cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1280 บรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1280 บรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะ
Prev
Next

บทที่ 1280 บรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะ

บทที่ 1280 บรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะ

เฉินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับไปถามเสวี่ยเจิ้น “หากข้าเชิญผู้อาวุโสเซวียนหยวนพัวจวินมาที่นี่ ข้าจะสามารถดูข้อมูลนี้ได้หรือไม่?”

เสวี่ยเจิ้นส่ายหน้า “ผู้อาวุโสเซวียนหยวนเป็นเพียงหัวหน้าอาจารย์ฝ่ายใน และอำนาจของเขาไม่อาจดูข้อมูลนี้ได้”

เฉินซีเลิกคิ้วขึ้น และยิ่งแน่ใจว่าข้อมูลชิ้นนี้มีความลับที่น่าตกใจอย่างแน่นอน เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ชายหนุ่มถามอีกครั้ง “แล้วผู้อาวุโสเสิ่นฮ่าวเทียนล่ะ? เขาเป็นอาจารย์ใหญ่ของฝ่ายสงวนโอสถ ดังนั้นเขาควรจะมีคุณสมบัติใช่หรือไม่?”

เสวี่ยเจิ้นตกตะลึง จากนั้นก็ส่ายหน้าอีกครั้ง “ข้อมูลชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของกองกำลังภายในภพเซียน ในฐานะปรมาจารย์เต๋าแห่งโอสถ คุณสมบัติของอาจารย์ใหญ่เสิ่นก็ขาดไปเล็กน้อยเช่นกัน”

เฉินซีขมวดคิ้วอย่างไม่มีที่สิ้นสุด “แล้วข้าควรพาใครมาดี?”

เสวี่ยเจิ้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นรีบกล่าวว่า “ศิษย์พี่เฉินซี ถ้าท่านต้องการดูข้อมูลชิ้นนี้ ก็คงมีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้น และนอกจากท่านเจ้าสำนักแล้ว อาจารย์ใหญ่ฝ่ายใน ผู้อาวุโสฉือฉางเซิง ศิษย์ของเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสหัวเจี้ยนคง บรรพบุรุษของฝ่ายสงวนคัมภีร์แห่งภพมังกร ผู้อาวุโสอู่หมิง….”

“แล้วหญิงชราอย่างข้าล่ะ?” ก่อนที่เสวี่ยเจิ้นจะกล่าวจบ เสียงที่ชัดเจนและไพเราะก็ดังก้องขึ้นมาทันที เสียงนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง ทั้งยังดูคล้ายท่วงทำนองของธรรมชาติ ซึ่งดังก้องอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจและทำให้วิญญาณปลอดโปร่ง

เฉินซีจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า บรรยากาศที่คึกคักภายในหอความลับเซียน ได้ตกอยู่ในความเงียบงันมาสักพักแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรืออาจารย์ ทุกคนต่างหยุดมือและมองยังทิศทางเดียวกัน ใบหน้าของพวกเขาล้วนเผยให้เห็นความตกใจและความเคารพอยู่ในที

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเสียงหนึ่งเท่านั้น!

เมื่อเฉินซีฟื้นจากอาการตกใจและมองไปที่ประตูทางเข้า เปลือกตาพลันกระตุกทันที และมีท่าทางตกใจเช่นกัน

เนื่องจากเจ้าของเสียงนั่นเป็นหญิงสาวที่มีผมสีขาวราวกับหิมะ รูปร่างหน้าตาดูอ่อนเยาว์ แและเรียบเนียน ในขณะที่ดวงตาของนางลุ่มลึกและสงบดุจทะเลสาบ ทั้งยังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทอง

นางสวมชุดชาววังสีทองปักดิ้นสีดำ ถือไม้เท้าวิหคเพลิงนภาสีทองยาวกว่าสิบสองฉื่อ ผมสีขาวถูกม้วนเป็นมวยอยู่ที่ด้านหลังศีรษะและตรึงไว้ด้วยปิ่นปักผมที่ทำจากไม้ เผยให้เห็นใบหน้างดงามไร้ที่ติปราศจากมลทิน ร่างกายก็เปล่งรัศมีสง่างามและสูงส่ง

เมื่อนางมาถึง กลิ่นอายภายในห้องทั้งหมดดูเหมือนจะสยบต่อนาง และตกอยู่ในความเงียบงัน

“จ้าวไท่ฉือ!”

ทันใดนั้น เฉินซีก็จำนางได้ เพราะในขณะนี้ จ้าวเมิ่งหลีนั่นเชื่อฟังเหมือนแกะตัวน้อย และก้มศีรษะลง ขณะเดินตามหญิงสาวผมขาวผู้นี้

ยิ่งกว่านั้น มีเพียง ‘วิหคอมตะเฒ่า’ ที่ปลีกวิเวกสันโดษอยู่ภายในเขตสงวนคัมภีร์มานานเท่านั้น ที่สามารถมีกลิ่นอายที่สง่างามและสูงส่งเช่นนี้ได้ ทั้งยังมีเพียงตัวตนระดับนี้เท่านั้นที่สามารถทำให้กลิ่นอายภายในห้องโถงสยบแก่นางอย่างเงียบ ๆ ได้

“ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อาวุโสเซวียนหยวนพัวจวินผู้ไร้กังวลจะหวาดกลัวเมื่อกล่าวถึงนาง กลิ่นอายที่น่าเกรงขามแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ จะสามารถครอบครองได้…” เฉินซีอุทานด้วยความตกใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเห็นผู้อาวุโสของสำนักในตำนานปรากฏตัวที่นี่

แต่ที่น่าตกใจที่สุดสำหรับเฉินซี คือจ้าวไท่ฉือกำลังเดินตรงมาหาตน

ไม่ใช่แค่เฉินซี คนอื่น ๆ ในห้องโถงก็ประหลาดใจและงุนงงเช่นกัน เพราะพวกเขาสงสัยว่าเหตุใดผู้อาวุโสผู้ปลีกวิเวกสันโดษอยู่ในสำนักมาหลายปีจึงมาปรากฏตัวที่นี่ หลังจากนั้น ทุกสายตาก็จ้องมองไปที่เฉินซีทันที

“โอ้! เป็นเพราะเฉินซีเองหรือ?”

“ที่แท้เป็นเขาเอง? หรือการที่ผู้อาวุโสจ้าวไท่ฉือมาที่นี่ ก็เพื่อมาหาชายคนนี้เท่านั้น”

“นี่ไม่เป็นการทำเรื่องใหญ่โดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ? ถ้ากล่าวตามเหตุผลแล้ว หากนางต้องการพบเฉินซี แค่เรียกตัว เขาก็ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันทีเพื่อไปพบกับนางไม่ใช่หรือ?”

“เจ้าเด็กนี้จะมีเกียรติขนาดนั้นได้อย่างไร? ถึงทำให้วิหคอมตะเฒ่าตนนี้ซึ่งมีอำนาจเหนืออาจารย์ใหญ่ฉือฉางเซิงต้องมาหาด้วยตัวเอง”

หลายคนในบริเวณใกล้เคียงจำเฉินซีได้ ดังนั้นจึงรู้สึกประหลาดใจและงุนงงเล็กน้อย

“หึ กี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้ออกมาเดินเล่นข้างนอก? นึกไม่ถึงว่าสำนักจะก่อตั้งหอความลับเซียน ว่าแต่พ่อหนุ่ม ข้าพอจะมีคุณสมบัติในการดูข้อมูลชิ้นนี้หรือไม่?”

จ้าวไท่ฉือขยับเท้าวูบหนึ่ง นางพลันปรากฏตัวที่ข้างกายเฉินซีทันที ดวงตาที่อาบไปด้วยเปลวเพลิงสีทองกวาดดูข้อมูลสีแดงเข้มบนม่านแสง ก่อนจะกล่าวพร้อมกับยิ้มเบาบาง เสียงของนางทั้งชัดเจนและไพเราะ ราวกับขับขานท่วงทำนองแห่งเต๋า มันกระแทกหัวใจของผู้ฟังโดยตรงขณะที่มันดังก้องไปทั่วห้องโถง

เห็นได้ชัดว่านางมีรูปลักษณ์ที่งดงามไร้ที่เปรียบ แต่ก็แผ่กลิ่นอายทรงพลังที่ทำให้คนอื่นต้องสยบต่อหน้านาง แม้แต่เสื้อผ้าและผมสีขาวราวหิมะก็แผ่กลิ่นอายที่สง่างามอย่างไม่มีใครเทียบได้

“ได้ขอรับ ๆ” เสวี่ยเจิ้นไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากบรรพบุรุษในตำนานของเผ่าวิหคอมตะอย่างจ้าวไท่ฉือปรากฏตัว นางจะกล่าวกับตนจริง ๆ เขารู้สึกท่วมท้นด้วยความโปรดปรานที่คาดไม่ถึง จึงกล่าวอย่างตะกุกตะกัก

จ้าวไท่ฉือยื่นมือของนางออกไป และดึงแผ่นหยกสีแดงเข้มออกมาจากม่านแสง ทว่านางไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง แต่กลับส่งให้จ้าวเมิ่งหลีที่ยืนอยู่ข้างเคียงแทน

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ใบหน้าที่งดงามของจ้าวเมิ่งหลีก็แดงเรื่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ แต่จ้าวไท่ฉือก็ยังสังเกตเห็น และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ ทว่าจ้าวไท่ฉือไม่ได้กล่าวอะไร เพียงจ้องเฉินซีซึ่งยังคงท่าทีสงบเหมือนทะเลสาบ

เฉินซีรู้สึกได้ทันทีว่าแรงกดดันที่คล้ายกับขุนเขาได้แล่นไปทั่วกาย ทำให้รู้สึกอึดอัดจนไม่สบายตัว ราวกับถูกบรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะผู้นี้มองทะลุผ่านอย่างปรุโปร่ง

ความรู้สึกเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เฉินซีเพิ่งเคยประสบเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มจึงหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพยายามอย่างหนักที่จะนึกถึงภาพชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากที่อยู่ในห้วงจิตสำนึกของตน

ไม่นานหลังจากนั้น ร่างกายของเขาก็รู้สึกผ่อนคลายและหายเป็นปลิดทิ้ง ไม่รู้สึกถึงแรงกดดันจากก่อนหน้านี้อีกต่อไป

ชั่วขณะนั้น เฉินซีสังเกตเห็นความประหลาดใจเสี้ยวหนึ่งฉายผ่านดวงตาของจ้าวไท่ฉืออย่างเงียบงัน ก่อนจะกลับคืนสู่ความสงบเช่นเดิม

“รับไป” เสียงของจ้าวเมิ่งหลีดังอยู่ที่ข้างหู มันเบาประหนึ่งสายลมพัดผ่าน ชายหนุ่มจึงเงยหน้ามอง และเห็นจ้าวเมิ่งหลีกำลังส่งแผ่นหยกสีแดงเข้มมาให้ตน

ศีรษะงามก้มต่ำลงเล็กน้อย ท่าทางไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนี้ ซึ่งแตกต่างจากนิสัยที่สูงส่งและหยิ่งยโสตามปกติของนางอย่างสิ้นเชิง

เฉินซีเหม่อมองนางอย่างว่างเปล่า แต่ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะจิตใจของเขาจดจ่ออยู่ที่แผ่นหยกสีแดงเข้ม จากนั้นเม้มริมฝีปาก ประสานมือและโค้งคำนับให้จ้าวไท่ฉือ “ขอบคุณผู้อาวุโส”

ชายหนุ่มหันมารับแผ่นหยกมาจากจ้าวเมิ่งหลี แล้วกล่าวขอบคุณ

เฉินซีไม่มีอารมณ์จะคาดเดาว่าเหตุใดจ้าวไท่ฉือและจ้าวเมิ่งหลีถึงปรากฏตัวที่นี่ และช่วยเหลือตนเช่นนี้ เขาจึงก้มอ่านเนื้อหาของแผ่นหยก เพราะในเวลานี้การตายของมารบงกชเป็นสิ่งที่เขาอยากรู้เหนือสิ่งอื่นใด

…

แผ่นหยกสีแดงเข้มได้บันทึกผลของการต่อสู้ และรวบรัดมาก

“เมื่อวาน ตอนช่วงยามอู่หนึ่งเค่อ บุคคลลึกลับได้บุกเข้าไปในภูเขาหมอกเซียนเพียงลำพัง คนผู้นั้นมีพลังฝีมือที่ไม่ธรรมดาและลงมืออย่างไร้ความปรานี เขาต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายทั้งวันทั้งคืน และสังหารสมาชิกของภูเขาหมอกเซียนไปแปดพันคน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดชีวิต”

“ขณะที่บุคคลลึกลับผู้นี้กำลังหลบหนี เขาก็ถูกราชันเซียนขัดขวางในระหว่างทาง และเสียชีวิตลง ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้ว มีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตราชันเซียนที่มาจากนิกายอำนาจเทวะ”

“เราไม่สามารถระบุสาเหตุของเรื่องนี้ได้ ทว่าหลังจากผ่านไปหลายปี ร่องรอยของนิกายอำนาจเทวะได้ปรากฏในภพเซียนอีกครั้ง ไม่ทราบแน่ชัดว่านี่เป็นลางดีหรือลางร้าย ดังนั้นเราจึงได้แต่รายงานเรื่องนี้ต่อผู้อาวุโสของสำนักเพื่อทำการตัดสินใจเท่านั้น”

“เนื่องจากนิกายอำนาจเทวะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าและสหายเต๋าจึงตัดสินใจปิดข่าวเรื่องนี้ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เผยแพร่สู่โลกภายนอก และก่อให้เกิดความโกลาหล”

หลังจากที่อ่านเนื้อหาของแผ่นหยกเสร็จ เฉินซีก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าสงบและไร้อารมณ์ดุุจจันทร์ในบ่อน้ำโบราณ ทำให้ผู้คนไม่สามารถคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

ในทางกลับกัน พร้อมกับความเงียบของเฉินซี บรรยากาศในห้องโถงก็เงียบลงยิ่งกว่าเดิม จ้าวไท่ฉือยังไม่ได้จากไป ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง เพราะเกรงว่าจะล่วงเกินผู้อาวุโสที่น่าสะพรึงกลัวคนนี้เข้า

เฉินซีก็ถอนหายใจยาว แววตากลับมาชัดเจนอีกครั้ง ชายหนุ่มคืนแผ่นหยกสีแดงเข้มให้แก่จ้าวเมิ่งหลี ก่อนที่จะประสานมือกล่าว “ขอบคุณผู้อาวุโสและแม่นางจ้าว”

“เจ้า…เป็นอะไรหรือไม่?” จ้าวเมิ่งหลีสังเกตเห็นว่า สภาพจิตใจของเฉินซีในตอนนี้ดูไม่ปกติเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

เฉินซีส่ายศีรษะ “ข้าสบายดี”

“ถ้าเจ้าอยากขอบคุณเมิ่งหลีจริง ๆ งั้นก็มากับข้า เดิมทีข้าตั้งใจจะให้เมิ่งหลีไปตามเจ้า แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะทำให้ข้าต้องเป็นฝ่ายมาหาแทน”

จ้าวไท่ฉือชำเลืองมองคนหนุ่ม จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อ ไม่คิดถามเฉินซีว่าเขาตกลงหรือไม่ ในชั่วพริบตาต่อมา นางก็พาเขาและจ้าวเมิ่งหลีจากไปด้วยการเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติ และหายไปจากห้องโถงทันที

ฟู่~ ฟู่~

เมื่อจ้าวไท่ฉือจากไป ไม่ว่าจะเป็นศิษย์หรืออาจารย์ ทุกคนในห้องโถงต่างถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ร่างกายก็พลันรู้สึกผ่อนคลาย

เป็นเพราะกลิ่นอายที่น่าเกรงขามของบรรพบุรุษเผ่าวิหคอมตะนี้น่ากลัวเกินไป และต้องทนรับแรงกดดันมหาศาล ดังนั้นมีเพียงเวลานี้เท่านั้น ที่พวกเขากล้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก

อย่างไรก็ตาม หลังจากความวิตกกังวลของพวกเขาผ่านไป คำถามหนึ่งได้ผุดขึ้นในใจของทุกคน …มีความลับที่น่าตกใจอันใดที่ซ่อนอยู่ภายในแผ่นหยกสีแดงเข้ม? แล้วทำไมถึงมีเพียงผู้อาวุโสอย่างจ้าวไท่ฉือเท่านั้นที่มีสิทธิ์ดูได้?

ยิ่งกว่านั้น ทำไมจ้าวไท่ฉือถึงมาหาเฉินซี?

ไม่มีใครคาดเดาคำตอบได้

ชู่ว!

ในขณะนี้ มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาในห้องโถงและกล่าวเสียงดัง “เจ้าเฉินซีอยู่ไหนกัน? ข้าได้ยินมาว่ามันมาที่หอความลับเซียน รีบไสหัวออกมาซะ!”

ร่างนั้นคือเมิ่งฉี เขามีสีหน้าโกรธเกรี้ยวขณะกวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างดุร้าย จากนั้นก็สังเกตเห็นว่า ทุกคนในห้องโถงต่างมองตนด้วยท่าทีแปลก ๆ บางคนมองด้วยแววตาสงสาร…

“เกิดอะไรขึ้น?” เมิ่งฉีตระหนักได้ถึงบางสิ่ง เขาลอบกัดฟันพร้อมกับก่นด่าในใจ “บัดซบ! ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! เจ้าทำให้ข้าเสียหน้าเพียงเพราะตามหาเจ้า…”

…

เขตสงวนคัมภีร์ ณ ป่าเงาทมิฬ

นี่คือที่พักของจ้าวไท่ฉือ และโดยปกติแล้ว จะไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้ามาที่นี่

วันนี้เฉินซีได้รับโอกาสเข้าไปในสถานที่ลึกลับแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้เงาทมิฬที่เก่าแก่โบราณ

ทว่าชายหนุ่มไม่มีอารมณ์จะมองดูต้นไม้โบราณที่เขียวชอุ่มรอบตัว ประการแรก เป็นเพราะเพิ่งได้ทราบข่าวการตายของมารบงกช และประการที่สอง เป็นเพราะเขาไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมจ้าวไท่ฉือจึงพาตนมาที่นี่

มันจะต้องเป็นเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน

“ข้าได้ยินมาว่า เจ้าต้องการปีกวิหคอมตะเพื่อหลอมสร้างพัดเทพอัคคี? ถ้าอย่างนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็นสิ่งต้องห้ามในเผ่าวิหคอมตะของข้า และเมื่อเราทราบว่ามีคนที่คิดจะสร้างสมบัตินี้ คนผู้นั้นจะต้องถูกฆ่าอย่างไร้ปรานี” จ้าวไท่ฉือเดินไปยังส่วนลึกของป่า พลางกล่าวกับเฉินซีที่เดินตามหลังอย่างเป็นกันเอง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1280 บรรพบุรุษของเผ่าวิหคอมตะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved