cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 452 ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 452 ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
Prev
Next

ตอนที่ 452 ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

ตอนที่ 452 ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ

เมื่อเซี่ยไห่เสนอว่าจะพาอู๋เซิ่งหงไปเยี่ยมชมห้องเต้นรำของเขา อู๋เซิ่งหงไม่ปฏิเสธ พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ครับ ถ้าอย่างนั้นเราไปเยี่ยมชมห้องเต้นรำของคุณกันก่อน”

“เชิญครับ เถ้าแก่อู๋”

อู๋เซิ่งหงเดินตามเขาเข้าไปในห้องเต้นรำ รูปแบบการตกแต่งของห้องเต้นรำแห่งนี้คล้ายกับสาขาที่เชินเฉิง ห้องเต้นรำไม่ได้เปิดทำการในตอนเช้า ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงเยี่ยมชมสถานที่เท่านั้น ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศครึกครื้นเหมือนช่วงเวลาที่เปิดทำการเต็มรูปแบบในตอนกลางคืน

เซี่ยไห่พาเขาขึ้นไปที่ชั้นสอง

เดิมทีอู๋เซิงหงคิดว่าชั้นสองเป็นที่พักค้างแรมของพนักงาน แต่เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป ปรากฏว่ามีห้องหน้าตาแปลก ๆ อยู่ในนั้น

เซี่ยไห่แนะนำกับอีกฝ่ายว่า “นี่เป็นห้องร้องคาราโอเกะครับ ซอยย่อยออกเป็นห้องส่วนตัวทั้งหมดสี่ห้อง ระหว่างนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองเปิดทำการ แต่ธุรกิจค่อนข้างดีเลย ผมวางแผนว่าจะเปิดห้องร้องคาราโอเกะสาขาอื่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีกสองสามสาขา หลังจากขยายสาขาในเมืองนี้จนครบแล้ว ก็จะมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่เมืองอื่น ๆ”

เขาเข้าใจเรื่องการขยายสาขาดี เซี่ยไห่มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ รู้จักใช้ความถนัดอันเป็นจุดแข็งของตัวเอง

“เถ้าแก่เซี่ย ธุรกิจนี้ถือเป็นสถานบันเทิงรูปแบบใหม่ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาเยี่ยมชมกิจการห้องเต้นรำ แถมยังเป็นครั้งแรกที่ผมได้เปิดหูเปิดตากับสิ่งใหม่ ๆ ด้วย วันนี้ผมได้เปิดโลกใหม่จริง ๆ”

เมื่อเห็นว่าอู๋เซิ่งหงทำหน้าตื่นตาตื่นใจราวกับเป็นยายหลิวเข้าสวนแกรนด์วิว(1) เซี่ยไห่ก็ถามด้วยรอยยิ้มว่า “เถ้าแก่อู๋ คุณเองก็เป็นนักธุรกิจ ปกติแล้วเวลาจะคุยธุรกิจใด ๆ ก็ตาม ไม่เคยเชิญเจ้าของบริษัทคนอื่น ๆ ไปพูดคุยกันที่สถานบันเทิงเลยเหรอ?”

อู๋เซิ่งหงตอบอย่างเป็นทางการว่า “พวกเราชอบคุยแผนความร่วมมือกันในออฟฟิศมากกว่า”

เซี่ยไห่มองไปที่ชายผู้เรียบง่ายตรงหน้า ลอบยิ้มและโครงศีรษะเบา ๆ

เขาเป็นนักธุรกิจแสนบริสุทธิ์คนเดียวในบรรดานักธุรกิจด้วยกันอย่างแท้จริง

เซี่ยไห่ชี้ไปที่ร้านอาหารซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจากทางหน้าต่าง แล้วพูดว่า

“เห็นร้านนั่นไหมครับ? ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามนั่นเป็นของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ผมเอง พี่ใหญ่ผมไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นทหารผ่านศึกที่ได้รับเหรียญตราเกียรติยศ แถมยังเป็นพ่อแท้ ๆ ของยัยเด็กบ้าบิ่นคนนั้นด้วย พูดมาถึงตรงนี้คุณคงเข้าใจใช่ไหม ผมแค่จะบอกว่า ถ้ามีใครก็ตามกล้าหลอกลวงเขา คงยากที่จะออกจากไห่เฉิงไปง่าย ๆ”

คำพูดของเซี่ยไห่แฝงนัยยะไว้อย่างชัดเจน อู๋เซิ่งหงตอบด้วยรอยยิ้ม “เข้าใจครับ”

อู๋เซิ่งหงยืนอยู่ข้างหน้าต่างบนชั้นสอง มองดูคำสามตัวอักษรว่า ‘ชามข้าวเหล็ก’ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นยิ้มและพูดว่า

“ชื่อร้านค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ทีเดียวนะครับ”

เซี่ยไห่แสดงความภาคภูมิใจ “นั่นก็ไอเดียการตั้งชื่อของเซี่ยเซี่ย เมื่อกี้คุณแวะไปที่ร้านตัดผมของหล่อนมาไม่ใช่เหรอ? ร้านนั้นหล่อนก็ตั้งชื่อเอง ผู้หญิงคนนั้นน่ะมักจะมีความคิดแปลก ๆ และล้ำสมัยมากมายอยู่ในหัวเสมอ”

อู๋เซิ่งหงเองก็ชื่นชมหลินเซี่ยเช่นกันว่า “เสี่ยวหลินเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์มาก”

หลังจากเยี่ยมชมห้องเต้นรำทั่วแล้ว เซี่ยไห่ก็พาเขาลงไปชั้นล่าง “ไปเถอะ ผมจะเลี้ยงอาหารคุณเอง จากนั้นจะพาคุณไปส่งที่สถานีรถไฟหลังเสร็จสิ้นแล้ว”

ถึงอย่างไรแขกก็มาเยือนถึงที่ ในฐานะเจ้าบ้านจึงต้องเลี้ยงอาหาร ถึงแม้ร้านอาหารจะเปิดกันไม่มากนักในตอนเช้าตรู่แบบนี้ เขาก็ต้องพาอีกฝ่ายไปที่ร้านอาหารเช้าตามมารยาท

อู๋เซิ่งหงทำท่าทางอึดอัดเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเซี่ยไห่จะพาเขาไปสถานีรถไฟท่าเดียว

เห็นได้ชัดว่าเถ้าแก่เซี่ยอยากส่งเขาไปไกลหลายพันลี้เต็มที

หลังออกมาจากห้องเต้นรำแล้ว อู๋เซิ่งหงจึงแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าเพื่อรักษามารยาทอันดี “เถ้าแก่เซี่ย ผมว่าจะไม่ไปที่ร้านอาหาร มาไห่เฉิงครั้งนี้ผมยังมีธุระอย่างอื่นที่ต้องทำ ดังนั้นผมไม่รบกวนคุณดีกว่า”

เซี่ยไห่สังเกตว่ารถมอเตอร์ไซค์ของหลินเซี่ยไม่ได้จอดอยู่ที่หน้าประตู เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พูดว่า “ได้ครับ คราวหน้าไว้เราค่อยเจอกันอีกที่ที่เชินเฉิง”

อู๋เซิ่งหงเห็นว่าภายในร้านตัดผมยังคงมีหญิงสาวคนเดิมอยู่ตามลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาของหลินเซี่ย ดังนั้นเขาจึงออกไปก่อน

หลังจากมองดูอู๋เซิ่งหงขึ้นแท็กซี่ไปจนลับสายตา เซี่ยไห่ก็กลับเข้าไปในร้านตัดผม พูดอะไรบางอย่างกับชุนฟาง จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องเต้นรำ

…

เกือบสิบโมงเช้า รถมอเตอร์ไซค์ของหลินเซี่ยก็ขับมาจอดที่หน้าประตูร้านตัดผมในที่สุด หลินเซี่ยอุ้มหู่จือลงจากเบาะมอเตอร์ไซค์

“แม่ฮะ แม่ไปทำงานเถอะ ผมจะไปหาตากับยายเอง”

หลังจากที่หู่จือพูดจบ เขาก็วิ่งข้ามถนนไปที่ร้านอาหารพร้อมสะพายกระเป๋านักเรียนใบเล็กอยู่บนหลัง

เขาวิ่งไปที่ประตูแล้วตะโกนว่า “คุณตา คุณยาย ผมกลับมาแล้ว”

“โอ้ หู่จือกลับมาแล้วเหรอ?” เซี่ยเหลยเห็นเด็กชายที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูร้าน จึงอุ้มเขาขึ้นมาด้วยความยินดี “ไปเที่ยวครั้งนี้คงสนุกน่าดูเลยล่ะสิ คิดถึงตาหรือเปล่า?”

หู่จือตอบว่า “คิดถึงฮะ ผมคิดถึงพวกคุณทุกคนเลย”

หลินเซี่ยเห็นหู่จือข้ามถนนไปสู่อ้อมแขนพ่อของเธออย่างปลอดภัย เธอถึงโล่งใจและหมุนตัวเดินเข้าไปในร้านตัดผม

ตอนนี้มีลูกค้ามาใช้บริการในร้านบ้างแล้ว อาจารย์หวังและชุนฟางต่างก็งานยุ่งทั้งคู่

“ขอโทษทีนะคะ วันนี้ฉันมาสายไปหน่อย”

อาจารย์หวังเห็นหลินเซี่ยเข้ามาก็ส่งยิ้มให้ “ไม่สายหรอก เธอเป็นเจ้าของร้าน จะเข้ามาที่ร้านเมื่อไหร่ก็ได้”

หลินเซี่ยอธิบายว่า “หู่จือเพิ่งกลับมาเมื่อคืนค่ะ ฉันมัวทำงานบ้านตลอดทั้งเช้า ไหนจะทำกับข้าวและสระผมให้เขา เพิ่งปลีกตัวได้ก็ตอนนี้เอง”

“หู่จือกลับมาแล้วเหรอ? ทำไมเขาไม่มาด้วยล่ะ?” ชุนฟางถามอย่างเร่งรีบเมื่อได้ยินว่าหู่จือกลับมาแล้ว

หลินเซี่ยชี้ไปฝั่งตรงข้าม “เขาไปอยู่ที่ร้านพ่อแม่ฉันน่ะ”

เมื่อชุนฟางได้ยินว่าหู่จืออยู่ฝั่งตรงข้าม หล่อนก็ขอตัวข้ามฝั่งไปหาหู่จือด้วยความตื่นเต้น บอกว่าอยากไปเล่นกับหู่จือแล้วค่อยมาทำงานต่อ

หลินเซี่ยถามอาจารย์หวัง

“เมื่อเช้านี้มีใครมาหาฉันหรือเปล่าคะ?”

อาจารย์หวังบอกว่า “มีพี่สาวคนหนึ่งแวะมาถามว่าเธอจะเข้ามาดัดผมเมื่อไหร่ ฉันเลยบอกให้หล่อนกลับมาตอนบ่ายอีกที”

“ยังมีอีกไหมคะ?” หลินเซี่ยถามอีกครั้ง

อาจารย์หวังตอบว่า “ไม่มีแล้ว ลูกค้าคนอื่น ๆ เชื่อฝีมือฉันกับชุนฟาง พวกเขาไม่เรื่องมากว่าคนที่ดัดผมให้ต้องเป็นเธอเท่านั้น”

หลินเซี่ยคิดว่าอู๋เซิ่งหงอาจจะยังมาไม่ถึง จึงบอกอาจารย์หวังว่า

“วันนี้ถ้ามีใครมาหาฉันที่ร้าน อย่าลืมบอกฉันด้วยนะคะ”

“โอ้ ได้เลย”

หลินเซี่ยกลัวว่าพวกเขาอาจไม่รู้ว่าคนไหนคืออู๋เซิ่งหง ดังนั้นจึงแนะนำรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายโดยละเอียด “คนที่ฉันพูดถึงเป็นชายวัยกลางคน แต่งตัวเรียบง่าย แต่… อาจจะดูติดดินไปสักหน่อย สกุลอู๋ ฉันเป็นคนนัดเขาให้มาคุยกันที่ร้านเอง ถือเป็นแขกผู้มีเกียรติคนหนึ่งค่ะ”

“ได้เลย เซี่ยเซี่ย ฉันจะจำไว้”

หลินเซี่ยไปที่ร้านอาหาร เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวัน เซี่ยเหลยและหลิวกุ้ยอิงจึงรายล้อมอยู่รอบตัวหู่จือที่เอารูปถ่ายจากการเดินทางครั้งนี้มาให้พวกเขาดู

หลังจากที่พวกเข้าได้ดูรูปถ่ายแล้ว หลินเซี่ยก็พูดกับพวกเขาว่า “พ่อคะ แม่คะ ฉันมีข่าวดีมาบอก ร้านใหม่ของฉันจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ยี่สิบเดือนนี้ค่ะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เซี่ยเหลยก็คำนวณเวลาแล้วพูดว่า “ยังเหลือเวลาอีกเกินหนึ่งสัปดาห์ เราใช้ช่วงที่ยังว่างอยู่กลับไปบ้านเกิดเพื่อเผากระดาษเงินกระดาษทองให้พ่อหลินดีไหม?”

หลิวกุ้ยอิงถาม “กว่าจะกลับมาจากบ้านเกิดน่ากลัวจะเตรียมตัวเปิดร้านไม่ทันมากกว่า เอาไว้ค่อยไปหลังจากนั้นดีกว่าไหม?”

“เราน่าจะกลับมาทัน ใช้เวลาเดินทางไปกลับแค่สองหรือสามวันเท่านั้นเอง”

การเคารพป้ายวิญญาณใช้เวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางไปกลับแค่สองวันก็เพียงพอแล้ว

หลิวกุ้ยอิงได้ยินจากเซี่ยเหลยว่าพวกเขาน่าจะใช้เวลาไปกลับรวมกันไม่เกินสามวัน แต่หล่อนรู้ดีว่ามันอาจไม่เร็วขนาดนั้น ภูเขาในชนบทอยู่สูง ถนนหรือก็ยาวไกล อีกทั้งยังกังวลว่าอาจเกิดปัญหาถ้ากลับไปพัวพันกับแม่เฒ่าหลินและหลินเอ้อร์ฝู

พูดตามตรง ถ้าการกลับไปครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเผากระดาษเงินกระดาษทองให้หลินต้าฝู หลิวกุ้ยอิงคงไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นอีก

หล่อนไม่มีความคิดถึงผูกพันต่อสถานที่ที่เคยอาศัยอยู่มายี่สิบปีเลย มีแต่ความหวาดกลัวเท่านั้น

กลัวว่าถ้าตัวเองกลับไปแล้ว อาจเจอกับครอบครัวที่กดขี่ข่มเหงตนสารพัดในขณะนั้น

โดยเฉพาะครั้งนี้ เมื่อหล่อนพาเซี่ยเหลยกลับไปด้วย

ไม่อยากนึกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าแม่เฒ่าหลินและหลินเอ้อร์ฝูรู้ความจริงว่าหลินเซี่ยไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลหลิน แล้วตัวหล่อนกำลังจะแต่งงานกับพ่อผู้ให้กำเนิดของหลินเซี่ย?

ถ้าหญิงชราเป็นคนมีเหตุผลมากพอ หล่อนก็คิดว่าตัวเองควรแจ้งให้พวกเขาทราบถึงเรื่องใหญ่แบบนี้

ถึงอย่างนั้นหล่อนกลับไม่กล้า ไม่กล้าจินตนาการด้วยซ้ำว่าเมื่อหญิงชราและหลินเอ้อร์ฝูรู้แล้ว พวกเขาจะสร้างปัญหาก่อกวนพวกเขาอย่างไรบ้าง?

แม่เฒ่าหลินเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของหลินต้าฝู แน่นอนว่าหล่อนคงไม่อยากให้วิญญาณของหลินต้าฝูบนสวรรค์ถูกหยามหมิ่น

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง จึงทำได้เพียงหลีกเลี่ยงอีกฝ่ายให้มากที่สุด

พอหลิวกุ้ยอิงคิดถึงเรื่องนี้ ก็เสนอว่า

“ถ้าอย่างนั้นเรารอจนกว่าร้านใหม่ของเซี่ยเซี่ยจะเปิดทำการดีไหม? ฉันคิดว่าการกลับบ้านเกิดครั้งนี้ไม่น่ากินเวลาแค่สามวัน ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง…”

เซี่ยเหลยพูดขัด “จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกัน? เราแค่ไปเผากระดาษแล้วก็กลับ”

หลิวกุ้ยอิงไม่อยากสาธยายปัญหาของตระกูลหลินต่อหน้าเซี่ยเหลย ดวงตากะพริบปริบเล็กน้อย จากนั้นก็ให้เหตุผลว่า “ตายายของเจียเหอก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเรา เราไปทั้งทีก็ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ด้วย”

“เรื่องนั้นแน่อยู่แล้ว”

เซี่ยเหลยยังไม่หายกังวล “เซี่ยเซี่ยกับเสี่ยวเยี่ยนน่าจะงานยุ่งมากหลังจากเปิดร้าน ผมกลัวว่าพวกหล่อนอาจจะปลีกตัวไปกับเราไม่ได้”

หลินเยี่ยนบอกว่า “ฉันอยู่ดูแลร้านคนเดียวที่ไห่เฉิงได้ค่ะ รอถึงเทศกาลเชงเม้งปีหน้า ฉันค่อยกลับไปเยี่ยมหลุมศพพ่อทีหลัง”

“ไว้ค่อยไปหลังจากลูกเปิดร้านแล้วแล้วกัน ช่วงนี้งานเราค่อนข้างยุ่ง ยังไปไหนไม่ได้”

“เอาล่ะ งั้นเอาตามนี้เลยแล้วกัน”

หลินเซี่ยลงประกาศโฆษณารับสมัครงานในหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะ เพื่อรับสมัครช่างถ่ายภาพมืออาชีพ

ส่วนป้ายประกาศรับสมัครเด็กฝึกงานก็ถูกติดไว้ที่หน้าประตู

เธอตั้งใจว่าจะไปขอจะให้อาหญิงมาเป็นนางแบบถ่ายภาพโปรโมตร้าน จากนั้นแขวนรูปไว้บนผนังด้านนอก พอเปิดร้านอย่างเป็นทางการเมื่อใด ถึงตอนนั้นธุรกิจต้องเฟื่องฟูมากแน่ ๆ

หลินเซี่ยกินข้าวมื้อเที่ยงที่ร้านอาหาร ก่อนจะกลับไปที่ร้านตัดผม ผลัดเปลี่ยนให้ชุนฟางออกไปกินข้าวกับอาจารย์หวัง

เมื่อเธอกลับมาถึงร้านก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอู๋เซิ่งหง จึงเหลือบมองนาฬิกาด้วยความไม่สบายใจ

เธอออกไปที่ตู้โทรศัพท์แล้วโทรหาอู๋เซิงหงทันที

………………………………………………………………………………………………………………………..

ยายหลิวเข้าสวนแกรนด์วิว ความหมายเดียวกับบ้านนอกเข้ากรุง เปรียบกับคนที่ไม่เคยพบเห็นความเจริญและหรูหราอลังการมาก่อน

สารจากผู้แปล

ไปไล่แขกของเซี่ยเซี่ยกลับแบบนั้น ระวังหลานมาเม้งแตกนะเซี่ยไห่

ไหหม่า(海馬)

……………………………………

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 452 ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved