ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง - บทที่ 165+166 ไม่ถูกใจเสียทีเจ้าป่วย
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง
- บทที่ 165+166 ไม่ถูกใจเสียทีเจ้าป่วย
บทที่ 165 ไม่ถูกใจเสียที
”ข้าต้องการร้านค้าและห้องใต้ดินที่ใหญ่กว่านี้ และมีเงื่อนไขราคาที่ไม่สูงเกินไป” อวิ๋นซิ่วชิงพูดช้า ๆ
ผูเว่ยชางพยักหน้าและเอ่ยความคิดเห็น “ร้านค้าไม่เล็ก แต่ในฤดูกาลนี้ แม้ร้านจะมีขนาดใหญ่ แต่ท้ายที่สุดก็ขายอะไรได้ไม่มากนัก”
อวิ๋นซิ่วชิงยังคิดว่าสิ่งที่ผูเว่ยชางพูดนั้นสมเหตุสมผลมาก “ร้านนี้ก็ค่อนข้างใช้ได้ มีลานและโกดัง แม้ว่าจะไม่มีห้องใต้ดิน แต่เราก็สามารถขุดสร้างมันเองได้ในอนาคต สิ่งเดียวที่ไม่น่าพอใจคือร้านค้ารอบ ๆ เพราะเจ้าของร้านค้าเหล่านั้นไม่น่าคลุกคลีด้วยเลย ยิ่งเราเพิ่งจะย้ายมาใหม่ ต้องสะดุดตาพวกเขาแน่ ๆ”
เมื่อผูเว่ยชางได้ยิน เขาก็รู้ทันทีว่าอวิ๋นซิ่วชิงได้เห็นจังหวะที่เจ้าของร้านด่าทอขอทานตัวน้อยในตอนนั้น
เขาเองก็เห็นและรู้สึกอึดอัดไม่แพ้กัน แต่ตอนนั้นชายหนุ่มไม่ได้คิดอะไรมาก ทว่าตอนนี้เขาเองก็รู้สึกว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดนั้นสมเหตุสมผล เพราะคนที่ใจร้ายใจดำเช่นนั้น จะยอมให้พวกเขาผู้มาใหม่ทั้งยังขายผักเหมือนกันมาตั้งร้านอยู่ข้าง ๆ ได้อย่างไร?
หยาหลางพาพวกเขาไปร้านที่สามซึ่งอยู่ท้ายซอย ด้านในของร้านคล้ายกับสองร้านแรก นอกจากนี้ยังมีลานเล็ก ๆ ทว่าที่นี่ไม่มีคลังสินค้า มีเพียงห้องใต้ดินเท่านั้น
”แม่นาง เจ้าคิดอย่างไร?” หยาหลางถามด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
”ไม่เลวเลย” อวิ๋นซิ่วชิงพูดเบา ๆ
”แม้ว่าร้านจะอยู่ท้ายซอยและค่อนข้างรกร้าง แต่ที่นี่มีคนสัญจรไปมาทุกวัน และค่าเช่าก็ไม่แพง เพียงแค่ยี่สิบห้าตำลึงต่อปี” หยาหลางคิดว่า อวิ๋นซิ่วชิงสนใจร้านนี้ จึงบอกราคาให้ทั้งสองคนได้รับรู้ทันที
”มีแค่สามร้านนี้ใช่หรือไม่?” อวิ๋นซิ่วชิงถามอย่างใจเย็น
หยาหลางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “แม่นางไม่พอใจกับร้านนี้หรือ?”
อวิ๋นซิ่วชิงส่ายหัว “ไม่ใช่ว่าข้าไม่พอใจ แต่แค่ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะสม”
ผูเว่ยชางซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเกือบจะอดหัวเราะไม่ได้หลังจากได้ยินคำพูดของอวิ๋นซิ่วชิง เขาได้แต่กระแอมไอเล็กน้อยแล้วพยายามกลั้นยิ้ม
หยาหลางไม่คิดว่าหญิงสาวจะตบหน้าเขาโดยการบอกว่ามันไม่เหมาะสม
”แต่ซอยนี้เต็มไปด้วยผัก และมีเพียงสามร้านเท่านั้นที่ว่าง เจ้าต้องการอะไรงั้นหรือแม่นาง?”
หยาหลางถามอีกครั้ง เขาพาคนสองคนนี้ไปดูร้านต่าง ๆ เกือบทั้งวัน แต่พวกเขาก็ไม่ชอบร้านใดเลย แม้ว่าเขาจะไม่ชอบลูกค้าเช่นนี้แต่ปากของเขาก็ยังต้องพูดให้ดูดี
”เจ้าไม่ได้บอกว่ามีร้านค้ามากมายให้เลือกงั้นหรือ? แต่ทำไมมีเพียงสามร้านเท่านั้น?” อวิ๋นซิ่วชิงสงสัย
”ใช่ มีร้านขายผักเพียงสามร้านและร้านค้าอื่น ๆ อีกมากมาย” หยาหลางขมวดคิ้วตอบ
อวิ๋นซิ่วชิงเลิกคิ้วขึ้นและพูดว่า “เช่นนั้นก็ไปดูกันเถอะ”
หยาหลางยกแขนเสื้อขึ้นและเช็ดเหงื่อบนศีรษะ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะขายให้คนพวกนี้ยากขนาดนี้ “อืม…แม่นาง เจ้าต้องการร้านแบบไหน? บอกข้าก่อน แล้วข้าจะคิดถึงสถานที่ที่เหมาะกับเจ้า”
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปรอบ ๆ จุดนั้น นางรู้สึกว่าการเลือกร้านก็เหมือนการกิน “ความต้องการของข้าไม่สูงนัก ตราบใดที่ข้าดูแล้วว่าเหมาะสม”
หลังจากได้ยินคำพูดของอวิ๋นซิ่วชิงแล้ว หยาหลางก็เกือบจะตาถลน
นางพูดอะไร? มาตรฐานความเหมาะสมคืออะไร? สิ่งที่พูดนั้นแตกต่างจากสิ่งที่เขาคิดนัก!
ผูเว่ยชางอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ เขาหันหลังกลับและบอกหยาหลางว่า “เจ้าสามารถพาเราเดินดูไปรอบ ๆ บางทีเราอาจจะเลือกได้ ไม่ต้องกังวลไป มันจะดีสำหรับเจ้ายิ่งกว่า…”
ผูเว่ยชางหยิบเหรียญทองแดงหลายเหรียญออกมาแล้วใส่ไว้ในมือของหยาหลาง
หยาหลางเก็บเหรียญทองแดงในมือของเขาพลางกัดฟันและพยักหน้า “ตกลงเราไปที่ซอยอื่นเพื่อดูร้านอื่นกันเถอะ”
…
บทที่ 166 เจ้าป่วย
หยาหลางปล่อยให้ผูเว่ยชางและอวิ๋นซิ่วชิงรอ เพื่อที่เขาจะไปนำรถม้ามารับ
อวิ๋นซิ่วชิงมองตามหลังของหยาหลางพลางขมวดคิ้ว
เมื่อหยาหลางพาพวกเขาไปที่ร้านค้าก่อนหน้านี้ก็ยังเดินได้ตามปกติ แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้เดินกะเผลก?
นอกจากนี้ นางคิดว่าหยาหลางก็ไม่ได้แก่อะไรมากนัก หลังจากเดินได้ไม่นาน เขาจะเหนื่อยได้อย่างไร?
”ชิงเหนียง เจ้ากำลังทำอะไร มีอะไรงั้นหรือ?” ผูเว่ยชางถาม เขาค่อนข้างหึงหวงเมื่ออวิ๋นซิ่วชิงมองตามแผ่นหลังของหยาหลาง มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
”ไม่มีอะไร ข้าเพียงเห็นว่าหยาหลางคนนี้ เขาสุขภาพไม่ดี” อวิ๋นซิ่วชิงขมวดคิ้ว
ผูเว่ยชางจึงตระหนักว่านางไม่ได้มองหยาหลางเพราะความรักใคร่ แต่กำลังคิดว่าหยาหลางป่วย คิดได้เช่นนี้เขาก็เบาใจ
ผูเว่ยชางกระแอมไอเบา ๆ “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหยาหลางสุขภาพไม่ดี…?”
”มันไม่ชัดเจนหรอกหรือ? หลังจากเดินไปสักพัก หยาหลางก็หายใจไม่ออกและเหนื่อยล้า นอกจากนี้เจ้าก็เห็นว่าท่าเดินเขาผิดปกติ เขาต้องป่วยแน่”
อวิ๋นซิ่วชิงรู้สึกว่าตัวเองเป็นหมอ แล้วนางไม่ได้มองว่าคนคนนั้นจะดูดีหรือน่าเกลียด แต่มองว่าคนคนนั้นป่วยและมีสุขภาพที่ดีหรือไม่
”บางทีเขาอาจมีอาการบาดเจ็บที่ขามาก่อน” ผูเว่ยชางตอบ
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้า นางไม่ได้ตั้งใจจะถามหยาหลาง เพราะมันเป็นเรื่องของคนอื่น พวกเขาคงไม่ต้องกังวลกับหยาหลางมากนัก
เวลานี้ หยาหลางได้ขับรถม้าไปหาคนทั้งคู่ “เชิญขึ้นมาได้เลย…”
ทั้งสองกล่าวขอบคุณหยาหลางและขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังรถม้า
อวิ๋นซิ่วชิงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “พี่ชาย เจ้าอายุเท่าไหร่?”
”ข้าแก่แล้ว อายุสามสิบปี” หยาหลางเช็ดเหงื่อบนหัวของเขาขณะตอบ
อวิ๋นซิ่วชิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “อายุแค่สามสิบปี ถือว่ายังไม่แก่นัก พี่ชายมักจะรู้สึกชามือและเท้าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินสิ่งที่อวิ๋นซิ่วชิงถาม หยาหลางก็ถึงกับประหลาดใจ “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
”แล้วยังมีอาการอยากอาหารและเหนื่อยล้าอยู่หรือไม่?” อวิ๋นซิ่วชิงถามต่อ
”ใช่แล้วแม่นาง เจ้ารู้ได้ยังไง?” หยาหลางตกใจมาก
”พี่ชาย ข้อต่อของเจ้าปวดไหม? อย่างเช่น หัวเข่า ไหล่ นิ้วมือ นิ้วเท้า และเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ฝนตกในฤดูฝน ในวันที่อากาศร้อน และเย็น” อวิ๋นซิ่วชิงรู้สึกว่านางเดาได้ค่อนข้างดี
”ใช่แล้ว เจ้าคงไม่ใช่หมอดูใช่ไหม ทำไมเจ้าทำนายได้แม่นยำเช่นนี้? เมื่อข้าลงไปที่ห้องใต้ดินที่เปียกชื้น หลังจากนั้นครู่หนึ่งขาของข้าก็เริ่มปวด ตอนนี้ข้ารู้สึกชา”
เมื่อหยาหลางเห็นอวิ๋นซิ่วชิงเดาถูก และสามารถเดาสาเหตุของโรคโดยไม่ต้องจับชีพจร จึงคิดว่านางคงต้องเป็นหมอดู
”ข้าไม่ใช่หมอดู ข้าเป็นหมอ เจ้ากำลังป่วย”
อวิ๋นซิ่วชิงรู้สึกว่ามันไม่ง่ายสำหรับผู้ชายคนนี้ แม้ขาของเขาจะชา แต่เขาก็ยังต้องพานางกับผูเว่ยชางไปที่รถม้าได้สะดวก แสดงให้เห็นว่าบุคคลนี้มีคุณธรรมที่ดี นางจึงต้องการเตือนหยาหลางเพื่อที่เขาจะได้เข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด
”ข้าป่วยหรือ? ข้าคิดเสมอว่าข้ามีขาที่ไม่ดีเพราะเคยเล่นในแม่น้ำเมื่อยังเป็นเด็ก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่มันยังคงเจ็บมากในตอนนี้”
ทันทีที่หยาหลางได้ยินว่าตัวเองป่วย เขาก็ไม่มีกำลังใจที่จะขับรถม้าต่อ
เขาอายุเพียงสามสิบปี มีภรรยาและลูก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู เขาไม่ควรที่จะป่วยเลย
หากเขาป่วยแล้วภรรยาและลูก ๆ ของเขาจะทำอย่างไร?!
”ตอนนี้ยังถือว่าเจ้ามีอาการป่วยไม่มาก แต่หากอาการหนักขึ้น กล้ามเนื้อของเจ้าจะเริ่มหดตัว”
อวิ๋นซิ่วชิงนั่งบนรถม้าและพูดช้า ๆ
”โรคของข้าคืออะไร? มีวิธีใดที่จะรักษามันได้หรือไม่?” หยาหลางถามอย่างกระตือรือร้น