cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 954 ต่างคนก็ต่างความคิด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 954 ต่างคนก็ต่างความคิด
Prev
Next

ตอนที่ 954: ต่างคนก็ต่างความคิด

ตอนที่ 954: ต่างคนก็ต่างความคิด

จากนั้นไม่นาน เสียงใสแจ๋วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “มีคนมาอีกแล้วหรือ?”

อีกแล้ว?

ซูอี้กับหวังชงหลูรู้ได้ในทันใดว่ามีคนมาเยี่ยมคารวะยามบอกเวลาก่อนหน้าพวกเขา

เสียงออดแอดดังขึ้น

ประตูใหญ่ที่ปิดสนิทก็เปิดออก

ถัดจากนั้นเสียงใสแจ๋วนั้นก็ดังขึ้น “กรุณาเข้าไปรอในสวน”

ได้ยินเพียงแค่เสียง แต่ไม่เห็นตัว

หวังชงหลูกล่าวอย่างมีเลศนัย “สหายน้อยซู เจ้ารู้หรือไม่ว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร?”

ซูอี้ทำท่าราวกับมองดูคนโง่ทึ่ม ก่อนจะกล่าวขึ้น “นั่นเป็นเสียงนก”

พูดจบ เขาก็ย่างเท้าก้าวเดินเข้าไปในสวน

หวังชงหลูทำหน้ากระอักกระอ่วนและรู้สึกเสียหน้า

สถานที่แห่งนี้เป็นที่พำนักของยามบอกเวลา แม้กระทั่งคนในเมืองรัตติกาลนิรันดร์ก็ยังน้อยนักที่จะรู้

เดิมทีเขาตั้งใจจะลองภูมิสักหน่อย ใครกันจะคาดคิดว่าซูอี้กลับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก

“หรือว่าเจ้าหนุ่มคนนี้เคยมา?”

หวังชงหลูเดินเข้าไปในสวนพร้อมกับความฉงนสงสัย

รอบสวนแขวนด้วยโคมไฟสีแสดหลายดวง บ้านหินสามหลังที่สร้างขึ้นจากหินขนาดใหญ่สีดำตั้งเรียงกันเป็นแนว

ใจกลางสวนคือต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง เปลือกของลำต้นยืดขยายคล้ายกับเกล็ดมังกรที่ซ้อนทับกัน กิ่งก้านดกครึ้มราวกับร่มค้ำท้องฟ้า

แมวเหลืองตัวอ้วนนอนหงายพุงหงายไส้อยู่บนกิ่งไม้ หลับตาส่งเสียงกรนฝันหวานออกมา

ใต้ต้นไม้โบราณ มีโต๊ะกับเก้าอี้สองตัวตั้งวาง

เมื่อหวังชงหลูเข้ามาก็เห็นว่าในสวนมีคนมารอก่อนแล้ว

ทั้งยังไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวอีกด้วย

แต่มีด้วยกันถึงสามคน!

คนหนึ่งเป็นผู้ชายวัยกลางคน ร่างสูงใหญ่สวมชุดสีดำ รัดผมด้วยเกล้าทองม่วง รูปลักษณ์ดูน่าเกรงขามประดุจราชา เขายืนสง่าอยู่นอกประตูห้องโถงด้านหน้าสวน หันหลังให้กับคนอื่น ๆ ไม่พูดไม่จา

อีกคนเป็นผู้เฒ่าผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่น ผมเพ้ารุงรัง สะพายสำรับดาบอยู่บนหลัง เขายืนอยู่ที่ด้านหนึ่งของสวน มือไพล่หลัง จับจ้องดูโคมไฟดวงหนึ่งนิ่ง ๆ

ส่วนคนสุดท้ายเป็นผู้หญิงที่เรียกได้ว่างดงามเลอโฉม นางสวมชุดกระโปรงสีดำไร้สิ่งตกแต่ง ผิวขาวยิ่งกว่าหิมะ รูปโฉมงดงามเป็นที่หมายปองของคนทั้งหลาย

คนทั้งสามนี้ มีเพียงแต่นางคนเดียวเท่านั้นที่แลดูสบายที่สุด นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในสวน ขาเรียวงามคู่นั้นไขว่พาดกับโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า เท้าคู่สวยประดุจหยกที่โผล่ออกมาจากใต้กระโปรงถูกสะท้อนเป็นประกายเงางามภายใต้แสงของโคมไฟ

นางใช้มือหนึ่งเท้าคาง อีกมือหนึ่งม้วนผมสลวยสีน้ำเงินเล่น บรรยากาศสบายเป็นกันเองแผ่กระจายออกมาจากรอบตัวของนาง

ทว่าแวบแรกเมื่อเห็นผู้หญิงนางนี้ หวังชงหลูกลับรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาในใจอย่างประหลาด เพราะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันไร้ตัวตนอย่างบอกไม่ถูก

เขาเก็บสายตากลับมาในทันใดราวกับทำไปตามสัญชาตญาณ ไม่กล้ามองดูอีก

ผู้หญิงคนนี้ ดูสวยงามราวกับวัตถุอันเลอเลิศในปฐพี ทว่ากลิ่นอายในตัวกลับเย็นชาโหดเหี้ยมประดุจเทพเซียน มีอานุภาพแห่งความเป็นผู้ชี้ชะตา!

ทว่าไม่นานนัก หวังชงหลูก็ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป ตัวของเขาแข็งเกร็งขึ้นมาน้อย ๆ

เขาจำอีกสองคนที่เหลือได้

ผู้ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวด้วยชุดสีดำ สวมเกล้าทองม่วง หันหลังให้คนอื่น ๆ คนนั้นก็คือจ้านเป่ยฉี ‘จักรพรรดิปีศาจกระบี่เวหา’ หนึ่งในเจ็ดปีศาจแห่งทะเลทุกข์!

และก็เป็นจักรพรรดิปีศาจที่ลึกลับที่สุดในบรรดา ‘เจ็ดปีศาจแห่งทะเลทุกข์’ อีกด้วย!

ทั่วใต้หล้าของภูมิมืดมิด หากเอ่ยชื่อของจ้านเป่ยฉี ก็มากพอแล้วที่จะทำให้ผู้ฝึกตนในโลกหล้าพากันตัวสั่นเพราะความหวาดกลัว!

ถึงแม้หวังชงหลูจะเป็นหนึ่งในเจ็ดปีศาจแห่งทะเลทุกข์ ทว่าเขายังคงเข้าใจดีว่าหากพูดถึงความสามารถแล้ว กระทั่งในสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของตนเองก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้านเป่ยฉี

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึงเลยก็คือจ้านเป่ยฉีไม่เคยปรากฏบนโลกมาเป็นเวลานานมากแล้ว กระทั่งยังลือกันไปว่าเขาออกจากทะเลทุกข์ไปนานแล้ว เพื่อไปสืบเสาะหนทางวิถีในเขตแดนที่ไม่มีใครรู้จัก

ทว่าบัดนี้ ตัวตนจักรพรรดิผู้ลึกลับตนนี้กลับปรากฏตัวอยู่ในสวนบ้านของยามบอกเวลา!

หากจะบอกว่าการปรากฏตัวของจ้านเป่ยฉีทำให้หวังชงหลูรู้สึกตกใจและคาดไม่ถึงล่ะก็ ถ้าเช่นนั้นผู้เฒ่าหน้าเหี่ยวย่นสะพายสำรับดาบคนนั้นก็คงจะทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันใด

ฉวี่ป๋อหลิง ยมราชป่วนโลหิต!

ในหมู่ยมราชทั้งหก เขาคือตาเฒ่าผู้กุม ‘กฎเกณฑ์นรกสยบอสูร’

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อนานมากแล้ว ลึกเข้าไปในทะเลทุกข์ หวังชงหลูเคยถูกตาเฒ่าคนนี้ตามฆ่า…

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นฉวี่ป๋อหลิง เขาจึงรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมา

ยังดีที่ตอนนี้อยู่ในถิ่นของยามบอกเวลา หากว่ารู้ก่อนหน้าว่าฉวี่ป๋อหลิงก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาจะไม่มีทางเดินทางมาที่นี่อย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทว่าความจริงล้วนเกิดขึ้นในใจของหวังชงหลูทั้งสิ้น

เมื่อรู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่ค่อนข้างประหลาดภายในสวน หวังชงหลูก็รีบส่งกระแสเสียงปราณไปให้ซูอี้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดอีก

“เจ้าหนู เจ้าจะต้องระวังตัวสักหน่อย อย่าได้พูดจาพร่ำเพรื่อ แสดงความหยิ่งยโส สามคนที่อยู่ตรงนี้ แต่ละคนไม่ธรรรมดาเลย!”

ตลอดทางที่มา หวังชงหลูเดินทางมาพร้อมกับซูอี้ จึงรู้นิสัยของคนหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดี แทบจะกล่าวได้ว่าไร้ซึ่งความเกรงกลัว ไม่เห็นใครในสายตา

ลักษณะนิสัยเช่นนี้ก่อเรื่องได้ง่ายที่สุด!

จึงเป็นเหตุให้ชายชราเป็นห่วงว่า หากซูอี้ทำอะไรเกินเลยไป จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจะต้องทำเช่นใด

“ไม่ธรรมดา?” ซูอี้หัวเราะ

หวังชงหลูเห็นเช่นนี้แล้ว ก็นิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขาไหนเลยจะมองไม่ออกว่าซูอี้ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย?

ทว่า ในช่วงขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมา เสียงแหบแห้งราบเรียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ที่แท้ก็เป็นเจ้า คนขี้แพ้”

หวังชงหลูสะดุ้งขึ้นมาในใจ เขารู้สึกได้ว่าฉวี่ป๋อหลิง ยมราชโลหิตป่วนที่อยู่ห่างไม่ไกลนักกวาดตามองมาทางนี้แล้ว

ชายชราสูดลมหายใจลึก ๆ ทีหนึ่งแล้ว แล้วจึงแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ได้เจอกันนาน สหายเต๋าฉวี่ยังคงสง่างามดุจเดิม”

บนใบหน้าเหี่ยวย่นของฉวี่ป๋อหลิงไม่มีความรู้สึกใด ๆ ผุดขึ้นมา ก่อนจะกล่าวขึ้น “วางใจเถอะ ตอนนี้ข้าไม่สนใจจะรังแกตัวตนอย่างเจ้าเช่นนี้แม้แต่น้อย”

พูดจบ เขาก็เบนสายตากลับไปมองที่โคมไฟดวงนั้นอีกครั้ง และไม่พูดอะไรอีก

หวังชงหลูหน้าแข็งกระด้าง และรู้สึกโกรธขึ้นมาในใจ

คำกล่าวของฉวี่ป๋อหลิงเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างเปิดเผย

ทว่าสุดท้าย เขาก็ทำเพียงแค่ส่งเสียงร้องฮึเท่านั้น และไม่ได้พูดอะไรออกมา

ส่วนจ้านเป่ยฉี จักรพรรดิปีศาจกระบี่เวหาที่ยืนอยู่หน้าห้องโถง กลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนราวกับไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้แม้แต่น้อย

ทว่าเวลานี้ ซูอี้กวาดตามองดูรอบ ๆ สวน จากนั้นเดินตรงไปที่ใต้ต้นไม้โบราณต้นนั้น และทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่

หัวใจของหวังชงหลูแทบกระเด็นออกมาด้วยความตื่นกลัว

ในสวนแห่งนี้ หากถามว่าเขากลัวใครที่สุด ไม่ใช่จ้านเป่ยฉี และไม่ใช่ฉวี่ป๋อหลิง แต่กลับเป็นโฉมสะคราญที่นั่งสบายอยู่ตรงนั้น!

ทว่าเวลานี้ ชายหนุ่มกลับเป็นฝ่ายเข้าไปใกล้ราวกับไม่รู้อะไรควรไม่ควร เช่นนี้ทำให้หวังชงหลูแอบปาดเหงื่อ รู้สึกโกรธขึ้นมาในใจ

เจ้าหนุ่มคนนี้ เหตุใดจึงตาไร้แววถึงเพียงนี้!?

ขณะที่หวังชงหลูกำลังโมโหนั่นเอง ดูเหมือนซูอี้จะรู้สึกว่าเก้าอี้นั่งไม่สบายขึ้นมา เขาจึงเบนสายตามองไปที่สตรีนางนั้น “ขยับขาไปทางนั้นหน่อย”

คำพูดบางเบาเพียงประโยคเดียว ทำให้บรรยากาศในสวนอึดอัดขึ้นมาอย่างไร้สุ้มไร้เสียง ทุกอย่างราวกับหยุดนิ่ง รู้สึกหายใจไม่ออก

คิ้วของจักรพรรดิปีศาจกระบี่เวหาที่หันหลังให้กับคนอื่น ๆ เลิกขึ้นเล็กน้อย

สายตาของฉวี่ป๋อหลิงที่จ้องดูโคมไฟเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จาผุดประกายประหลาดขึ้นมา

หวังชงหลูคนนี้ ไปเอาเจ้าหนุ่มหน้าโง่ที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมาจากที่ใดกัน?

หวังชงหลูเบิกตากว้าง ริมฝีปากกระตุก เขาได้แต่ถอนใจยาว ๆ รู้เช่นนี้แต่แรก ไม่ควรมาพร้อมกับเจ้าหนุ่มคนนี้เลย!

ตัวก่อเรื่องชัด ๆ!

ทว่าเกินความคาดหมาย ผู้หญิงผู้มีความงดงามจนเป็นที่ตื่นตะลึงของสรรพสัตว์นางนั้นราวกับพบเจอเรื่องที่น่าสนุก แล้วก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

ความงดงามในเวลาที่รอยยิ้มเบ่งบานนั้น ทำให้แสงไฟในสวนแห่งนี้ยังดูริบหรี่ลง

จากนั้น ภายใต้สายตาที่จ้องมองด้วยความคาดไม่ถึงของหวังชงหลู ก็เห็นหญิงสาวเก็บขาเรียวงามที่ซ้อนทับกันคู่นั้น นางยิ้มอ่อนหวานพลางกล่าว “สหายเต๋า ข้าเคยบอกไว้แล้วว่าพวกเราจะต้องได้พบกันที่เมืองรัตติกาลนิรันดร์ และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สวรรค์บันดาลให้เจ้ากับข้าได้พบกันอีกครั้ง”

เสียงที่แฝงไว้ซึ่งแรงดึงดูดดังก้องอยู่ในสวนอันเงียบสงบและอึดอัดแห่งนี้ ความหมายของคำที่พูดราวกับคลื่นทะเลที่ไร้ตัวตน!

ฉวี่ป๋อหลิงหรี่ตาลง สหายเต๋าของ… ผู้หญิงคนนั้น!?

จ้านเป่ยฉีตะลึงไปเล็กน้อย สายตาประหลาดไป คนหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลย

หวังชงหลูราวกับสำลักอะไรบางอย่าง ไอขึ้นมาอย่างแรง

ทว่าลึก ๆ ในใจของเขาปั่นป่วนอย่างเหลือเกิน

ภายในสวน ผู้หญิงที่ถูกเขามองว่าเป็นตัวอันตรายที่สุดและน่าหวาดกลัวที่สุดกลับเรียกชายหนุ่มชุดสีเขียวคนนั้นว่าสหายเต๋า!!

หวังชงหลูแทบตะลึง

ตามที่รู้กันว่าคำเรียก ‘สหายเต๋า’ นี้ ถึงแม้จะพบเห็นได้บ่อย ๆ แต่ทว่าผู้ที่ถูกมองว่าเป็นสหายเต๋าได้นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตัวตนในขอบเขตเดียวกัน!

ทว่าตอนนี้ สตรีลึกลับน่ากลัวคนนั้นกลับเรียกซูอี้ คนหนุ่มผู้อยู่ในขอบเขตวงล้อวิญญาณเป็นสหายเต๋า ความหมายที่แฝงนั้นเป็นสิ่งที่น่าตื่นตะลึงทีเดียว!

และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉวี่ป๋อหลิงกับจ้านเป่ยฉีรู้สึกตื่นตะลึงเช่นกัน

ผู้ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสหายเต๋า หากไม่ใช่เพราะมีความสามารถทัดเทียมกัน ก็ต้องมีฐานะและตำแหน่งทัดเทียมกัน!

คนทั้งสองไม่เชื่อหรอกว่า ผู้หญิงคนนั้นจะเรียกผู้ด้อยอาวุโสคนหนึ่งเป็นสหายเต๋าอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เรื่องนี้จะต้องมีเลศนัยอย่างแน่นอน!

แต่ซูอี้กลับไม่ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

เขายกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนโต๊ะ หลังจากเอนตัวบิดขี้เกียจยาว ๆ แล้วจึงรู้สึกสบายตัวมากขึ้น “นี่ไม่ใช่สิ่งที่สวรรค์กำหนด การที่เจ้ากับข้าได้พบกัน เป็นเพียงเพราะเจ้าวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว”

หญิงสาวผู้เลอโฉมนางนั้นก็คือยมบาลนั่นเอง!

นางยิ้มบางเบา สายตาเป็นประกาย “ข้ามาถึงที่นี่ก่อนเจ้า หากว่าบอกว่ามีแผน ก็ควรจะเป็นเจ้าที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาถึงที่”

ซูอี้ยิ้มพลางกล่าว “อย่าพูดถึงเรื่องเหล่านี้อีกเลย ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องการจะถามเจ้า”

ยมบาลสาวกวาดตามองไปรอบด้าน จากนั้นก็เผยอริมฝีปากแดงเฉิดฉาย ก่อนที่นางจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสื่อเป็นนัย “คุยกันตรงนี้ไม่สะดวก สู้ประเดี๋ยวตอนไปจากที่นี่พวกเราหาที่ลับตาคนคุยกันจะดีกว่าไหม?”

ทุกอากัปกิริยา ทุกสายตาและรอยยิ้มของนาง ล้วนเต็มไปด้วยเสน่หาและความเคลิบเคลิ้ม

แต่ไม่ว่าจะเป็นหวังชงหลู หรือฉวี่ป๋อหลิงกับจ้านเป่ยฉี ต่างก็ไม่กล้าจะมอง

ในสายตาของพวกเขา ถึงแม้ผู้หญิงคนนี้จะงามเลิศเลอ ทว่าขณะเดียวกันก็อันตรายจนถึงขั้นต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา!

และก็เป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อเห็นว่าซูอี้พูดคุยกับนางอย่างมีความสุข แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะดูสงบนิ่ง ทว่าในใจนั้นกลับรู้สึกปั่นป่วนยิ่งนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหวังชงหลู ก่อนหน้านี้ยังเป็นห่วงว่าซูอี้จะก่อเรื่องขึ้น เวลานี้จู่ ๆ กลับเกิดความรู้สึกขมขื่น… “ที่แท้ตัวตลกก็คือตัวข้านั่นเอง”

“ได้ ตามนั้น”

ซูอี้พูดจบก็ยกกาสุราขึ้นดื่ม

ดูเหมือนว่ายมบาลสาวก็สุขสบายใจมากเช่นกัน ภายใต้แสงโคมไฟที่สาดส่องลงมา เค้าโครงใบหน้าที่งามหยดย้อยนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส

ซูเสวียนจวินคนนี้ เป็นฝ่ายเข้ามาถามตนเอง ช่างน่าสนุกจริง!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 954 ต่างคนก็ต่างความคิด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved