cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 483 การตระหนักรู้ถึงสี่ความทันสมัยก็เหมือนตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 483 การตระหนักรู้ถึงสี่ความทันสมัยก็เหมือนตระหนักในคุณค่าของตัวเอง
Prev
Next

ตอนที่ 483 การตระหนักรู้ถึงสี่ความทันสมัยก็เหมือนตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

ตอนที่ 483 การตระหนักรู้ถึงสี่ความทันสมัยก็เหมือนตระหนักในคุณค่าของตัวเอง

หลินเซี่ยสังเกตเห็นความลำบากใจของผู้เป็นแม่ ดังนั้นเธอจึงช่วยแก้ไขสถานการณ์ ขอให้หล่อนอยู่ด้วยกันที่บ้านของโจวเจี้ยนกั๋ว

หลิวกุ้ยอิงรู้สึกเครียดและอึดอัดมาก แต่พอลูกสาวพูดแบบนี้ ในที่สุดหล่อนก็ผ่อนคลายความกังวลลง และพยักหน้ารัวเร็ว “ได้ งั้นแม่จะอยู่กับลูก”

หวังอวี้เสียแสดงท่าทางยินดีต่อสิ่งนี้ “พี่อิงจื่อ ถ้าไม่รังเกียจว่าคนในบ้านอาจเยอะเกินไป สาว ๆ อย่างพวกเราก็จะได้คุยกันตอนกลางคืนอย่างสนุกสนานนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปก่อนนะ”

โจวเจี้ยนกั๋วพาชายสามคนไปที่โรงแรม

ทันทีที่พวกเขาจากไป หลินเซี่ยก็หยิบกระเป๋าเดินทางของเธอขึ้นมา และเริ่มค้นหาของในนั้น

อันดับแรก เธอหยิบซองจดหมายหนา ๆ ออกมาแล้วยื่นให้หวังอวี้เสีย พร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม

“น้าสะใภ้ ดูนี่เร็วสิคะ”

หวังอวี้เสียเห็นว่าในซองเต็มไปด้วยรูปถ่ายมากมาย

หลินเซี่ยแนะนำกับหล่อนว่า “นี่คือรูปที่เจียวั่งถ่ายให้เราในวันที่ร้านใหม่ของฉันเปิดทำการค่ะ คุณจะได้เห็นว่าร้านใหม่ของฉันหน้าตาเป็นยังไง”

“จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันต้องตั้งใจดูให้ดีแล้ว”

หวังอวี้เสียรู้สึกประทับใจมาก ถึงแม้หลินเซี่ยนาน ๆ มาเยี่ยมที แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะแบ่งปันความสุขให้อีกฝ่ายได้เห็นผ่านทางรูปถ่าย หล่อนหยิบรูปถ่ายออกมาและมองดูทีละรูป

“พระเจ้าช่วย มีชุดแต่งงานสวย ๆ เยอะแยะไปหมด ทุกชุดดูสวยๆ ทั้งนั้นเลย”

“บนตู้พวกนั้นก็อัดแน่นไปด้วยเครื่องสำอาง คราวนี้สาว ๆ ในเมืองจะได้จัดงานแต่งงานกันอย่างมีความสุขซะที มีช่างฝีมือดีคอยเนรมิตให้ทั้งคน”

หวังอวี้เสียทั้งตื่นตาตื่นใจและอิจฉาในเวลาเดียวกัน

ในขณะที่อุทาน หล่อนมองดูรูปถ่ายใบหนึ่ง จากนั้นก็ชี้ไปที่คุณแม่เซี่ยในภาพ และถามหลินเซี่ยอย่างสงสัย “เซี่ยเซี่ย คุณป้าคนนี้เป็นใครกัน?”

“นั่นคุณย่าของฉันเองค่ะ คุณย่าแท้ ๆ” หลินเซี่ยกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าหล่อนเป็นคนใจดี คงจะเป็นคนแก่ที่ใจดีและมีเมตตามากสินะ”

“แม่หนูเอ๋ย เธอเกิดมาพร้อมกับโชคที่รออยู่ในภายหน้าแท้ ๆ ในที่สุดก็ได้พบเจอกับครอบครัวแท้จริงของตัวเอง แถมพวกเขายังเป็นคนดีมาก ฉันดีใจแทนเธอจริง ๆ”

หวังอวี้เสียมองดูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปหมู่ของเด็กสาวหลายคนในรูปถ่ายใบนั้น

หล่อนจับจ้องไปที่สาวสวยทั้งสองในรูป และมองไปที่หลินเซี่ย “ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงได้หน้าเหมือนคุณเซี่ยอวี่นักล่ะ?”

“แถมแม่หนูคนนี้ก็หน้าเหมือนผู้เข้าประกวดในรายการประกวดนางแบบที่เพิ่งออกอากาศทางทีวีเมื่อไม่กี่วันก่อนเปี๊ยบ”

หลินเซี่ยได้ยินคำพูดของหวังอวี้เสีย ก็มองหน้าเธอด้วยความประหลาดใจเช่นเดียวกัน “น้าสะใภ้ คุณก็ดูรายการประกวดนางแบบด้วยเหรอคะ?”

หวังอวี้เสียพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “ไม่ใช่แค่ดูธรรมดา ฉันเข้าข่ายแฟนตัวยงของรายการเลยล่ะ ดูทุกเทปที่ออกอากาศ ไม่พลาดแม้แต่สัปดาห์เดียว เฮ้อ น่าเสียดายที่โอกาสดี ๆ แบบนี้ไม่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยฉันยังสาว ไม่งั้นฉันจะสมัครเข้าร่วมเหมือนกัน ได้ยินมาว่าผู้เข้าประกวดทุกคนมาจากทุกสาขาอาชีพ พวกเธอสมัครและเลือกเสื้อผ้ากันเอง ถ้าฉันอายุน้อยกว่านี้สักสิบปี อาจกล้าทำในสิ่งที่ท้าทายก็ได้”

ท่าทางของหวังอวี้เสียเต็มไปด้วยความเสียดาย หล่อนยังคงถอนหายใจต่อไป พูดกับหลิวกุ้ยอิงว่า “พี่อิงจื่อ คุณก็คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะว่าถ้าเราอายุน้อยกว่านี้คงดีไม่น้อยเลย เราจะได้ออกทีวีเหมือนกับสาว ๆ พวกนั้น”

หลิวกุ้ยอิงนั่งดูทีวีอย่างเคอะเขิน หลังจากได้ยินคำพูดของหวังอวี้เสีย หล่อนก็โบกมือปัดรัวๆ “ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ ไม่ว่าฉันจะอายุน้อยกว่านี้แค่ไหนก็เถอะ ฉันเข้าร่วมไม่ได้จริง ๆ ฉันไม่สันทัดทำเรื่องอะไรแบบนี้เลย”

“ทำไมเราจะทำไม่ได้ในเมื่อเรามีคุณสมบัติเพียบพร้อม พวกเราไม่ได้ดูแย่เลย ส่วนสูงและน้ำหนักยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสมบูรณ์”

แม้หวังอวี้เสียจะอาศัยอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แต่หล่อนกลับมีแนวคิดทันสมัยกว่าผู้หญิงในเมืองไห่เฉิงเสียอีก

หลินเซี่ยยิ้มและพูดว่า “น้าสะใภ้ ในอนาคตอาจจะมีรายการจัดประกวดอีก ไว้ฉันจะส่งชื่อคุณไปนะคะ”

“เอาสิ เธอลองถามให้หน่อย ถ้ามีรายการไหนที่เหมาะสมก็โทรมาได้ตลอด ฉันจะขอลางานเฉพาะกิจเพื่อไปออกทีวี”

หวังอวี้เสียพูดติดตลกอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงกลับเข้าประเด็นเดิม ชี้ไปที่คนในภาพ และถามหลินเซี่ยอย่างข้องใจ

“บอกมาซิว่าสองสาวเหล่านี้เป็นใคร? ทำไมถึงได้หน้าเหมือนดารานัก?”

หลินเซี่ย “น้าสะใภ้ หล่อนก็คือเซี่ยอวี่ไงคะ”

หวังอวี้เสีย “???”

หลินเซี่ยชี้ไปที่บุคคลในภาพและแนะนำกับหล่อนว่า “นี่เจียงอวี่เฟย หล่อนใช้ชื่อบนเวทีประกวดว่าเย่เสี่ยวอวี่ ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศของรายการประกวดนางแบบไห่เฉิง หล่อนเป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง ส่วนเซี่ยอวี่คืออาสาวแท้ ๆ ของฉันค่ะ”

“ว่าไงนะ?” หวังอวี้เสียตกใจมาก มองหลินเซี่ยด้วยความเหลือเชื่อ ไม่อยากเชื่อคำพูดของเธอเลย “เซี่ยเซี่ย เธออย่ามาล้อฉันเล่นนะ?”

หลินเซี่ยยิ้มและพูดว่า “ถามแม่ฉันดูสิคะ ท่านเป็นคนซื่อสัตย์ขนาดนั้น ไม่มีทางโกหกแน่นอน”

เมื่อหลินเซี่ยพูดแบบนี้ หวังอวี้เสียก็มองไปที่หลิวกุ้ยอิงเพื่อเค้นเอาคำตอบจากเธอ “พี่อิงจื่อ ที่เซี่ยเซี่ยพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”

หลิวกุ้ยอิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “จริงค่ะ อาของหล่อนเป็นคนเดียวกันกับราชินีภาพยนตร์เซี่ยอวี่ พวกเขาเพิ่งย้ายจากฮ่องกงมาที่ไห่เฉิงเมื่อไม่นานนี้เอง”

หลิวกุ้ยอิงมองไปที่เจียงอวี่เฟยในรูปถ่าย แล้วพูดต่อว่า “อวี่เฟยก็เป็นเพื่อนสาวคนสนิทของเซี่ยเซี่ยจริง เซี่ยเซี่ยคือคนที่ช่วยแต่งหน้าและจัดสรรเสื้อผ้าสำหรับขึ้นประกวดในรายการประกวดนางแบบให้หล่อน”

“พระเจ้าช่วย” หวังอวี้เสียมองหลินเซี่ยด้วยความเงียบงัน ดวงตาของหล่อนเต็มไปด้วยความชื่นชม

ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน พึมพำและอุทานต่อไป

เมื่อโจวเจี้ยนกั๋วกลับมา ก็มองเห็นภรรยาทำหน้าตาตื่นอยู่ที่หน้าประตู ไม่รู้ว่าหล่อนกำลังแปลกใจกับเรื่องอะไร

เขาผลักประตูเปิดออก เห็นหวังอวี้เสียจับมือหลินเซี่ยด้วยท่าทางเหมือนตื่นเต้นเต็มประดา โดยมีหลิวกุ้ยอิงนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบ

โจวเจี้ยนกั๋วจึงขยิบตาให้หวังอวี้เสียและเตือนด้วยสีหน้าเข้มงวด “เหล่าหวัง ช่วยสงบเสงี่ยมกว่านี้หน่อยได้ไหม? เสียงคุณดังออกไปข้างนอกตั้งสามบ้านแปดบ้าน คุยกับพี่อิงจื่อให้มากกว่านี้หน่อย”

หวังอวี้เสียยังไม่คลายความตื่นเต้น “ใช่ว่าฉันไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวนี่ ถ้าฉันบอกคุณเรื่องนี้ เชื่อว่าคุณเองก็คงเก็บอาการไว้ไม่อยู่เหมือนกันแหละ”

หวังอวี้เสียส่งรูปถ่ายให้โจวเจียนกั๋วดูอย่างตื่นเต้น “ดูสิว่านี่ใคร?”

โจวเจียนกั๋วหยิบรูปถ่ายในมือของหล่อนไปดูอย่างระมัดระวัง “ผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนกรรมการหญิงที่ปรากฏตัวในทีวีเมื่อไม่กี่วันก่อนเลยนี่?”

เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาถูกหวังอวี้เสียลากมานั่งบนโซฟา และบังคับให้ดูการประกวดนางแบบเป็นเพื่อน

การประกวดนั้นเต็มไปด้วยหญิงสาวอายุน้อยสวมเสื้อผ้าสีสันสดใสหลากหลายสไตล์ อวดรูปร่างของพวกตนบนเวทีแคทวอล์ค

เสื้อผ้าบางชิ้น พูดตรง ๆ ว่าเขาทำใจมองได้ยาก มันแทบจะเรียกว่าเสื้อผ้าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เขาไม่อยากดูเลย แถมยังรู้สึกกระดากอายที่ต้องมาดูผู้หญิงใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นแบบนี้ตอนอายุเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว ภรรยาของเขากลับเป็นคนประหลาด ยืนกรานจะลากเขามาอยู่ดูด้วยกันให้ได้ อ้างว่าเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง

ถ้าเป็นภรรยาของผู้ชายคนอื่น แค่สามีของหล่อนเหล่มองสาวอื่นบนถนน พวกเขาก็จะทะเลาะกันไปตลอดทางกลับบ้าน

ครอบครัวของเขาดีหน่อยตรงที่ทุกวันหยุดสัปดาห์ภรรยาจะดึงเขาไปนั่งอยู่หน้าทีวี ดูสาวงามด้วยกัน

ผู้หญิงบนท้องถนนคือคนจริง ๆ ที่มองได้ จับต้องได้ แต่การมองมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหา

ในขณะที่ผู้หญิงในทีวีที่มองได้อย่างเดียวแต่จับต้องไม่ได้ ก็เปรียบเหมือนภาพวาด เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง

การชื่นชมงานศิลปะให้มากขึ้น จะช่วยปรับปรุงสุนทรียศาสตร์ของคนโดยไม่รู้ตัว

ภรรยาของเขาไม่เพียงแต่ดูรายการนี้เท่านั้น แต่ยังอิจฉาสาว ๆ ที่เดินอวดโฉมอยู่ในทีวีด้วย บอกว่าถ้าหล่อนยังไม่แก่ หล่อนอาจจะรับแรงบันดาลใจจากสาว ๆ เหล่านั้นเพื่อไล่ตามความฝัน แสดงให้ผู้อื่นมองเห็นคุณค่าในตัวเอง

เขาไม่เข้าใจเลย คนดูสามารถตระหนักถึงคุณค่าในตัวผู้หญิงพวกนั้นโดยการแสดงเสน่ห์เล็ก ๆ น้อย ๆ บนเวทีได้ด้วยเหรอ? จะดีกว่าไหมที่พวกหล่อนควรตระหนักถึงคุณค่าในตนเองด้วยการทำงานในองค์กร และมีส่วนร่วมในการทำให้สี่ความทันสมัยกลายเป็นจริง?

ปัจจุบันรายการทีวีเหล่านี้กำลังล้างสมองผู้หญิง บิดเบือนค่านิยมของคนไปอย่างน่าเป็นห่วง

หวังอวี้เสียมองโจวเจียนกั๋วด้วยใบหน้าลึกลับแล้วถามว่า “รู้ไหมว่าเซี่ยอวี่คนนี้เป็นใคร?”

“ก็แค่ดาราคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ?” โจวเจี้ยนกั๋วบ่นกับหลินเซี่ย “เซี่ยเซี่ย น้าสะใภ้ของเธอคงลืมไปแล้วว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ หล่อนไม่หยุดกรี๊ดกร๊าดแบบสาว ๆ เลย เฝ้าหน้าจอดูรายการประกวดนางแบบและคร่ำครวญตลอดทั้งวัน บ่นว่าตัวเองไม่น่าแก่ จะได้ทำตามความฝันอย่างที่ต้องการ ตั้งแต่เห็นดาราสาวชื่อเซี่ยอวี่ หล่อนก็ดึงดันจะลากฉันไปดูหนังให้ได้ โรงหนังในอำเภอของเราไม่มีหนังที่เซี่ยอวี่แสดง หล่อนยังลากฉันไปในเมืองใหญ่ ถึงค่าโดยสารไปกลับและอาหารรวมกันแล้วไม่เกินสิบหยวน แต่ก็ทำให้ฉันหงุดหงิดแทบตาย”

หวังอวี้เสียโต้กลับว่า “ถึงฉันจะแก่แต่ก็ต้องมีความฝันและไล่ตามในสิ่งที่ตัวเองพอใจหรือเปล่า? พอสภาพความเป็นอยู่เริ่มดีขึ้น เราก็ไม่ควรเคร่งเครียดเกินไปจนสูญเสียจิตวิญญาณ”

หลินเซี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

“น้าสะใภ้พูดถูกค่ะ ทั้งอารยธรรมทางวัตถุและอารยธรรมทางจิตวิญญาณล้วนมีความสำคัญ”

ในยุคนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมสมัยใหม่ยังโตไม่ทันแนวคิดทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมดั้งเดิมของผู้คน รอให้ผู้คนเลิกกังวลปัจจัยสี่เมื่อใด พวกเขาจะกระตือรือร้นในการแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ เอง

หวังอวี้เสียอาจเป็นตัวอย่างชั้นดีของผู้คนส่วนใหญ่ในเขตเทศมณฑลเล็ก ๆ แห่งนี้

ที่นี่มีกิจกรรมสันทนาการน้อยเกินไปสำหรับพวกเขา

โทรทัศน์ถือเป็นช่องทางสำคัญในการรับชมสิ่งใหม่ ๆ จากโลกภายนอก

หวังอวี้เสียยังคงอยู่ในอาการตื่นเต้นมากในขณะนี้ หล่อนเร่งเร้าหลินเซี่ยให้รีบพูด

“เซี่ยเซี่ย บอกน้าของเธอเร็วเข้าว่าเซี่ยอวี่เป็นใคร”

“ใครกัน?” โจวเจี้ยนกั๋วเห็นหวังอวี้เสียเอาแต่จู้จี้จุกจิก เขาก็เยาะเย้ย “ฟังจากน้ำเสียงของคุณ ทำอย่างกับเธอรู้จักดาราคนนั้นเป็นการส่วนตัวงั้นแหละ”

“อะไรนะ?” ฝ่าเท้าโจวเจียนกั๋วไม่มั่นคงจนเกือบจะล้มลง

“น้าคะ หล่อนเป็นอาหญิงของฉันจริง ๆ ค่ะ”

โจวเจี้ยนกั๋วไม่อยากจะเชื่อเลยว่างานศิลปะที่มองได้อย่างเดียวแต่จับต้องไม่ได้ที่หวังอวี้เสียพูดถึงจะกลายเป็นคนที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพวกเขาจริง ๆ

ปฏิกิริยาของโจวเจี้ยนกั๋วทำให้หวังอวี้เสียภูมิใจมาก “คุณยังสงบสติอารมณ์ได้อยู่รึเปล่าล่ะ?”

หวังอวี้เสียพูดต่อไปว่า

“แล้วแม่หนูผู้เข้าประกวดที่ฉันชอบ ก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของเซี่ยเซี่ยด้วยนะ”

โจวเจี้ยนกั๋วตกใจเป็นเวลาสองวินาที จากนั้นจึงคว้ารูปถ่ายจากมือหวังอวี้เสียมาดูอีกครั้งอย่างระมัดระวัง

หวังอวี้เสียก็ยืนอยู่เคียงข้างเขา ทั้งคู่ก็มองดูรูปถ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความดื่มด่ำอย่างยิ่ง

หลินเซี่ยและหลิวกุ้ยอิงนั่งดูทีวีอยู่ด้านข้างพวกเขาเงียบ ๆ

หลังจากเงียบกันไปสักระยะหนึ่ง หวังอวี้เสียก็นึกถึงปัญหาบางอย่างขึ้นมาได้

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อเลยไหมล่ะคะ ใครจะรู้ว่าคนที่ดูห่างเกินเอื้อมจะกลายมาเป็นญาติกันจริงๆ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 483 การตระหนักรู้ถึงสี่ความทันสมัยก็เหมือนตระหนักในคุณค่าของตัวเอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved