cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

นิยามแห่งราตรี (Night’s Nomenclature ) - ตอนที่ 171 ราตรีฝนพรำ, โลหิต, มือสังหาร

  1. Home
  2. All Mangas
  3. นิยามแห่งราตรี (Night’s Nomenclature )
  4. ตอนที่ 171 ราตรีฝนพรำ, โลหิต, มือสังหาร
Prev
Next

ตอนที่ 171 – ราตรีฝนพรำ, โลหิต, มือสังหาร

 

หลิวเต๋อจู้มองดูถุงเลือดสามใบในตู้เย็น ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือว่าควรจะร้องไห้ 

หลิวเต๋อจู้เคยทำความเข้าใจมาแล้วว่าคนทั่วไปไม่มีโรคไม่มีภัยคุณไม่สามารถซื้อเลือดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารเลือดของโรงพยาบาลหรือว่าสถานีเลือดในเมือง การเข้าออกคลังเข้มงวดเป็นพิเศษ

ดังนั้น นี่เป็นได้เพียงเลือดของพ่อแม่ 

บนโลกนี้มีพ่อแม่ที่ไม่รับผิดชอบ อย่างเช่นชิ่งกั๋วจง 

แต่พ่อแม่ประเภทนี้มีน้อยมากจริง ๆ 

ความรักที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มีต่อบุตรธิดาล้วนดูแล้วซาบซึ้งตรึงใจอยู่บ้างในความเงียบงัน 

พ่อแม่สามารถประหยัดค่ากินค่าอยู่ของตนเองเพื่อให้ลูกไปโรงเรียนอนุบาลที่ดีกว่า   

เพื่อให้ลูกมีสภาพแวดล้อมในการศึกษาที่ดีขึ้น ตนเองสามารถกินผักดองกินโจ๊ก 

แม้กระทั่งเพื่อรวบรวมเงินดาวน์ของเรือนหอให้ลูก ตนเองสามารถขายบ้านที่กำลังพำนัก ออกไปเช่าบ้าน 

ความรักชนิดนี้ถึงจะมีอุปสรรคแล้วก็หนักอึ้งมาก ถึงขนาดอาจจะกดดันลูกจนหายใจไม่ออก 

แต่นี่ก็คือวิธีการที่พ่อแม่สามารถคิดและสามารถกระทำ 

อันที่จริงหลิวโหย่วไฉจนถึงตอนนี้ก็ไม่อาจเข้าใจว่านักท่องเวลาสรุปแล้วเป็นเรื่องอย่างไร 

คำถามที่เขามักจะถามเพื่อนร่วมงานคือ ถ้านักท่องเวลาทะลุมิติสองฝั่ง ลูกตัวเองจะแก่เร็วกว่าตัวเองหรือไม่? 

ลูกตัวเองอยู่ที่โลกภายในจะอันตรายเกินไปหรือไม่?         

เขาไม่สนใจว่าหลิวเต๋อจู้กลายเป็นร้ายกาจมากหรือไม่เลย แต่เขาพยายามจะไปทำความเข้าใจทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหลิวเต๋อจู้ 

จากนั้นใช้วิธีการของเขาเองเข้าอกเข้าใจหลิวเต๋อจู้ สนับสนุนหลิวเต๋อจู้ 

ก็เหมือนกับเลือดสองถุงในตู้เย็นนี้

หลิวเต๋อจู้เห็นว่าหลังถุงเลือดถุงหนึ่งยังแปะกระดาษโน้ตสีเหลืองเอาไว้ด้วย: ลูกชาย ดื่มอย่างวางใจเลย ดื่มหมดพ่อแม่ไปจะซื้ออีก 

หลิวเต๋อจู้แสบจมูก สิ่งของนี้ซื้อได้ก็ผีหลอกแล้ว พ่อแม่เขาล้วนเป็นชนชั้นแรงงาน จะไปรู้จักคนที่ดูแลธนาคารเลือดได้ที่ไหนล่ะ         

แต่ซาบซึ้งก็ส่วนซาบซึ้ง หลังจากซาบซึ้งปัญหาก็มาแล้ว……

ถุงไหนเป็นของตนเอง?! 

แถมเรื่องนี้เขาจะต้องบอกกล่าวกับพ่อแม่ให้ชัดเจนว่าตนเองไม่ใช่ผีดูดเลือดจริง ๆ แล้วก็ไม่ต้องการดื่มเลือด!

ตามการคาดการณ์ของเขา ดูจากจำนวนการสนทนาของบอสและผู้ครอบครองแสตมป์มารร้าย ขอเพียงจัดเก็บอย่างเหมาะสม 300CC นี้ของตนเองเพียงพอจะใช้ไปหนึ่งเดือนแล้ว 

สิ่งที่เขาหวาดกลัวคือทุกวันล้วนจะต้องกรีดเปิดบาดแผล ทว่าไม่ใช่การเสียเลือด 

เวลานี้ อุปกรณ์สื่อสารในกระเป๋าหลิวเต๋อจู้สั่นขึ้นมา เขากลับห้องไปก็เห็นว่าเป็นข้อความที่บอสส่งมา “พบเจอสถานการณ์อะไร คุณรู้ได้ไงว่ามีคนอยากฆ่าคุณ?”

หลิวเต๋อจู้ตอบว่า “วันนี้ผมไปซื้อเลือดที่สถานีบริจาคเลือด ระหว่างทางรู้สึกว่ามีคู่รักคู่หนึ่งกำลังมองผม ต่อมาผมเข้าไปในรถบริจาคเลือด เห็นจากในเงาสะท้อนบนกระจกว่าพวกเขาสอดมือไว้ในอกเสื้อเคลื่อนมาใกล้ช้า ๆ เหมือนกับมือสังหารที่เตรียมชักปืนในหนังเลยครับ ตอนนั้นผมค่อนข้างตระหนก ก็เลยไม่ได้ดูให้ชัดว่าพวกเขาหน้าตาเป็นยังไงก็รีบวิ่งหนีแล้ว”

ชิ่งเฉินขมวดคิ้ว ปล่อยเรื่องอื่นไม่พูดถึงไปก่อน ไปสถานีบริจาคเลือด……ซื้อเลือด? 

นี่มันทำอะไร?! 

แต่คำพูดต้องย้อนกลับมากล่าว หลิวเต๋อจู้ตอนนี้เทียบกับแต่ก่อนแล้วก้าวหน้าไปมากจริง ๆ 

หลิวเต๋อจู้ถามว่า “บอสครับ ท่านรู้ว่าใครอยากฆ่าผมไหม”

ชิ่งเฉินคิดแล้วกล่าวว่า “ทางผมได้รับข่าวมาแล้ว เป็นครอบครัวของหวังอวิ๋นเตรียมจะหาคุณเพื่อล้างแค้น”

“งั้นผมควรทำยังไงครับ”

“อยู่บ้านให้สบายใจ” ชิ่งเฉินตอบ “มีคุนหลุนเฝ้าคุณ คุณอยู่ในบ้านอย่าไปวิ่งวุ่นวายจะปลอดภัยที่สุด”

……

……

นับถอยหลัง 126:00:00

6 โมงเย็น 

เจียงเสวี่ยกำลังยุ่งอยู่ในครัวของบ้านชิ่งเฉิน เพราะว่าเป็นสุดสัปดาห์ ดังนั้นอาหารที่ทำอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ 

ก๊อก ๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น   

หลี่ถงอวิ๋นอยากไปเปิดประตู แต่ถูกชิ่งเฉินหยุดเอาไว้ “ที่หลังไม่ต้องรีบเปิดประตู ตอนนี้ข้างนอกอันตรายมาก เธอก็ไม่รู้หรอกว่าคนที่ยืนอยู่นอกประตูจะเป็นใคร”

หลี่ถงอวิ๋นพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “อืม รู้แล้วค่ะ!”

พูดจบ ชิ่งเฉินเปิดประตูแล้วค้นพบด้วยความประหลาดใจว่ายางยางยืนอยู่ข้างนอก 

เด็กสาวยกมือขึ้นโชว์จดหมายหนึ่งฉบับ “อีกฉบับ”

ชิ่งเฉินตะลึง เขาอยากรู้อยู่บ้าง หรือว่าผู้ครอบครองแสตมป์มารร้ายคนนั้นอยากขุดมุมกำแพงของตนเองจริง ๆ? 

เขาแอบนึกในใจว่า รอจนผู้ครอบครองคนนี้ค้นพบในภายหลังว่าอีกฝ่ายกำลังขุด “ชิ่งเฉิน” ต่อหน้าชิ่งเฉิน จะไม่ตายทางสังคมจริง ๆ เลยเหรอ 

“เธออ่านเนื้อหาของจดหมายรึยัง” ชิ่งเฉินถามยางยาง         

แต่ทว่าเด็กสาวคล้ายจะไม่ได้ฟังที่เขาพูด จดจ้องไปที่อาหารที่เจียงเสวี่ยเพิ่งจะยกมาวางบนโต๊ะ   

ซี่โครงหมูตุ๋น ผัดหมูพริกหยวก เต้าหู้มาโป ปลากะพงนึ่ง ซุปไข่เปรี้ยวเผ็ด 

ชิ่งเฉินมองเด็กสาวถามอีกว่า “เอ่อ อยากจะให้ฉันบอกกับอีกฝ่ายสักหน่อยให้เปลี่ยนที่อยู่ไหม”

ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าผู้ครอบครองคนนั้นไม่ได้รับคำตอบจะไม่ส่งจดหมายมาอีก ดังนั้นก็เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีก         

แต่ตอนนี้ผู้ครอบครองคนนี้รบกวนคนอื่นแล้ว ทำให้ชิ่งเฉินก็รู้สึกละอายอยู่บ้าง 

เพียงแต่ ยางยางยังคงเหมือนจะหูหนวก ไม่ได้มีปฏิกิริยาสักนิด 

ชิ่งเฉินหยั่งเชิงว่า “หรือว่านั่งกินสักหน่อยไหม”

“ได้” ยางยางยกเท้าก้าวเข้ามาอย่างไม่ลังเลสักนิด เดินเฉียดไหล่ชิ่งเฉินไปเลย 

ชิ่งเฉิน “……”

จ้องอาหารของบ้านเขาอยู่นิ! 

แต่เธออยากกินข้าวก็พูดตรง ๆ สิ จะแกล้งหูหนวกทำเพื่อ! 

ยางยางก็ไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นคนนอกสักนิด เธอนั่งลงข้างเสี่ยวถงอวิ๋นตรง ๆ หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วกินเลย 

เสี่ยวถงอวิ๋นเงยหน้ามองเธอ กำลังเตรียมจะพูดอะไร แต่ค้นพบว่าอีกฝ่ายกินซี่โครงรัว ๆ ไปหลายชิ้นแล้ว เธอรีบหุบปากดันจาน ป้องกันไม่ให้ซี่โครงถูกยางยางกินเกลี้ยง 

เจียงเสวี่ยถอดผ้ากันเปื้อนยิ้มเอ่ยว่า “อย่าห่วง ๆ ถ้าไม่พอฉันไปทำอีกได้”

“ขอบคุณค่ะ อร่อยมากค่ะ กินพอแล้ว” ยางยางกล่าวอาหารเต็มปาก 

ชิ่งเฉินนั่งลงตรงหน้ายางยางเชิดคางถามว่า “จอหมายฉบับนี้ส่งมาเมื่อไหร่”

“สามชั่วโมงยี่สิบนาทีก่อน” ยางยางกล่าวเสียงอู้อี้ 

ชิ่งเฉินอึ้ง อีกฝ่ายบอกเวลาได้แม่นยำขนาดนี้ งั้นแสดงว่าจดหมายเพิ่งปรากฏอีกฝ่ายก็ค้นพบแล้ว 

แต่ปัญหาคือ เด็กสาวทำไมไม่ให้จดหมายกับตัวเองตอนนั้นเลยล่ะ?         

เดี๋ยวนะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ว่าจงใจรอเวลากินข้าวจึงมาส่งจดหมายหรอกนะ?! 

ชิ่งเฉินหยั่งเชิงถามอีกครั้งว่า “ไงฉันให้อีกฝ่ายเปลี่ยนที่อยู่ส่งจดหมายปะ?”

“ไม่ต้อง” ยางยางโบกมือที่ถือตะเกียบ “ส่งที่ฉันดีแล้ว วันหลังฉันรับจดหมายแล้วก็จะมาส่งให้นายเวลากินข้าว”

“พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาได้ไงเนี่ย” ชิ่งเฉินตกตะลึง 

เด็กสาวหน้าตาดีอย่างยางยาง กินข้าวขึ้นมากลับอย่างกับพายุบุแคม เกือบจะทำให้เสี่ยวถงอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ ร้องไห้แล้ว 

หลังกินอาหารเสร็จ เธอเทซุปไข่เปรี้ยวเผ็ดครึ่งชามลงในชามข้าว คนผสมกับข้าวเป็นข้าวต้มแล้วกินจนเรียบ 

ยังเรอด้วย         

ยางยางกล่าวว่า “ก็ไม่ได้จะกินข้าวนายเปล่า ๆ นะ ข้อมูลหนึ่งอย่างแลกกับข้าวคุณหนึ่งมื้อ คุณไม่ขาดทุน”

“ข้อมูลอะไร” ชิ่งเฉินถาม         

“เริ่มตั้งแต่วันนี้ตอนบ่าย กำลังคนของคุนหลุนล้วนเริ่มรวมตัวกันที่เมืองลั่วแล้ว พวกนี้ล้วนเป็นข้อมูลคมนาคมที่สืบได้ง่ายมาก ปิดคนนอกไม่อยู่” ยางยางกล่าว “ดังนั้น สกุลหวังจะต้องสามารถค้นพบความเคลื่อนไหวผิดปกติของคุนหลุนได้แน่นอน หลังจากวันนี้ ในระยะเวลาสั้น ๆ เมืองลั่วจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของคุนหลุน ถ้าพวกเขาอยากฆ่าหลิวเต๋อจู้ล้างแค้นให้ลูกสาวจริง ๆ เกรงว่าจะเป็นคืนนี้แล้ว”

เพราะหลังจากคืนนี้ สกุลหวังอาจจะหาโอกาสอื่นอีกได้ยากมาก   

“สกุลหวังจ้างคนมาเท่าไหร่” ชิ่งเฉินถาม         

“อันนี้ก็ไม่แน่ชัดแล้วล่ะ” ยางยางกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ฉันแค่รู้ว่าพวกเขาจ่ายเงินจำนวนมากเชิญผู้เหนือมนุษย์มา แถมราคาที่จ่ายไปเป็นสิ่งที่นายยากจะจินตนาการถึง”

“เดี๋ยวนะ เพื่อฆ่าหลิวเต๋อจู้คนหนึ่ง ถึงขนาดต่อสู้ใหญ่โตเท่านี้เลยเหรอ” ชิ่งเฉินสับสน 

“อย่าประเมินความแค้นและโศกเศร้าของพ่อหลังจากสูญเสียลูกสาวต่ำไปนะ” ยางยางกล่าว “ในความเห็นพวกนาย หวังอวิ๋นมีความผิดก่อนดังนั้นตายไปก็ยังลบล้างความผิดไม่ได้ แต่ในสายตาของพ่อแม่ ลูกของตัวเองถูกตลอดกาล พวกเขารู้สึกว่าลูกสาวตอนที่ชีวิตถูกคุกคามจะทรยศคนอื่นก็น่าอภัย อย่างน้อยโทษไม่ถึงตาย”

หลังจากหวังอวิ๋นตายที่โลกภายใน ไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของทุกอย่างเลย

เพราะว่าศพของเธอยังจะกลับมาที่โลกภายนอก 

ลูกสาวตัวเป็น ๆ จู่ ๆ กลายเป็นซากศพที่อนาถจนดูไม่ได้ต่อหน้าพ่อแม่ นี่เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ไม่อาจรับได้

“จำไว้นะ สกุลหวังบ้าไปแล้ว” ยางยางกล่าว “พวกเขาจะทำเรื่องอะไรออกมาในคืนนี้ฉันก็ไม่รู้สึกแปลกใจ”

“ผู้เหนือมนุษย์เป็นแรงก์อะไร” ชิ่งเฉินถาม

“อันนี้ก็ไม่แน่ชัด” ยางยางกล่าว “แต่ฉันคาดว่าไม่ใช่ผู้เหนือมนุษย์ที่แรงก์สูงมาก ผู้เหนือมนุษย์แรงก์สูงล้วนทะนุถนอมสถานะ การหาเงินสำหรับพวกเขาเป็นเรื่องที่ง่ายมากแล้ว ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ”

ชิ่งเฉินขมวดคิ้ว ศัตรูแรงก์ไม่ชัดเจนเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นพิเศษ

อีกฝ่ายถ้าแรงก์ D หรือต่ำกว่าก็ยังว่ากันง่าย ถ้าคนที่มาเป็นแรงก์ C เกรงว่าหลิวเต๋อจู้จะตายแน่แล้ว 

ต้องทราบว่าเขาอยู่ในสถานที่ต้องห้ามยืมใช้กฎมากมายขนาดนั้น เฉาเวยแรงก์ C รับบาดเจ็บสาหัสถูกล่ออยู่ยี่สิบกว่าชั่วโมงยังมีพลังจะโต้กลับจากจุดอันตราย ชิ่งไฮวละเมิดกฎของสถานที่ต้องห้ามยังแทบจะหนีรอดออกไป 

เมื่อถึงแรงก์ C ผู้เหนือมนุษย์จะมีวิสัยเหนือมนุษย์พ้นโลกีย์อย่างแท้จริง 

ยางยางลุกขึ้นกล่าวว่า “กินอิ่มแล้ว ควรจะไปทำธุระแล้ว ฉันเชื่อว่าคืนนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ จำไว้ว่าไปด้วยล่ะ ฉันจะไปแถว ๆ บ้านหลิวเต๋อจู้ดูสถานการณ์สักหน่อยก่อน เตรียมชมโชว์ฉากนี้ได้ทุกเมื่อ”

พูดจบ เธอเดินตรงออกไป

ตอนที่เปิดประตูจู่ ๆ ก็หันหลังเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้แล้วกล่าวกับเจียงเสวี่ยว่า “ขอบคุณค่ะ ทักษะทำอาหารร้ายกาจมากเลย!”

รอจนยางยางจากไป ชิ่งเฉินจู่ ๆ เปิดประตูไล่ตามออกไปเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้   

แต่ทว่า เขาได้เห็นฉากที่ทำให้คนตื่นตกใจ

ในราตรีมืด เด็กสาวยืนอยู่นอกอาคารเงยหน้ามองท้องนภา ทันใดนั้นฝุ่นผงรอบด้านถูกพลังอันไร้สภาพก่อกวนขึ้นมา กระจัดกระจายไปรอบด้าน 

พริบตาต่อมา เด็กสาวพุ่งขึ้นกลางอากาศ ประดุจลูกศรที่หลุดจากแล่ง บินเข้าไปในยามวิกาลอันเข้มข้น 

ชิ่งเฉินยืนเงียบ ๆ ในใจมีเพียงความคิดหนึ่ง: เด็กสาวคนนี้ถึงกับบินได้?! 

เขานั่งยอง ๆ ตรงตำแหน่งที่ยางยางออกบิน จับจ้องฝุ่นผงบนพื้น สำรวจดิน สสารอนุภาคโลหะในฝุ่นผงบนพื้นมีลักษณะแผ่รัศมีออกไปข้างนอกแล้ว 

นั่นเป็นลักษณะของสนามแม่เหล็ก 

จู่ ๆ เขาอิจฉาขึ้นมานิดหน่อย ใครจะไม่หวังว่าตนเองสามารถบินได้ล่ะ มีสกิลอันนี้ยังไม่ใช่ว่าอยากไปไหนก็ไปนั่นเหรอ? 

จะว่าไป ชิ่งเฉินยังไม่ทันได้ถามครูมาตลอดเลยว่าหลังจากตนเองกลายเป็นอัศวินยังจะมีโอกาสกลายเป็นผู้อเวคหรือไม่? 

เดี๋ยวนะ ชิ่งเฉินจู่ ๆ มองไปทางท้องฟ้าราตรี ทิศทางที่ยางยางบินเมื่อกี้คือภูเขาทิศเหนือที่รกร้างปะ บ้านหลิวเต๋อจู้อยู่ทิศใต้นะ! 

เขากลับเข้าไปในบ้านอย่างไร้คำพูด อ่านจดหมายที่ผู้ถือครองแสตมป์มารร้ายส่งมา: คิดดีแล้วรึยัง คุณต้องการอะไร? ฮี่ฮี่ 

ชิ่งเฉินอยากจะตอบจดหมายกวนโมโหอีกฝ่ายอย่างหมดความอดทน         

แต่ทว่าตอนที่เขาเตรียมจะหยิบมีดมาหยดเลือด จู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างไร้เสียง 

ไม่ถูกต้อง ๆ……

“ชิ่งเฉิน” ถ้าไม่ใช่ผู้บงการหลังฉาก แล้วถ้าไม่รู้จักหลิวเต๋อจู้ งั้น “ชิ่งเฉิน” ก็ไม่ควรจะรู้ว่าวิธีตอบจดหมายคือการใช้เลือดเผา 

วิธีตอบจดหมายมีเพียงหลิวเต๋อจู้กับคนหลังฉากที่รู้ คนหลังฉากก็จะไม่ได้อยู่ว่างจนไปเผยแพร่ความรู้ประเภทนี้ให้ “ชิ่งเฉิน” 

ดังนั้น ผู้ถือครองคนนั้นไล่ถามว่า “ชิ่งเฉิน” ต้องการอะไรมาโดยตลอด แต่ไม่เคยแจ้ง “ชิ่งเฉิน” ว่าจะตอบจดหมายอย่างไร 

ถ้าชิ่งเฉินตอบจดหมาย งั้นก็จะเปิดโปงตัวเอง

คิดถึงตรงนี้เขาก็ฉีกจดหมายทิ้งไปเลย 

“น้าเจียงเสวี่ย หลังกลับบ้านห้ามออกมานะครับ”

พูดจบ ชิ่งเฉินเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในค่ำคืนด้านนอกอย่างไร้เสียง   

ความคึกคักของคืนนี้ เขาไม่สามารถขาดหาย 

ในอากาศมีกลิ่นอับชื้นจาง ๆ เมฆหมอกสีดำกลางเวหาลมหนึ่งหอบพัดไปทิศใต้         

ในภูมิอากาศอันเย็นยะเยือกของเดือนพฤศจิกายน ลมพัดแล้ว 

……

……

“พ่อแม่ ผมควรจะอธิบายกับพ่อแม่ยังไง ผมไม่ใช่ผีดูดเลือดจริง ๆ แถมผมก็กินกระเทียมได้ด้วย” หลิวเต๋อจู้กล่าวอย่างจริงจัง “ผีดูดเลือดกินกระเทียมได้รึเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมกินได้”

หนึ่งครอบครัวสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว กับข้าวบนโต๊ะดูแล้วพิลึกอย่างยิ่ง เลือดเป็ดผัดกุ่ยช่าย แกงวุ้นเส้นเลือดเป็ด เต้าหู้เลือด ต้มเลือดเป็ดและผ้าขี้ริ้วรสเผ็ดชา 

อาหารสี่ประเภทล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน เน้นที่คำว่า “เลือด” 

หลิวเต๋อจู้กล่าวอย่างอดทนว่า “ผมรู้แน่นอนว่าพ่อแม่ทำเพื่อผม แต่ว่าผมหาเลือดเพื่อเขียนจดหมาย ไม่ได้เพื่อจะดื่ม…… ไม่ได้อธิบายให้มันดี ๆ สรุปแล้วเชื่อผมก็พอ”

หลิวโหย่วไฉและหวังชูเฟินสบตากัน พากันถอนหายใจโล่งอก         

หวังชูเฟินยิ้มแล้วคีบเลือดเป็ดผัดกุ่ยช่ายหนึ่งคำให้ลูกชายกล่าวว่า “ตอนกลางวันขู่ขวัญแม่กับพ่อลูกแทบตาย ไม่ใช่ก็ดี ๆ”

หลิวเต๋อจู้นึกย้อนไปถึงความอ่อนโยนที่บิดามารดาแสดงออกมา เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “พ่อ แม่ วางใจเถอะครับ วันเวลาของบ้านเราจะดีขึ้นเร็ว ๆ นี้แล้ว”

“หมายความว่าอะไร” หลิวโหย่วไฉเอ่ยอย่างฉงน         

“พ่อแม่ไม่ได้ยินเหรอ คนเยอะแยะเอาสินค้าโลกภายในกลับมา ล้วนขายได้เงินเยอะมากเลย” หลิวเต๋อจู้กล่าว “ผมตอนนี้ตั้งหลักมั่นคงแล้ว แน่นอนว่าสามารถเอาสิ่งของนิดหน่อยกลับมาได้เหมือนกัน ให้พ่อแม่ปรับปรุงคุณภาพชีวิต”

“ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่ลูก ตัวลูกเองกินดื่มให้ดี ๆ ก็พอแล้ว อย่าไปฝืนเกินตัว” หลิวโหย่วไฉจิบเหล้า 

“ไม่ฝืนครับ” หลิวเต๋อจู้กล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ฝั่งนั้นผมรู้จักคนใหญ่คนโตนะ”

“จริงสิจู้จึ ลูกอยู่ฝั่งนั้นมีอันตรายอะไรรึเปล่า” หวังชูเฟินถาม   

“ฝั่งนั้นไม่มีอันตรายอะไรชั่วคราวครับ” หลิวเต๋อจู้ตอบ “อันที่จริง บางครั้งอยู่โลกภายนอกยังอันตรายกว่าอยู่โลกภายในอีก”

เวลานี้ หลิวโหย่วไฉจู่ ๆ สงสัยว่า “พ่อไม่ค่อยจะเข้าใจเลย นักท่องเวลาพวกนั้นสรุปแล้วเอาสิ่งของกลับมาได้ยังไงกันนะ”

หลิวเต๋อจู้อธิบายว่า “ตอนที่ทะลุมิติมีกลไกอย่างหนึ่ง อย่างเช่นหนึ่งวินาทีก่อนทะลุมิติผมเอายาหนึ่งขวดอมเข้าไปในปาก ตอนที่กลับมาก็สามารถถูกผมเอากลับมา ถึงเวลาคายออกมาก็สามารถขายเป็นเงินแล้ว”

“อ้อ” หลิวโหย่วไฉพยักหน้า “ที่แท้เป็น ‘ธุรกิจนำเข้าส่งออก’”

หลิวเต๋อจู้ตกตะลึง ธุรกิจนำเข้าส่งออกไรวะนั่น! 

แต่อย่าพูดเลย วลีนี้ก็ค่อนข้างเหมาะสมจริง ๆ! 

หลิวโหย่วไฉไม่ได้คุยเล่นกับลูกชายดี ๆ มานานมากแล้ว เขาคิดแล้วกล่าวว่า “ในบ้านไม่มีเหล้าแล้ว รอเดี๋ยวพ่อออกไปซื้อเบียร์สักโหล เราสองพ่อลูกมาดื่มให้หนำใจสักครั้ง”

หวังชูเฟินบ่นว่า “เขายังเป็นนักเรียนนะ”

“นักเรียนแล้วไง” หลิวโหย่วไฉกล่าว “ลูกชายตั้ง 17 ปีแล้ว ผม 17 ปีเป็นทหารแล้วนะ”

ผลคือเวลานี้หลิวเต๋อจู้จู่ ๆ กล่าวว่า “พ่อ คืนนี้อย่าออกไปเลย”

หลิวโหย่วไฉอยากรู้ “ทำไมล่ะ”

“คืนนี้ข้างนอกอันตรายมาก ยังไงอย่าออกไปก็ถูกต้องแล้ว” หลิวเต๋อจู้อธิบาย “ขอแค่อยู่ในบ้าน พวกเราก็จะปลอดภัย”

หลิวโหย่วไฉกับหวังชูเฟินมองหน้ากันอย่างตกใจ

พวกเขาตระหนักแล้วว่า คืนนี้เกรงว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น 

ตอนที่กำลังพูดคุย

โดรนขนาดเล็กตัวหนึ่งกำลังบินช้า ๆ ข้ามกำแพงของชุมชมซิงหลงในยามค่ำคืน 

ข้างใต้มันแบกหีบห่อสีดำหนึ่งชิ้น ดังนั้นบินช้าหน่อย         

แต่คนที่บังคับโดรนตัวนี้เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง กลับเห็นมันคล่องแคล่วว่องไว้ราวกับนกพิราบสื่อสารตัวหนึ่ง ทะลุผ่านตึกรามซับซ้อนและมุมมืดยามวิกาล 

ตอนที่มันมาถึงหน้าอาคารหลังหนึ่ง จู่ ๆ ก็เริ่มฝืนเร่งความเร็ว

มีเสียงแควก         

โดรนหาห้องที่มีแค่มุ้งลวดเจอห้องหนึ่งอย่างแม่นยำ เจาะมุ้งลวดด้วยใบพัดที่แหลมคม โดรนทั้งลำชนเข้าไปในห้อง   

โดรนตกลงสู่พื้น ในถุงสีดำที่มันแบกเอาไว้มีจาระบีสีดำไหลออกมา ค่อย ๆ นองใส่โดรนที่เสียหาย 

มีเสียงฉึกอีกครั้ง โดรนปล่อยควันสีขาวและประกายไฟ จุดความร้อนอันมหาศาล

พริบตาที่จาระบีสีดำสัมผัสกับโดรนก็เผาไหม้เป็นแสงไฟอันบาดนัยน์ตา

ไฟเริ่มลุกลาม 

หลิวโหย่วไฉที่นั่งอยู่ในบ้านเพิ่งจะขุดเหมาไถที่ถนอมเอาไว้หลายปีออกมาหนึ่งขวด “ออกไปดื่มเหล้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร วันนี้สมควรฉลอง พวกเราเอาเหมาไถขวดนี้มาดื่มกัน!”

เพียงแต่ หลิวโหย่วไฉพูดจบก็เห็นสีหน้าของภรรยาตนเองเคร่งเครียดขึ้นมา 

เขาคิดแล้วกล่าวว่า “เอ่อ นี่เป็นของที่คนอื่นให้มา ไม่ใช่ของที่ผมซ่อนตังค์ไปซื้อนะ”

“ไม่ใช่” หวังชูเฟินเงยหน้าขึ้นมา “คุณได้กลิ่นเหม็นไหม้รึเปล่า”

……

……

“คืนนี้สถานีอุตุนิยมวิทยาออกคำเตือนรหัสสีแดงเรื่องพายุฝนฟ้าคะนอง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านี่คือพายุฝนในฤดูใบไม้ร่วงที่สิบปียากจะพบเจอสักครั้ง พยากรณ์ว่าในสามชั่วโมงปริมาณน้ำฝนอาจจะไปถึง 50 มิลลิเมตร ท่านผู้ฟังโปรดทำมาตรการการป้องกันฝนและหลีกเลี่ยงฝน”

ในรถแท็กซี่มีเสียงวิทยุดังขึ้น เสี่ยวอิงเอื้อมมือไปเปลี่ยนคลื่น หลังจากเสียงซู่ซ่า ๆ ก็มีเสียงละครวิทยุดังขึ้นมา “ต้าจินหยาถามว่า นายท่านหู ประโยคสุดท้ายที่คุณเพิ่งจะพูดหมายความว่าอะไร จะบอกว่าสร้างวัดอวี๋กู่ในหุบเขาไม่ดีเหรอ……”

ในช่องแคบ ๆ ของหน้าต่างที่เปิดขึ้น มีความชื้นลอยเข้ามาจากนอกหน้าต่าง

เสี่ยวอิงนั่งอยู่ในรถฟังละครอย่างออกรสออกชาติ บางครั้งบางคราวยังมองวนไปรอบด้าน 

เวลานี้ หูฟังในหูซ้ายของเขามีเสียงดังขึ้นมาว่า “เสี่ยวอิง ข้างนอกมีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“ไม่มี ป้าที่เต้นรำอยู่ในลานยังไม่เก็บบูทเลย” เสี่ยวอิงตอบ “แต่ผมว่านะ พวกป้า ๆ สมัยนี้อินเทรนด์จริง ๆ เพลงที่ฟังฉันไม่เคยได้ยินเลย”

แต่ทว่าเวลานี้ในช่องสื่อสารมีเสียงของลู่หยวนดังขึ้นมา อีกฝ่ายกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ปลุกสติขึ้นมา ผ่านไปอีกสองชั่วโมงสหายศึกกลุ่มปฏิบัติการพิเศษที่ดำเนินภารกิจอยู่ภายนอกจะมาถึงเมืองลั่วแล้ว ถึงเวลาจะมีคนเปลี่ยนเวรกับพวกคุณ ยืนหยัดเวรรอบสุดท้ายของคืนนี้ให้ดี ๆ”

“รับทราบ”

“รับทราบ”

“รับทราบ”

“รับ……หัวหน้าทีมลู่ ผมเห็นห้องชั้นบนของบ้านหลิวเต๋อจู้มีแสงไฟ ใหญ่มาก แถมมีควันหนาทึบลอยออกมาจากหน้าต่างด้วยครับ” หูลู่กล่าว 

ลู่หยวนกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “ผมก็เห็นแล้ว นี่ไม่ใช่เหตุไฟไหม้ตามปกติ ไฟลุกไหม้เร็วเกินไป ลามเกินไป”

เสี่ยวอิงกล่าวว่า “ผมเพิ่งได้ยินพยากรณ์อากาศแจ้งว่าคืนนี้มีพายุฝน”

“นี่คือมีคนอยากบังคับให้หลิวเต๋อจู้ออกมา พวกเขารู้ว่าคุนหลุนครอบครองชัยภูมิที่นี่แล้ว ดังนั้นอยากจะเปลี่ยนสนามรบ” ลู่หยวนวิเคราะห์ต่อว่า “พายุฝนกำลังจะมาแล้ว ไฟจะไม่ลุกลามอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ แต่ควันหนาทึบในบ้านใครก็ทนไม่ได้ ในอาคารที่พักจะชุลมุนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว”

พวกมือสังหารที่สกุลหวังจ้างมาไม่อยากถ่วงเวลาไปอีก 

อีกฝ่ายเดิมมีการเตรียมการมาดีมาก อยากจะลงมือใช้ไฟมาสร้างความปั่นป่วนตอนหลังเที่ยงคืน         

แต่พายุฝนที่มาอย่างกะทันหันป่วนแผนการของทุกคน พวกเขาจำเป็นต้องลงมือก่อนพายุฝนจะมา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีโอกาสแล้ว   

“เสี่ยวอิงไม่ต้องเฝ้าที่ประตูแล้ว คุณคนเดียวอยู่นั่นอันตรายมาก รีบลงรถแล้วมารวมพลกับพวกเราพร้อมปิงถัง เตรียมเปิดศึก” ลู่หยวนสั่งการ 

แต่ทว่า ณ ตอนนั้นเอง เสี่ยวอิงจู่ ๆ มองทะลุหน้าต่างรถเห็นว่าในราตรีมืดมิดข้างนอกมีร่างคนสีดำร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล จับจ้องตนเองเขม็ง         

อีกฝ่ายสวมเสื้อกันฝนสีดำ ใบหน้าก็ถูกบังไว้ใต้หมวกคลุมของเสื้อกันฝนทั้งหมด

ลมปราณของทั้งสองฝ่ายคล้ายจะล็อกเข้าด้วยกัน แต่ละฝ่ายล้วนรอคอยเงียบ ๆ แต่ใครก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรออะไร

ในช่องสื่อสารมีเสียงปิงถังดังขึ้นมาว่า “เสี่ยวอิง คุณอยู่ไหน รีบมารวมพล”

แต่เสี่ยวอิงในรถไม่ได้พูดสักคำ หยดเหงื่อก็ไหลลงจากขมับช้า ๆ 

แสงไฟที่ชั้นบนอันห่างไกลยิ่งมายิ่งใหญ่โต ควันหนาพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างสิบกว่าบาน 

ทันใดนั้น 

ในเมฆดำเหนือท้องนภา ไอน้ำสัมผัสอากาศเย็นแล้วควบแน่นอย่างรวดเร็ว สุดท้ายรวมตัวกันเป็นหยดน้ำ สาดซัดลงมา 

หยดน้ำนั้นทะลุผ่านชั้นเมฆ ทะลุผ่านอากาศอันยาวไกล    

ในที่สุดส่งเสียงแปะ 

ชนลงไปบนฝากระโปรงรถแท็กซี่

กลิ่นดินชื้นในอากาศแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ฝนเม็ดนั้นราวกับจะทะลวงผ่านท้องนภา ม่านฝนที่ดังโครมครามตกลงมาเหนือศีรษะ ท้องฟ้ายิ่งมืดลง   

ในที่ห่างไกล เหล่าคุณป้าที่เต้นรำอยู่ในลานรีบเร่งเก็บเครื่องเสียง ทุก ๆ คนหนีกระเจิดกระเจิง 

เสี่ยวอิงเห็นมือสังหารคนนั้นสวมเสื้อกันฝนสีดำเดินมาหาตนเองช้า ๆ แต่แล้วก็หยุดลง         

คุณป้าหลายสิบคนใช้มือบังเหนือศีรษะพุ่งผ่าน เหมือนกับว่าอยากจะฝ่าสายฝนพุ่งเข้าไปในชุมชมซิงหลง

พวกเธอพุ่งผ่านระหว่างมือสังหารกับรถแท็กซี่ ราวกับเป็นม่านที่ขึงขึ้นมาระหว่างทั้งสองคนในช่วงสั้น ๆ 

เสียงคลิกดังขึ้น เสี่ยวอิงลงจากรถอย่างรวดเร็ว เขาอยากป้องกันไม่ให้มือสังหารคนนั้นจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน!         

แต่พริบตาที่เขาเปิดประตูรถก็นิ่งงันไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เห็นเพียงว่าหลังจากคุณป้ากลุ่มนั้นวิ่งผ่านไป มือสังหารในม่านฝนยังคงยืนอยู่กับที่

แนวสายตาระหว่างกันไร้สิ่งกีดขวางอีก แต่มือสังหารนั่นยืนอยู่กับที่อย่างเหม่อลอย เหนือศีรษะยังปักไพ่ไว้หนึ่งใบ เลือดกำลังไหลออกมาจากรอยแตกในกระโหลกที่ไพ่ใบนั้นสร้างขึ้นมา 

สายเลือดที่ราวกับสายฟ้าไหลจากหน้าผากอีกฝ่ายลงไปที่คาง   

มือสังหารเบิดตากว้าง ราวกับรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง         

ทว่าเสี่ยวอิงค้นพบว่า เสื้อกันฝนบนตัวอีกฝ่ายไม่รู้ถูกคนดึงออกไปตอนไหน มือสังหารที่เดิมสวมเสื้อกันฝน ขณะนี้เผยให้เห็นเสื้อแจ็กเก็ตสีดำใต้เสื้อกันฝน 

มือสังหารที่ตายไปคนนั้นหงายหลังล้มลงไป ล้มลงในแอ่งน้ำหลังพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักหน่วง 

เสี่ยวอิงมองไปที่แผ่นหลังของพวกป้า ๆ อย่างเกิดปฏิภาณวูบขึ้น เห็นพอดีว่าในฝูงชนมีคนที่กำลังสวมเสื้อกันฝนสีดำลงบนตัวอย่างว่องไว มุดเข้าไปในชุมชนในชั่วพริบตา 

ชุมชนซิงหลงใหญ่มาก เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองลั่ว รวมทั้งสิ้นมีอาคารที่พักอาศัยหกสิบกว่าหลัง   

ในยามปกติยังไม่รู้สึกว่าภูมิประเทศของมันซับซ้อนสักแค่ไหน ตอนนี้เสี่ยวอิงกลับรู้สึกว่าที่นี่ราวกับเป็นเขาวงกต ชั่วพริบตาก็กลืนคนเข้าไปแล้ว

เสี่ยวอิงปิดประตูรถแท็กซี่ วิ่งไปที่ข้างกายมือสังหารพลาง กล่าวลงในช่องสื่อสารพลางว่า “หัวหน้าทีมลู่ครับ มีบุคคลไม่ทราบนามเข้ามาในที่เกิดเหตุ ผมเพิ่งจะถูกมือสังหารคนหนึ่งจับจ้องที่ปากประตูชุมชม ผลคือคนคนนี้จู่ ๆ ปะปนอยู่ในหมู่ป้า ๆ ที่เต้นอยู่ในลาน ไม่เพียงจัดการมือสังหารคนนั้น ยังยึดเสื้อกันฝนของมือสังหารไปด้วย”

“คนเขาอยู่ไหน” ลู่หยวนถามอย่างเคร่งขรึม         

“เขาเข้าไปในชุมชนแล้ว ผมรู้สึกว่าอาจจะเป็นกองกำลังที่เป็นมิตร” เสี่ยวอิงกล่าว   

เขาคุกเข่าลงตรวจเช็คอาการบาดเจ็บของมือสังหาร ผลคือเขาค้นพบด้วยความตื่นตะลึงว่าสิ่งที่เจาะอยู่บนหน้าผากของอีกฝ่ายเป็นเพียงไพ่ธรรมดาใบหนึ่ง

ธรรมดาจนไม่รู้จะธรรมดายังไงแล้ว 

เมื่อครู่นี้เสี่ยวอิงอยู่ไกลเห็นไม่ชัด ยังนึกว่าเป็นอาวุธพิเศษอะไรหรือไม่ แต่ขณะนี้ม่านฝนกระหน่ำลงมา ไพ่ใบนั้นหลังจากเปียกน้ำฝนก็อ่อนตัวลงติดไปบนหน้าผากของมือสังหาร 

เสี่ยวอิงมองไปทางส่วนลึกของชุมชนซิงหลงอย่างตะลึงงัน อีกฝ่ายทำได้อย่างไร ถึงกับสามารถใช้ไพ่หนึ่งใบเจาะเข้าไปในกระโหลกอันแข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์? 

เขาพลิกไพ่ที่เปียกโชกใบนั้น บนหน้าไพ่ joker ที่ถูกน้ำฝนเปื้อนบนกลายเป็นสีเทากำลังหัวเราะอย่างไร้เสียง 

ริมฝีปากสีแดง ราวกับจะฉีกยิ้มไปถึงใบหู   

“หัวหน้าทีมลู่ครับ คนที่เข้าที่เกิดเหตุคนนี้เป็นผู้เหนือมนุษย์” เสี่ยวอิงกล่าว “แรงก์ไม่ทราบ”

ลู่หยวนกล่าวว่า “ที่ม้ามของศพผู้ตายมีบาดแผลไหม”

เสี่ยวอิงพลิกเปิดแจ็กเก็ตสีดำของมือสังหาร “หัวหน้าทีมลู่ ไม่มีบาดแผลครับ”

ลู่หยวนสับสนอยู่บ้าง นี่กับสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์ไม่เหมือนกันเลย 

……

……

อาคารที่พักที่ไฟลุกไหม้ไม่ได้หยุดอยู่ที่หนึ่งหลัง   

เวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาที อาคารที่พักสามหลังล้วนติดไฟขึ้นมา แม้แต่พายุฝนยังไม่อาจชะล้างควันหนาทึบ 

ม่านฝนอันน่าเกรงขามนอกอาคารปิดกั้นเสียงวุ่นวาย แต่ครอบครัวหลิวเต๋อจู้ในอาคารกลับสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบในทางเดิน

ทุกคนล้วนกำลังพุ่งลงชั้นล่าง

“พ่อแม่รีบไป” หลิวเต๋อจู้เพิกเฉยต่อคำเตือนของชิ่งเฉิน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากฟัง ทว่ามีคนบังคับให้เขาจำเป็นต้องออกไป

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหลังออกไปจะเผชิญกับอันตรายอะไร แต่ดีกว่าถูกเผาตายอยู่ในอาคารเสมอนั่นล่ะ

“ข้างนอกฝนหนักเกินไป รอฉันหยิบร่ม!” หวังชูเฟินกล่าว 

“เวลาไหนแล้วยังจะหยิบร่ม” หลิวโหย่วไฉลากภรรยาแล้วพุ่งออกไปข้างนอก พอเปิดประตูทุกคนจึงเห็นว่าบนเพดานของทางเดินมีควันดำคละคลุ้ง ฝุ่นควันและสิ่งสกปรกในอากาสหลังถูกเผาไหม้ทำให้ทุกคนหายใจไม่ออกและไอ 

หลิวเต๋อจู้พุ่งเข้าไปในบ้านแล้วพุ่งออกไปอีกครั้ง “ผ้าขนหนู! รีบปิดปากปิดจมูก!”

เวลานี้ ชายกลางคนที่พุ่งลงบันไดอย่างแตกตื่นไม่ดูตาม้าตาเรือคนหนึ่งตอนที่ผ่านบ้านหลิวเต๋อจู้ไม่ได้ระวังใช้ไหล่กระแทกร่างกายของหวังชูเฟิน 

จนถึงขนาดที่ว่าทั้งสองคนล้วนกลิ้งตกบันได

“แม่!” หลิวเต๋อจู้กระวนกระวาย

เขาพุ่งลงบันไดไปพยุงตัวหวังชูเฟินขึ้นมา กลับเห็นว่าข้อเท้าของมารดาตนเองบิดจนผิดรูป เห็นได้ชัดว่าหักแล้ว

“จู้จึลูกอย่าห่วงแม่ ลูกหนีลงไปก่อน ให้พ่อลูกมาพยุงแม่” หวังชูเฟินกล่าวอย่างกระวนกระวาย   

“พ่อผมพยุงแม่ไม่ไหว” หลิวเต๋อจู้พูดแล้วแบกมารดาขึ้นหลัง จากนั้นตะโกนดังลั่นใส่หลิวโหย่วไฉว่า “พ่อยังบื้ออะไรอยู่ รีบวิ่งสิ!”

เวลานี้หลิวเต๋อจู้ดีใจจริง ๆ ที่ตนเองฉีดยาแปลงพันธุกรรม ถ้าไม่ใช่ว่ายาแปลงพันธุกรรมเพิ่มความแข็งแกร่งให้สมรรถภาพทางกายของเขา เขาไม่แน่ว่าจะสามารถแบกมารดาไว้บนหลังจริง ๆ   

หนึ่งครอบครัวสามคนวิ่งลงชั้นล่าง ชายกลางคนที่กระแทกหวังชูเฟินคนนั้นตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น หลิวเต๋อจู้เดิมอยากจะเตะเขาสักเท้า ท้ายที่สุดยังอดกลั้นเอาไว้ 

หวังชูเฟินนอนอยู่บนหลังลูกชาย หลังหักแล้วบาดแผลตอนแรกชา จากนั้นจึงเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวตามมา 

แต่เธอไม่ได้ปริปากสักแอะ ด้วยกลัวว่าจะแบ่งแยกสมาธิของลูกชาย   

หลิวเต๋อจู้ที่แบกมารดาไว้วิ่งลงบันไดพลางท่องพึมพำพลางว่า “แม่อย่ากลัวนะ พวกเรานี่ไฟอยู่ชั้นบน วิ่งลงจะไม่มีเรื่องหรอก ตอนนี้ผมไม่ใช่คนธรรมดา แบกแม่ไว้ไม่เหนื่อยสักนิด”

ตอนที่หนึ่งครอบครัวสามคนพุ่งออกจากทางเดิน ที่นี่มีผู้พักอาศัยหลายร้อยคนรวมตัวกันแล้ว 

เพลิงไหม้คราวนี้มาอย่างกะทันหันเกินไป ถึงขนาดที่ว่าคนส่วนใหญ่ล้วนไม่ทันได้หยิบร่ม สายฝนอันหนาหนักเทลงบนร่างของทุกคน ทุกคนเงยหน้ามองควันดำเหนืออาคาร สีหน้าช่วยอะไรไม่ได้และว่างเปล่า 

คนที่พกโทรศัพท์มือถือรีบกด 119 คนที่ไม่ทันได้พกโทรศัพท์มือถือได้แต่รออยู่ในสายฝน         

ณ ขณะนี้ หลิวเต๋อจู้แบกมารดาแล้วสำรวจมองไปโดยรอบ

หลิวเต๋อจู้ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ไม่รู้ความขนาดนั้นอีกแล้ว เขาทราบชัดมากว่ามีคนจุดไฟขับไล่เขาออกมา เป็นคนที่อยากฆ่าเขาในความชุลมุน         

แต่ว่า มือสังหารล่ะ? 

เนื่องจากชุมชนซิงหลงใหญ่โตเกินไป ดังนั้นมีสี่ประตูหลัก สองประตูเล็ก   

ท่ามกลางฝนห่าใหญ่นี้ ทีมที่สวมเสื้อกันฝนสีดำหกทีมกำลังเข้าไปในชุมชนจากหกทิศทางอย่างไร้สุ้มเสียง 

พวกเขาทุกทีมล้วนมีหกคน กำลังใช้ขบวนทัพยุทธวิธีแทรกซึมแบบมาตรฐานเดินไปในชุมชนช้า ๆ 

สามคนทะลวงเข้า สองคนขนาบข้าง หนึ่งคนรั้งท้าย

ภายใต้เสื้อกันฝนสีดำ ใบหน้าของคนทั้งหมดล้วนถูกบังไว้ใต้ขอบหมวกคลุม ฝ่ามือที่ซุกอยู่ในเสื้อกันฝนของเหล่ามือสังหารบ้างก็กำด้ามปืน บ้างก็กำด้ามมีด 

น้ำฝนตกลงบนเสื้อกันฝนคอลลอยด์ของพวกเขาแล้วกระเซ็นเป็นหยดน้ำ ส่งเสียงดังเปาะแปะ

เหล่ามือสังหารเหยียบย่ำแอ่งน้ำ แต่ไม่ได้ถูกสภาพแวดล้อมภายนอกที่หนวกหูนี้รบกวนสักนิดเดียว

ในทีมย่อยที่อยู่ทิศตะวันตกที่สุด คนที่นำทีมอยู่ข้างหน้าสุดจู่ ๆ รู้สึกว่าไม่ถูกต้องอยู่บ้าง เขาหันหน้ากลับไปสำรวจ แต่ไม่ค้นพบสิ่งผิดปกติเลย         

แต่ว่าคนที่นำทีมตระหนักได้ว่าตรงไหนที่ไม่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว

เขายืนยันจำนวนคนข้างหลังในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า 1, 2, 3, 4, 5, 6   

ไม่ผิด เป็นหกคน 

บวกกับเขาก็คือเจ็ดคน 

ม่านตาภายใต้หมวกคลุมของผู้นำทีมหดลงอย่างฉับพลัน ถึงแม้ทุกคนล้วนสวมเสื้อกันฝนสีดำเหมือนกัน แต่ด้านหลังทีมของพวกเขา……เกินมาหนึ่งคน!   

ในพริบตานั้น ผู้นำทีมชักมีดที่ต้นขาด้านนอกออกมาพุ่งย้อนศรไปข้างหลัง เขาทะลวงผ่านไปในขบวนทัพยุทธวิธี มีดภายใต้เสื้อกันฝนชี้ไปยังคนที่อยู่ท้ายสุด! 

ใต้หมวกคลุมเสื้อกันฝนของเขามีน้ำฝนหยดลงมา พร้อมกับที่เขาหมุนตัวอย่างดุดัน ถึงกับสาดหยดน้ำอันกระจ่างใสออกมา         

ตอนที่เหล่ามือสังหารรับรู้ว่าไม่ถูกต้องก็พากันหลีกทาง มีเพียงคนที่อยู่ท้ายสุดคนเดียวที่ยืนโงนเงนอยู่กับที่ 

ไม่ถูก!         

ผู้นำที่อยู่ในความมืดเห็นชัดแล้ว คนที่อยู่ท้ายสุดคนนั้นหลับตาเสียชีวิตไปแล้ว เสื้อกันฝนที่ตำแหน่งม้ามตรงช่องท้องด้านซ้ายของอีกฝ่ายถูกคนแทงเป็นรูขนาดยักษ์ไปแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด 

ก่อนหน้านี้ มือสังหารที่ตายไปคนนี้ถูกคนพยุงตามอยู่ในทีมมาโดยตลอด จนกระทั่งผู้นำทีมค้นพบปัญหา อีกฝ่ายจึงคลายมือที่พยุงมือสังหารคนนี้ออก 

ตอนที่เขาตระหนักถึงจุดนี้ ด้านข้างมีคนยกขาเตะใส่เขาแล้ว

เสียงดังตูม ร่างกายของผู้นำทีมลอยออกไป

ลูกเตะนี้หนักหน่วงเกินไปแล้ว ไม่ใช้แรงที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถปะทุขึ้นมาได้เลย ผู้นำทีมรู้สึกว่าตนเองราวกับถูกรถบรรทุกชน กระดูกทั้งร่างล้วนกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ 

เขาลอยไปทางซ้าย ม่านฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้ายังไม่ทันเติมเต็มที่ว่าง น้ำฝนชั้นแล้าชั้นเล่าจึงราวกับถูกคนกระแทกคนกลายเป็นโพรงรูปคน 

ผู้นำทีมที่อยู่กลางอากาศมองทะลุโพรงนั้นไปยังฆาตกร อัสนีสายหนึ่งฟาดลงมาจากท้องฟ้า จุดให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างขึ้นมาหนึ่งพริบตา 

ผู้นำทีมค้นพบด้วยความตะลึงงันว่าใบหน้าใต้หมวกคลุมของฆาตกรคนนั้นอ่อนเยาว์มาก 

อ่อนเยาว์จนทำให้คนรู้สึกเหลือเชื่อ

เป็นชิ่งเฉิน 

กลับเห็นชิ่งเฉินจู่ ๆ ย่อตัวหลบมีดที่โจมตีมาถึงข้างกาย แล้ววนไปอยู่ข้างหลังคนคนหนึ่งในพริบตา ไพ่ที่คีบอยู่ระหว่างนิ้วทั้งสอง เฉือนฝ่าสายฝน เพียงเฉือนเบา ๆ ที่ลำคอของมือสังหารก็มีเลือดไหลกระฉูดออกมา 

น้ำฝน น้ำเลือด ผสมผสานกันตกลงบนพื้น และแบ่งแยกจากกันไม่ได้ชัดเจนอีกต่อไป 

ไม่มีใครรู้ว่าไพ่กระดาษใบนี้อยู่ในมือเด็กหนุ่มเหตุใดจึงคมกริบดุจมีด 

ไม่ เทียบกับมีดแล้วยังคมกว่า   

ชิ่งเฉินใช้มือข้างเดียวจับศพที่ถูกปาดคอไว้ข้างหน้าอย่างไร้เสียง แล้วค่อย ๆ เคลื่อนไปทางขวา 

เหล่ามือสังหารสังเกตมองอย่างไร้เสียง ในใจประหลาดใจเงียบ ๆ

น้ำหนักหนึ่งร้อยกว่าจินอยู่ในมืออีกฝ่ายเบาราวกับยกน้ำมันทำอาหารหนึ่งถัง 

มือสังหารสามคนสบตากันในยามวิกาล นี่เป็นผู้เหนือมนุษย์! 

พวกเขากดมือไปที่ด้ามปืนข้างเอวพร้อมกัน          

แต่ว่า ร่างของเด็กหนุ่มซ่อนอยู่หลังศพ โผล่ออกมาแค่ใบหน้าครึ่งหนึ่ง 

มือสังหารสามคนไม่มีใครมั่นจะว่าจะยิงปืนเข้าเป้าในสถานการณ์เช่นนี้ 

ในความมืด หมวกคลุมของชิ่งเฉินมีน้ำหยดลงมาไม่หยุด แต่ลมหายใจของเขากลับนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

คนทั้งสี่เคลื่อนไหวช้า ๆ ทุก ๆ คนล้วนเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงไม่หยุด พลังงปราณระหว่างกันดึงรั้ง ราวกับเชือกที่กำลังจะขึงตึง!

ชิ่งเฉินแตะปืนพกข้างเอวมือสังหารที่อยู่ข้างหน้าเขา

ในช่วงเวลาวิกฤติ

ในท้องฟ้ามีสายฟ้าวาบผ่านอีกครั้ง

มือสังหารสามคนล้วนได้ยินเสียงหายใจอันแปลกประหลาดดังเข้าไปถึงกลางใจด้วยความตื่นตะลึง 

ในสายฝนยามค่ำคืนและฤดูใบไม้ร่วงอันหนาวเหน็บ เด็กหนุ่มในความมืดใต้หมวกคลุมพ่นลมหายใจสีขาวที่ราวกับเป็นลูกศรออกมาคำหนึ่ง 

ภายใต้แสงไฟฟ้าส่องสว่าง ทุกคนล้วนเห็นลวดลายเปลวเพลิงที่เบ่งบานขึ้นใต้หมวกคลุมนั้น!   

“ห้ามหนี” ชิ่งเฉินกล่าวอย่างสงบนิ่ง 

เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ผู้นำทีมที่นอนคว่ำอยู่ในน้ำฝนดิ้นรนลุกขึ้นมาอย่างยากเย็น จู่ ๆ ได้ยินว่ามีเสียงฝีเท้าย่ำบนแอ่งน้ำเข้ามาใกล้ 

เขาหันศีรษะไปช้า ๆ เห็นพวกพ้องของคนเองล้มลงท่ามกลางสายฝนทั้งหมดแล้ว 

ส่วนเด็กหนุ่มที่ดุร้ายคนนั้นกำลังนั่งยอง ๆ ข้างกายตนเอง ไม่รู้ว่าบนข้อมือของเขาพันสิ่งของอะไร   

ผู้นำทีมอยากจะลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาปวดร้าวไร้ที่เปรียบ

ในพายุฝนที่โหนกระหน่ำ ชิ่งเฉินใช้ปืนจี้ไปที่ขมับของผู้นำทีมถามว่า “คุณชื่อว่าอะไร บอกมายังมีโอกาสรอด ไม่บอกก็ตาย”

ผู้นำทีมเจ็บปวดถึงขีดสุด ลึก ๆ เขามีลางสังหรณ์ว่าหลังจากตนเองบอกชื่อ ชะตาชีวิตจะกลายไปอยู่ในมือของคนอื่น         

แต่ปากกระบองปืนอันเย็นเยียบที่ขมับกลับเตือนเขาว่า ไม่บอกชื่อก็จะไม่มีชะตาชีวิตแล้ว 

“สู่อีเฉิง”

ในราตรีมืดมิด ร่างกายของผู้นำทีมลุกขึ้นยืนท่ามกลางฟ้าฝนกระหน่ำด้วยท่วงท่าที่ขัดกับสามัญสำนึกของร่างกายมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่ง 

กระดูกที่หลุดจากข้อแต่แรกของเขาส่งเสียงลั่นแกรกกราก 

……

……

ในอาคารแห่งหนึ่ง ลู่หยวนยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างหน้าหน้าต่างบานหนึ่ง

ในช่องสื่อสารมีเสียงบอกสถานการณ์ต่อสู้ดังมาไม่หยุดหย่อน “หมู่รบ 01 รอที่ประตูตะวันออกเจอมือสังหารลอบเข้ามาแล้ว”

“หมู่รบ 02 รอที่ประตูเหนือเจอมือสังหารแล้ว”

ราวกับคุนหลุนทราบตำแหน่งแห่งหนของมือสังหารแต่แรก คนของพวกเขาทำการซุ่มโจมตีบนเส้นทางที่คนเหล่านี้จำเป็นต้องผ่านแต่แรก เพียงรอมือสังหารตกลงในร่างแห

ลู่หยวนกล่าวลงในช่องสื่อสารว่า “เป้าหมายถือครองอาวุธปืน ไม่ต้องออมมือ วิสามัญเลย”

“รับทราบ”

“รับทราบ”

“รับทราบ”

แต่ทว่า ณ ขณะนี้ ลู่หยวนถามในช่องสื่อสารว่า “06 พวกคุณด้านประตูตะวันตกยังรอไม่เจอมือสังหารเหรอ”

“หัวหน้าทีมลู่ ไม่มีครับ”

พิลึกแล้ว ตามข่าวกรองมือสังหารน่าจะแยกย้ายเข่นฆ่าเข้ามาจากประตูหกบาน ทำไมด้าน 06 ไม่เจอมือสังหารล่ะ?   

“ไปเช็คหน่อย พวกเขาจะต้องเข้าชุมชมแล้วแน่ ๆ จะต้องหาพวกเขาให้เจอ” ลู่หยวนสั่งการ “ระวังความปลอดภัย”

เขาขมวดคิ้วรอเงียบ ๆ แต่ทว่าห้านาทีให้หลังช่องสื่อสารดังขึ้นมาอีกครั้ง “หัวหน้าทีมลู่ ๆ มือสังหารด้านประตูตะวันตกนี่ตายแล้วครับ!”

“ตายแล้ว” ลู่หยวนเงยหน้าอย่างปุบปับ “ตายกี่คน? พวกคุณฆ่าเหรอ?”

“ตายไปห้าคน ยังมีหนึ่งคนไม่ทราบร่องรอย ไม่ใช่พวกผมฆ่า” ด้าน 06 รายงานสถานการณ์ “สองคนถูกปาดคอ สองคนตายจากกระสุนปืน หนึ่งคนม้ามแตก อาวุธปืนบนตัวมือสังหารขาดไปหนึ่งกระบอก น่าจะถูกคนหยิบไปแล้วครับ”

ลู่หยวนตากระจ่างวูบ เด็กหนุ่มนั่นมาแล้วตามคาด

 

………………………………………………

 

ตอนที่ 172 – แฝด

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 171 ราตรีฝนพรำ, โลหิต, มือสังหาร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved