cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 490 คิดคำนวณเอาประโยชน์เข้าตัว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 490 คิดคำนวณเอาประโยชน์เข้าตัว
Prev
Next

ตอนที่ 490 คิดคำนวณเอาประโยชน์เข้าตัว

ตอนที่ 490 คิดคำนวณเอาประโยชน์เข้าตัว

หลิวกุ้ยอิงหยุดชะงักชั่วคราว มองไปที่แม่เฒ่าหลิน

ตัวตนของเซี่ยเหลยทำให้หลิวกุ้ยอิงสับสนมากว่าหล่อนควรบอกเรื่องการแต่งงานใหม่ของตัวเองกับหญิงชราหรือไม่ ดังนั้นเมื่อหญิงชราเป็นฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลิวกุ้ยอิงจึงอ่อนไหวมาก สงสัยว่าหญิงชราจะคิดได้จริง ๆ หรือ อยากให้หล่อนแต่งงานใหม่จริงหรือ?

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หล่อนก็เล่าเรื่องราวของหล่อนกับเซี่ยเหลยได้อย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม หญิงชรากลับพูดขึ้นว่า “ฉันว่านะ เธออย่าออกไปทำงานข้างนอกจนแก่เฒ่าเลย ฉันจะไปติดต่อแม่สื่อให้หาผู้ชายแต่งเข้าบ้าน มีคนร่างกายกำยำแข็งแรงมาทำงานแทน เธอจะได้ไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป จินซานทำงานข้างนอก ที่บ้านก็มีคนช่วยงาน และเรายังจะหาภรรยาให้จินซานได้ง่ายขึ้นด้วย”

หลิวกุ้ยอิงตกตะลึงทันที ไม่อยากจะเชื่อในวงจรสมองของหญิงชราตรงหน้า

เมื่อเห็นสีหน้าน่าเกลียดของหล่อน แม่เฒ่าหลินกล่าวต่อ

“เรื่องนี้ไม่เห็นมีอะไรต้องอาย ขนาดยายแก่อย่างฉันยังรับได้เลย ต้องสนใจคนอื่นที่มายุ่งวุ่นวายทำไม? ลองหาชายวัยไล่เลี่ยกับเธอจากหมู่บ้านใกล้เคียงดู บ้านเรายินดีให้เขาแต่งเข้า แล้วเธอก็รับผิดชอบเรื่องเก็บเกี่ยวผลผลิตในที่ดินของเราเอง พอมีคนทำงาน เราก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้สองครั้งต่อปีนับจากนี้ ถือว่าได้ทั้งขึ้นทั่งล่องไม่ใช่เหรอ?”

หลิวกุ้ยอิงมองนางอย่างเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “คิดไว้ไม่ผิด คุณยังเห็นแก่ตัวไม่มีเปลี่ยน”

แม่เฒ่าหลินไม่คิดว่าความคิดตัวเองจะมีอะไรผิดปกติ “อย่ามองฉันแบบนั้น ฉันแค่ไม่อยากให้สมาชิกในครอบครัวเรากระจัดกระจายออกไปอยู่ต่างถิ่นฐาน เธอไม่เข้าใจเจตนาดีของฉันหรอกเหรอ?”

หลิวกุ้ยอิงพูดเสียงทุ้ม “คิดคำนวณเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองทั้งนั้น”

หญิงชราอยากใช้วิธีนี้ก็เพื่อกักขังหล่อนให้คอยรับใช้และอยู่กับตระกูลหลินต่อไป

“คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องของฉันในอนาคตหรอกค่ะ ฉันมาเยี่ยมคุณในวันนี้ก็เพราะเห็นแก่ต้าฝู ฉันไม่ได้ติดหนี้อะไรคุณเลย เวลาหลายปีที่ฉันอยู่ในตระกูลหลิน ฉันปฏิบัติต่อคุณในฐานะญาติผู้ใหญ่มาตลอด กระทั่งแม่แท้ ๆ ของฉันยังไม่ได้รับการปรนนิบัติขนาดนี้ ขอพูดตรงนี้เลยว่าชะตากรรมระหว่างเราในฐานะแม่สามีและลูกสะใภ้จบลงแล้ว อย่าคิดจะผูกมัดฉันด้วยวิธีใด ๆ อีกเลย”

หลังจากหลิวกุ้ยอิงพูดจบ หล่อนก็ออกไปด้วยความโกรธ

หลินจินซานเพิ่งซื้อบะหมี่กลับมาครึ่งถุงพร้อมกับน้ำมันหนึ่งหม้อมาจากเพื่อนบ้านให้หญิงชรา เมื่อเห็นสีหน้าน่าเกลียดของหลิวกุ้ยอิง จึงถามว่า “แม่ ย่าผมพูดจาไม่ดีกับแม่อีกแล้วเหรอ?”

หลิวกุ้ยอิงไม่ได้พูดอะไรมาก “แม่กลับก่อนนะ”

หลินจินซานขนของเข้าไปเก็บเข้าที่ แล้วพูดกับหญิงชราว่า “จากนี้ย่าช่วยสงบปากสงบคำหน่อย ไม่งั้นผมจะส่งย่ากลับไปอยู่บ้านอารองเหมือนเดิม”

พอหลินจินซานขู่เสร็จ เขาก็เดินออกจากบ้านไป ตามหลิวกุ้ยอิงจนทัน

ทั้งสองกลับไปที่บ้านตระกูลโจว ซึ่งหลินเซี่ยและเซี่ยเหลยรออยู่นาน คอยมองออกไปนอกถนนเป็นระยะ

กลัวเหลือเกินว่าพวกเขาอาจมีเรื่องขัดแย้งกับหลินเอ้อร์ฝูและคนอื่น ๆ

พอเห็นพวกเขากลับมาก็รู้สึกโล่งใจ

“แม่ เป็นอะไรไหมคะ?”

หลิวกุ้ยอิงส่ายหน้า “แม่ไม่เป็นไร”

“เข้าไปข้างในกันเถอะ”

หลังจากพักอยู่ที่บ้านตระกูลโจวมาระยะหนึ่ง หลิวกุ้ยอิงก็ต้องการกลับเข้าตัวอำเภอก่อนเวลา

พรุ่งนี้หลินจินซานต้องพาหญิงชราเข้าเมืองไปหาหมอ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถกลับไปได้ในขณะนี้

“ไหน ๆ ก็มาแล้ว พักอยู่ที่นี่สักคืนสิ ที่บ้านเรามีห้องว่างอยู่” ผู้เฒ่าโจวพูด “ดูสิว่าบ้านเรากว้างขวางขนาดไหน มีห้องว่างตั้งหลายห้อง บ้านของพวกเราชาวชนบทมีเตียงเตาทุกห้อง เรานอนบนนั้นได้ ต่อให้นอนสามสี่คนก็ไม่เป็นปัญหา”

ไม่ง่ายเลยกว่าหลินเซี่ยจะได้กลับมาทั้งที สองผู้อาวุโสจึงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้เธอจากไป

หลินเซี่ยเองก็ลังเลที่จะจากไปเช่นกัน เธอบอกว่า

“แม่ พวกเราอยู่ที่นี่สักคืนเถอะค่ะ”

หลินเซี่ยอยากรอจนถึงตอนกลางคืน เพื่อชักชวนเชิงอุดมการณ์ให้ผู้สูงอายุยอมเข้าเมืองใหญ่

ส่วนเซี่ยเหลยและเซี่ยไห่ต่างก็ต้องการอยู่พูดคุยกับสองผู้เฒ่าของตระกูลโจว

คุณยายโจวถามหลิวกุ้ยอิงว่า “กุ้ยอิง สุขภาพย่าของจินซานเป็นยังไงบ้าง?”

หลิวกุ้ยอิงตอบกลับ “ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ”

“ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนหล่อนแข็งแกร่งมาก” คุณยายโจวรำพึง

ย่าของหลินจินซานเป็นหนึ่งในหญิงอ้วนไม่กี่คนในหมู่บ้านของพวกเขา

ยิ่งไปกว่านั้นหล่อนยังมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่ จึงทำให้สุขภาพร่างกายพลอยแข็งแรงตามไปด้วย ดูเหมือนคุณนายผู้ร่ำรวย ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ที่บ้าน อ่อนกว่าวัยกว่าเพื่อนที่อายุไล่เลี่ยกัน

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของอีกฝ่ายเลย

หลิวกุ้ยอิงถอนหายใจแล้วพูดว่า

“บ้านของหลินเอ้อร์ฝูไม่มีอาหารดี ๆ ปรนเปรอหล่อนน่ะสิคะ ตอนนี้หล่อนเลยผอมซูบลงไปมาก เมื่อกี้ก็บ่นปวดท้อง จินซานเลยจะพาหล่อนไปหาหมอพรุ่งนี้”

ทุกคนถอนหายใจเมื่อได้ยินว่าแม่เฒ่าหลินที่อาศัยอยู่ในบ้านของหลินเอ้อร์ฝูต้องอยู่อย่างอดอยาก ซึ่งนั่นไม่น่าแปลกใจเลย เพราะก่อนหน้านี้แม่เฒ่าหลินเคยอาศัยอยู่กับครอบครัวของลูกชายคนโต

นั่นถือเป็นกรณีที่พบได้น้อยในพื้นที่ชนบท หลายครอบครัว ผู้สูงอายุมักจะอาศัยอยู่กับลูกชายคนเล็ก

ที่แท้ก็เป็นเพราะหลินเอ้อร์ฝูไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหลินจินซานไปรับแม่เฒ่าหลินให้ย้ายออกมาจากบ้านของหลินเอ้อร์ฝู ทุกคนก็มองไปที่หลินจินซานด้วยความชื่นชม

ในฐานะหลานชาย เขาถือได้ว่าเป็นผู้มีความรับผิดชอบ สามารถตัดสินใจได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

แต่โจวเจี้ยนกั๋วยังคงเลือกที่จะกำชับเตือนเขาว่า “จินซาน เธออาจเป็นลูกกตัญญูได้ แต่อย่าให้ความกตัญญูมาบังตาจนโง่เขลานะ”

หลินจินซานพูดอย่างจริงจัง “น้าโจว ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงย่าของผมจะเป็นแม่สามีที่ใจร้ายขนาดไหน แต่ท่านก็ไม่เคยใจร้ายกับหลานชายอย่างผม พ่อผมจากไปแล้ว อารองยังมาทำร้ายให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจอีก ผมทำเป็นไม่สนใจไยดีท่านไม่ได้ ปล่อยให้ท่านอดตายไม่ได้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเด็กรุ่นหลังอย่างพวกเราทอดทิ้งต่อผู้ใหญ่”

ผู้เฒ่าโจวบอกว่า “จินซานทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ย่าของเธอมีชีวิตอยู่มาจนถึงวัยนี้ ถ้าปล่อยให้ท่านอดอาหารจนตายจริง ๆ ชื่อเสียงตระกูลหลินของเธอคงถูกทำลายไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน เธอคงไม่อยากให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างนั้นหรอก”

ช่วงบ่าย คุณยายโจวขอหัวไชเท้าสีขาวหัวใหญ่สองหัวมาจากสวนของเพื่อนบ้านอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็ส่งโจวเจี้ยนกั๋วออกไปซื้อเนื้อสัตว์ บอกว่าวันนี้นางจะทำเกี๊ยว

หลังจากซื้อเนื้อกลับมาแล้ว หลิวกุ้ยอิงและหวังอวี้เสียก็ช่วยกันทำเกี๊ยวด้วยกันในครัว

หลินเซี่ยพาเซี่ยไห่ออกไปเก็บผลท้อจากต้นท้อในสวนหลังบ้านของตระกูลโจว

เซี่ยไห่เพิ่งเคยมาชนบทเป็นครั้งแรก ทำให้ทุกอย่างที่เขาเห็นล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่ ไม่ว่าผลไม้บนต้นไม้จะสุกหรือยังไม่สุกก็ตาม เขาก็อยากลองเด็ดมันทั้งหมด

เซี่ยเหลยนั่งอยู่ในสนาม จิบชาและอยู่เป็นเพื่อนคุยกับผู้เฒ่าโจวและโจวเจี้ยนกั๋ว ซึ่งทั้งสองตั้งใจฟังเรื่องเล่าของเซี่ยเหลยสมัยที่เขาอยู่ในสงครามอย่างใจจดใจจ่อ

หลังจากห่อเกี๊ยวเสร็จ โต๊ะกินข้าวก็ถูกย้ายไปตั้งกลางสนามแทน ทุกคนนั่งกินด้วยกันอย่างมีความสุข

หลินเซี่ยกลับมาทั้งที ผู้เฒ่าทั้งสองคนของตระกูลโจวย่อมมีความสุขมาก ตอนที่หลินเซี่ยแต่งงานกับเฉินเจียเหอแรก ๆ พวกเขามักจะรู้สึกเสมอว่าการแต่งงานครั้งนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน กลัวว่าพวกเขาจะแยกทางกันทันทีที่กลับเข้าเมือง

ไม่คาดคิดเลยว่าเฉินเจียเหอและหลินเซี่ยจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เฉินเจียซิ่งและเสิ่นเสี่ยวเหมยกลับเป็นฝ่ายหย่าร้างกัน

บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเย็นอบอวลไปด้วยความสุข ขณะกำลังกินเกี๊ยว หลินเซี่ยก็พูดกับผู้เฒ่าสองคนของตระกูลโจวว่า “คุณตา คุณยายคะ เฉินเจียเหอกับฉันตั้งใจว่าจะจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ไห่เฉิงค่ะ”

หลังจากได้ยินสิ่งที่หลินเซี่ยพูด ผู้เฒ่าโจวก็ตอบรับอย่างเห็นด้วย “เซี่ยเซี่ย นั่นคือสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้ว ดูเหมือนว่าในที่สุดตระกูลเฉินก็รู้แจ้งสักที งานแต่งงานของพวกเธอทั้งสองคนตอนอยู่ในหมู่บ้านมันกระชั้นเกินไป เรารู้สึกมาตลอดว่าทำผิดต่อเธอ รู้สึกยินดีจริง ๆ ที่พวกเธอจะจัดงานแต่งในเมืองอีกครั้ง เธอเป็นเด็กดี แถมตอนนี้พ่อแม่ยังมาอยู่ใกล้ชิดเธออย่างพร้อมหน้า การแต่งงานครั้งนี้ต้องสมบูรณ์แบบมากแน่”

หลินเซี่ยมองไปที่ผู้เฒ่าทั้งสอง ใช้โอกาสนี้เชิญชวนว่า “ฉันกำลังจะแต่งงานกับเจียเหอทั้งที คุณตาคุณยาย คุณลุงกับน้าสะใภ้ก็ควรไปร่วมแสดงความยินดีกับฉันด้วยนะคะ”

“เซี่ยเซี่ย พวกเธอกำหนดวันมงคลมาได้เลย ฉันกับน้าสะใภ้จะหาเวลาไปที่นั่นเอง”

โจวเจี้ยนกั๋วและภรรยาแสดงจุดยืนอย่างพร้อมเพรียง หลินเซี่ยจึงมองไปที่ผู้เฒ่าทั้งสอง “คุณตา คุณยาย คุณทั้งสองก็ควรไปอยู่ที่ไห่เฉิงสักพักด้วย ดีไหมคะ?”

ผู้เฒ่าโจวปฏิเสธ “พวกเราไม่ไปหรอก เราสองตายายอายุตั้งเท่านี้แล้ว จะเดินทางไกลให้มันลำบากสังขารทำไม? ยายเขายิ่งเมารถอยู่ด้วย พวกเธอจัดการเรื่องสำคัญกันเองเถอะ เราคงไม่ไป”

แน่นอนว่าชายชราปฏิเสธ

“คุณตา พวกเราต้องเสียดายมากแน่ถ้าคุณกับคุณยายไม่อยู่ในงานด้วย แม่สามีกับเฉินเจียเหออุตส่าห์มอบหมายงานเทียบเชิญให้ฉัน คราวนี้ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องเชิญคุณทั้งสองไปที่ไห่เฉิงให้ได้ โรงงานของเฉินเจียเหอจัดสรรบ้านหลังใหม่ให้กับพวกเราแล้วด้วย เราอยากให้คุณไปเห็นบ้านหลังใหม่ของเราจริง ๆ คุณย่าของฉันก็อยากทำความรู้จักกับพวกคุณด้วย แน่นอนว่าหู่จือคิดถึงพวกคุณมาก

หลินเซี่ยพยายามหยิบยกเอาคนนั้นคนนี้มาประกอบคำเชิญให้ดูมีน้ำหนัก แต่ชายชราก็ยังปฏิเสธอย่างสุภาพ

“สาวน้อย พวกเราแก่แล้ว ไม่ขอเข้าเมืองใหญ่ไปเป็นภาระใครดีกว่า ลำพังขึ้นรถประจำทางก็ลำบากพออยู่แล้ว พอไปถึงยังต้องอาศัยพวกเธอคอยดูแลอีก เราไม่อยากสร้างภาระให้ลูกหลานน่ะ”

เมื่อเห็นว่าพวกเขามีความตั้งใจเด็ดเดี่ยว หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมเข้าเมือง หลินเซี่ยจึงผายมือออกพร้อมกับถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย

“น่าเสียดายจังค่ะ ถ้าไม่มีญาติผู้ใหญ่ฝั่งเฉินเจียเหอไปร่วมแสดงความยินดี เห็นทีงานแต่งของเราคงเป็นไปไม่ได้”

“ย่าฉันบอกว่าตอนที่ฉันกับเฉินเจียเหอแต่งงานกันที่นี่ ไม่มีใครในตระกูลเฉินยินดีกับพวกเราเลย พอท่านรู้เรื่องนี้ก็โกรธมาก คราวนี้เฉินเจียเหอเลยต้องแสดงความจริงใจ เรียกญาติของเขาทั้งหมดมาร่วมงานแต่งเพื่อเป็นสักขีพยานในการแต่งงานให้เขาอย่างเป็นทางการ คุณย่าได้ยินว่าเฉินเจียเหอสนิทสนมใกล้ชิดกับพวกคุณมากกว่าปู่ย่าของเขาเสียอีก แถมพวกคุณยังเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขา ท่านเลยยื่นคำขาดว่าพวกคุณสองคนต้องมา ถ้าพวกคุณไม่มา คุณย่าคงไม่คลายความโกรธง่าย ๆ และไม่ให้พวกเราแต่งงานกันด้วยดี”

พอหลินเซี่ยพูดมาถึงตรงนี้ เซี่ยไห่ก็พูดเสริมอย่างจริงจัง “ใช่ครับ ลุงโจว แม่ผมเป็นคนหัวรั้นยิ่งกว่าอะไร พอได้ยินว่าแม่ของเจียเหอเคยไม่ชอบหน้าเซี่ยเซี่ยในตอนแรก ท่านก็โกรธมาก วิพากษ์วิจารณ์ตระกูลเฉินจนหูชา ถ้าคุณกับคุณป้ายังปฏิเสธไม่ไปอีก ผมเกรงว่างานแต่งงานครั้งนี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้”

“นี่…”

คุณยายโจวได้ยินดังนั้นถอนหายใจด้วยความโกรธ “ฉันว่าแล้วว่าคนแซ่เฉินนั่นมีนิสัยชอบดูถูกคนอื่น พวกเขาเลยไม่ถูกใจเซี่ยเซี่ย แม่ลี่หรงนั่นก็ทำตัวเป็นวัวลืมตีนคิดว่าตัวเองกลายเป็นเจ้าคนนายคนอยู่ในเมืองใหญ่ แล้วพาลหยามหมิ่นคนที่มาจากชนบทเหมือนตัวเอง ฮึ่ม ย่าเธออาจต้องทำตัวโผงผางเสียหน่อย ไปฉะกับคนพวกนั้นให้รู้สำนึกซะบ้าง”

น้ำเสียงของคุณยายโจวค่อนข้างขุ่นเคือง

ฮึ่ม คนตระกูลเฉินสมควรเผชิญกับศึกหนักจากฝั่งสะใภ้

พวกเขาอาจคิดว่าคนจากฝั่งตระกูลโจวเรียบง่ายไร้ปากเสียง จึงทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

“แต่ว่า… เฉินเจียเหอในฐานะคนกลางคือคนที่ลำบากใจที่สุด”

ยิ่งเซี่ยไห่พูดมากเท่าใด เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมมากขึ้น “เซี่ยเซี่ยของผมทั้งสวย ทั้งมีความสามารถ เปิดร้านในไห่เฉิงได้ตั้งสองสาขา แถมตอนนี้ยังทำธุรกิจร่วมกันกับเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเชินเฉิงด้วย เถ้าแก่คนนั้นชื่นชมเซี่ยเซี่ยมาก คาดว่าในอนาคตพวกเขาน่าจะได้พัฒนาโครงการที่นั่นร่วมกันเพิ่มอีก ผมคิดว่าฝั่งนั้นอาจถูกตาต้องใจเซี่ยเซี่ยมากกว่าเรื่องงานด้วยซ้ำ ถ้าเราปล่อยให้งานแต่งครั้งนี้ล่าช้าออกไป ปัญหาชีวิตคู่ต้องเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งคู่ไม่ช้าก็เร็ว”

หลินเซี่ยกินเกี๊ยวอย่างใจเย็น ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

คำพูดของเซี่ยไห่ทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองของตระกูลโจวตกตะลึง พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงวิกฤต

เป็นเรื่องปกติที่นักธุรกิจใหญ่จะชอบสาวสวยที่มีความสามารถ

เธออายุน้อยกว่าเฉินเจียเหอประมาณแปดถึงเก้าปี เจียเหอเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่มีวาทศิลป์ในการมัดใจคน แถมเขายังมีลูกติด…

ตอนนี้ ตระกูลต้นกำเนิดของหลินเซี่ยแข็งแกร่งกว่า

หลานชายของเขาไม่มีข้อได้เปรียบใด ๆ เลย

โจวเจี้ยนกั๋วบอกว่า “พ่อ แม่ เปลี่ยนความคิดใหม่เถอะ เข้าไปในเมืองสักครั้งเพื่อให้เจียเหอไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าลำบากใจ ให้เขาแต่งงานอย่างถูกต้องโดยเร็ว เขาอายุสามสิบแล้ว ปล่อยให้ล่าช้าไปกว่านี้ไม่ได้”

ผู้เฒ่าสองคนของตระกูลโจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างยากลำบาก “ได้ พวกเราจะไปที่ไห่เฉิง”

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

คุณตาคุณยายลองเข้าเมืองไปเปิดหูเปิดตาหน่อยก็ได้ค่ะ เผื่อได้เจออะไรเจริญหูเจริญตา

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 490 คิดคำนวณเอาประโยชน์เข้าตัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved