cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 604 ความทะเยอทะยานอันเต็มเปี่ยม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 604 ความทะเยอทะยานอันเต็มเปี่ยม
Prev
Next

ตอนที่ 604 ความทะเยอทะยานอันเต็มเปี่ยม

ตอนที่ 604 ความทะเยอทะยานอันเต็มเปี่ยม

เฉินเจียเหอรับโทรศัพท์

“เจียเหอ ฉันมีบางอย่างต้องบอกนาย”

“อารอง เรื่องอะไรเหรอ?”

“ช่วงนี้ห้ามไปหาจวิ้นเฟิงเด็ดขาดเลยนะ” เซี่ยไห่ตอบกลับ

เมื่อเขาพูดจบ เฉินเจียเหอจึงมั่นใจมากขึ้นกับคำตอบที่ฝังอยู่ในใจ “เขาคบกับไล่เสี่ยวอวิ๋นจริง ๆ เหรอ?”

เซี่ยไห่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะได้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เขาพยักหน้าและตอบ “ใช่ ลือกันว่าไล่เสี่ยวอวิ๋นยอมเปิดใจและเผชิญหน้ากับเรื่องที่เคยเกิดขึ้น แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น ทางเราเลยต้องระวังตัวด้วย ทุกอย่างมันมีเหตุผล และเราเองก็ไม่ควรเข้าไปในชีวิตหล่อนตอนนี้ โดยเฉพาะนาย เพราะนายมีส่วนร่วมตอนไปที่หมู่บ้านนั้นเพื่อช่วยเหลือไล่เสี่ยวอวิ๋น และหล่อนน่าจะจำนายได้ เลยสรุปว่านายอย่าเพิ่งปรากฏตัวต่อหน้าหล่อนจะดีกว่า ผู้หญิงคนนั้นคงไม่อยากเจอใครที่รู้อดีตของตัวเองแน่นอน แล้วหล่อนจะต้องรู้สึกอับอายมากถ้าพบนายเข้า”

“เข้าใจแล้ว” เฉินเจียเหอตอบกลับ

เซี่ยไห่ถอนหายใจ “พูดถึงเรื่องนี้แล้ว นายเองก็ถือได้ว่าเป็นผู้กอบกู้ผู้หญิงคนนี้เลยนะ ตอนคนที่บ้านเกิดฉันโทรมาเล่าว่าครอบครัวเอ้อร์เลิ่งซื้อลูกสะใภ้เข้าบ้าน นายเป็นคนแรกเลยที่ให้เบาะแสนี้กับหน่วยของถังจวิ้นเฟิง แล้วพาพวกเขาบุกไปช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกลักพาตัว นายมีส่วนอย่างมากในการช่วยเหลือไล่เสี่ยวอวิ๋นและงานนี้ก็ประสบความสำเร็จไปด้วยดี ถ้าเกิดนายเห็นแก่ตัวและแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรเลย ปล่อยให้เอ้อร์เลิ่งบังคับไล่เสี่ยวอวิ๋นมาเป็นภรรยา ตอนนี้ไล่เสี่ยวอวิ๋นอาจ…”

เฉินเจียเหอขัดจังหวะเขาทันที

“ก็ดีแล้วไง ไล่เสี่ยวอวิ๋นหลุดพ้นจากความทุกข์นั่นแล้ว เอ้อร์เลิ่งเองก็ฟื้นคืนสติกลับมาแล้วด้วย จวิ้นเฟิงก็หลุดพ้นจากการเป็นชายโสดสักที ทุกอย่างไปได้สวย”

เพื่อความสุขของเพื่อนพี่น้อง เขาสามารถเลือกที่จะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าไล่เสี่ยวอวิ๋น และไม่ทำให้พวกเขาเดือดร้อน

…

พริบตาเดียว พรุ่งนี้ก็เป็นวันแรกของการลงทะเบียนสมัครเข้าชั้นเรียนเสริมสวยแล้ว

หยางหงเสียได้รับลงทะเบียนผู้สนใจไปแล้วสิบแปดคน หลินเซี่ยอธิบายว่าช่วงลงทะเบียนในวันพรุ่งนี้ เธอจะปล่อยให้หลินเยี่ยนอยู่ดูแลความเรียบร้อยภายในร้านตามลำพัง และให้หยางหงเสียนำรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดเดินตามไปยังห้องในอาคารสำนักงานที่เช่าไว้

หลังจากเช่าห้องนี้เอาไว้แล้ว หลินเซี่ยลงมือจัดแจงสถานที่ทันที ซึ่งจัดโต๊ะและเก้าอี้ที่จำเป็นให้เรียบร้อย

นอกจากนี้เธอยังหาคนติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ด้วย และยังลงทุนด้วยเงินบางส่วนที่เก็บไว้ใช้ไปกับคอมพิวเตอร์เหล่านั้น

แม้หยางหงเสียจะเข้าโรงเรียนมัธยมและได้รับการศึกษา แต่ก็ยังไม่เข้าใจหลักการใช้งานของคอมพิวเตอร์จริง ๆ

พรุ่งนี้เป็นวันแรกของการลงทะเบียน เพื่อให้คลาสอบรมเสริมสวยดูเป็นทางการมากขึ้น หลินเซี่ยจึงโทรหาเฉินเจียวั่งและหลินจินซานซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ และขอให้พวกเขาเข้ามาช่วยอีกแรง

ไม่อย่างนั้นลำพังแค่เธอกับหยางหงเสียจะดูไม่น่าเชื่อถือมากนัก

เฉินเจียวั่งกำลังพักร้อนกับช่วงปิดเทอมฤดูหนาวของมหาวิทยาลัย เมื่อเร็ว ๆ นี้เขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากเอามาก ทันทีที่กลับถึงบ้าน ชายชรากลับกดดันถามเขาถึงความคืบหน้าระหว่างเขากับเจียงอวี่เฟย และขอยังให้เขาชวนเจียงอวี่เฟยมารับประทานมื้อเย็นที่บ้านอีกด้วย

ในตอนเย็น เฉินเจียวั่งได้รับโทรศัพท์จากหลินเซี่ย เธอขอให้เขามาช่วยงานที่อาคารสำนักงานในวันพรุ่งนี้ เฉินเจียวั่งจึงตอบตกลงทันที

ผู้เฒ่าเฉินและเฉินเจิ้นเจียงต่างประหลาดใจเหมือนกัน เมื่อได้ยินเฉินเจียวั่งบอกว่าเขาจะไปช่วยงานพี่สะใภ้และพี่สะใภ้รองวันพรุ่งนี้

“แล้วพวกหล่อนจะมาที่คลาสอบรมด้วยหรือเปล่า?”

เฉินเจียวั่งตอบว่า “ใช่ครับ พรุ่งนี้จะมีเปิดลงทะเบียนวันแรก พวกพี่สะใภ้เลยขอให้ผมไปช่วย”

หยางหงเสียซึ่งกำลังล้างจานในครัวก็เดินออกมา และบอกว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนไปเกือบยี่สิบคน โดยคลาสอบรมนี้จะเริ่มหลังปีใหม่ ผู้เฒ่าเฉินและคนอื่น ๆ เองต่างรู้สึกประทับใจกับหลินเซี่ยยิ่งขึ้นไปอีกทันที

“หงเสีย อยู่ทำงานกับสะใภ้ใหญ่ต่อไปน่ะดีแล้ว ฉันคิดว่าร้านเสริมสวยที่พวกเธอสองคนทำอยู่ต้องมีอนาคตที่สดใสมากแน่ ๆ”

สังคมปัจจุบันแตกต่างออกไป ต่างจากเมื่อก่อนมาก ทางเดียวที่จะมีอนาคตได้คือทำงานในโรงงานหรือสถาบันของรัฐ ปัจจุบันนิยมจะเน้นไปทำธุรกิจในต่างประเทศ คนเก่งอย่างหลินเซี่ยเองอาจจะประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวได้จริง ตราบเท่าที่เธอไปในทิศทางที่ถูกต้อง

หยางหงเสียพูดขึ้นว่า “คุณปู่ ฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ”

เฉินเจียซิ่งบ่นพึมพำอยู่ข้าง ๆ ว่า “ทำไมพี่สะใภ้ไม่ชวนผมไปช่วยบ้างล่ะ? ผมเองก็ช่วยได้เหมือนกัน”

เมื่อเฉินเจียซิ่งได้ยินว่าหลินเซี่ยกำลังจะเปิดคลาสอบรมเสริมสวย เขาก็กระตือรือร้นที่จะช่วยเธอเหมือนกัน แต่ใจจริงเขาอยากจะเดินตามรอยเธอมากกว่า แต่เขาไม่มีทักษะหรือความสามารถในการบริหารจัดการอะไรเลย แถมยังไม่เป็นที่ต้องการด้วย

เฉินเจิ้นเจียงหันมาขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “แกไปทำในส่วนของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ จะไปร่วมวงด้วยทำไม?”

เฉินเจียซิ่งไม่ต้องการจะไปทำงานงก ๆ ต่อไปแล้ว เขาต้องการลาออกและทำตามแบบอย่างคนอื่นในการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองมากกว่า แต่เฉินเจิ้นเจียงบอกว่าเฉินเจียซิ่งไม่ใช่คนที่จะทำแบบนั้นได้เลย และยืนกรานปฏิเสธที่จะให้เขาลาออก

เช้าวันรุ่งขึ้น หยางหงเสียและเฉินเจียวั่งเดินทางไปยังสำนักงานด้วยกัน เมื่อพวกเขามาถึง หลินเซี่ยเองก็เพิ่งมาถึงพร้อมกับหลินจินซาน

ภายในห้องสำนักงานที่เช่าไว้เรียบร้อยดีแล้ว ส่วนคอมพิวเตอร์ก็พร้อมใช้งาน หลินเซี่ยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และตรวจความพร้อม ขณะที่หลินจินซานดูหลินเซี่ยนั่งกดคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

“พวกเธอมากันแล้วเหรอ?” หยางหงเสียแต่งตัวอย่างเป็นทางการเช่นกัน แม้จะอากาศหนาว แต่หล่อนยังคงสวมกระโปรงใต้เสื้อคลุม ปลายผมรวบขึ้นสูงกำลังดี และยังแต่งหน้าเล็กน้อยด้วย โดยรวมแล้วดูสวยไม่น้อยเลย

เฉินเจียวั่งถามขึ้น “พี่สะใภ้ จะจัดแจงงานยังไงบ้าง?”

หลินเซี่ยอธิบายว่า “พี่ชายฉันมีหน้าที่ต้อนรับและเดินพาคนเข้ามา ส่วนนายแค่นั่งตรงนั้นและทำหน้าที่เป็นพนักงาน อย่าปล่อยให้คนอื่นเห็นว่าหน้าห้องไม่มีใครอยู่”

“ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องเรียนพร้อมโต๊ะเก้าอี้ เราได้ซื้ออุปกรณ์เสริมสวยและทำผมมาหมดแล้ว สามารถแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับคลาสอบรมของเราได้ หรือจะแนะนำหลังผู้สนใจลงทะเบียนเสร็จแล้วก็ได้ ถ้าคนไหนอยากไปดูร้านของเราก็ไม่เป็นอะไร ยังไงก็ตาม เราทั้งสี่คนวันนี้จะต้องกระตือรือร้นและสวมความเป็นมืออาชีพให้มากหน่อย”

พอพูดจบ ก็มีคนขึ้นมายังชั้นบนเพื่อถามเรื่องการลงทะเบียนแต่เช้า

หลินจินซานรีบไปต้อนรับผู้สนใจทันที หลินเซี่ยต้อนรับต่อจากเขา จากนั้นจึงเริ่มแนะนำคลาสอบรมโดยละเอียด

…

เสิ่นอวี้อิ๋งฉวยโอกาสแบล็กเมล์โกงเงินมาอีกสองพันหยวนจากครอบครัวหลิวจื้อหมิง และยังโกหกว่าตนจะอุ้มลูกออกจากไห่เฉิงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น เพื่อเห็นแก่ความสุขของลูกชายหล่อน แม่ของหลิวจื้อหมิงจึงเชื่อคำพูดของหล่อนและจัดการเอกสารทุกอย่าง ส่วนหลิวลี่ลี่ต้องจำใจส่งเงินที่มีให้กับเสิ่นอวี้อิ๋งไป และขอให้เสิ่นอวี้อิ๋งเขียนสัญญาระบุว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของหลิวจื้อหมิงอีกต่อไป

เมื่อเสิ่นอวี้อิ๋งได้เงินมาแล้ว หล่อนก็ลงมือเซ็นสัญญาอย่างมีความสุข ขณะรับเงินไป สถานเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่เซี่ยหลานติดต่อไว้ก็ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์เช่นกัน

ในที่สุดเซี่ยหลานได้ใช้ความสัมพันธ์ของพ่อจัดการกับเรื่องนี้ และส่งเด็กไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในไห่เฉิง

เดิมทีเสิ่นอวี้อิ๋งต้องการส่งเด็กไปยังสถานที่อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่ซ่อนอยู่ แต่เซี่ยหลานไม่เห็นด้วย บอกว่าหล่อนตกลงที่จะส่งเด็กไปยังสถานเลี้ยงดูเด็กกำพร้า และข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวคือเด็กจะต้องอยู่ใต้จมูกพวกเขา ต่อไปนี้เสิ่นอวี้อิ๋งจะต้องไปเยี่ยมลูกให้บ่อยขึ้น แม้จะอยู่ในรูปแบบของงานอาสาสมัครก็ตาม

เสิ่นอวี้อิ๋งไม่สามารถค้านเซี่ยหลานได้ และทำได้แค่เห็นด้วยเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเด็กก็ถูก ‘อัปเปหิ’ ออกจากเงื้อมมือของหล่อนแล้วในที่สุด

ด้วยเงินจำนวนมากในมือเสิ่นอวี้อิ๋ง หล่อนจึงวิ่งแจ้นไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ตัวเองและทำผมใหม่ทันที ทั้งยังแต่งตัวให้สวยตระการตาเพื่อไปลงทะเบียนเข้าคลาสอบรมเสริมสวย

เซี่ยหลานเห็นว่าเสิ่นอวี้อิ๋งซื้อชุดสวย ๆ และปรับภาพลักษณ์ตัวเองจนใหม่เอี่ยม จึงเกิดความสับสนว่าหล่อนเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ

“พอดีปู่ให้ค่าขนมฉันมาค่ะ” สีหน้าของเสิ่นอวี้อิ๋งยังคงสงบและหัวใจมั่นคง “ปู่เห็นว่าชีวิตฉันยากลำบากนิดหน่อยเลยให้ค่าขนม และฉันเพิ่งเห็นในหนังสือพิมพ์ด้วยว่ามีคลาสอบรมงานฝีมือเปิดให้ลงทะเบียน ฉันคิดว่ามันค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย เลยจะสมัครเข้าอบรม แม่ ฉันมาคิดตามที่แม่พูดแล้วก็ถูก ฉันอายุมากเกินไปจริงๆ ถ้าได้เรียนรู้งานแบบนี้มากกว่าพึ่งพาพรสวรรค์ ฉันก็จะออกไปหาเงินได้หลังจบคลาสอบรมสามเดือน ในอนาคตฉันต้องพึ่งพาตัวเอง คงพึ่งพาแม่ตลอดไปไม่ได้หรอกค่ะ”

เสิ่นอวี้อิ๋งอ้างว่าผู้เฒ่าเสิ่นให้ค่าขนมหล่อน ซึ่งเซี่ยหลานเองก็เชื่อคำพูดนั้น ท้ายที่สุดแล้ว เสิ่นอวี้อิ๋งเป็นหลานสาวผู้เฒ่าเสิ่น ต่อให้หล่อนจะทำอะไรผิดก็ยังคงเป็นลูกหลานของตระกูลเสิ่นเสมอ

เมื่อเสิ่นอวี้อิ๋งบอกว่าหล่อนอยากเรียนรู้งานฝีมือ เซี่ยหลานก็สนับสนุนสิ่งนี้เช่นกัน

“แล้วงานด้านไหนที่ลูกสนใจล่ะ?” หล่อนถามกลับ

เสิ่นอวี้อิ๋งตอบกลับว่า “ฉันสนใจทักษะด้านความงามค่ะ ตอนนี้อุตสาหกรรมความงามกำลังได้รับความนิยม ถ้ามีฝีมือดีก็สามารถไปทำงานกองถ่ายเพื่อแต่งหน้าให้ดาราได้”

เมื่อเซี่ยหลานได้ฟังคำพูดของเสิ่นอวี้อิ๋ง จึงนึกได้ว่าสิ่งลูกสาวสนใจนั้นมันเป็นอุตสาหกรรมเดียวกับหลินเซี่ย

เป็นเรื่องยากสำหรับเซี่ยหลานที่จะไม่สงสัยในจุดประสงค์ของเสิ่นอวี้อิ๋งในการเลือกงานด้านนี้

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นอวี้อิ๋งและหลินเซี่ยนั้นตึงเครียดมาก จนหล่อนเองไม่สามารถพูดอะไรมากเกี่ยวกับหัวข้อที่ละเอียดอ่อนนี้ได้

“แน่ใจเหรอว่าจะหางานแนวนี้ได้?” หล่อนถามเสิ่นอวี้อิ๋งอีกครั้ง

เสิ่นอวี้อิ๋งตอบว่า “แน่นอนค่ะ ตราบเท่าที่ฉันสะสมความรู้งานฝีมือด้านนี้ให้มากขึ้น จะหางานทำได้หรือไม่ได้ก็ไม่สำคัญแล้วจริงไหมคะ? ฉันอาจจะเปิดร้านเป็นของตัวเองก็ได้”

“แม่ แม่กลัวว่าฉันจะไปแข่งกับหลินเซี่ยเรื่องนี้เหรอ?”

เซี่ยหลานเองจงใจหลีกเลี่ยงชื่อของหลินเซี่ยต่อหน้าเสิ่นอวี้อิ๋ง เพียงเพราะกลัวว่าเสิ่นอวี้อิ๋งจะคิดว่าหล่อนสนิทกับลูกสาวบุญธรรมมากกว่า

โดยไม่คาดคิด เสิ่นอวี้อิ๋งกลับพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน

น้ำเสียงของเสิ่นอวี้อิ๋งค่อนข้างฟังดูรู้สึกเศร้าใจ เซี่ยหลานยกเปลือกตาขึ้นและพูดอย่างใจเย็นว่า “ในเมืองใหญ่อย่างไห่เฉิง ลูกสองคนไม่ใช่คนเดียวที่ทำร้านเสริมสวย เว้นแต่ว่าต้องการเปิดร้านข้าง ๆ เพื่อแข่งขันกัน“

“ฉันไม่ทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นหรอกค่ะ แม่ งั้นฉันไปก่อนนะ”

เสิ่นอวี้อิ๋งจัดระเบียบตัวเองแล้วออกไปด้วยสีหน้ามีความสุข ดูแตกต่างจากผู้หญิงเลอะเทอะอารมณ์ร้ายเมื่อก่อนหน้าไปอย่างสิ้นเชิง

หล่อนออกไปแต่เช้าเพื่อรับเสิ่นเสี่ยวเหมยและถังหลิงจากบ้านตระกูลเสิ่น

เมื่อมาถึงบ้านตระกูลเสิ่น ผู้เฒ่าเสิ่นกำลังนอนอยู่บนเตียงและตะโกนว่าหิว เนื่องจากเสิ่นเสี่ยวเหมยลุกขึ้นมาแต่งตัวตั้งแต่เช้า จึงไม่ได้ทำอาหารเช้าหรือออกไปซื้ออาหารข้างนอก

ยังดีที่เสิ่นอวี้อิ๋งซื้อนมถั่วเหลืองและปาท่องโก๋ติดมาด้วย จึงนำมาให้ผู้เฒ่าเสิ่น “คุณปู่ ฉันซื้ออาหารเช้ามาให้กินด้วยนะคะ”

“หลานสาวปู่เป็นเด็กดีจริง ๆ”

เห็นได้ว่าผู้เฒ่าเสิ่นเริ่มมองเสิ่นเสี่ยวเหมยเปลี่ยนไปแล้ว

“คุณลุง แต่หลานสาวคนนี้ไม่ได้ซื้ออาหารเช้ามาให้คุณลุงทุกเช้านะคะ คุณลุงคิดว่าหลานสาวคนนี้เป็นเด็กดีแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้นให้หลานสาวคนนี้มาดูแลตั้งแต่นี้เป็นต้นไปดูสิ”

ก่อนที่ผู้เฒ่าเสิ่นจะตอบกลับ เสิ่นอวี้อิ๋งก็ชิงพูดตัดหน้าทันที “ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจะคอยดูแลคุณปู่เอง”

ถังหลิงที่อาศัยอยู่กับเสิ่นเสี่ยวเหมยได้ยินการสนทนาระหว่างเสิ่นอวี้อิ๋งและเสิ่นเสี่ยวเหมย หล่อนจึงรีบดึงเสิ่นเสี่ยวเหมยออกไป

พลางมองคนโง่คนนั้นด้วยสีหน้าเกลียดชัง

ถ้าเสิ่นอวี้อิ๋งอยู่คอยดูแลผู้เฒ่าเสิ่น จะเกิดอะไรขึ้นกับคนในบ้านหลังนี้บ้าง?

จากนั้นเสิ่นเสี่ยวเหมยก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง หล่อนรีบเปลี่ยนคำพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันแค่ล้อเล่น ฉันถูกคุณลุงเลี้ยงมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ตอนนี้ลุงก็แก่ตัวมากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะดูแลและตอบแทนคุณลุงบ้างแล้ว จะให้อวี้อิ๋งมาทำแทนได้ยังไง ฉันจะดูแลคุณลุงเอง ไหน ๆ วันนี้ก็เป็นวันพิเศษ หลังฉันกลับมาจากสมัครคลาสอบรม จะซื้อของมาทำอาหารอร่อย ๆ ให้คุณลุงกินนะคะ”

ท้ายที่สุดแล้ว เสิ่นเสี่ยวเหมยได้รับการเลี้ยงดูโดยผู้เฒ่าเสิ่นมานาน หล่อนบีบหลินเซี่ยออกไปได้ตอนที่หล่อนยังเด็ก จึงเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าตอนนี้จะสามารถบีบเสิ่นอวี้อิ๋งออกไปได้เช่นกัน

แน่นอนว่าเมื่อเสิ่นเสี่ยวเหมยพูดแบบนี้ สีหน้าของผู้เฒ่าเสิ่นก็อ่อนลงทันที เขากินปาท่องโก๋แล้วพูดว่า “ไปเรียนรู้ฝึกทักษะเพื่องานในอนาคตของตัวเองเถอะ คนแก่อย่างฉันมันไร้ประโยชน์ ไม่มีสิทธิ์จะมาบงการชีวิตหลาน ๆ กันอยู่แล้ว“

เมื่อเสิ่นอวี้อิ๋งได้ยินสิ่งที่ผู้เฒ่าเสิ่นพูด เงาดำมืดก็แวบเข้ามาในดวงตาหล่อน

“เอาล่ะ ออกเดินทางกันเถอะ” ถังหลิงพูดกับผู้เฒ่าเสิ่นว่า “ลุงเสิ่น ขอตัวออกไปก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวพวกเราจะกลับมาเตรียมอาหารอร่อย ๆ ในตอนเที่ยงให้”

จากนั้นทั้งสามก็ออกไป ขึ้นรถประทำทางไปยังจุดหมายปลายทางตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในประกาศ โดยมีเสิ่นอวี้อิ๋งเป็นคนนำ

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

รอดูเรื่องสนุกเลย สามสาวนี่จะโดนความจริงตีแสกหน้าในไม่ช้านี้ล่ะ

ไหหม่า(海馬)

……………………………………  

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 604 ความทะเยอทะยานอันเต็มเปี่ยม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved