cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 960 กรรโชก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 960 กรรโชก
Prev
Next

ตอนที่ 960: กรรโชก

ตอนที่ 960: กรรโชก

ยมบาลมีรูปโฉมอันงดงาม

นางมีผมยาวนุ่มสลวยสวยเป็นประกายสีน้ำเงิน ใบหน้าใสซื่อดุจดรุณี ริมฝีปากแดงระเรื่อ ดวงตาใสประดุจน้ำ ปลายหางตามีความเย้ายวนรัญจวนใจ

ชุดกระโปรงสีดำเรียบราวกับน้ำหมึก ไร้ซึ่งสิ่งแต่งเติม ทว่าขับผิวของนางให้ขาวเนียนสว่างใส โดดเด่นเป็นที่จับตามอง

สีหน้านั้นกลับเย็นชาไร้ความรู้สึก แฝงไว้ซึ่งความเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นใหญ่ มีอานุภาพดุจดังผู้ชี้ชะตาชีวิต

ทว่าเวลานี้หลังจากที่โดนซูอี้ชี้กระบองไม้ไผ่ตีไปสามที ใบหน้าของยมบาลสาวแดงก่ำด้วยความอับอายและเคียดแค้น โกรธจนร่างถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาน้อย ๆ

สายตาที่จ้องมองไปยังซูอี้คมกริบประดุจคมมีด อยากจะจับเขาถลกหนังให้รู้แล้วรู้รอดไป

อาการโกรธจนตัวสั่นเช่นนี้ทำให้ท่าทีหยิ่งผยองเย็นชาเจือจางลงจนไม่มีเหลืออีก กลายเป็นความงดงามอีกแบบหนึ่ง

“คนอย่างข้า ไม่เคยกลัวคำข่มขู่ ยิ่งเจ้าขู่ข้า ข้าก็ยิ่งจะทำ”

ในสายตาของเขา ผิวขาวเนียนนุ่มประดุจหิมะของยมบาลแดงระเรื่อขึ้นมา แลดูงดงามยิ่งนัก

นางเม้มริมฝีปากเงียบไม่พูดสักคำ

เพียงแต่ว่าในแววตาคู่นั้น กลับเปล่งประกายความเย็นยะเยือกบาดลึกเข้ากระดูกออกมาอย่างเต็มที่

ซูอี้รู้สึกหมดสนุกขึ้นมา

เขาชี้นิ้วไปที่กระบองไม้ไผ่ ขณะแตะลงบนหัวไหล่ของยมบาลสาวเบา ๆ

ปัง!

พลังกฎเกณฑ์สีเทาเข้มจำนวนนับไม่ถ้วนที่บีบรัดตัวยมบาลอย่างแน่นหนาพลันหายลับไปในพริบตา

ไม่มีสิ่งใดผูกรัดอีก ยมบาลสาวแอบโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด

ทว่าสายตาของนางยังคงเย็นเฉียบเหมือนดังเดิม “เพียงแค่นี้ก็เลิกแล้วหรือ? เหตุใดจึงไม่ลงมือต่ออีกเล่า? หรือว่า เจ้ารู้สึกกลัว ไม่กล้าลงมืออีก?”

ซูอี้ยิ้มพลางกลับไปนั่งบนเก้าอี้หวาย “อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเพียงแค่สถานะของเจ้าเท่านั้น ถึงแม้จะทำให้เจ้ายอมสยบ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรมากนัก”

หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขาก็ชายตามองไปที่ยมบาลสาว และกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จงจำเอาไว้ ครั้งนี้เจ้าเป็นคนหาเรื่องก่อน ข้าไม่ได้ทำลายร่างจำแลงร่างนี้ของเจ้าถือได้ว่าไว้หน้าเจ้ามากแล้ว”

เวลานี้ดวงตาของยมบาลหรี่ลงเล็กน้อย ในใจรู้สึกสั่นสะท้าน

คำพูดที่ฟังดูเบาสบายของชายหนุ่มนี้ แท้จริงแล้วเผยให้เห็นถึงเจตนาต้องการฆ่า

จากนั้นยมบาลพลันหัวเราะขึ้นมา ราวกับน้ำแข็งละลายภายใต้แสงตะวันยามวสันต์ ดวงตาใสสว่างงดงามคู่นั้นเย้ายวนมีเสน่ห์

“ดูท่าแล้ว สหายเต๋ามีจุดประสงค์อื่นในตัวข้า”

ยมบาลสาวอมยิ้มน้อย ๆ การแสดงออกเริ่มสงบเย็นใจลง “มิเช่นนั้น ด้วยภาวะจิตอันเย็นชา เด็ดขาด รวดเร็วของสหายเต๋า จะละเว้นไม่ฆ่าได้อย่างไรกัน?”

ซูอี้กล่าว “ไม่ถึงกับโง่เขลา ฉลาดขึ้นมาแล้ว”

“…”

ซูอี้กล่าวต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย “กล่าวตามตรง สิ่งที่เจ้าต้องการ ก็คือพลังที่สามารถต้านทานกฎเกณฑ์วอนสวรรค์ ส่วนข้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับหอเก้าสวรรค์จากเจ้า ข้าคิดว่า พวกเราสองคนสามารถร่วมมือกันได้ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

ดวงตาคู่งามของยมบาลสาวเป็นประกายวาบ ก่อนจะกล่าวขึ้น “ร่วมมืออย่างไร?”

ซูอี้ตอบโดยไม่ต้องคิด “เจ้าจะต้องแสดงความจริงใจก่อน ฆ่าพวกของหงอิ๋งเสีย วันข้างหน้าข้าจะช่วยร่างแท้ของเจ้าให้หลุดพ้นจากการกักขังในเมืองมรณะ อีกทั้งไม่รังเกียจที่จะร่วมมือกับเจ้าเพื่อรับมือหอเก้าสวรรค์ด้วย”

ประมุขหอเก้าสวรรค์หาผู้ที่สามารถต้านทานกฎเกณฑ์วอนสวรรค์ได้

เช่นนี้ซูอี้จึงคาดเดาได้ว่าไม่ช้าก็เร็วสักวันเขาจะต้องเปิดศึกกับหอเก้าสวรรค์อย่างแน่นอน

เวลานี้ หากสามารถดึงตัวตนระดับ ‘จ้าวเรือนจำ’ อย่างยมบาลมาอยู่ฝ่ายตัวเองได้ นางจะสามารถช่วยได้มากอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่ายมบาลสาวกลับหัวเราะขึ้นมา แววตาส่อประกายดูแคลน “การร่วมมือเช่นนี้ เห็นชัด ๆ ว่าเจ้าคิดจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือ ไม่ได้มีความจริงใจแม้แต่น้อย”

ซูอี้จ้องมองดูคนตรงหน้าสักครู่ จากนั้นจึงกล่าวขึ้น “จากสภาพการณ์ในตอนนี้ ในโลกนี้มีเพียงแต่ข้าคนเดียวเท่านั้นที่สามารถรับมือกับกฎเกณฑ์วอนสวรรค์ได้”

ประโยคเดียว รอยยิ้มบนใบหน้ายมบาลสาวถึงกับทื่อไป

“เจ้าไม่จำเป็นต้องกลบเกลื่อนความเคียดแค้นที่มีต่อหอเก้าสวรรค์เลย ไม่เช่นนั้น ตอนที่เจ้าไปถึงภูมิมืดมิดก็คงไม่เสี่ยงไปแย่ง ‘หญ้าลวงสวรรค์’ จนแตกหักกับดินแดนปรภพหรอก”

ซูอี้ลูบคาง พลางกล่าว “ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงได้เคียดแค้นต่อหอเก้าสวรรค์ แต่ข้ารู้ว่าด้วยนิสัยของเจ้า วันข้างหน้าจะต้องไปแก้แค้นอย่างแน่นอน”

“และข้า สามารถให้ความช่วยเหลืออย่างดีที่สุดแก่เจ้าได้”

พูดถึงตรงนี้ ซูอี้หยิบน้ำเต้าสุราออกมาดื่มอึกหนึ่ง “เจ้าลองพิจารณาข้อเสนอที่ข้าเอ่ยขึ้นเมื่อสักครู่ดู ”

ยมบาลร้องอ้อ จากนั้นยิ้มพริ้มพรายพลางเอ่ย “ซูเสวียนจวิน มั่นใจเกินไปนั้นไม่ดี เจ้าคิดว่าข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเช่นนั้นหรือ?”

พูดจบ สายตาของนางดุดันและหยิ่งผยองขึ้นมา “ตอนที่อยู่ในเมืองมรณะ ข้าเคยบอกไปแล้วว่า ข้าไม่กลัวการเล่นกับไฟ หากไม่ใช่ข้าเป็นฝ่ายสยบเจ้า ทำให้เจ้าต้องมากราบแทบเท้าข้า ถ้าเช่นนั้นข้าก็ต้องเป็นฝ่ายถูกเจ้าสยบ ถึงเวลานั้นค่อยทำตามความประสงค์ของเจ้า เป็นอย่างไร?”

ยมบาลสาวยังคงไม่ยอมแพ้ และต้องการจะหาโอกาสสยบชายหนุ่มให้ได้ นางต้องการให้ซูอี้มาเป็นทาสของนาง!

สำหรับเรื่องนี้ ซูอี้ไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด กลับหัวเราะพลางกล่าว “ข้ายังจำได้ เจ้าเคยพูดไว้ว่า เจ้ามี ‘ร่างมาตุรงค์’ ทั้งยังเคยบอกด้วยว่าพรสวรรค์เช่นนี้เป็นเตาหลอมฝึกคู่เพียงชิ้นเดียวในปฐพี วันข้างหน้าหากเจ้าพ่ายแพ้ขึ้นมา อย่าลืมก็แล้วกันว่าเคยพูดเช่นนี้เอาไว้”

“…”

นางพลันนึกถึงภาพที่ตัวเองโดนซูอี้ใช้กระบองไม้ไผ่ฟาดเมื่อสักครู่ขึ้นมา รสชาติความอัปยศที่เจ็บแสบนั้นกระตุ้นหัวใจของนางจนรู้สึกเจ็บแค้นขึ้นมาอีกครั้ง

ดวงตาใสสว่างของยมบาลสาวจับจ้องมองไปที่ซูอี้ ริมฝีปากแดงอิ่มเอิมเผยอขึ้น จากนั้นกล่าวทีละคำช้า ๆ “ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ดูกันว่าสุดท้ายแล้วใครเป็นฝ่ายสยบใคร!”

หลังจากเอ่ยเช่นนี้ออกมาเสร็จ ร่างของยมบาลสาวก็หายไป

ซูอี้ไม่ได้ขัดขวาง

เขานั่งอยู่ตรงนั้นดื่มสุราของตัวเองด้วยท่าทีสงบนิ่งเหมือนดังเคย

ผู้หญิงอย่างยมบาลมีความงดงามไม่ใครเทียบเทียม ทว่าแท้จริงมีนิสัยเย็นชาบ้าคลั่ง และนางยังเป็นบุคคลผู้เป็นใหญ่ที่ผู้ฝึกตนมากมายในใต้หล้าล้วนให้ความหวาดกลัวตั้งแต่สมัยอดีตบรรพกาล

จะให้ผู้หญิงเช่นนี้ยอมก้มหัวให้ความร่วมมือจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ตามที่ทราบกันดีว่า ครั้งนั้นดินแดนปรภพต้องใช้ผู้สามารถจำนวนมากมาย ใช้ของล้ำค่าต่าง ๆ นานา ต้องทุ่มเทไปมากมาย จึงสามารถจับตัวยมบาลขังในเมืองมรณะได้

เวลาผ่านพ้นไปนานมากแล้ว ดินแดนปรภพได้หายสาบสูญไปท่ามกลางกาลเวลาอันนมนานแล้ว ทว่าผู้หญิงคนนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงสามารถรู้ได้ว่าพื้นฐานและฝีมือของนางนั้นมีความน่ากลัวถึงเพียงใด

จนกระทั่งดื่มสุราจนหมดแล้ว ซูอี้จึงลุกขึ้นแล้วเดินตัวปลิวไป

——

ตลาดมืด

ณ หอแอ่งกระทะ

“ใต้เท้า นี่เป็นศิลาถ้ำเทพเบิกทวารสามก้อนที่พวกเราหอแอ่งกระทะมี ท่านได้โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”

ผู้เฒ่าม่อ ผู้ดูแลรับผิดชอบหอแอ่งกระทะยิ้มนอบน้อม ขณะประเคนกล่องหยกใบหนึ่งขึ้นไปให้ด้วยความเคารพยำเกรง

แมวเหลืองอ้วนนอนสบายอยู่ตรงนั้น มันกำลังดื่มสุราส่งเสียงดัง

เมื่อได้ฟังความ แมวเหลืองก็เหลือบตาสีน้ำเงินขึ้นมอง พลางส่งเสียงร้องฮึออกมาจากจมูก “สามก้อน? เจ้าให้เงินขอทานอยู่เช่นนั้นหรือ! จะบอกให้รู้ไว้ หากว่าวันนี้หอแอ่งกระทะของพวกเจ้าไม่มอบศิลาถ้ำเทพเบิกทวารจำนวนสิบก้อนขึ้นไป หอแอ่งกระทะแห่งนี้จะมลายหายไปจากเมืองรัตติกาลนิรันดร์!”

ผู้เฒ่าม่อตัวสั่นงันงก เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดเต็มหน้าผาก รีบเอ่ยขึ้นมา “ใต้เท้า โปรดฟังผู้น้อยพูดให้จบ ถึงแม้จะมีศิลาถ้ำเทพเบิกทวารแค่สามก้อน แต่หอแอ่งกระทะของพวกเรายังมีศิลาทิพย์วิญญาณเวียนวัฏสี่ก้อน กับศิลานิลกาฬประชันโลหิตสามก้อน รวมกันเป็นสิบก้อนพอดี”

“พอดี?”

สายตาของแมวเหลืองผุดประกายเย้นหยัน “ถ้าเช่นนั้นดีเลย เจ้าจงไปเอามาให้ข้าอีกสิบก้อน!”

“เอ่อ…”

ผู้เฒ่าม่อรู้สึกลำบากจนอยากจะร้องไห้ออกมา

“อย่ามาตีหน้าเศร้า! ที่ผ่านมาหอแอ่งกระทะของพวกเจ้าเก็บรวบรวมสมบัติล้ำค่าในตลาดมืดจำนวนไม่น้อย เพียงแค่ศิลาล้ำค่าโดยกำเนิดสิบก้อนเท่านั้น สำหรับพวกเจ้าแล้วถือเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”

แมวเหลืองทำท่าหมดความอดทนแล้ว ใช้กรงเล็บเคาะโต๊ะ กล่าวด้วยสายตาดุดัน “ตอบมาเร็ว ๆ ให้ได้เท่าไรกันแน่?”

ผู้เฒ่าม่อสีหน้าเปลี่ยนไป ผ่านไปนานมากกว่าเขาจะพูดขึ้นมา “ใต้เท้า มากสุดให้เพิ่มได้อีกห้าก้อน มากกว่านี้ ท่านฆ่าผู้น้อยตาย ก็ไม่มีอีกแล้ว“

แมวเหลืองส่งเสียงร้องฮึ “เอาออกมาแต่แรกก็หมดเรื่องไปแล้ว ต้องให้ข้าพูดมากเสียน้ำลายอยู่ได้ ไม่ไหวเลย”

ผู้เฒ่าก้มหน้านิ่งไม่กล้าส่งเสียง มีแต่ความสลดหดหู่และจนปัญญา

ที่เมืองรัตติกาลนิรันดร์นี้ มีแต่คนแก่อย่างเขาเช่นนี้จึงรู้ว่า ‘ใต้เท้าไคหยาง’ ที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ทำตัวบาทใหญ่และวางอำนาจเพียงไหน

แน่นอน เวลาปกติ ไคหยางไม่ต้องทำตัวขูดรีดวางอำนาจเช่นนี้

แมวเหลืองก็นำพาสมบัติของมีค่าจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะจากไป แมวเหลืองแสร้งพูดเตือนสติแบบไม่ตั้งใจขึ้นมา “หากว่านายท่านของข้าถาม เจ้ารู้ใช่ไหมว่าควรจะตอบเช่นใด?”

ผู้เฒ่าม่อกระจ่างในทันใด กล่าว “รู้ขอรับ!”

แมวเหลืองถอนใจเบา ๆ “นายท่านจะต้องรู้อย่างแน่นอน ในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้เขาไม่มีทางถามเรื่องเหล่านี้เป็นแน่ หากว่านายท่านเกิดถามขึ้นมา ต้องเอาเรื่องนี้มาจัดการข้าเป็นแน่”

ทันใด มันก็แสดงท่าทีหวาดกลัวขึ้นมา

ครั้งนี้ตนเองทำงานให้ใต้เท้าซู ถึงแม้นายท่านไม่ชอบที่ตนเอง ‘กรรโชก’ พ่อค้าหน้าเลือดในตลาดมืด แต่ก็คงจะปิดตาข้างหนึ่งยอมอะลุ้มอล่วยให้เป็นแน่!

เหตุการณ์ในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับร้านค้าระดับสูงร้านอื่น ๆ ในตลาดมืด

เช่นเดียวกับที่หอแอ่งกระทะ ร้านค้าระดับสูงเหล่านี้ล้วนเปิดกิจการอยู่ในเมืองรัตติกาลนิรันดร์มาเป็นเวลานาน วางรากฐานลึก มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ หิ้วใครออกมาสักคน เป็นไปได้อย่างสูงว่าเบื้องหลังของพวกเขาอาจเป็นขุมกำลังระดับสูงในภูมิมืดมิด!

ทว่าตอนนี้ ล้วนถูก ‘แมวเหลือง’ กรรโชกกันถ้วนหน้า

มังกรเก่งไม่ทำร้ายงูเจ้าถิ่น

เจอการกรรโชกจากแมวเหลือง ใครบ้างไม่ให้ความร่วมมือแต่โดยดี?

ร้านค้าพาณิชย์ระดับสูงถึงขั้นพากันมอบ ‘ศิลาเวียนไตรภพ’ ด้วยความยินดี

เรื่องนี้ไม่มีเหตุผลอื่น เพราะพวกเขารู้ว่าสร้างสัมพันธ์อันดีกับแมวเหลืองก็เท่ากับเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีกับยามบอกเวลาไปด้วย ต่อให้ไม่ได้มีส่วนช่วยเหลือเรื่องการค้าขาย แต่จะไม่มีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้นมากนัก!

“เถ้าแก่ มีศิลาเวียนไตรภพหรือไม่?”

ที่หอแอ่งกระทะ ชายหนุ่มผมสีเทาปรากฏตัวขึ้น แสดงจุดประสงค์การมาต่อผู้เฒ่าม่อ “ไม่ว่ามีจำนวนเท่าใด ไม่ว่าราคาเท่าใด ข้าก็ซื้อหมด”

เขาดูท่าทางอายุน้อย ทว่าชั่วขณะที่กะพริบตากลับแสดงให้เห็นถึงความอาวุโส

“ลูกค้ารายใหญ่!”

ผู้เฒ่าม่อตาลุกวาว ทว่าพอนึกถึงสมบัติล้ำค่าที่ถูกแมวเหลืองกรรโชกไปเหล่านั้นแล้ว เขาก็อดร่ำร้องในใจไม่ได้ จากนั้นจึงโบกมืออย่างหมดเรี่ยวแรง “ไม่มีแล้ว ไม่เหลือสักชิ้นแล้ว ท่านลูกค้าไปถามที่ร้านอื่นเถอะ”

ชายหนุ่มผมทีเทาขมวดคิ้วพลางกล่าว “ข้าไปถามที่ร้านอื่นมาแล้ว ต่างก็บอกว่าไม่มีเหลือแล้วเช่นกัน”

ผู้เฒ่าม่อตะลึง ที่แท้ ร้านอื่น ๆ ก็ถูกใต้เท้าไคหยางกรรโชกจนถ้วนหน้าเช่นกันอย่างนั้นหรือ?

พอคิดเช่นนี้ ผู้เฒ่าม่อก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่น้อย

เขากระแอมแห้ง ๆ ขึ้นมาทีหนึ่ง “ท่านลูกค้า ข้าแนะนำว่าอย่าได้เสียเวลาอีกเลย เจ้ามาช้าไปก้าวหนึ่ง ศิลาเวียนไตรภพในตลาดมืดถูกคนกรร… ซื้อไปหมดแล้ว”

ชายหนุ่มผมสีเทานิ่งตะลึง ดวงตาผุดประกายน่าหวาดกลัวขึ้นมาเป็นระลอก

เขามาที่เมืองรัตติกาลนิรันดร์ในครั้งนี้ก็เพื่อมาเก็บรวบรวมศิลาเวียนไตรภพ ทว่าใครกันจะคาดคิดว่าถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปเสียก่อน!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 960 กรรโชก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved