cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1089 ตบด้วยความพิโรธ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1089 ตบด้วยความพิโรธ
Prev
Next

บทที่ 1089 ตบด้วยความพิโรธ

บทที่ 1089 ตบด้วยความพิโรธ

“ศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนหนึ่งร้อยก้อน!”

“เจ้ารีดไถพวกเราเกินไปแล้ว!”

“ฮึ่ม! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ นอกจากมันจะมีประโยชน์ต่อผู้ขัดเกลากายาแล้ว ศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนในมือของเจ้าก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง แต่เจ้าก็ยังบ่นว่ามันแพงอีกหรือ?”

“ช่วยลดให้หน่อยได้หรือไม่? สักเล็กน้อยก็ยังดี…”

“เจ้าปฏิเสธหรือ? เช่นนั้นก็ไปซะ ถือว่าข้าไม่เคยกล่าวอะไรก็แล้วกัน”

“เฮ้อ เราต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เหตุใดถึงต้องไร้ปรานีเช่นนี้ เอาล่ะ ข้ารับข้อเสนอ!”

หลังจากที่พวกเขาได้รับคำตอบของเหลียงปิง และเฉินซีก็ตกลงแล้ว

หลัวจื่อเฟิงและกู่อวี่ถังก็เริ่มเจรจากับเหลียงปิง ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาชัดเจน ตระกูลหลัวและตระกูลกู่ต้องจ่ายหนึ่งร้อยศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียน เพื่อแลกกับคำชี้แนะเกี่ยวกับสมบัติอมตะหนึ่งชิ้นจากเฉินซี

เมื่อมองท่าทางที่เจ็บปวดของหลัวจื่อเฟิงและกู่อวี่ถังนั้น เฉินซีก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ‘โชคดีที่ข้าไม่ได้เจรจากับพวกเขา มิฉะนั้น ไม่ต้องกล่าวถึง มันจะเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ของเรา และที่สำคัญคือราคา!’

เหลียงปิงดำเนินการอย่างเฉียบขาด และนางก็เชือดพวกเขาโดยไม่ปรานีใด ๆ

แต่ต่อมา เฉินซีก็รู้ตัวว่าตนคิดผิด

หลังจากจัดการกับสมบัติอมตะห้าชิ้นของตระกูลหลัวและตระกูลกู่เสร็จแล้ว หลัวจื่อเฟิงและกู่อวี่ถังที่เคยมีสีหน้าเจ็บปวด กลับรู้สึกตื่นเต้นและยินดีจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ซึ่งพวกเขาก็แทบจะหัวเราะออกมา

เห็นได้ชัดว่าท่าทางเจ็บปวดของพวกเขาก่อนหน้านี้ คือการแสร้งทำ!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินซีก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเหลียงปิงที่ดูสงบมาก และนางก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตราบใดที่พวกเขาไม่ใช่คนโง่ การใช้สมบัติที่พวกเขาไม่ต้องการ เพื่อแลกกับการขัดเกลาพลังของสมบัติอมตะกว่าสิบชิ้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้”

“ไร้ประโยชน์หรือ?” เฉินซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเห็นด้วยกับความคิดของเหลียงปิง ถ้าไม่ใช่เพราะร่างอวตารที่จะบรรลุขอบเขตเซียนสวรรค์ในการขัดเกลากายาจำเป็นต้องใช้มัน เขาย่อมไม่รวบรวมศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนเหล่านี้เช่นกัน

แม้ว่าเขาจะครอบครองพวกมัน แต่พวกมันก็ไม่มีค่าอะไร และไร้ประโยชน์อย่างยิ่ง

ทว่าในสายตาของผู้ขัดเกลากายา สิ่งที่ไร้ประโยชน์เหล่านี้ คือสมบัติหายากที่ประเมินค่าไม่ได้ และสิ่งนี้ก็สอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า ‘ราคาของวัตถุถูกกำหนด ก็ต่อเมื่อมันมีประโยชน์ต่อใคร’

การขัดเกลาพลังของสมบัติอมตะสิบชิ้น เพื่อแลกกับศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนหนึ่งพันก้อนนั้นได้เกินจำนวนที่ต้องการแล้ว และอาจกล่าวได้ว่าเป็นกำไรที่คาดไม่ถึง

ต่อมาหลัวจื่อเฟิงและกู่อวี่ถังก็เต็มใจที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้น เพื่อรับคำชี้แนะจากเฉินซี แต่พวกเขากลับถูกปฏิเสธจากเหลียงปิง และเหตุผลของนางนั้นง่ายมาก “เจ้าคิดว่าการให้คำชี้แนะในการขัดเกลาสมบัติอมตะนั้นไม่เหนื่อยหรือ?”

ซึ่งอันที่จริงแล้วเฉินซีไม่เหนื่อยเลย แต่ต้องแสร้งทำเป็นเหนื่อยมากเพื่อร่วมมือกับเหลียงปิง มิฉะนั้น ไม่เพียงเหลียงปิงจะไม่สามารถถอนตัวจากสถานการณ์นี้ได้ แต่เขาจะยังดูผิดปกติเกินไปอีกด้วย

ถึงอย่างไร สมบัติอมตะทั้งสิบชิ้นที่ประเมินให้ก็อยู่ในระดับจักรวาล!

หากเป็นผู้หลอมศัสตราอื่น ๆ แม้จะสามารถคิดหาวิธีขัดเกลาสมบัติอมตะได้ แต่พวกเขาก็จะอ่อนล้าทั้งกายและใจ อาจถึงขั้นดวงวิญญาณได้รับบาดเจ็บ

แน่นอนว่าสิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับเฉินซี ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด่นเกินไป เฉินซีจึงได้แต่แสร้งทำเป็นเหนื่อยมากเท่านั้น

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขาถูกจ้องมองด้วยสายตาแปลก ๆ มากมาย เนื่องจากพลังฝีมือระดับท้าทายสวรรค์ และความรุ่งโรจน์เช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต แต่ในสายตาของเฉินซี มันกลับเป็นต้นตอของปัญหา

ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะไม่ทำตัวเด่นเกินไป!

หลังจากนั้น เหลียงปิงได้จัดงานเลี้ยงเพื่อรับรองหลัวจื่อเฟิง กู่อวี่ถัง และคนอื่น ๆ ในขณะที่เฉินซีก็ร่วมงานอยู่สักพักหนึ่งเพื่อเป็นการรักษาหน้า ก่อนที่จะกล่าวอำลาและกลับไปที่ห้องพักของตน

เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะต้องแสร้งทำเป็นเหนื่อยมาก จึงแสดงอาการอิดโรยออกมาโดยธรรมชาติ

แต่ที่สำคัญที่สุด เขาแทบรอไม่ไหวที่จะกลับไปที่ห้องพัก และวางแผนให้ร่างอวตารทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ในการขัดเกลากายา!

…

ณ ห้องโถงตระกูลอิน

บรรยากาศเงียบสงัดและน่าสยดสยอง อากาศเหมือนจะหยุดนิ่ง และบีบคั้นจนหายใจลำบาก

ขณะที่อินเฟิงเอ๋อร์จ้องมองอินเตอจ้าว ผู้เป็นบิดาที่มีสีหน้าเศร้าหมองอย่างมาก เขาเดินวนไปมาในห้องโถง นอกจากความรู้สึกสับสนในใจ นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลและหวาดกลัวเล็กน้อย

‘เป็นผู้ใดที่สามารถทำให้ท่านพ่อเป็นทุกข์เช่นนี้?’

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในใจของอินเฟิงเอ๋อร์ แต่นางก็ไม่สามารถเข้าใจได้ นางรู้ดีว่าสติปัญญาของบิดานางนั้นลึกล้ำดุจมหาสมุทร และภายใต้สถานการณ์ปกติ เขาย่อมไม่เปิดเผยสีหน้าที่เศร้าหมองและน่ากลัวเช่นนี้ออกมาอย่างแน่นอน

“จงว่ามา มันเกิดเหตุใดขึ้นกันแน่?” อินเตอจ้าวหยุดเคลื่อนไหว และสายตาดุจคมดาบจับจ้องไปยังอินเฟิงเอ๋อร์ ซึ่งดูเหมือนเขาจะเย็นชาและน่ากลัวมาก ชายชราก็โยนแผ่นหยกลงบนพื้นตรงเท้าของอินเฟิงเอ๋อร์

อินเฟิงเอ๋อร์รู้สึกตกใจและรีบก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา นางจ้องมองมันอย่างระมัดระวัง และอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เพราะไม่มีสิ่งอื่นใดอยู่ในแผ่นหยก นอกจากรูปกระบี่โบราณสีดำสนิทที่เปล่งกลิ่นอายเยือกเย็น

‘ถ้าข้าจำไม่ผิด กระบี่นี้เป็นของเฉินซี แต่เหตุใดท่านพ่อถึงโกรธปานนี้ หรือว่าไอ้สารเลวเฉินซีล่วงเกินตระกูลอินของเราอีกครั้ง?’

“นี่คือกระบี่ของเฉินซี” แม้ว่านางจะมีความคิดมากมายอยู่ในใจ อินเฟิงเอ๋อร์ก็ยังคงตอบอย่างเชื่อฟัง

ทันทีที่นางกล่าวจบ นางก็สังเกตเห็นอย่างฉับพลันว่า สีหน้าของพ่อดูมืดมนมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ ประหลาดใจ และงุนงงยิ่งกว่าเดิม

“แล้วเรื่องนี้ล่ะ” อินเตอจ้าวเหวี่ยงแขนเสื้อ และโยนแผ่นหยกอีกแผ่นหนึ่งออกมา น้ำเสียงของเขาก็ทุ้มต่ำลงยิ่งกว่าเดิม และเย็นยะเยือกดุจพายุในฤดูหนาว

อินเฟิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปากของนางและก้มลงอีกครั้งเพื่อหยิบแผ่นหยกบนพื้น นางมองดูมันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ใบหน้าที่สวยงามของนางจะซีดลงทันที แล้วนางก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ “เป็นไปได้อย่างไรกัน?! ข้อมูลนี้จะต้องเป็นของปลอมอย่างแน่นอน ไอ้สารเลวที่มีการบ่มเพาะเพียงขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลางอย่างมัน จะสามารถทำบางสิ่งที่แม้แต่ปรมาจารย์ในการขัดเกลาอุปกรณ์ยังทำไม่ได้ ได้อย่างไร?!?”

เสียงแหลมของนางดังก้องไปทั้งห้องโถง แต่อินเตอจ้าวก็ไม่ปฏิเสธนาง อย่างไรก็ตาม สีหน้าพลันมืดมนมากขึ้น จนแทบจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว และนี่แสดงว่าเขากำลังโกรธอย่างถึงที่สุด

ฉากนี้ทำให้ อินเฟิงเอ๋อร์หวาดกลัวมากขึ้น และนางอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน ในขณะที่นางมองไปที่แผ่นหยกอีกครั้ง และผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม นางยังคงไม่สามารถเชื่อได้ว่านี่เป็นเรื่องจริง

เนื้อหาของแผ่นหยกนั้นเรียบง่ายมาก มันบันทึกรายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตระกูลเหลียงในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา และเน้นย้ำเป็นพิเศษเกี่ยวกับคำอธิบายของความสามารถอันน่าอัศจรรย์ในการขัดเกลาสมบัติที่เฉินซีครอบครอง

ไม่ว่าอินเฟิงเอ๋อร์จะดื้อด้านและเอาแต่ใจเพียงใด นางก็ตระหนักดีว่าสมบัติอมตะที่สี่ตระกูลใหญ่ของนางครอบครองนั้น ไม่เหมือนกับสมบัติที่มีอยู่ในท้องตลาด และพวกมันเป็นสมบัติอมตะที่หลอมสร้างด้วยเคล็ดวิชาโบราณ

แม้พวกมันจะถูกเรียกว่ายันต์ศัสตรา แต่พวกมันก็ไม่ใช่ยันต์ศัสตราที่แท้จริง เพราะในภพทั้งสาม มีเพียงเขาเทพพยากรณ์เท่านั้นที่มีวิธีการขัดเกลายันต์ศัสตรา

เคล็ดวิชาที่สี่ตระกูลใหญ่ของพวกนางครอบครองอยู่ เป็นเพียงเคล็ดวิชาที่ได้มาจากการสังเกตยันต์ศัสตราและลองผิดลองถูกโดยบรรพบุรุษของพวกนาง

เห็นได้ชัดว่าหากสมบัติอมตะได้รับการขัดเกลาด้วยวิธีนี้ แม้ว่าพลังของมันจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับยันต์ศัสตราที่แท้จริงได้

ยิ่งกว่านั้น ข้อบกพร่องเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่แม้ผู้อาวุโสของทั้งสี่ตระกูลก็ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร และไม่สามารถทำอะไรได้

แต่ตอนนี้ เฉินซีซึ่งอยู่เพียงขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลางกลับสามารถขัดเกลาสมบัติอมตะในความครอบครองของคนตระกูลเหลียงได้ ซึ่งเขาได้กำจัดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์และรักษาสิ่งที่บริสุทธิ์ไว้ ทำให้พลังของมันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นนางจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

“มันไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน!” อินเฟิงเอ๋อร์หักห้ามใจตัวเองไม่ได้จนร้องเสียงแหลมออกมา

เพี้ยะ!

เสียงตบดังก้องไปทั่วห้องโถง จากนั้นร่างกายของอินเฟิงเอ๋อร์ก็ล้มลงไปข้างหลังจากแรงตบ เลือดไหลออกมาจากมุมปากของนาง ในขณะที่แก้มสีดอกกุหลาบปูดบวม นางมองอินเตอจ้าวอย่างไม่เชื่อสายตา

เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่า บิดาที่เอ็นดูนางมากที่สุด จะตบนางอย่างไร้ปรานีเช่นนี้!

“เจ้ายังไม่สำนึกในความผิดของเจ้าอีกเหรอ? เหตุใดเจ้าถึงไม่บอกข้า หลังจากที่เจ้าพบว่าเจ้าเด็กนั้นมียันต์ศัสตรา? เหตุใดเจ้าถึงส่งเสริมให้พี่สาวของเจ้าเป็นศัตรูกับเจ้าเด็กนั้น? ทำไม! เพราะเหตุใด!?”

อินเตอจ้าวอดกลั้นมาเป็นเวลานาน ดูเหมือนกับภูเขาที่กำลังเดือดพล่าน และปะทุออกมา ใบหน้าซีดเผือด ชายชราคำรามด้วยเสียงน่ากลัว และถามซ้ำ ๆ ว่าทำไม แสดงให้เห็นว่าความโกรธในใจมีมากมายเพียงใด

อินเฟิงเอ๋อร์รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น และร่องรอยสุดท้ายของความคับข้องในใจก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างไร้ขอบเขต นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมื่อบิดาโกรธ เขาจะน่ากลัวมากขนาดนี้

หากนางเถียงกลับไป ท่านพ่อก็คงจะฆ่านางอย่างไม่ลังเล!

ดังนั้นอินเฟิงเอ๋อร์จึงไม่กล้ากล่าวอะไรอีก ทำเพียงมองบิดาที่ตกอยู่ในความโกรธจนแทบระเบิดด้วยความหวาดกลัว ยามนี้นางไม่ต่างอะไรกับลูกสุนัขขี้กลัวที่สับสน และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“ท่านพ่อ นี่ไม่ใช่ความผิดของเฟิงเอ๋อร์” ในขณะนี้ เสียงที่เย็นชาและแผ่วเบาได้ดังไปทั่วห้องโถง จากนั้นร่างที่สง่างามก็เดินเข้ามาเพียงลำพัง และนั่นคืออินเหมียวเมี่ยวผู้งดงามซึ่งสวมชุดผ้าโปร่งสีดำ

เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา สีหน้าของอินเตอจ้าวที่โกรธเกรี้ยวก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาค่อย ๆ ระงับความโกรธของตน สิ่งนี้ทำให้อินเฟิงเอ๋อร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เพราะในตระกูลอินทั้งหมด มีเพียงอินเหมียวเมี่ยวเท่านั้นที่มีผลกับอินเตอจ้าว

“ฮึ่ม! ถ้าไม่ใช่เพราะยัยเด็กโง่นี้ที่ล่วงเกินเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วสถานการณ์จะกลายมาเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?” ความโกรธของอินเตอจ้าวยังไม่สลายไปอย่างสมบูรณ์ และชายชราแค่นเสียงเย็น ทำให้ร่างกายของอินเฟิงเอ๋อร์สั่นสะท้านจากความกลัว

“เฟิงเอ๋อร์ทำเพื่อแก้แค้นให้กับคนในตระกูลของเรา ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ความผิดของนาง” อินเหมียวเมี่ยวกลับมีท่าทางสงบมาก ในขณะที่นางกล่าวอย่างเฉยเมย “ถึงอย่างไรสถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้แล้ว และไม่สามารถแก้อะไรได้ ไม่ว่าท่านพ่อจะโกรธมากแค่ไหนก็ตาม”

“ใช่แล้ว ท่านพ่อ เขาเป็นเพียงคนนอกของตระกูลเหลียง ในท้ายที่สุด เจ้า… ” อินเฟิงเอ๋อร์กล่าวอย่างอ่อนแรง

นางยังกล่าวไม่ทันจบ แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงอันน่ากลัวของอินเตอจ้าว “หุบปาก! เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้นำตระกูลหลัวและตระกูลกู่ต่างไปแสดงความปรารถนาดีต่อไอ้แก่เหลียงเทียนเหิงในวันนี้”

หัวใจของอินเหมียวเมี่ยวกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะนางหวาดกลัวอินเตอจ้าว แต่เป็นความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำเหล่านี้ และมันทำให้นางรู้สึกตระหนักได้ว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่อย่างยิ่ง

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรนะหรือ?

หมายความว่าตระกูลเหลียง ตระกูลหลัว และตระกูลกู่ได้ร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับตระกูลอิน

ยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุของทั้งหมดนี้ เป็นเพียงมดตัวน้อยที่มีการบ่มเพาะขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลาง และคำพูดนี้ก็ทำให้อินเหมียวเมี่ยวนิ่งเงียบไป เพราะไม่ว่าอันดับของนางจะสูงแค่ไหนในเทียบอันดับเซียนภาคพื้นทวีป นางก็เป็นเพียงผู้นำของศิษย์รุ่นเยาว์ในตระกูลอินเท่านั้น ในท้ายที่สุด นางก็ไม่สามารถออกความเห็นใด ๆ ได้ เมื่อเผชิญกับเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทั้งตระกูล

“เฮ้อ พวกเจ้าออกไปได้แล้ว ข้าเท่านั้นที่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้” อินเตอจ้าวครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจในที่สุด และโบกมือ ด้วยท่าทีท้อแท้เล็กน้อย

อินเหมียวเมี่ยวพยักหน้า “ท่านพ่อโปรดอย่าได้ลังเลที่จะบอกข้า หากท่านพ่อต้องการความช่วยเหลือ”

“เจ้าจงบ่มเพาะอย่างสบายใจเถิดและปล่อยเรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง แค่มดตัวน้อยที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มันคิดว่าตัวมันจะสามารถสั่นคลอนกองกำลังของตระกูลอินของเรา ด้วยความสามารถเพียงอย่างเดียวของมันหรือ?” อินเตอจ้าวสั่งสอน ในขณะที่ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยแสงจ้า ซึ่งเผยให้เห็นถึงสีหน้าน่ากลัวและเด็ดเดี่ยว

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1089 ตบด้วยความพิโรธ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved