cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1254 ใครคืออันดับหนึ่ง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1254 ใครคืออันดับหนึ่ง
Prev
Next

บทที่ 1254 ใครคืออันดับหนึ่ง?

บทที่ 1254 ใครคืออันดับหนึ่ง?

เฉินซีไม่สนใจปฏิกิริยาของจั่วชิวจวินแม้แต่น้อย

เมื่อสองปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่เพิ่งเข้าสู่สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า เฉินซีหวาดเกรงจั่วชิวจวินจริง ๆ เพราะในเวลานั้น ตนอยู่ที่ขอบเขตเซียนลึกลับขั้นกลาง ในขณะที่จั่วชิวจวินอยู่ที่ขอบเขตเซียนทองคำ

บัดนี้เขาอยู่ที่ขอบเขตเซียนทองคำขั้นกลาง ซึ่งแทบจะไร้คู่ต่อกร ดังนั้นจึงไม่ใส่ใจจั่วชิวจวินอีกต่อไป

หากนี่ไม่ใช่การทดสอบที่นำโดยโจวจื่อหลีและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เฉินซีก็มีหลายพันวิธีในการฆ่าจั่วชิวจวิน อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกจำกัดไม่ให้ลงมือต่อจั่วชิวจวิน แต่เขาก็ไม่ได้กังวล

เนื่องจากหนทางยังอีกยาวไกล และย่อมมีโอกาสสังหารจั่วชิวจวินในอนาคตได้อย่างแน่นอน

สรุปแล้ว จั่วชิวจวินไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อเฉินซี ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ในช่วงเวลาถัดมา เฉินซีก็หันหลังกลับและจากไป

จั่วชิวจวินและศิษย์คนอื่น ๆ ของตระกูลจั่วชิวต่างมีท่าทางที่ไม่น่าดูอย่างยิ่ง เพราะเมื่อสองปีที่แล้ว บางทีพวกเขาอาจจัดการเฉินซีโดยไม่ลังเล แต่ตอนนี้… ไม่มีใครกล้ายั่วยุอีกฝ่าย!

ดังที่กล่าวไว้ว่า บุปผาไม่มีวันแปรเปลี่ยน แต่ผู้คนกลับเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

…

“เฉินซี!” ในตอนนั้นเอง เมื่อเฉินซีกำลังจะจากไป จู่ ๆ ก็มีคนขานชื่อตน และคนผู้นั้นคือจี้เซวียนปิง

เฉินซีมีความประทับใจที่ดีต่อศิษย์ของหนึ่งในเจ็ดตระกูลโบราณที่ยิ่งใหญ่คนนี้ เพราะอีกฝ่ายได้ช่วยแบ่งเบาแรงกดดันและความเกลียดชังไปมาก ดังนั้นเขาจึงหยุดและแย้มยิ้มทันทีที่เห็นการมาของจี้เซวียนปิง “พี่จี้ มีอันใดหรือ?”

จี้เซวียนปิงยิ้มอย่างสบายใจและส่งตำราสีเขียวอ่อนให้ “ เจิ่นลู่ ขอให้ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า เขาบอกว่ามันสามารถซ่อมแซมศาสนสมบัติที่เจ้าครอบครองอยู่ได้”

เฉินซีตกตะลึง “เจิ่นลู่?”

“ใช่แล้ว” จี้เซวียนปิงเผยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความหมายอันลึกซึ้ง “ครั้งหนึ่งเขาเคยลงมือต่อเจ้าในระหว่างการทดสอบรอบที่สอง เนื่องจากเจ้ามีศาสนสมบัติอยู่ในความครอบครอง บางทีเขาอาจจะอยากแสดงคำขอโทษด้วยการทำเช่นนี้”

เฉินซีตระหนักได้ทันที พลันจ้องมองไกลออกไป แน่นอนว่าเขาเห็นเจิ่นลู่ยืนอยู่ที่นั่นในชุดนักบวชสีขาวราวกับพระจันทร์ เมื่ออีกฝ่ายเห็นเฉินซีมองมาทางตน เขาก็โค้งคำนับพลางประสานฝ่ามือเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงหันหลังกลับและจากไป

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องหาโอกาสขอบคุณเจิ่นลู่สำหรับน้ำใจนี้” เฉินซียิ้มพลางรับตำราสีเขียวอ่อนมา เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีความเป็นศัตรูที่ลึกซึ้งระหว่างเรา ดังนั้นเมื่อเจิ่นลู่ได้แสดงคำขอโทษอย่างจริงใจเช่นนี้ เขาจึงไม่คิดสืบสาวเอาความอีกต่อไป

…

“ที่แท้มันคือวิธีการซ่อมแซมโคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัติ…”

ภายในอาคารโบราณที่ทรุดโทรมในเมืองเมฆาสุบิน เฉินซีนั่งขัดสมาธิพลางอ่านเนื้อหาในตำราสีเขียวอ่อน มันบันทึกเคล็ดวิชาการหลอมสร้างสมบัติด้วยอักขระโบราณ และมันเรียกว่าตำราเมฆาเจ็ดวิถี มันลึกซึ้งและคลุมเครือ ซึ่งแตกต่างกับวิธีหลอมสร้างสมบัติในสามภพอย่างสิ้นเชิง

เพราะนี่คือเคล็ดวิชาการหลอมสร้างและเสริมพลังให้กับพุทธศาสนสมบัติ มันเป็นเคล็ดวิชาหลอมสร้างสมบัติขั้นสุดยอด และเป็นเคล็ดวิชาลับของภพพุทธองค์

ตามการแนะนำของตำราเมฆาเจ็ดวิถี ในที่สุดเฉินซีก็เข้าใจว่า โคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัตินั้นเป็นพุทธศาสนสมบัติโบราณที่มีชื่อเสียงในภพพุทธองค์ ที่ได้รับการหลอมสร้างโดยพระพุทธองค์ผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยบรรพกาล อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษและความลึกล้ำอันไร้ขอบเขต

เฉินซียังจำได้ว่า ตนได้รับโคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัติจากทะเลทุกข์แห่งยมโลก ซึ่งทะเลทุกข์ได้สยบและพรากชีวิตของยอดผู้เยี่ยมยุทธ์นับไม่ถ้วนในสมัยบรรพกาล ดังนั้นจึงหลงเหลือสมบัติโบราณล้ำค่ามากมายภายในมัน และโคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัติชิ้นนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

นอกจากสมบัติชิ้นนี้ เขาก็ยังได้รับแผ่นหยกโบราณมาด้วย ทว่าแผ่นหยกได้บันทึกวิธีการใช้และวิธีหล่อเลี้ยงโคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีวิธีการซ่อมแซมที่แท้จริง

สิ่งนี้ทำให้เฉินซีเสียใจมาโดยตลอด และทำได้เพียงเก็บโคมเขียวปัดเป่าภัยพิบัติไว้ในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ และใช้รัศมีปัดเป่าภัยพิบัติเพื่อหล่อเลี้ยงเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ที่เสียหายเท่านั้น

“นึกไม่ถึงว่าข้าจะได้มันโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ นี่อาจจะเป็นเพราะฟ้าได้ลิขิตไว้แล้วหรือไม่?”

ยิ่งการบ่มเพาะสูงขึ้น ทัศนคติของเฉินซีต่อสิ่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขารับรู้และเข้าใจต่อความลับของสวรรค์ โชคชะตา กรรม และโหราศาสตร์มากขึ้น

มันเหมือนบางเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ถ้าไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ก็จะตระหนักได้ว่ามันมี ‘ความบังเอิญ’ มากเกินไป

เศษเสี้ยวของ ‘ความบังเอิญ’ เหล่านั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุและผลของกรรม

“ด้วยตำราเมฆาเจ็ดวิถีนี้ ข้าก็สามารถซ่อมแซมเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ได้เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีเวลามากพอ และต้องออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นข้าทำได้เพียงรอจนกว่าจะกลับไปที่สำนัก จึงจะสามารถซ่อมแซมพุทธศาสนสมบัติทั้งสองนี้ได้ และเมื่อถึงเวลานั้น บางทีข้าอาจจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของพวกมัน…”

เฉินซีหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะเก็บตำราสีเขียวอ่อนไป

…

ม่านราตรีกาลคืบคลานลงมา ห้องโถงกลางของเมืองเมฆาสุบินสว่างไสวด้วยเปลวไฟของตะเกียง มันดูสว่างไสวประหนึ่งเที่ยงวัน

“สังหารไปสามร้อยสิบเก้าคน ฮ่า ๆ! ผลงานดังกล่าวจะต้องได้รับสมบัติจากตงจวินโหวอย่างแน่นอน”

“ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวเช่นนี้ รอดูก่อนเถอะ”

“โอ้ นั่นก็จริง ตอนนี้เหลือแค่เฉินซีผู้เดียวที่ยังมาไม่ถึง”

“ในบรรดาสมบัติอมตะทั้งสามชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ที่ระดับวีรบุรุษ ในขณะที่อีกสองชิ้นอยู่ที่ระดับจักรวาล ณ ปัจจุบัน การจัดอันดับได้ตัดสินคร่าว ๆ แล้ว และเฉินโม่หลี่แห่งสำนักศึกษาเมฆาหมอกก็เป็นผู้นำด้วยจำนวนการสังหารสามร้อยสิบเก้าคน เจิ่นลู่เป็นอันดับสองด้วยการสังหารสามร้อยเจ็ดคน คนสุดท้ายคือจ้าวเมิ่งหลี นางสังหารไปสองร้อยเก้าสิบสามคน หากไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น สมบัติทั้งสามนี้จะต้องตกเป็นของทั้งสามคนอย่างแน่นอน”

“แต่ต้องรอจนกว่าเฉินซีจากสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าจะมาถึง แล้วจึงจะสามารถตัดสินได้ เพราะพลังฝีมือของเด็กคนนี้นับว่าไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง”

“เฒ่ากู่ ครั้งนี้เฉินโม่หลี่จากสำนักศึกษาเมฆาหมอกของเจ้าแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เหนือความคาดหมายของเรามาก และอนาคตของเด็กคนนี้คงไร้ขีดจำกัด”

“ฮ่า ฮ่า! มันก็แค่โชค แค่โชคเท่านั้น”

“อย่าปฏิเสธเลย โชคเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง คนหนุ่มสาวบางคนมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา แต่กลับขาดวาสนา ทำให้ชะตาของพวกเขาไม่ดีนัก และในที่สุด พวกเขาก็ต้องล้มตายตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายจริง ๆ”

เมื่อเฉินซีมาถึงห้องโถงกลาง พลันได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากภายใน และบรรยากาศก็ดูค่อนข้างคึกคัก

“เฉินโม่หลี่หรือ?” เฉินซีตกตะลึง เพราะเขาไม่คุ้นหูชื่อนี้เลยสักนิด

“โอ้ เจ้าเด็กนั่นมาแล้ว”

“เร็วเข้า รีบมอบตราดาราม่วงของเจ้ามาซะ จะได้รู้ว่าเจ้าสังหารไปกี่คน”

“ถูกต้อง! ข้าอยากรู้ว่าเขาได้สร้างผลงานอันใดไว้ในสมรภูมิฝันร้ายเสียเหลือเกิน”

เมื่อเห็นเฉินซีปรากฏตัวที่นอกห้องโถง สายตามากมายก็เพ่งความสนใจไปที่ชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง

แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน เฉินซีไม่แยแสต่อสายตาดังกล่าว ไม่รู้สึกยินดี แต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด สภาพจิตใจสงบนิ่ง ราวสายลมที่พัดผ่านขุนเขา ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย

ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องเหล่านั้น เฉินซีก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องโถง ก่อนจะหยุดตรงหน้าโจวจื่อหลีและคนอื่น ๆ จากนั้นจึงคารวะพวกเขาทีละคน ก่อนจะนั่งลงบนที่นั่งด้านข้าง

จากมุมนี้ ชายหนุ่มสามารถมองเห็นใจกลางห้องโถงได้อย่างชัดเจน สมบัติสามชิ้นที่ส่องประกายระยิบระยับกระจายอยู่บนโต๊ะตรงหน้าตงจวินโหว

พวกมันคือสมบัติอมตะระดับวีรบุรุษ ระฆังสายเลือดวิญญาณ กับสมบัติอมตะระดับจักรวาลอีกสองชิ้น ธงรัศมีหยกและดาบวารีขาว

ระฆังสายเลือดวิญญาณถูกวางอยู่ตรงกลางโต๊ะ มันมีขนาดประมาณฝ่ามือ สีดำสนิท และมีแสงสีดำที่น่าสะพรึงกลัวเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย

ส่วนสมบัติอมตะระดับจักรวาลอีกสองชิ้น ก็เต็มไปด้วยประกายแสงระยิบระยับ ปราณมงคลล่องลอยไปรอบ ๆ ทำให้พวกมันดูน่าเกรงขาม งดงาม และไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นสมบัติอมตะระดับจักรวาลที่มีคุณภาพสูงและล้ำค่า

ในเวลาเดียวกัน เฉินซีสังเกตเห็นว่าสำนักศึกษาระทมสันต์ สำนักศึกษามหาเดียวดาย และสำนักศึกษานภาไพศาลไม่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยงที่ตงจวินโหวจัดขึ้นในครั้งนี้

แต่นับว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อหวนคิดถึงเรื่องนี้ เพราะเมื่อเช้าของวันนี้ สำนักทั้งสามได้เสียหน้าครั้งใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจะมีอารมณ์มาเข้าร่วมงานเลี้ยงเช่นนี้ได้อย่างไร?

“หืม? ชายคนนั้นน่าจะเป็นเฉินโม่หลี่…”

เฉินซีสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่า มีชายหนุ่มร่างผอมบางสวมชุดสีม่วงกำลังจ้องมาที่ตนจากที่นั่งของสำนักศึกษาเมฆาหมอก เขามีหน้าผากกว้าง ดวงตาบุ๋มลึก และมีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง คนผู้นี้น่าจะอยู่ที่ขอบเขตเซียนทองคำขั้นสูงเป็นอย่างน้อย

เหตุผลที่เฉินซีตระหนักว่าชายคนนี้คือเฉินโม่หลี่นั้นง่ายมาก เป็นเพราะสายตาของเฉินโม่หลี่แตกต่างจากคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง และมันมีร่องรอยของการยั่วยุอยู่ราง ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นศัตรู เห็นได้ชัดว่าเฉินโม่หลี่นั่นไม่มั่นใจต่อพลังฝีมือของเฉินซี และถือเฉินซีเป็นเป้าหมายของตน

เฉินซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจ “การทำให้ข้าเป็นเป้าหมายที่จะยั่วยุเป็นสิ่งที่ดี แต่เกรงว่าเขาจะไม่สามารถทนต่อผลกระทบจากการพ่ายแพ้ หลังจากที่ยั่วยุข้าได้”

“เฉินซี ขอข้าดูตราดาราม่วงของเจ้าหน่อย” ในขณะเดียวกัน โจวจื่อหลีก็กล่าวขึ้นมา

เฉินซีหยิบตราดาราม่วงออกมาอย่างไม่ลังเล และมอบให้กับโจวจื่อหลีทันที

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ เสียงอึกทึกในห้องโถงก็เงียบลงอย่างฉับพลัน และสายตาของทุกคนก็เพ่งไปที่โจวจื่อหลี

ในขณะนี้ โจวจื่อหลีอดไม่ได้ที่จะกังวลเล็กน้อย เพราะในอดีตที่ผ่านมา ศิษย์ของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าเคยแข่งขันกับอีกหกสำนักมาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งมีทั้งแพ้และชนะ ทว่ายังคงเป็นสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าที่ได้รับรางวัลมากที่สุด

ทว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากเฉินโม่หลี่จากสำนักศึกษาเมฆาหมอกที่จู่ ๆ ก็โผล่มา ล่าสังหารผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนทองคำจากต่างพิภพไปมากกว่าสามร้อยคนภายในเวลาเพียงสามเดือน ทำให้เขาเหนือกว่าเจิ่นลู่ จี้เซวียนปิง และจ้าวเมิ่งหลี

หากไม่ใช่เพราะเฉินโม่หลี่ สามอันดับแรกจะต้องตกอยู่ในกำมือของสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ครั้งนี้คนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้น

หากเฉินโม่หลี่ได้อันดับหนึ่ง แม้ว่าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋าจะมีศิษย์สองคนที่อยู่ในสามอันดับแรกของการทดสอบของทั้งเจ็ดสำนัก แต่มันก็ไม่ถือว่าสมเกียรติ

โชคดีที่เรื่องทั้งหมดนี้ยังไม่จบลง เพราะยังเหลืออีกหนึ่งคน นั่นคือเฉินซี!

“เด็กคนนี้มักทำอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ ดังนั้นโปรดอย่าได้ล้มเหลวในครั้งนี้…”

โจวจื่อหลีพึมพำในใจและหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะเพ่งความสนใจไปที่ตราดาราม่วง เมื่อเห็นตัวเลขที่บันทึกผลของการต่อสู้ ใบหน้าพลันแข็งทื่อ มุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้ เขาตกตะลึง และนิ่งเงียบไปเป็นเวลานาน

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงกลับยิ่งอยากรู้มากขึ้น “การแสดงออกเช่นนี้ หมายความว่าผลลัพธ์ของเฉินซีนั่นเลวร้าย หรือดีเลิศจนท้าทายสวรรค์กันแน่?”

“พี่โจว ผลลัพธ์ของเขาเป็นเช่นไรกัน? ทุกคนยังเฝ้ารอคำตอบอยู่ หากผลลัพธ์ของเขาด้อยกว่า… ข้าหมายความว่าถ้ามีโอกาสเป็นเช่นนั้น ก็อย่าได้ประกาศมัน” หวังต้าวหลูอดไม่ได้ที่จะกล่าวเบา ๆ

“เจ้าดูเอาเองก็แล้วกัน” โจวจื่อหลีสูดหายใจเข้าลึก ๆ ซ้ำ ๆ ก่อนจะยื่นตราดาราม่วงไป

ดังนั้นในช่วงเวลาถัดมา ทุกคนสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มุมปากของหวังต้าวหลูก็กระตุกอย่างอดไม่ได้เช่นกัน ทั้งยังมือสั่นจนเกือบจะทิ้งตราดาราม่วงลงบนพื้น…

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1254 ใครคืออันดับหนึ่ง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved