cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1284 อานุภาพของเซียนกระบี่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1284 อานุภาพของเซียนกระบี่
Prev
Next

บทที่ 1284 อานุภาพของเซียนกระบี่

บทที่ 1284 อานุภาพของเซียนกระบี่

นับตั้งแต่ที่ได้ต้นอ่อนเงาทมิฬมาจากแดนภวังค์ทมิฬเมื่อหลายปีก่อน เฉินซีก็ไม่เคยต้องกังวลว่าพลังในร่างกายจะหมดระหว่างเส้นทางแห่งการบ่มเพาะเลยสักครั้ง

เนื่องจากต้นอ่อนเงาทมิฬสามารถฟื้นฟูพลังได้ในระยะเวลาสั้น ๆ และสรรพคุณที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้ ทำให้เฉินซีได้รับชัยชนะในทุก ๆ การต่อสู้ตั้งแต่นั้นมา

ทว่าเนื่องจากการมีอยู่ของต้นอ่อนเงาทมิฬ ทำให้เขาไม่รู้ถึงขีดจำกัดการบ่มเพาะของตน

ใช่ มันเกี่ยวข้องกับการบ่มเพาะ ไม่ใช่พลังต่อสู้

การบ่มเพาะแสดงถึงความลึกซึ้งในการสะสมเต๋า มันจะค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปทีละระดับจนถึงจุดสูงสุดของมหาเต๋า การบ่มเพาะของแต่ละคนก็มีระดับความยากและความสูงที่แตกต่างกัน

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในการบ่มเพาะ

ยิ่งไปกว่านั้น ในทุก ๆ ขอบเขตการบ่มเพาะ ความลึกซึ้งของการบ่มเพาะจะสะท้อนให้เห็นถึงพลังที่เราครอบครอง ตัวอย่างเช่น แก่นแท้ ปราณเซียน ปราณจ้าววิญญาณ ปราณจ้าววิญญาณอมตะ และอื่น ๆ

จนถึงตอนนี้ ความเข้าใจของเฉินซีต่อพลังที่มีนั้นลึกซึ้งมากกว่าคนทั่วไปเป็นร้อยเท่า แต่ไม่ว่าขีดจำกัดจะอยู่ที่ใด เขาก็ไม่รู้แม้แต่น้อย

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ก็เนื่องจากการมีอยู่ของต้นอ่อนเงาทมิฬ

แต่ตอนนี้จ้าวไท่ฉือหยิบยืมต้นอ่อนเงาทมิฬไป และจะส่งคืนให้กับเฉินซีในอีกสามเดือนข้างหน้า

ดังนั้น ในขณะที่ท้าทายแดนเซียนสวรรค์มายาอยู่ในเวลานี้ อาจถือว่านี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เข้าสู่ภพเซียน ที่เฉินซีอาศัยการบ่มเพาะของตน และต่อสู้โดยไม่ออมพลังแม้แต่น้อย

หากเป็นบุคคลอื่น มันจะนำไปสู่สภาวะที่ไม่สมดุล เนื่องจากการพึ่งพาต้นอ่อนเงาทมิฬที่มากเกินไป แต่เฉินซีกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เพราะตั้งแต่เริ่มบ่มเพาะ จี้อวี๋คอยย้ำเตือนเสมอว่า บนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ นอกจากตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่นอกกาย และดวงจิตแห่งเต๋าไม่ควรถูกผูกมัดด้วยสิ่งนี้!

…

เมื่อเสียงสูงอายุที่ไม่แยแสและไร้อารมณ์ดังก้อง ร่างของเฉินซีก็กลายเป็นลำแสงที่พุ่งทะยานผ่านความว่างเปล่า

กระบี่ตะขอดาราที่กำแน่นอยู่ในมือ พลันเปล่งแสงของดวงดาวเย็นยะเยือกออกมามากมายมหาศาล ประหนึ่งแม่น้ำแห่งดวงดาวเริงระบำและพัดโหมไปทั้งฟ้าดินด้วยอานุภาพที่ไร้เทียมทาน

นี่คือด่านที่หกสิบเอ็ดของแดนเซียนสวรรค์มายา คู่ต่อสู้คือร่างในชุดดำยี่สิบห้าตน ซึ่งมีการบ่มเพาะทัดเทียมผู้ท้าทาย ทว่าเมื่อเผชิญกับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของเฉินซีที่ถาโถมใส่ราวกับคลื่นยักษ์ พวกมันกลับไม่อาจทนต่อการโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว

เพียงชั่วครู่ พวกมันก็ถูกบดขยี้เหมือนเศษกระดาษด้วยปราณกระบี่ที่เจิดจ้าและยิ่งใหญ่ จากนั้นก็ระเบิดเป็นฝนแสงไปทั่วท้องฟ้า ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

หากเหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏในโลกภายนอก มันคงจะทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

แต่สำหรับเฉินซี นี่เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง แม้การบ่มเพาะอาจส่งผลต่อพลังฝีมือ แต่การสำแดงพลังฝีมือนั้นไม่ง่ายเหมือนการบ่มเพาะ

มันรวมถึงการใช้ประโยชน์จากเต๋ารู้แจ้ง การเพิ่มพลังด้วยสมบัติอมตะ ความสามารถในการดึงพลังต่อสู้ที่แท้จริงออกมา การเสริมขวัญกำลังใจในการต่อสู้ และอื่น ๆ

แต่ไม่ว่าจะเป็นในด้านใด เฉินซีก็บรรลุถึงความสูงที่ไม่เคยมีผู้ใดไปถึง ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับตนในแง่ของการบ่มเพาะ เขาจึงสำแดงพลังที่แท้จริงออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า!

“ชักเริ่มน่าสนใจแล้ว”

หลังจากการต่อสู้สิ้นสุดลง ดวงตาของเฉินซีก็ส่องประกาย คิ้วที่ขมวดแน่นคลายลงเล็กน้อย

“ผ่านด่านที่หกสิบเอ็ด ภายในสิบสามลมหายใจ”

โอม!

ในช่วงเวลาถัดมา เฉินซีก็ถูกพาเข้าสู่ด่านที่หกสิบสองทันที

…

“ไม่เลวเลย”

“ใช้ได้ดีทีเดียว”

“ดีมาก”

พร้อมกับเวลาที่ล่วงเลย เฉินซีก้าวไปข้างหน้าอย่างมีชัยไปตลอดทาง ยิ่งด่านสูงขึ้นเท่าไหร่ ความกดดันที่ได้รับก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ทว่าความกดดันดังกล่าวทำให้คิ้วที่ขมวดแน่นคลายลงเสียอย่างนั้น การต่อสู้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจ ปลดเปลื้องอารมณ์ขุ่นมัวไปเรื่อย ๆ

การบดขยี้ศัตรูเป็นเรื่องน่าภิรมย์

การที่ไม่สามารถต่อกรกับคู่ต่อสู้นั้นเป็นเรื่องน่าหนักใจ

มีแค่คู่ต่อสู้ที่มีฝีมือทัดเทียมเท่านั้นที่ทำให้พึงพอใจ!

เห็นได้ชัดว่าในขณะที่เขาไต่ระดับขึ้น เฉินซีก็รู้สึกพึงพอใจที่ได้พบกับคู่ต่อสู้ฝีมือทัดเทียมกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่เพียงพอ เพราะมันยังไม่ถึงขีดจำกัดในการบ่มเพาะของตน

โครม!

บนด่านที่ 71 ของแดนเซียนสวรรค์มายา

เฉินซีคำรามลั่น เจตจำนงกระบี่พัดโพมราวกับคลื่นพายุ มันส่งเสียงดังก้องขณะแผ่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ ทุกที่ที่มันผ่าน ร่างชุดดำก็ถูกบดขยี้ และหายไปในความว่างเปล่า

ในขณะนี้ ท่าทางของชายหนุ่มดูห้าวหาญ และแสดงพลังฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ หว่างคิ้วเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอหังการ

ภายในร่างกาย จิตต่อสู้ลุกโชนราวกับหินหลอมเหลว ผิวหนังทุกส่วนคล้ายสั่นไหวและโหยหา ในขณะที่ความกดดัน ความหดหู่ และความกระวนกระวายที่ติดค้างอยู่ในใจก็มีโอกาสได้ระบายออกซึ่งหาได้ยากยิ่ง

เฉินซีไม่ใช่ตอไม้ไร้อารมณ์ เขาก็มีอารมณ์ความรู้สึกเยี่ยงคนทั่วไป และต้องแบกภาระมากมายไว้บนบ่า หากไม่เดินหน้าต่อไปอย่างยึดมั่นจนถึงตอนนี้ ร่างกายและจิตใจคงแตกสลายไปนานแล้ว

เขาก็จำเป็นต้องระบายความอัดอั้นเหมือนกัน!

ชายหนุ่มต่อสู้เพียงลำพังมาจนถึงตอนนี้ และเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างตั้งแต่จากราชวงศ์ต้าฉู่ไปจนถึงแดนภวังค์ทมิฬ จากยมโลกสู่ภพเซียน แต่เขาจะระบายความเจ็บปวดและความยากลำบากที่ต้องทนทุกข์มาตลอดเส้นทางให้กับใครได้บ้าง?

สวรรค์ไม่เข้าใจหัวใจ

แผ่นดินไม่รู้ว่าเขาปรารถนาสิ่งใด

ชายหนุ่มทำได้เพียงระบายทุกสิ่งทุกอย่างในการต่อสู้ และปล่อยวางจากเส้นทางสู่เต๋า

บางทีเมื่อถึงวันที่เขาสามารถก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของมหาเต๋า และมองย้อนกลับมา บัดนั้น ความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความกดดัน และการระบายทั้งหมดนี้ จะกลายเป็นหมุดเตือนใจที่มีค่าที่สุดในชีวิต…

…

“ผ่านไปสามเค่อ ในที่สุดเฉินซีก็ก้าวเข้าสู่ด่านที่เจ็ดสิบสอง!”

ทุกคนบนแท่นบวงสรวงจับจ้องไปที่กำแพงหยกโดยไม่กะพริบตา เพราะเกรงว่าตนพลาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป

ตั้งแต่เฉินซีเริ่มการท้าทายจนถึงตอนนี้ ในที่สุดเขาก็ก้าวขึ้นสู่ด่านที่เจ็ดสิบสองได้สำเร็จ มันทำให้หัวใจของผู้คนที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ตึงเครียดขึ้นมาทันควัน

“หากเฉินซีสามารถพิชิตด่านที่เจ็ดสิบสองภายในเวลาสามเค่อและห้าสิบลมหายใจ เฉินซีจะสามารถทำลายสถิติที่มู่ต้าวฟู่ทำไว้ได้ แต่มันเหลือเวลาเพียงห้าสิบลมหายใจเท่านั้น เขา…จะทำสำเร็จได้หรือไม่?”

ในขณะนี้ แม้แต่หัวใจของเมิ่งฉีก็บีบรัด ใบหน้าเย็นชาเผยร่องรอยของความวิตกที่อธิบายไม่ได้ อีกทั้งยังมีความไม่พอใจและความเกลียดชังอยู่เล็กน้อย

เขาไม่เชื่อว่าเฉินซีจะทำได้!

ไม่เชื่อ!

หลัวเซวียนก็สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ และลอบถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้ว่าไม่จำเป็นต้องดูต่อ เพราะไม่ว่าเฉินซีจะสร้างสถิติใหม่หรือไม่ก็ตาม การแสดงฝีมือของเฉินซีก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเมิ่งฉีไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้

เหตุใดสหายคนนี้จึงดื้อรั้นและดึงดันจะแข่งขันกับเฉินซีด้วย?… หลัวเซวียนขมวดคิ้ว และครุ่นคิดถึงสิ่งที่ควรทำหลังจากเฉินซีกลับมา เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดระหว่างทั้งสองคน

เพราะเขาตระหนักดีว่า แม้เฉินซีจะทำลายสถิติได้ แต่เมิ่งฉีก็จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไป เพราะเมิ่งฉีมีนิสัยที่ดื้อรั้น และในฐานะสหาย หลัวเซวียนจึงรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร

ในขณะนี้ ภายในด่านที่เจ้ดสิบสองของแดนเซียนสวรรค์มายา

ร่างชุดดำสามสิบหกร่างได้ก่อตัวเป็นขบวนศึกและล้อมเฉินซีจากทุกทิศทาง ขบวนศึกนี้เป็นการปิดล้อมสภาพแวดล้อมไว้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เฉินซีไม่มีทางหลบหนีได้

แต่เฉินซีไม่คิดถอย

แววตาของเฉินซีเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์เจิดจ้าสองดวง ร่างกายพลุ่งพล่านด้วยจิตต่อสู้ พร้อมเปล่งแสงที่ไร้ขอบเขตและแผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้

“ฆ่า!”

ครืนนนนนน!

ร่างชุดดำสามสิบหกร่างทะยานผ่านท้องฟ้า พุ่งตัวตัดไขว้สลับกัน ทำให้บริเวณโดยรอบตกสู่ความโกลาหล แม้การเคลื่อนไหวของพวกมันจะดูยุ่งเหยิง แต่กลับก่อตัวเป็นค่ายกลที่รัดกุมอย่างยิ่ง และพวกมันก็โจมตีด้วยพลังทั้งหมดพร้อมกัน!

ความรู้สึกราวขุนเขามากมายถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทางในเวลาเดียวกัน พวกมันตั้งใจปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมด และบดขยี้เฉินซีที่ยืนอยู่ตรงกลางในการโจมตีเดียว!

พลังทำลายของพวกมันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!

ความกดดันที่เขาเผชิญอยู่เพิ่มขึ้นทบทวี ไม่เหมือนกับด่านก่อนหน้านี้ ร่างชุดดำในด่านที่เจ็ดสิบสองนั้นเห็นได้ชัดว่าเข้าใจขบวนศึก ทำให้สามารถสอดประสานซึ่งกันและกัน แม้จะขาดประสบการณ์การต่อสู้ แต่ก็อาศัยขบวนศึกเพื่อชดเชยข้อบกพร่องได้อย่างไร้ที่ติ

เฉินซียืนอยู่เงียบ ๆ แต่พลังงาน แก่นแท้ และจิตวิญญาณในร่างกายกำลังลุกไหม้ ทำให้อากาศในบริเวณใกล้เคียงบิดเบี้ยว จนร่างของเขาดูเหมือนกับภาพลวงตา และไม่มีตัวตนอยู่จริง

ชิ้ง!

ขณะที่ร่างชุดดำเหล่านั้นกำลังจะมาถึงตรงหน้า กระบี่ตะขอดาราที่อยู่ภายในมือพลันสั่นสะท้าน แสงแห่งดวงดาวอันเย็นยะเยือกที่เปล่งออกมาจากกระบี่ก็เหมือนจะลุกไหม้ในเวลาเดียวกัน

ทันใดนั้น ปราณกระบี่ที่หนา ใหญ่ และแวววาวก็ฟันกวาดออกไปในแนวนอน!

การโจมตีครั้งนี้ มีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง และดูเหมือนมันจะผ่านยุคผ่านสมัย มันเป็นเพียงการโจมตีด้วยกระบี่ธรรมดา ๆ แต่ทำให้ฟ้าดินตกอยู่ในเงามืด ห้วงมิติกระเพื่อมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

โอม~ โอม~ โอม~

ทันใดนั้น กระบี่ที่อยู่ในมือของร่างชุดดำเหล่านั้นก็สั่นสะท้านพร้อมกัน คล้ายพยายามดิ้นรนหลบหนีจากมือของร่างชุดดำ พวกมันเปล่งเสียงที่ฟังดูคร่ำครวญ และเหมือนยอมจำนนต่อเฉินซี

นี่คือพลังของขอบเขตเซียนกระบี่ แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยว แต่เมื่อมันถูกใช้ร่วมกับปราณกระบี่ อานุภาพก็ยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะบดขยี้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือแม้แต่ทำลายยุคสมัย!

พรูด! พรูด! พรูด! พรูด!

คลื่นเสียงอู้อี้ดังก้อง ทุกที่ที่คมกระบี่ผ่าน ร่างแล้วร่างเล่าถูกผ่าออกเป็นสองซีก และไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงมันได้ เพียงชั่วพริบตา ร่างชุดดำสามสิบหกร่างก็กลายเป็นฝนแสงสาดส่องไปทั่วฟ้าดิน

สายฝนแห่งแสงส่องสว่างเรืองรอง มันสาดส่องไปบนท้องฟ้าจนเลือนหายไป แม้จะไม่ใช่เลือดจริง แต่ก็เผยกลิ่นอายนองเลือดและเงียบงัน ซึ่งแฝงด้วยความโศกเศร้าและอำนาจปลิดลมหายใจ

ในขณะนี้ ใบหน้าหล่อเหลาของเฉินซีกลายเป็นซีดเผือดจนแทบโปร่งแสง แต่ดวงตากลับสุกใสยิ่งกว่าเดิม และดูเหมือนจะเป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืน

“ผ่านด่านที่เจ็ดสิบสองภายในเวลายี่สิบสี่ลมหายใจ” เสียงสูงวัยที่ไม่แยแสและไร้อารมณ์ดังขึ้น และมันก้องกังวานไปทั่วแก้วหูของเฉินซี

…

ในเวลาเดียวกัน ชื่อของเฉินซีบนกำแพงหยกที่ตั้งอยู่บนแท่นบวงสรวงด้านนอกทางเข้าด่านที่สามสิบเจ็ดก็หายไปเช่นกัน

“มันจบลงแล้วหรือ?”

ทุกคนตกตะลึงกันถ้วนหน้า พลันมองไปที่ศิลาวิถีที่อยู่ใกล้เคียงพร้อมกัน หลังจากนั้น ใบหน้าของพวกเขาพลันแข็งทื่อ และอ้าปากค้าง

เนื่องจากอันดับสิบบนศิลาวิถีที่เคยเป็นของมู่ต้าวฟู่ กลับถูกแทนที่ด้วยชื่อของเฉินซี และมีคำสีทองแวววาวที่ส่องแสงอยู่ด้านหลังชื่อ สามเค่อกับยี่สิบสี่ลมหายใจ!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1284 อานุภาพของเซียนกระบี่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved