม้แต่ผู้บ่มเพาะธรรมดาทั่วไปในเมืองเซียนสัประยุทธ์ยังไม่กล้าจับจ่ายในภัตตาคารเซียนเสน่หาเช่นนี้ แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะอาหารที่หายากที่สุดของทั้งสามภพล้วนถูกรวบรวมไว้ที่นี่ ราคาของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถจ่ายได้

“ศิลาอมตะ?” หลิงไป๋ตกตะลึงอีกครั้ง เพราะเขาไม่เคยพกสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาก่อน

เมื่อเสี่ยวเอ้อร์เห็นท่าทางของอีกฝ่าย ก็ยิ่งแน่ใจมากขึ้นว่าเจ้าตัวประหลาดทั้งสามนี้เป็นพวกโง่เขลาเบาปัญญา

ใบหน้าที่เดิมไม่มีความเคารพมากนัก ก็ถูกแทนที่ความรังเกียจทันที แล้วกล่าวอย่างหมดความอดทน “เจ้ากล้ามาที่ภัตตาคารเซียนเสน่หาของเรา โดยที่เจ้าไม่มีแม้แต่ศิลาอมตะ? เจ้าทำให้ข้าเสียเวลานัก ไป! ไป! ไป! ออกไปซะ! ภัตตาคารเซียนเสน่หาของเราไม่ทำบุญแก่ขอทาน!”

เมื่อได้ยินคำพูดที่หยาบคายเช่นนี้ หลิงไป๋ก็ขมวดคิ้วทันที ดวงตาทอประกายเย็นชา แล้วพยักหน้าเล็กน้อยให้อาหมาน

อาหมานหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลุกยืนขึ้น ฟาดฝ่ามือไปที่เสี่ยวเอ้อร์คนนั้นทันที ทำให้เสียงร้องโหยหวนและน่าสมเพชดังก้อง เสี่ยวเอ้อร์ถูกตบจนกองกับพื้น กระอักเลือดไม่หยุด พร้อมกับร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

“ช่วยด้วย! มีคนมาก่อเรื่องแล้ว!!” เสี่ยวเอ้อร์ร้องโหยหวน อาหมานเห็นดังนั้นก็เดินโซเซไปนั่งทับตัวคน ความเจ็บปวดทำให้ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อร์บิดเบี้ยวจนน้ำลายฟูมปาก และไม่อาจส่งเสียงได้อีก

“อาหมาน อย่าฆ่าเขา นี่คือเมืองเซียนสัประยุทธ์ มีผู้เยี่ยมยุทธ์มากมายอยู่ที่นี่ หากเราไปล่วงเกินคนที่เราไม่ควรเข้า เราคงได้แต่หนีและหิวโหยไปตลอดชีวิต” หลิงไป๋ออกคำสั่ง แต่ตอนกล่าวว่าต้องหนี กลับกล่าวด้วยท่าทางไม่แยแส

อาหมานเกาหัว “เข้าใจแล้ว เพื่อให้อิ่มท้อง ข้าจะระวังไม่ให้เขาตาย”

ไป๋คุยที่อยู่ใกล้ ๆ พยักหน้าและพอใจกับราคาที่อาหมานจ่ายเป็นค่าอาหาร

ความวุ่นวายนี้ดึงดูดความสนใจของคนรอบข้าง ลูกค้าหลายคนจ้องมองเป็นตาเดียว สายตาของพวกเขามีความประหลาดใจอยู่เล็กน้อย ราวกับคาดไม่ถึงมาว่าจะมีคนกล้าสร้างปัญหาในภัตตาคารเซียนเสน่หา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่ดูแปลกประหลาด จึงเป็นการยากที่จะนิ่งเฉย

“ผู้ใดบังอาจสร้างปัญหาในภัตตาคารเซียนเสน่หาของข้า”

“ฮึ่ม! รนหาที่ตายเสียแล้ว!”

ฟิ่ว!

ร่างมากมายเดินเข้ามาอย่างคุกคาม ทั้งหมดเป็นผู้ดูแลของภัตตาคาร ความแข็งแกร่งค่อนข้างน่าเกรงขาม แม้แต่ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาก็อยู่ที่ขอบเขตเซียนลึกลับ

ชายชราสวมชุดคลุมปักลวดลายที่เป็นผู้นำมีการบ่มเพาะที่ขอบเขตเซียนทองคำ เขาก้าวย่างอย่างแข็งแกร่งดุจพยัคฆ์ พร้อมกับแผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ผู้คนค่อนข้างน่ายำเกรง

เมื่อเห็นคนที่สร้างปัญหาในครั้งนี้ เป็นเพียงเจ้าตัวเล็กแปลกประหลาดทั้งสาม ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดก็หมองลง และรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างมาก “สัตว์เซียนเหล่านี้เป็นของผู้ใดกัน? พวกมันกล้ามาสร้างปัญญาที่ภัตตาคารเซียนเสน่หาของเราหรือ?”

“เกิดอะไรขึ้น?” ชายชราที่เป็นผู้นำจ้องมองด้วยดวงตาที่ลุกโชนเหมือนเปลวเพลิงขณะกวาดไปที่หลิงไป๋ อาหมาน และไป๋คุยอย่างเย็นชา

อาหมานเกาหัว และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลิงไป๋บอกว่า เขาเป็นเหมือนสุนัขที่ดูถูกมนุษย์ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ข้าก็โกรธมาก”

“สารเลว! เวลาเช่นนี้ยังกล้ายิ้มอีกหรือ? เจ้ามันอวดดีเกินไปแล้ว!” ผู้ดูแลคนหนึ่งตวาดด้วยน้ำเสียงดุร้าย ซึ่งเขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่ากวัดแกว่งดาบและฆ่าหมีสีทองตัวนี้

“ข้าจะฆ่าเจ้า ถ้าเจ้ายังกล้ากล่าวอีกคำ” หลิงไป๋จ้องมองผู้ดูแลคนนั้นอย่างเย็นชา ประกายแสงคมกริบปรากฏขึ้นภายในดวงตา และมันทำให้ผู้ดูแลคนนั้นสั่นสะท้าน ความหวาดกลัวพวยพุ่งในใจ จนไม่กล้ากล่าวอะไรอีก

ทันใดนั้นดวงตาของชายชราก็หรี่ลงทันที แล้วค่อย ๆ ประเมินหลิงไป๋อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะแค่นเสียงเย็น “อย่าได้อวดดี! ถ้าวันนี้เจ้าไม่ให้คำอธิบายกับข้า ก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี!”

“หรือว่าเจ้าไม่ได้ยิน? ไอ้สารเลวนี้ดูถูกเรา!” หลิงไป๋ไม่ถอยแม้แต่น้อย ทั้งยังดื้อรั้นและก้าวร้าว จ้องชายชราอย่างเย็นชา “ตาเฒ่า ให้ข้าถามอะไรเจ้าสักคำ เจ้าจะลงโทษไอ้สารเลวเสี่ยวเอ้อร์ที่มีทัศนคติเลวทรามเช่นมันอย่างไร!”

ท่าทีที่เย่อหยิ่งของหลิงไป๋ ทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกโกรธเคือง พวกเขาจึงตั้งใจจะจัดการกับหลิงไป๋และสั่งสอนบทเรียนอันเลวร้ายเจ้าตัวเล็กผู้นี้ แต่กลับถูกชายชราห้ามไว้เสียก่อน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1286 ความวุ่นวายในภัตตาคาร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved