cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 957 ปณิธานเดิมยังคงอยู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 957 ปณิธานเดิมยังคงอยู่
Prev
Next

ตอนที่ 957: ปณิธานเดิมยังคงอยู่

ตอนที่ 957: ปณิธานเดิมยังคงอยู่

ในห้องโถง

ตะเกียงไฟหนึ่งดวงส่องแสงริบหรี่

ผู้เฒ่าร่างผอมเห็นกระดูกนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ข้างกายมีกระบุงไผ่สานวางอยู่

นกกระเต็นตัวหนึ่งเกาะอยู่บนไหล่ผู้เฒ่า กำลังใช้จะงอยปากจัดแจงขน

“หวังชงหลูคารวะผู้อาวุโส”

แวบแรกที่มองเห็นผู้เฒ่า หวังชงหลูก้มหน้าแสดงความเคารพด้วยสีหน้าจริงจัง

ยามบอกเวลา!

ตาเฒ่าคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่มาไม่รู้นานเท่าใดแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีอายุมากที่สุดในทะเลทุกข์เลยก็ว่าได้!

“ไม่ต้องมากพิธี นั่ง”

ผู้เฒ่าชี้ไปที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ

หวังชงหลูพยักหน้า ขณะที่กำลังจะนั่งลงก็เห็นซูอี้หยุดลงตรงหน้ากระบุงไผ่สานที่อยู่ข้างกายผู้เฒ่า เขาย่อตัวลงพินิจมองกระบุงใบนั้น

หวังชงหลูนิ่งตะลึง

แต่เมื่อเห็นว่ายามบอกเวลาไม่ได้มีท่าทีอันใด ในที่สุดเขาจึงระงับความตื่นตระหนกในใจ และนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ

“เหตุใดจึงไม่เห็น ‘ระฆังกระชากวิญญาณ’?” ซูอี้ถามโดยไม่เงยหน้า

ในกระบุงไผ่สานเก่า ๆ ที่ดูเหมือนปกติธรรมดาใบนี้ ความจริงแล้วมีความพิเศษ บรรจุของดีที่ยามบอกเวลาเสาะหามาได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

“ตอนที่ชุยหลงเซี่ยงมาในครั้งนั้น เขายืมสมบัติชิ้นนี้ไป”

ผู้เฒ่าตอบเสียงเบา น้ำเสียงแหบแห้ง

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

ซูอี้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่าง จากนั้นเขาก็มองดูรอบ ๆ แล้วกล่าวขึ้นมา “สถานที่แห่งนี้ของเจ้าเหมือนกับร้านตีเหล็กของผู้คุมรัตติกาล ไม่มีสิ่งใดแปรเปลี่ยน ทำให้ข้าแทบจะเผลอเข้าใจไปว่าย้อนกลับไปเมื่อในอดีต”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังชงหลูเกือบจะหัวเราะออกมา

คนหนุ่มอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดกลับรำพึงรำพันถึงกาลเวลาที่ผ่านพ้น นึกถึงคนที่เคยรู้จัก เช่นนี้ไม่เข้ากันเลยสักนิด

ทว่าฉับพลันหวังชงหลูก็ตะลึง ตามความหมายของซูอี้ ก่อนหน้านี้เขายังเคยไปพบผู้คุมรัตติกาลแห่งเมืองหิมะสวรรค์มาเช่นนั้นหรือ?

สายตาที่ผู้เฒ่ามองดูซูอี้แฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม “คนยิ่งแก่ ก็ยิ่งชอบนึกถึงความหลัง ก็ยิ่งไม่ชอบที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร เจ้าคิดว่าอย่างไร”

ซูอี้หัวเราะขึ้นมา และกล่าวว่า “สิ่งนี้เป็นเพียงแค่คำปลอบใจตัวเองของผู้ที่ผิดหวังเท่านั้น เสาะหามหาวิถี ไม่เกี่ยวข้องกับวันเวลาว่าผ่านไปนานเท่าใด ยิ่งจิตวิถีแน่วแน่ ก็ยิ่งต้องการความเปลี่ยนแปลง ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแล้วจึงราบรื่น ควรจะเป็นเช่นนี้”

ผู้เฒ่านิ่งตะลึง และกล่าวด้วยสายตาอ่อนโยน “ความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นหรือ? แต่ในสายตาข้า ภาวะจิตของเจ้า ยังคงเฉียบแหลมเหมือนดังคมดาบของเจ้า ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

ซูอี้ยิ้มพลางกล่าว “ปณิธานเดิมยังคงอยู่ สามารถรับความเปลี่ยนแปลงได้ตามประสงค์”

ผู้เฒ่าหัวเราะตาม

คนหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ยังคงเป็นเขาคนนั้นจริง ๆ

ผู้เฒ่าถามราวกับใช้ความคิด “เขาไม่รู้ฐานะของเจ้าหรอกหรือ?”

ซูอี้ตอบ “ในโลกนี้ไม่ใช่ว่าใคร ๆ ก็เหมือนกับเจ้าและผู้คุมรัตติกาลไปเสียหมด มีดวงตาที่มีสามารถมองเห็นฟ้าดิน คนเทพและผี”

ผู้เฒ่าหัวเราะ จากนั้นก็เบนสายตามองไปที่หวังชงหลู และกล่าวขึ้นว่า “สหายเต๋าหวังมาเพราะเหตุอันใด?”

หวังชงหลูสูดหายใจลึก ๆ ไปทีหนึ่ง “เรียนผู้อาวุโส ข้าเพียงแต่ต้องการยืมพลังของท่าน บอกหลิ่วฉางเซิงยมราชดาบคลั่งว่าในช่วงระยะนี้ สำนักสุดวิถีวางแผนจะฆ่าเขา!”

ผู้เฒ่านิ่งตะลึงไปชั่วครู่จึงกล่าว “ที่แท้ เจ้าก็มาเพราะเรื่องของหลิ่วฉางเซิงเช่นกัน ข้ารู้แล้ว ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่?”

หวังชงหลูลังเลสักพักใหญ่ ๆ จึงกล่าว “หากว่าเป็นไปได้ ข้ายังอยากจะขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสด้วย สหายเต๋าซูท่านนี้… อืม ที่แท้แล้วเป็นใครกัน?”

ผู้เฒ่าร้องอ้อขึ้นมาทีหนึ่ง จากนั้นชี้ไปด้านนอกของห้องโถง “เจ้ากลับไปได้แล้ว”

หวังชงหลู “?”

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ทว่าสุดท้ายก็ยังคงลุกขึ้นและหมุนตัวเดินออกไป

ดูเหมือนว่านกกระเต็นจะเห็นใจหวังชงหลูอยู่มาก จึงตอบออกไป “ความหมายของนายท่านก็คือ อสูรเพลิงสายฟ้าก็ถือได้ว่าเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งในทะเลทุกข์ แต่กลับถามคำถามโง่เขลาเช่นนี้ออกมาได้ เช่นนี้ก็แสดงว่าสายตาของท่านนั้นไม่ดีเอาเสียเลย ขืนให้อยู่ต่อเกรงว่าจะยิ่งขายหน้ามากกว่าเดิม”

“เอ่อ…”

หวังชงหลูราวกับโดนฟ้าผ่า

มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย เต็มไปด้วยความอับอาย จากนั้นเขาก็รีบเผ่นหนีไปโดยเร็ว

เมื่อเห็นหวังชงหลูเดินออกมาจากห้องโถง ยมบาลสาวรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อย เหตุใดคน ๆ นี้จึงทำท่ากระฟัดกระเฟียด?

แต่นางยังไม่ทันได้ถามอะไรมาก

หวังชงหลูลังเลสักครู่อยู่ในสวน สุดท้ายยังคงกัดฟันอยู่ต่อ

ไม่รู้ว่าถูกดูแคลนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทั้งยังได้รับความเหยียดหยามไม่รู้เท่าใด หากไม่รู้ที่มาที่ไปของซูอี้ เขาทนไม่ได้แน่!

——

เวลาผ่านไปทีละน้อย

ยมบาลรออยู่ในสวนมาโดยตลอด

บนกิ่งไม้ แมวเหลืองตัวนั้นนอนเหยียดกายอยู่ตรงนั้น บางครั้งเวลาที่สายตาบังเอิญเหลือบมองไปที่ยมบาลสาวมักจะเกิดแววตาเจ้าชู้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

นางรู้สึกได้ถึงสายตาประหลาดของเจ้าแมวเหลืองตัวนี้ ดูเหมือนว่ามันกำลังมองตัวเองเป็นเหยื่ออันโอชะ

แต่นางขี้เกียจจะใส่ใจ

ในทางกลับกัน นางต้องการอยากจะรู้มากกว่าว่าซูอี้กับยามบอกเวลากำลังคุยเรื่องอะไรกัน

หวังชงหลูสงบใจลงมาได้แล้ว

เขาย้อนนึกถึงเรื่องราวทั้งหมดในช่วงที่รู้จักกับซูอี้ด้วยความจริงจัง จากนั้นเขาก็เกิดความคาดเดาบางอย่างขึ้นมาในใจ

ถึงแม้ว่า การคาดเดานี้จะทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ ทว่าเขากลับรู้สึกว่า บางทีนี่อาจจะเป็นคำตอบที่มีเหตุผลที่สุด!

นานมาก

ซูอี้จึงเดินออกมา

บนกิ่งไม้ แมวเหลืองขดร่างที่อ้วนนุ้ย ตั้งท่าระมัดระวังอย่างเต็มที่

แต่ยมบาลสาวกลับพูดหยอกล้อขึ้นมา “ดูท่าแล้ว สหายเต๋าคงปรึกษาเรื่องใหญ่สะท้านฟ้ากับยามบอกเวลาหลายเรื่องเป็นแน่”

ซูอี้หัวเราะ จากนั้นเขาก็มองไปที่หวังชงหลูด้วยความตกใจ “ข้าเข้าใจว่าเจ้าไปแล้วเสียอีก”

สายตาของชายชราเปลี่ยนไป พลันหัวเราะชอบใจขึ้นมา กล่าว “ซูอี้ ข้าพอจะเดาที่มาของเจ้าได้บ้างแล้ว”

ซูอี้ร้องอ้อขึ้นมาทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวถาม “เจ้าคงไม่คิดว่าข้าเป็นคนรุ่นหลังของซูเสวียนจวินหรอกกระมัง?”

หวังชงหลู “?”

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรือ?” เขาอดถามขึ้นมาไม่ได้

ซูอี้หัวเราะ!

ยมบาลหัวเราะ!!

แมวเหลืองบนกิ่งไม้ก็หัวเราะเช่นกัน!!!

ทันใด หวังชงหลูก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว รู้สึกไม่ดีขึ้นมาอีกครั้ง

ซูอี้มองดูหวังชงหลูด้วยสายตาเวทนา กล่าว “ไม่ต้องเดาแล้ว ข้าก็คือซูเสวียนจวิน”

ร่างของหวังชงหลูแข็งกระด้างขึ้นในทันใด

ซูเสวียนจวิน!!?

ชื่อ ๆ นี้ราวกับมีพลังประหลาด ทำให้ทุกอย่างในสวนเงียบสงบลง

หวังชงหลูเงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองดูชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวทั้งตัวยืนมือไพล่หลัง ทำสีหน้าเวทนาสงสารอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าเลื่อนลอย

สักพักใหญ่ ๆ เขาก็กล่าวด้วยความขุ่นเคือง “สหายน้อย นี่เจ้ากำลังสบประมาทสติปัญญาของข้าเช่นนั้นหรือ? จะมากเกินไปแล้ว! ปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินถึงแก่กรรมไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนแล้ว ดูจากรูปร่างหน้าตาของเจ้ามากสุดก็อายุแค่สิบแปดเท่านั้น! ต่อให้ในโลกนี้จะมีวัฏสงสารอยู่จริง ปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินไหนเลยจะมีอายุแค่สิบแปดปีได้?”

เขาราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่เก็บสะสมอยู่ในใจเป็นเวลานานออกมา จึงพูดด้วยน้ำลายแตกฟอง “จริงอยู่ ถึงแม้ว่าข้าจะมองออกมานานแล้วว่าจะมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา แต่หากคิดจะลบหลู่ปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินล่ะก็ เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอ!”

ซูอี้กับยมบาล “…”

แมวเหลืองใช้กรงเล็บปิดตาตัวเองราวกับทนดูไม่ได้

“เหตุใดจึงเงียบไปเสียเล่า?” หวังชงหลูรู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย

ซูอี้ลูบจมูกสักครู่ เขาไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ

“ไปหาที่คุยกัน”

เขาเบนสายตามองไปที่ยมบาลสาว

ยมบาลลุกขึ้นช้า ๆ ท่าทีงดงาม นางแย้มยิ้มพลางกล่าว “ข้ารอเป็นเวลานานมากแล้ว”

จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากสวนไป

หวังชงหลูไล่ตามไป และถามขึ้น “แล้วข้าเล่า?”

ซูอี้นิ่งตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวราวกับเสียไม่ได้ “ไม่มีเรื่องของเจ้าแล้ว เจ้าอยากไปไหนก็เชิญ”

หวังชงหลู “…”

เขาโมโหจนเกือบจะอ้าปากด่า เจ้าหนูคนนี้ไร้น้ำใจสิ้นดี อย่างน้อยก็คนเคยรู้จัก เมื่อจัดการธุระเสร็จ ไม่รู้จักเชิญตัวเองดื่มสักมื้อบ้างเลยหรือ?

“ใช่แล้ว”

ซูอี้พลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “เจ้าต้องการจะทดแทนบุญคุณของหลิ่วฉางเซิงไม่ใช่หรือ?”

หวังชงหลูตอบสีหน้าเคร่งเครียด “ไม่ผิด!”

ซูอี้กล่าวแนะนำ “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รีบรักษาบาดแผลให้หายไว ๆ ตอนนี้หลิ่วฉางเซิงอยู่ในเมืองรัตติกาลนิรันดร์แห่งนี้ เพียงแต่ว่า สภาพของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก ข้าคิดว่า เจ้าสามารถติดต่อกับจ้านเป่ยฉีดู เพื่อช่วยหลิ่วฉางเซิงออกมาด้วยกัน”

พูดจบ ซูอี้ก็หมุนตัวเดินออกไป

ยมบาลสาวตามหลัง

“สภาพของหลิ่วฉางเซิงไม่ค่อยสู้ดีนัก…”

สายตาของหวังชงหลูสับสนไม่นิ่ง

สักพักใหญ่ ๆ หวังชงหลูก็ออกจากสวนแห่งนี้ไปเช่นกัน

“ไคหยาง นายท่านกำชับไว้ว่า ประเดี๋ยวให้เจ้าไปที่ ‘ตลาดมืด’ สักหน่อย”

นกกระเต็นตัวหนึ่งบินโฉบออกมา เหลือบตามองไปที่แมวอ้วนบนกิ่งไม้ “หากว่าเจอศิลาเวียนไตรภพ จงหาวิธีพยายามเอามาให้หมด”

ดวงตาสีน้ำเงินใสของแมวเหลืองหรี่ลง กล่าวหมดแรงกำลัง “นายท่านต้องการจะใช้เมื่อใด?”

นกกระเต็นตอบ “ไม่ใช่นายท่านที่ต้องการ แต่เป็นใต้เท้าซู”

แมวเหลืองขนลุกซู่ มันลุกพรวดพราดขึ้นมาในทันใด พลางร้องตะโกนด่า “เหตุใดไม่บอกแต่แรกเล่า!”

“ไคหยาง นายท่านบอกว่า ของสิ่งนั้นต้องจ่ายเงินซื้อ อย่าได้แย่ง”

นกกระเต็นรีบกล่าวเตือน

“อุ๊บ ข้าเชื่อว่าพวกพ่อค้าในตลาดมืดเหล่านั้นจะต้องเป็นฝ่ายมอบให้แก่ข้าด้วยความดีใจเป็นอย่างมากแน่ ๆ”

เสียงของแมวเหลืองยังคงดังกึกก้อง ทว่าร่างอ้วนท้วนของมันกลับหายลับไปเสียแล้ว

นกกระเต็นนิ่งตะลึงไปชั่วครู่ แล้วก็ถอนใจเบา ๆ

ไคหยางผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด ทั้งยังกล้าต่อปากต่อคำกับนายท่าน มีแต่เจอกับใต้เท้าซูเท่านั้นแหละที่กลัวจนขี้หดตดหาย

ทว่า พอนึกถึงการสั่งสอนที่ไคหยางเจอเมื่อครั้งนั้นแล้ว นกกระเต็นก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา

——

ณ หอดื่มฟ้า

หอสุราที่สูงที่สุดของเมืองรัตติกาลนิรันดร์ เมื่อยืนอยู่บนชั้นสูงสุดจะสามารถมองลงมาเห็นเมืองรัตติกาลนิรันดร์ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยแสงไฟ

ยมบาลนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ขาสวยเรียวยาวซ้อนทับกัน น่องขาขาวดุจหิมะโผล่ให้เห็นรำไรภายใต้กระโปรงสีดำ

ลมพัดโชยมา ทำให้ผมสีน้ำเงินปล่อยสยายของนางสะบัดพลิ้วเริงระบำ สร้างความยั่วเย้าให้มีเพิ่มมากขึ้น

“พวกเราไม่จำเป็นต้องลองเชิงกันอีก เปิดอกคุยกันได้เลย”

ซูอี้นั่งอยู่อีกด้าน ขณะเบนสายตามองไปที่ยมบาลสาว

“ดี”

นางพยักหน้าน้อย ๆ ยิ้มตอบ

ชายหนุ่มใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ พลางกล่าว “ข้าอยากจะรู้ว่าเหตุใดคนของหอเก้าสวรรค์จึงปรากฏตัวอยู่บนทะเลทุกข์”

ยมบาลสาวหัวเราะด้วยสีหน้าคาดไว้แล้วว่าเจ้าต้องถามเรื่องนี้ พลางกล่าว “เพื่อแสดงความจริงใจ คำถามนี้ ข้าสามารถบอกคำตอบให้เจ้ารู้ได้ แต่ หากว่าเจ้าต้องการจะรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีก จะต้องเอาความลับที่เจ้ารู้มาแลกเปลี่ยน”

“ได้” ซูอี้พยักหน้า

เมื่อนางพลิกฝ่ามือขึ้น จอกสุราสองจอกกับกาสุราก็ปรากฏขึ้น

นางรินสุราขณะกล่าว “จุดมุ่งหมายที่ผู้แข็งแกร่งของหอเก้าสวรรค์มาทะเลทุกข์ในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการค้นหาความลับแห่งวัฏสงสาร”

เมื่อฟังถึงตรงนี้ ซูอี้ก็ไม่รู้สึกประหลาดใจอีก เพราะว่าการที่ม่อชวนผู้ลงทัณฑ์ที่ห้าปรากฏตัวขึ้นในเมืองมรณะครั้งนั้น ก็เพื่อค้นหาความลับแห่งวัฏสงสารเช่นเดียวกัน

ทว่า คำพูดประโยคถัดมาของยมบาลสาวทำให้ซูอี้ถึงกับตาค้าง

“พวกเขาสืบมาได้ ว่าเบาะแสภายในพิภพยมราชฝังวิถีซึ่งเป็นที่ดึงดูดสายตาของคนในใต้หล้าช่วงเวลาระยะนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับวัฏสงสาร!”

ดวงตาอันยั่วเย้าของนางจับจ้องดูตาของซูอี้ ในน้ำเสียงอ่อนหวานแฝงไว้ซึ่งแรงดึงดูดอันมีเอกลักษณ์ “สหายเต๋ารู้ความลับแห่งวัฏสงสารมานานแล้ว เจ้าคิดว่าข้อมูลที่พวกเขาสืบมาได้นั้นจริงหรือเท็จ?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 957 ปณิธานเดิมยังคงอยู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved