cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 560 โจวลี่หรงระเบิดอารมณ์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 560 โจวลี่หรงระเบิดอารมณ์
Prev
Next

ตอนที่ 560 โจวลี่หรงระเบิดอารมณ์

ตอนที่ 560 โจวลี่หรงระเบิดอารมณ์

“คุณ ช่วยพูดให้มันน้อยลงหน่อย” เฉินเจิ้นกั๋วขมวดคิ้วและเตือนด้วยเสียงต่ำ

วังซูเฟินไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย ยิ่งดึกยิ่งมีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ พูดพล่ามต่อไปว่า “ฉันพูดความจริงทั้งนั้น งานเลี้ยงอาหารค่ำบ่งบอกตัวตนของคนอย่างหมดเปลือก ไม่เห็นเหรอว่าคนพวกนั้นหยาบคายแค่ไหนตอนกินข้าว พวกเขาไม่มีมารยาทเอาซะเลย ตะกละตะกลามเหมือนไปอดอยากมาจากไหน จุ๊ๆๆ”

วังซูเฟินทำหน้าประชดประชัน มองไปที่โจวลี่หรงแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ วันหลังอย่าลดตัวลงไปสนิทสนมกับบ้านนั้นให้มากนักล่ะ ไม่งั้นชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังเลยว่าจะกำจัดเหลือบริ้นไรอย่างพวกเขาได้ ดูอย่างฉันสิ ฉันไม่เห็นต้องกังวลอะไรพรรค์นั้นเลย เพื่อนของเจียหมิงมีมารยาทกันทุกคน ทุกครั้งที่ไปกินข้าวในโรงแรมใหญ่ เหลือกับข้าวอีกเป็นเบือ”

โจวลี่หรงได้ยินวังซูเฟินเอ่ยแซะไม่มีที่สิ้นสุด หยิบยกทุกอย่างที่สามารถทับถมมาเยาะเย้ยไม่ขาดปาก ก็ทนไม่ไหว วางชามในมือกระแทกลงอย่างแรงบนโต๊ะ มองไปที่วังซูเฟินและพูดอย่างเย็นชาว่า “สะใภ้รอง ถ้าเธอจงใจมาที่นี่เพื่อจับผิดและหยิบยกมาเปรียบเทียบ งั้นเธอก็ควรกลับไปซะเดี๋ยวนี้เลย ลูกชายฉันมีความสุขมากที่ได้แต่งงาน ในฐานะอาสะใภ้รอง นอกจากเธอจะไม่แสดงความยินดีกับเขาแล้ว ยังเอาแต่จู้จี้จุกจิกกับข้อบกพร่องในงานอีก คิดว่าตัวเองเป็นแม่เขาหรือไง?”

โจวลี่หรงไม่ค่อยวิพากษ์วิจารณ์หล่อนอย่างตรงไปตรงมา การตอบโต้นี้จึงทำให้วังซูเฟินตกตะลึง ก่อนจะพูดจีบปากจีบคอ

“พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้จู้จี้จุกจิกนะ เธอต่างหากยอมไปนับญาติกับคนพวกนั้นลงคอได้ยังไง ดูสิว่าพวกเขามารยาทต่ำทรามแค่ไหน พอมาร่วมงานก็ไม่เห็นจะทำประโยชน์อะไรนอกจากกินเหมือนเป็นสัมภเวสีกลับชาติมาเกิด กินจนสำลักเหมือนชีวิตนี้จะไม่ได้กินอีก ตระกูลเฉินของเราเป็นตระกูลที่ใครต่างก็นับหน้าถือตา ญาติ ๆ ของเราเห็นภาพแบบนั้นแล้วหัวเราะเยาะกันจะตาย ไม่อับอายขายหน้าเลยเหรอ”

โจวลี่หรงตอบกลับอย่างแข็งกร้าวไม่แพ้กัน “แล้วยังไง? เราออกเงินจ่ายค่าอาหารสำหรับจัดงานเลี้ยงในวันนี้เอง ดีซะอีกที่พวกเขากินจนเกลี้ยง ของจะได้ไม่เสียเปล่า บ้านเราไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรขนาดนั้น ฉันเองก็มาจากครอบครัวที่ยากจนมาก่อน เราไม่เคยทิ้งอาหารให้เหลือเป็นเบือ แล้วฉันก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าอายอะไรถ้าจะกินอาหารจนหมดจาน ไม่เหมือนกับเธอที่เป็นลูกสาวเจ้าของที่ดิน เก็บค่าเช่าเอารัดเอาเปรียบคนยากไร้มาตั้งแต่เด็ก เลยไม่รู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากของคนชนชั้นแรงงาน”

“เธอ…” สิ่งที่วังซูเฟินกลัวคนอื่นพูดถึงมากที่สุด คือเรื่องเกี่ยวกับภูมิหลังของครอบครัวของตัวเอง แม้ว่าตอนนี้หล่อนจะหลุดพ้นจากมันได้แล้ว แต่หล่อนก็ทนทุกข์ทรมานมามากเพราะภูมิหลังอันน่าอับอายในเวลานั้นจนเกือบไม่ได้ดองกับตระกูลเฉินแล้ว

ตอนนี้เฉินเจียเหอและหลินเซี่ยอยู่ในครัว เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงเอะอะในห้องนั่งเล่น จึงออกมาดูกันทั้งคู่

ผู้อาวุโสทั้งสองที่กลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อนไปแล้วได้ยินเสียงเช่นกันจึงเปิดประตูออกมา

โจวลี่หรงดูเหมือนจะโกรธวังซูเฟินจริง ๆ ปกติหล่อนมักจะสงวนท่าทีอยู่เสมอ แต่วันนี้ใบหน้าของหล่อนกลับดำคล้ำ กระทั่งน้ำเสียงก็แข็งกร้าว ไม่ไว้หน้าวังซูเฟินเลยแม้แต่น้อย หล่อนมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการสตรีก็จริง แต่ด้วยหน้าที่แล้วหล่อนชอบอยู่บ้านมากกว่า หนำซ้ำยังเป็นคนเก็บตัว รักสงบ รู้ตัวว่าปัญหาอาจเกิดเพราะฝีปากอันแรงกล้าของตัวเอง จึงไม่เคยทะเลาะกับคนอื่น

แต่วันนี้หล่อนไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยวังซูเฟินไป

“อย่าเที่ยวไปดูถูกใครอีก รวยแล้วใช่ว่าจะต้องทำตัววิเศษวิโสเหนือคนอื่น อีกอย่างเท่าที่ฉันรู้มา ครอบครัวเธอก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรสักเท่าไหร่เลย เป็นแค่พนักงานระดับกลาง งานของลูกชายก็ไม่ได้ดีเท่ากับงานของเจียซิ่ง ไหนจะครอบครัวสามีของลูกสาว เธอเคยเล่าว่าลูกเขยทำงานในสถานีโทรทัศน์ใช่ไหม ความจริงแล้วเขาเป็นแค่เด็กทำธุระเท่านั้น ไม่เห็นมีตำแหน่งที่สลักสำคัญ เรียกว่าเป็นชามข้าวเหล็กไม่ได้ด้วยซ้ำ

ทุกครั้งที่เธอคุยโวโอ้อวดและพยายามยกตนข่มฉัน ฉันแค่เกียจคร้านเกินกว่าจะโต้เถียง เพราะรู้ว่าชีวิตเธอมันขับเคลื่อนด้วยเรื่องไร้สาระมาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งคนเราขาดอะไรมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งขวนขวายจะถมสิ่งที่ขาดให้เต็ม เมื่อก่อนฉันยอมมองผ่านมันไปเพราะเห็นว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยฉุกคิดอะไรได้เลย อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ความคิดมั่นคงสมเป็นผู้ใหญ่ตาม เอาแต่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจับผิดลูกหลาน ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพวกเขา และอวดในสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามีดีกว่า เธอนี่ทำตัวเป็นตัวตลกไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ”

เมื่อโจวลี่หรงเห็นพ่อและแม่สามี รวมถึงลูกชายและลูกสะใภ้ออกมา หล่อนก็ยังไม่คิดจะหยุดสั่งสอนวังซูเฟิน

“ฉันหวังว่าต่อจากนี้ไป เธอจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกชายและลูกสะใภ้ของฉันอีก เอาเวลาว่างไปใช้สมองไตร่ตรองให้มากขึ้นว่าควรจะประสานความสัมพันธ์ของตัวเองกับลูกสาวยังไง ฉันได้ยินมาว่าหลังจากเจียฮุ่ยแต่งงานไป หล่อนแทบจะตัดขาดกับครอบครัวพ่อแม่ตัวเองเลยไม่ใช่เหรอ ในฐานะผู้ใหญ่ เธอควรใส่ใจเรื่องนี้หน่อยดีไหม?”

โจวลี่หรงพูดแทงใจดำวังซูเฟินในทุกประโยคจนหล่อนหาอะไรมาโต้เถียงไม่ได้ มือที่ตกห้อยอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นคล้ำเข้มสลับกับซีดขาว ในที่สุดก็ทนฟังไม่ไหว

“พี่สะใภ้ จำเป็นต้องพูดจารุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ?” หล่อนมองดูชายชราอย่างเสียใจและบ่นว่า “พ่อคะ แม่คะ ดูซิว่าพี่สะใภ้ก้าวร้าวขนาดไหน หล่อนไม่แม้แต่จะให้เกียรติฉันกับเจิ้นกั๋วด้วยซ้ำ เราเองก็เป็นสมาชิกในครอบครัวนี้เหมือนกัน คุณยังไม่ทันตายเลย หล่อนจะไล่ตะเพิดพวกเราออกไปแล้ว”

“หยุดพูดไร้สาระสักที เราไม่ได้หูหนวกตาบอดจนไม่รู้ว่าความจริงเป็นยังไงสักหน่อย พี่สะใภ้ของเธออดทนมามากพอแล้ว เมื่อกี้นี้หล่อนพูดผิดตรงไหน? จากนี้ไปทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อยก็ดี ทำตัวให้สมเป็นผู้ใหญ่ซะบ้าง” ผู้เฒ่าเฉินถามต่อ “เรื่องงานของเจียหมิงนี่ยังไง เขาไม่ได้ทำงานในโรงงานเหล็กกล้าหรอกเหรอ?

“เขาบอกว่างานที่ทำอยู่มันเหนื่อยเกินไป อยากลาออก”

เมื่อกล่าวถึงงานของลูกชายตัวเอง เฉินเจิ้นกั๋วก็มองไปที่ชายชราและพูดเสียงแผ่วว่า “พ่อครับ พอจะมีคนรู้จักอยู่ที่หนานเฉิงบ้างไหม? ผมอยากลองหาช่องทางให้เขาเปลี่ยนสายงานดู”

เหตุที่พวกเขาทั้งคู่มาที่นี่ในคราวนี้ นอกจากต้องการมาเยี่ยมชายชราและร่วมงานแต่งของหลานชายแล้ว ยังคิดจะมาคุยเรื่องงานของลูกชายด้วย

เพียงแต่พวกเขารู้จักนิสัยของชายชราดี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าพูด

แน่นอนว่าผู้เฒ่าเฉินวางท่าทีน่าเกรงขาม ปฏิเสธทันควัน “ฉันไม่รู้จักใครทั้งนั้น”

เฉินเจิ้นกั๋วรู้ดีว่าผลลัพธ์ต้องออกมาเป็นแบบนี้ จึงนิ่งงันไม่พูดอะไรอีกต่อไป

ผู้เฒ่าเฉินมองไปที่เฉินเจิ้นกั๋วและภรรยาของเขา ถามว่า “ทำไมเจียฮุ่ยไม่ติดต่อพวกเธอเลย? พวกเธอสองคนยังไม่แก่จนผมหงอกสักหน่อย ริอาจมีความสัมพันธ์ระหองระแหงกับลูกสาวของตัวเองซะแล้วเหรอ น่าอายไหมที่ทำให้เด็ก ๆ เอือมระอา ที่นี่ไม่มีธุระอะไรให้พวกเธออยู่ต่อ งานแต่งจบแล้ว รีบกลับไปหาเจียฮุ่ยซะ แล้วบอกให้เจียหมิงขยันทำงานหน่อย ถึงงานในโรงงานเหล็กกล้าจะหนักแต่ก็มีความมั่นคง งานของเขาถือเป็นส่วนสำคัญในก่อสร้างสำหรับเปิดประเทศ ถ้าเขาอดทนทำต่อก็จะมีอนาคตที่สดใส”

วังซูเฟินพึมพำ “ฉันอยากไปเจรจากับเถ้าแก่เซี่ย หวังว่าจะได้ร่วมธุรกิจห้องเต้นรำกับเขา”

ดังที่โจวลี่หรงพูดเมื่อกี้นี้ ครอบครัวของพวกเขาภายนอกดูเหมือนแข็งแกร่งและสูงส่งก็จริง แต่ภายในกลวงโบ๋

พูดตามตรงแล้วความหวังของครอบครัวนี้อยู่ที่คนรุ่นลูก แม้ว่าที่บ้านจะเคยมีทรัพยากรทางการเงิน แต่ถ้าลูกชายไม่ทำตัวอยู่ในร่องในรอยและเป็นไปตามความคาดหวัง ครอบครัวก็จะล่มสลายในวันหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนเคยมีฐานะมั่งคั่งประมาณหนึ่งเพราะธุรกิจเดิมของครอบครัว แต่พอพ่อแม่จากไปจนไม่เหลือใคร สิ่งที่หล่อนได้รับคือมรดกอาคารและร้านค้าเพียงไม่กี่แห่ง

การนอนกินเงินที่ได้จากค่าเช่าไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าได้ทำธุรกิจด้วยตัวเองนั่นจะไม่ดีกว่าหรือ?

“แล้วแต่เถอะ พวกเราแก่แล้ว ควบคุมการตัดสินใจของใครไม่ได้” ผู้เฒ่าเฉินมองเฉินเจิ้นกั๋วด้วยสีหน้าขุ่นเคือง จากนั้นก็โจมตีเขาอย่างรุนแรง “เจ้ารอง ถ้าเมียแกยังไม่หยุดเปรียบเทียบและอิจฉาริษยากระทั่งคนในบ้านต่อไป ความสามัคคีระหว่างพี่น้องก็อาจไม่เหลือ หยุดแข่งขันกันได้แล้ว คนมีฝีมือย่อมแสดงความสามารถของตัวเองให้ประจักษ์ แล้วแกน่ะมีดีอะไร?”

เฉินเจิ้นกั๋วก้มหน้าลงด้วยความอับอาย

วังซูเฟินเห็นว่าชายชราโกรธมาก หล่อนก็พอจะรู้กาลเทศะบ้าง ไม่กล้าพูดมากอีก

โจวลี่หรงขี้เกียจเกินกว่าจะใส่ใจพวกเขา หล่อนหยิบขนมออกมาให้หลินเซี่ยและบอกให้เอาพวกมันกลับเข้าไปกินในห้อง

เฉินเจียเหอและหลินเซี่ยกลับขึ้นมาบนห้อง เขาจึงรีบไปต้มน้ำมาให้เธออาบ

“วันนี้คงเหนื่อยมากเลยสินะ? หลังอาบน้ำเสร็จก็พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ”

หลินเซี่ยนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ลบเครื่องสำอางออกแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “วันนี้แม่คุณเด็ดเดี่ยวมาก”

“ไม่ว่าอาสะใภ้รองจะเยาะเย้ยเปรียบเทียบขาวดำมากแค่ไหน ปกติท่านก็ไม่เคยพูดอะไรเลย”

หลินเซี่ยเช็ดลิปสติกบนปากออกจนเกลี้ยง มองเขาผ่านกระจกเงาแล้วส่งยิ้มให้ “ท่านแค่เป็นคนรักสันโดษ บางทีเมื่อก่อนท่านอาจจะแค่ขี้เกียจเกินกว่าจะเถียงกับวังซูเฟินก็ได้”

เฉินเจียเหอรออย่างอดทนจนกว่าหลินเซี่ยจะลบเครื่องสำอางเสร็จ เขาถือชุดนอนของหลินเซี่ยไว้ในมือ และจับมือเธอเอาไว้

“ไปอาบน้ำกันเถอะ”

“ฉันอาบเองได้ เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันก็พอ”

“ผมช่วยอาบดีกว่า”

เฉินเจียเหอกลัวว่าหลินเซี่ยจะลื่นล้ม เขาจึงยืนกรานที่จะอาบน้ำให้เธอด้วยตัวเอง

ทุกวันนี้เขาต้องทะนุถนอมภรรยาให้มากไม่เหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นการอาบน้ำให้เธอก็ถือเป็นเรื่องที่ทรมานมากเช่นกัน

เมื่อมองดูร่างที่ขาวเนียนสะอาดสะอ้านไปทุกสัดส่วนของเธอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจับเธอกินก่อนจะอาบน้ำจนสะอาด แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงบริการเธอด้วยหัวใจ ต่อให้เขาจะท่องบทสวด แต่ร่างกายก็ยังร้อนรุ่มอย่างอดไม่อยู่

หลินเซี่ยมองดูเขาระงับความต้องการอย่างเต็มที่ แต่ส่วนกลางของร่างกายกลับชูชันอย่างควบคุมไม่ได้ เธอหัวเราะเล็กน้อยและอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเขา

เฉินเจียเหอสัมผัสเธอนานเข้า เขาก็เริ่มหายใจไม่ออก พูดด้วยน้ำเสียงรวบรัดว่า “อย่าแกล้งผมสิ”

“คุณเป็นคนอาสาว่าจะทำเอง ใช่ว่าฉันดูแลตัวเองไม่ได้ซะหน่อย คุณทรมานก็เพราะทำตัวเองล้วน ๆ”

“ผมแค่กลัวคุณจะลื่นล้ม”

ขณะที่เขาถูหลังเธอ เขาก็หลับตาลงแล้วข่มใจ

หลินเซี่ยมองดูสีหน้าอดกลั้นของเขา ก่อนจะถอนหายใจอย่างไร้คำพูด “ไม่เห็นต้องกลัวเลย”

ในที่สุดหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็แต่งตัวและออกมา ขณะที่เฉินเจียเหออยู่ในนั้นและอาบน้ำเย็นประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะกลับเข้าห้องพร้อมกับจามไม่หยุด

…

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

ก่อนหน้านี้เคยวิจารณ์คุณแม่ไว้เยอะ แต่มาตอนนี้ต้องขอปรบมือให้คุณแม่ชุดใหญ่เลยค่ะ หมัดชนะน็อกของแท้ ยัยสะใภ้รองเงิบไปต่อไม่เป็นเลย ถ้าเป็นการดวลดาบก็คือโดนแทงแล้วแทงอีกจนพรุนเป็นรังผึ้งอะ

ทรมานล่ะสิพี่เหอ อดทนก่อนนะคะ รอให้พ้นสามเดือนแรกไปก่อน

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 560 โจวลี่หรงระเบิดอารมณ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved