cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1057 จงใจ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 1057 จงใจ
Prev
Next

บทที่ 1057 จงใจ

บทที่ 1057 จงใจ

ในฐานะหนึ่งในตระกูลเก่าที่มีชื่อเสียงในเต๋าแห่งยันต์อักขระ ทรัพยากร และทุนทรัพย์ของตระกูลเหลียงนั้นย่อมลึกล้ำอย่างถึงที่สุด

ในคืนเดียวกันนั้น เหลียงปิงกลับมาพร้อมกับวัตถุดิบเซียนกองใหญ่ พวกมันเป็นวัตถุดิบเซียนที่จำเป็นต่อการขัดเกลาคุณภาพของยันต์ศัสตรา

ซึ่งในช่วงที่ยังอยู่ในเมืองรัศมีเมฆา เฉินซีได้รวบรวมวัตถุดิบเซียนส่วนใหญ่ที่ต้องการมาจากศาลาเซียนคลื่นทองคำ เมื่อรวมกับวัตถุดิบเซียนที่เหลียงปิงนำมา ก็เพียงพอสำหรับการยกระดับคุณภาพของยันต์ศัสตรา

ยามนี้ ยันต์ศัสตราอาจด้อยกว่าสมบัติอมตะระดับวิญญาณทมิฬเพียงเล็กน้อย หากสามารถขัดเกลาสำเร็จ มันจะต้องเหนือกว่าสมบัติอมตะระดับวิญญาณทมิฬทั่วไปอย่างแน่นอน!

อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่เฉินซีรู้สึกเสียใจก็คือศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนที่เหลียงปิงนำกลับมามีน้อยเกินไป เพียงสิบกว่าก้อนเท่านั้น พวกมันยังห่างไกลที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ในการขัดเกลากายา

เหลียงปิงค่อนข้างกระอักกระอ่วน “สมบัติชิ้นนี้หายากเหลือเกิน ข้าค้นคลังสมบัติทั้งหมดแล้ว แต่พบเพียงแค่นี้ ข้าจะส่งคนไปซื้อจากหอการค้าขนาดใหญ่หลายแห่งในวันพรุ่งนี้ ข้าจะรวบรวมให้ได้หนึ่งพันก้อน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม”

เฉินซีทราบดีว่า หลังจากเทพอสูรที่แท้จริงได้ตายจนสิ้น ศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนก็แทบหาไม่ได้อีกต่อไป เพราะสมบัติชิ้นนี้กลั่นมาจากโลหิตของเทพอสูร เมื่อไม่มีเทพอสูร จึงเป็นการยากที่ศิลาโลหิตวิญญาณจะปรากฏมากขึ้น

สมบัติชิ้นนี้จึงกลายเป็นของหายาก และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเดาไม่ผิด ศิลาโลหิตจ้าววิญญาณเซียนสิบกว่าก้อนที่เหลียงปิงนำมา จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าศิลาอมตะหมื่นก้อน!

เหลียงปิงกล่าวลาและจากไปหลังจากที่พูดคุยเล็กน้อยอยู่อีกพักใหญ่

ทั้งสองตกลงที่จะพบกันทุกเดือน ในช่วงเวลานี้ เฉินซีจะบ่มเพาะในห้องลับ และจะไม่มีใครรบกวนเขา

ทันทีที่เหลียงปิงจากไป เฉินซีก็เข้าสู่โลกแห่งดาราทันที

ห้องลับนี้มีชีพจรเซียนที่ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะ แต่ในความเห็นของเฉินซี ประโยชน์จากการปิดด่านบ่มเพาะภายในโลกแห่งดารานั้นกลับมากกว่า

เนื่องจากเฉินซีมีต้นอ่อนเงาทมิฬอยู่ภายในร่างกาย ดังนั้นเขาจึงไม่ขาดปราณเซียนใด ๆ ยิ่งกว่านั้นกฎแห่งเวลาในโลกแห่งดารานั้นเชื่องช้า หนึ่งวันในโลกภายนอกนั้นเทียบเท่ากับห้าวันในโลกแห่งดารา

เฉินซีตกอยู่ในภวังค์ เมื่อเห็นร่างอวตารของตนนั่งสมาธิอยู่ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งปีก่อนจะถึงช่วงรับสมัครสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า ดังนั้นเขาต้องวางแผนอย่างเหมาะสมเพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด

ในไม่ช้า เฉินซีได้ตัดสินใจที่จะให้ร่างอวตารของตนหยุดการบ่มเพาะ และช่วยจัดการกับวัตถุดิบเซียนเพื่อขัดเกลายันต์ศัสตรา ก่อนที่ร่างหลักจะทำการขัดเกลามัน

ระหว่างนี้ ร่างหลักจะทำการบ่มเพาะและควบแน่นพลังของกฎ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้เพื่อต่อสู้และขัดเกลาความแข็งแกร่ง ด้วยวิธีนี้ หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เขาจะสามารถติดอันดับหนึ่งในพันอันดับแรกของเทียบอันดับเซียนทะยานฟ้าภายในหนึ่งปีได้อย่างแน่นอน

…

ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ร่างหลักของเฉินซีกำลังนั่งสมาธิด้วยจิตใจที่จดจ่อและกระจ่าง

พลังชีวิตเดือดพล่าน ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณไปทั่วร่างกาย และต้นอ่อนเงาทมิฬในแดนฮุ่นตุ้นก็ปล่อยปราณเซียนอันบริสุทธิ์ไหลบ่าออกมาราวกับมหาสมุทร

ขอบเขตเซียนสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็นขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสมบูรณ์แบบ พวกมันจึงถูกเรียกว่าสี่สระต้นกำเนิดสวรรค์ ทุกครั้งที่บรรลุในขอบเขตเซียนสวรรค์ มหาสมุทรพลังเซียนแห่งใหม่จะเปิดขึ้น ณ ตำแหน่งของสี่สัญลักษณ์ในแดนฮุ่นตุ้น

พื้นที่ทางเหนือในแดนฮุ่นตุ้นของเฉินซีมีมหาสมุทรพลังเซียนอยู่แล้ว มันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ในขณะที่ภาพของเต่าดำลอยอยู่ในนั้น มันจึงถูกเรียกว่ามหาสมุทรเต่าดำ

มหาสมุทรนี้เป็นเหมือนมหาสมุทรแห่งมวลพลัง สะสมปราณเซียนพิสุทธิ์ของเฉินซี

ในทางกลับกัน ทางตะวันออก ใต้ และตะวันตกของแดนฮุ่นตุ้น ก็เผยให้เห็นแสงจาง ๆ เช่นกัน เหมือนกับรูปแบบเริ่มต้นของมหาสมุทร

ทิศทางทั้งสามนี้เป็นตัวแทนของมังกรฟ้า หงส์แดง และพยัคฆ์ขาวที่สอดคล้องกับเต่าดำตามลำดับ

เต่าดำเป็นรากฐาน มังกรฟ้าเข้ารับตำแหน่งเสริม หงส์แดงเป็นตัวแทนของความมีชีวิตชีวา และเสือขาวเป็นตัวแทนของการขจัดโรคภัยทั้งปวง! นี่คือคำอธิบายของสี่ขั้นในขอบเขตเซียนสวรรค์

ปัจจุบัน เฉินซีได้พัฒนามหาสมุทรเต่าดำ และอยู่ที่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นต้น แต่แตกต่างจากเซียนสวรรค์คนอื่น ๆ เพราะรากฐานของเขาลึกล้ำมากกว่า จึงเพียงพอที่จะกวาดล้างศัตรูในการต่อสู้

แต่รากฐานที่ลึกเช่นนี้ ทำให้ยากที่จะบรรลุในการบ่มเพาะเช่นกัน

โชคดีที่เฉินซีมีต้นอ่อนเงาทมิฬอยู่ในครอบครอง จึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับศิลาอมตะ นอกจากนั้น กฎแห่งเวลาในโลกแห่งดาราก็ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา

อีกด้านหนึ่ง ร่างอวตารของเฉินซีที่สวมชุดพรตเต๋าสีเหลืองอมส้มกำลังยุ่งอยู่ ทั้งสร้างผนึก และขัดเกลาวัตถุดิบเซียนกองเล็ก ๆ ตรงหน้า

ทั้งหมดนี้เป็นวัตถุดิบเซียนที่เตรียมไว้เพื่อขัดเกลายันต์ศัสตรา และแม้ว่าร่างอวตารจะอยู่ที่ขอบเขตเซียนปฐพีระดับแปดในการขัดเกลากายา แต่ก็ยังสามารถขัดเกลาวัตถุดิบเซียนบางอย่างได้

ร่างหลักจะลงมือก็ต่อเมื่อถึงเวลาขัดเกลายันต์ศัสตราเท่านั้น

…

สิบวันต่อมา ซึ่งเท่ากับห้าสิบวันในโลกแห่งดารา

ร่างหลักของเฉินซีได้ตื่นขึ้นจากการทำสมาธิ ดวงตาของเขาดูลึกล้ำ และสะท้อนดวงดาวนับไม่ถ้วนในจักรวาล

“ข้าขาดเพียงปัจจัยสำคัญที่จะบรรลุไปสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลาง… ” เฉินซีหายใจเข้าลึก ๆ และสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในกลิ่นอายของตน ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาไม่ได้ควบแน่นพลังแห่งกฎ และใช้เวลาทั้งหมดไปกับการบ่มเพาะ ตอนนี้ดูเหมือนจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนแล้ว

หลังจากบรรลุสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลาง ยังไม่สายที่จะควบแน่นพลังแห่งกฎ

ขอบเขตการบ่มเพาะในปัจจุบัน ทำได้เพียงสนับสนุนในการใช้พลังแห่งกฎของมหาเต๋าทั้งเจ็ด หากเกินกว่านี้ก็ไม่ส่งผลกับพลังต่อสู้อยู่ดี

นี่คือข้อจำกัดของการบ่มเพาะ

เฉินซีลุกยืนขึ้นและมองไปยังร่างอวตารในระยะไกล จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่า ยังมีกองวัตถุดิบเซียนอีกครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการขัดเกลา เขาอดส่ายศีรษะไม่ได้

แน่นอน เขาทราบดีว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นวัตถุดิบเซียน พวกมันหายากมากและไม่สามารถกลั่นให้สมบูรณ์ได้ในชั่วข้ามคืน

‘ช่างเถอะ ข้าจะไปที่ดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้เพื่อขัดเกลาการบ่มเพาะก่อน และทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลาง หลังจากที่ข้ากลับมา ตราบใดที่ข้าก้าวหน้าในการบ่มเพาะ ข้าก็จะสามารถขัดเกลายันต์ศัสตราได้ในคราวเดียว!’ เฉินซี ครุ่นคิดสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจออกจากโลกแห่งดารา

…

ณ ดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้

แม้จะมาเพียงสองครั้ง แต่เฉินซีก็คุ้นเคยกับสถานที่นี้แล้ว ดังนั้นจึงบินตรงไปยังสนามประลองที่อยู่ไกลออกไปโดยไม่ลังเล

สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับโลกภายนอก แต่มันกลับมหัศจรรย์กว่ามาก การเข้ามาเพื่อขัดเกลาตนเองด้วยดวงวิญญาณ ไม่ต่างอะไรกับการขัดเกลาร่างกาย และเมื่อดวงวิญญาณกลับสู่โลกภายนอก ความเข้าใจและประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับจะกลับคืนสู่ร่างกาย ทำให้ทั้งวิญญาณและร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาเดียวกัน

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือสนามประลองในดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้นั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับกำแพงลอยแห่งแสง และส่งผลต่ออันดับของคน ๆ หนึ่งในเทียบอันดับเซียนทะยานฟ้า

นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับเฉินซี ถึงอย่างไรเขาก็ตั้งใจเข้าสำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า ดังนั้น เขาจะต้องติดอันดับหนึ่งในพันอันดับแรกของเทียบอันดับเซียนทะยานฟ้าให้ได้เสียก่อน

“ดูเร็วเข้า! คนนั้นเหรอ”

“น่าจะใช่ เมื่อสิบวันก่อน เขามาที่นี่พร้อมกับคุณหนูใหญ่เหลียงปิง”

“โอ้ ฮึ่ม! หลังจากรอมานาน ชายที่กล้าล่วงเกินคุณหนูอินเฟิงเอ๋อร์ก็มาที่นี่จนได้”

เช่นเดียวกับครั้งก่อน ผู้คนกระจายอยู่ทั่วบริเวณสนามประลอง พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ในเทียบอันดับเซียนภาคพื้นทวีปทักษิณา

ทว่าสิ่งที่ต่างออกไป ทันทีที่เฉินซีมาถึง เขาสังเกตเห็นว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปเล็กน้อย เสียงกระซิบกระซาบแว่วเข้ามาในหูจากบริเวณโดยรอบ นอกจากนั้น สายตาของผู้เยี่ยมยุทธ์บางคนก็เผยให้เห็นร่องรอยของความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด

สีหน้าของเฉินซียังคงไม่เปลี่ยนแปลง และไม่ได้กังวลเลยสักนิด เขายังคงเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และลอบพินิจสนามประลองระหว่างทาง

สิ่งเหล่านี้คือสนามประลองในชั้นแรก ผู้คนส่วนใหญ่เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นต้นที่ประลองกันอยู่ เฉินซีส่ายศีรษะหลังจากสังเกตสนามประลองเหล่านี้อยู่ชั่วครู่ การต่อสู้ระดับนี้ไร้ความหมายอย่างแท้จริง เขารู้สึกเหมือนพยัคฆ์กำลังมองดูฝูงหมาป่าต่อสู้กัน ไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

แม้จะเข้าร่วมต่อสู้ ก็ไม่ได้ขัดเกลาความแข็งแกร่งได้เลย

ไม่รอช้า ร่างของเฉินซีก็พุ่งตรงไปยังสนามประลองที่ลอยอยู่ชั้นสอง และมีผู้เยี่ยมยุทธ์หลายคนติดตามมาโดยไม่รู้ตัว

แม้สนามประลองในชั้นที่สองจะน้อยกว่าชั้นแรก แต่ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเสียงดังจอแจ และเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงปะทุขึ้นอยู่โดยรอบ

สำหรับความประหลาดใจของเฉินซี มันไม่ได้มีแค่ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นกลางเท่านั้นที่อยู่ในชั้นสอง แต่มีผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นต้นมากมายเช่นกัน

เฉินซีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เนื่องจากเขาสามารถพิชิตขอบเขตและทำลายเซียนลึกลับได้ ดังนั้นจึงมีผู้เยี่ยมยุทธ์ที่สามารถพิชิตขอบเขตท้าประลองกับผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ไม่ต้องกล่าวถึงพวกเขาที่ถึงเป็นบุคคลชั้นยอดในเทียบอันดับเซียนภาคพื้นทวีปทักษิณา ดังนั้นพวกเขาจึงมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา และมีพลังต่อสู้อันน่าตกใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีกฎใดในดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้ ที่ห้ามไม่ให้ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีการบ่มเพาะที่ต่ำกว่าท้าประลองผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีการบ่มเพาะสูงกว่า

เฉินซีส่ายศีรษะ สนามประลองในชั้นที่สองยังไม่เหมาะกับตัวเขา ชายหนุ่มจึงบินตรงไปยังสนามประลองในชั้นที่สามทันที

“อืม? ชายคนนี้ตั้งใจจะทำสิ่งใดกัน? เป็นไปได้ไหมว่าเขาจงใจหลอกล่อพวกเราไปเรื่อย ๆ?” ท่าทางของชายหนุ่มชุดเหลืองในกลุ่มคนที่ตามหลังของเฉินซีกลายเป็นเคร่งขรึม และกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ คนผู้นี้อยู่ที่ขอบเขตเซียนสวรรค์ขั้นต้นเท่านั้น เขาจะกล้าท้าประลองกับผู้เยี่ยมยุทธ์ในชั้นที่สามได้อย่างไร เขาจะต้องเห็นเราอย่างแน่นอน และจงใจวนไปรอบ ๆ!” อีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดุดัน

“ถ้าเด็กคนนี้ไม่ขึ้นสนามประลอง แล้วเราจะช่วยคุณหนูอินเฟิงเอ๋อร์แก้แค้นได้อย่างไร” คนอื่นขมวดคิ้วแน่น

กฎของดินแดนจักรพรรดิแห่งการต่อสู้นั้นชัดเจน ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะหยิ่งผยองเพียงใดในโลกภายนอก พวกเขาไม่กล้าสร้างปัญหาที่นี่โดยผลีผลาม

“เร็วเข้า! เด็กนั่นไปอีกแล้ว!” ระหว่างการสนทนา ก็มีคนสังเกตเห็นร่างของเฉินซีได้ออกจากชั้นที่สามและบินไปยังชั้นที่สี่แล้ว

สีหน้าของทุกคนดูไม่น่าดูเล็กน้อย “เจ้าเด็กนั่นน่ารังเกียจเกินไปแล้ว มันแค่พาเราไปเดินเล่นเหมือนสุนัขบ้า! หากเป็นเช่นนี้อีกต่อไป หากผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่นเห็นเข้า เราจะไม่อับอายจนตายหรือ?”

หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกไป “ไอ้หนู หยุดตรงนั้นซะ!”

โชคไม่ดีที่ดูเหมือนเฉินซีจะไม่ได้ยิน เขาทะยานขึ้นไปยังชั้นที่สี่โดยเอามือไพล่หลังไว้ในลักษณะผ่อนคลาย

ความรู้สึกเหมือนถูกเมินเช่นนี้ ทำให้สีหน้าของชายหนุ่มในชุดเหลืองและคนอื่น ๆ ดูมืดหม่นไปหมด “มันจงใจ! เจ้าเด็กนี้จงใจอย่างแน่นอน!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 1057 จงใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved