cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย - บทที่ 46 เหวินชางประสบความสำเร็จ พวกแกก็ต้องควักเงินสิ (รีไรต์)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
  4. บทที่ 46 เหวินชางประสบความสำเร็จ พวกแกก็ต้องควักเงินสิ (รีไรต์)
Prev
Next

บทที่ 46 เหวินชางประสบความสำเร็จ พวกแกก็ต้องควักเงินสิ (รีไรต์)

บทที่ 46 เหวินชางประสบความสำเร็จ พวกแกก็ต้องควักเงินสิ (รีไรต์)

เย่หวายยังคงวุ่นวายอยู่ในครัวกับแม่

ความร้อนจากเตาฟืนแผ่ซ่าน ควันจากน้ำมันลอยคลุ้งจนแสบจมูก

เย่หวายต้องคอยหันไปดูผักในกระทะเป็นระยะ แม้ว่าจะพยายามหั่นผักให้เร็วที่สุดแล้วก็ตาม

เขาครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรจึงจะหั่นผักทั้งหมดนี้ให้เสร็จเร็ว ๆ

ส่วนเหวินชางนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เขาเพียงแค่นั่งเฉย ๆ รับฟังคำสรรเสริญเยินยอราวกับเป็นดวงดาวที่ทุกคนจับจ้อง

เขานั่งอยู่ตรงกลาง ห้อมล้อมไปด้วยญาติพี่น้องที่นั่งขนาบทั้งด้านซ้ายและขวา

แต่บนใบหน้าของเขากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม แถมยังดูหงุดหงิดเล็กน้อยด้วยซ้ำ

“เหวินชาง ทำไมเรียนเก่งจังเลยลูก ฉันมีลูกชายกำลังจะสอบเข้ามัธยมปลายเหมือนกัน สอนวิธีเรียนให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ”

หลี่กุ้ยฮวาตอบว่า “เรียนมัธยมปลายมันเหนื่อยและยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปสอนใครหรอก”

คนผู้นั้นรู้สึกได้ว่าหลี่กุ้ยฮวาดูจะเหลิง ๆ หน่อย ก็เลยไม่กล้าพูดอะไรต่อ

“ตอนที่เหวินชางเพิ่งเกิด ฉันเคยอุ้ม แล้วเห็นว่าเขามีไฝที่ฝ่าเท้า ฉันก็บอกเลยว่า… เด็กคนนี้โตไปต้องเป็นศิลปกรรมเทพแน่ ๆ”

“ใช่ ๆ เด็กคนนี้ชะตาดีมาก”

“ยังไงซะก็ต้องเชื่อเรื่องโชคชะตานี่แหละ หมอดูเคยบอกว่าเหวินชางชะตาดี ไม่เห็นจะผิดเลย”

หลิวต้าเม่ยชวนคุย “นั่นสิ ฉันเคยไปดูดวงกับยายตาบอดคนหนึ่ง ทายแม่นมากเลย”

ทันใดนั้นเย่เหวินชางก็ลุกขึ้นยืน “ผมขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ”

หลี่กุ้ยฮวายิ้ม ๆ “เด็กคนนี้ รักเรียนจริง ๆ”

“งั้นรีบไปเถอะลูก อย่าเสียเวลาเรียนละ”

คนอื่นก็พากันพูดเสริม

“ไม่แปลกใจเลยที่สอบเข้ามัธยมปลายได้ ต้องขยันแบบนี้สิถึงจะเรียนเก่ง”

“เหวินชางขยันขันแข็งจริง ๆ”

“ก็กุ้ยฮวาเลี้ยงดูมาดีนี่นา”

หลี่กุ้ยฮวายิ่งยิ้มกว้างขึ้น

ปากก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจคิดว่าลูกชายของตัวเองนั้นดีเลิศที่สุดอยู่แล้ว

หลิวต้าเม่ยก็ดีใจ หลานชายคนนี้ทำให้นางได้หน้า ได้อิ่มเอมกับความภูมิใจอย่างที่สุด

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ

หลี่ชุ่ยชุ่ยมือแดงเพราะโดนชามลวก จึงหยิบผ้าป่านมาเช็ดมือ

หลี่กุ้ยฮวาไม่คิดจะช่วย แถมยังเรียกทุกคนมานั่งที่โต๊ะโดยไม่รอช้า

“ทุกคนกินข้าวได้เลย”

ลู่ชุ่ยฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “หรือว่าจะรอสะใภ้สามก่อนดี เธอวุ่นวายมาทั้งเช้าแล้ว”

“ทุกคนกินกันเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด”

เย่เหวินชางไม่ชอบสุงสิงกับคนกลุ่มนี้ พวกเขาช่างหยาบคาย

เย่จู๋จึงตั้งใจตักข้าวใส่ชามแล้วนำไปให้พี่ชายที่ห้อง

หล่อนนั่งยอง ๆ มองพี่ชายจากทางเข้าประตู “พี่ พี่เก่งที่สุดเลย”

เย่เหวินชางเหลือบมองน้องสาวแวบหนึ่ง ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำชื่นชมของน้องสาวเลย

“วางชามแล้วก็ไปได้แล้ว”

เย่จู๋แลบลิ้นใส่พี่ชาย แล้วรีบไปกินข้าว

บนโต๊ะอาหาร ครอบครัวเย่มาพร้อมหน้ากัน

หนูน้อยเย่เสี่ยวจิ่นยังคงงัวเงีย ถูกพ่ออุ้มอยู่ในอ้อมกอด

เธอยังไม่ตื่นดี

โต๊ะอาหารคับแคบเกินไป หลี่ชุ่ยชุ่ยจึงไม่ได้ขึ้นมานั่งบนโต๊ะ กินข้าวอยู่ในครัว

หลิวต้าเม่ยจัดแจงกับข้าวใหม่

โดยวางผักทั้งหมดไว้ตรงหน้าเย่จื้อผิง

เย่จื้อผิงอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็กลั้นปากไว้ คิดว่าอยู่บ้านคนอื่น อดทนครั้งนี้ก็แล้วกัน

เย่หวายก็รู้สึกขมขื่นใจ พวกเขาทำงานงก ๆ กันมาทั้งเช้า

แม่ก็ไม่ได้ขึ้นมานั่งกินข้าวบนโต๊ะ ส่วนพวกเขาก็ได้กินแต่ผัก

สายตาของคนอื่น ๆ เต็มไปด้วยแววซุบซิบ รู้อยู่แก่ใจว่าหลิวต้าเม่ยลำเอียง แต่ไม่คิดว่าจะใจร้ายกับครอบครัวลูกชายสามได้ถึงเพียงนี้

“จื้อผิง เรามากินข้าวกันก่อนเถอะ ลูกสำคัญกว่า”

“เย็นนี้ค่อยกินกันเองในครอบครัว” หลิวต้าเม่ยพูดจาน่าฟัง แต่ที่จริงแล้วไม่มีอาหารเย็นให้กินหรอก

เย่จื้อผิงพยักหน้า “ตกลงครับ”

เธอไม่ชอบใจเอาเสียเลย

เธอส่งเสียงอู้อี้ มองไปรอบ ๆ โต๊ะอาหารด้วยความสงสัย

เห็นหลี่กุ้ยฮวาและหลิวต้าเม่ยได้กินแต่อาหารอร่อย ๆ ส่วนผักทั้งหมดอยู่ตรงหน้าเธอและครอบครัว

เธอขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่เกรงใจ “คุณย่า เปลี่ยนที่กับพ่อหนูเดี๋ยวนี้เลย”

“มีแต่ผักกาดขาว หนูคีบกับข้าวไม่ได้”

“คุณย่าไม่ได้บอกว่าจะให้กินของอร่อยหรอกเหรอ? ตอนนี้จะให้หนูมากินผักกาดขาวเนี่ยนะ?”

“ถ้าอย่างนั้นหนูอยู่กินข้าวที่บ้านยังดีกว่า”

ทุกคนต่างพากันเงียบลง

หลิวต้าเม่ยรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า นางฝืนยิ้มแต่ไม่ถึงดวงตา “ยัยเด็กคนนี้ คนพวกนี้เป็นแขกเรานะ ต้องให้แขกกินก่อนสิ”

นางยิ้มให้กับแขกเหล่านั้น “เด็กคนนี้ไม่รู้ความ ซุกซนเหลือเกิน เพิ่งสามขวบครึ่งเอง แต่ก็เริ่มวางก้ามเสียแล้ว”

เย่เสี่ยวจิ่นเริ่มร้องไห้ออกมาทันที “หนูจะเปลี่ยนที่นั่ง หนูจะเปลี่ยนที่นั่ง!”

“ย่าลำเอียง! คนแก่ที่ลำเอียงแบบนี้ พอแก่ตัวลงระวังจะไม่มีใครดูแล”

“ฮือ ๆ ๆ…”

หลิวต้าเม่ยแทบอยากจะตบหน้าเย่เสี่ยวจิ่นสักสองที

ในงานเลี้ยงฉลองการสอบเข้ามัธยมปลายของลูกหลานตระกูลเย่เช่นนี้ ไหนเลยจะมีสิทธิ์ให้เด็กอย่างเย่เสี่ยวจิ่นมาเจรจาต่อรองได้?

ยิ่งไปกว่านั้น หากแขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันดูเรื่องตลกนี้จนจบสิ้น แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

คนอื่น ๆ ต่างก็พูดเกลี้ยกล่อม

“เด็กคนนี้ก็อย่างนี้แหละ ชอบร้องไห้ เธอก็ย้ายที่นั่งกับหล่อนเสียก็สิ้นเรื่อง”

“ใช่แล้ว ร้องเสียงดังหนวกหูเหลือเกิน”

“หลานสาวของเธอนี่นิสัยแย่เสียจริง”

หลิวต้าเม่ยอดกลั้นความโกรธที่กำลังปะทุ ยอมเปลี่ยนที่นั่งกับเย่จื้อผิง

เย่จื้อผิงยังคงทำหน้างุนงง

ส่วนเย่เสี่ยวจิ่นพอได้ที่นั่งใหม่ก็หยุดร้องไห้ทันที บนใบหน้ากลับไม่มีร่องรอยคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

หลิวต้าเม่ยโมโหจนต้องคีบผักกาดขาวเข้าปากอย่างแรง ด้วยรู้ดีว่าเย่เสี่ยวจิ่นต้องแสร้งทำแน่!

เย่เสี่ยวจิ่นยื่นตะเกียบออกไป คีบขาไก่ชิ้นโตวางลงในชามของเย่หวาย

“พี่ชายคีบไม่ถึง หนูคีบให้”

เย่หวายมองขาไก่ชิ้นโตในชามอย่างลังเลใจ เงยหน้ามอง เห็นหลี่กุ้ยฮวากำลังจ้องมองพวกเขาอยู่

เย่เสี่ยวจิ่นแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น “พี่ชาย กินเร็วเข้า ของอร่อยทั้งนั้น วันนี้เรากินให้อิ่มไปเลย”

“ปกติอยู่บ้านไม่มีของอร่อยแบบนี้กินหรอก”

หลี่กุ้ยฮวาแสร้งยิ้ม “กินสิ กินเข้าไป วันนี้เป็นวันดีของลูกชายฉันนี่”

เย่เสี่ยวจิ่นกินอย่างเอร็ดอร่อย

มื้อนี้กินเท่าไรก็ไม่คุ้มหรอก

โดนเอาเปรียบมานานหลายปี กินแค่นิด ๆ หน่อย ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ

เย่เสี่ยวจิ่นอดคิดไม่ได้ว่ากระเพาะของตัวเองช่างเล็กเสียจริง

หลังอาหารเย็น

หลี่กุ้ยฮวากำลังจัดกระเป๋าเดินทางให้เย่เหวินชาง

หล่อนหยิบตำราเรียนสมัยมัธยมต้นออกมาหลายเล่ม

เดิมทีครอบครัวเย่จื้อผิงเตรียมตัวจะกลับบ้านแล้ว แต่ถูกหลิวต้าเม่ยรั้งเอาไว้

เย่เหวินชางไม่ต้องการตำราเรียนสมัยมัธยมต้นพวกนี้แล้ว

เมื่อเย่หวายเห็นหนังสือมากมายเช่นนั้น สายตาของเขาก็ฉายความรู้สึกสับสน

เขาตัดสินใจรวบรวมความกล้าเอ่ยปากอย่างระมัดระวังว่า “พี่ชาย พี่ให้หนังสือพวกนี้กับผมได้ไหม”

เย่เหวินชางถึงได้หันมามองเย่หวายเป็นครั้งแรก “อืม”

จากนั้น เขาก็หันไปสนใจเรื่องของตัวเองต่อ

เย่เหวินชางจะไม่ยอมเสียเวลาอันมีค่าไปกับคนที่ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา

เย่เสี่ยวจิ่นสังเกตเห็นพี่ชายกำลังนั่งยอง ๆ เก็บหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นอย่างทะนุถนอม ทำให้ใจเธอรู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย

หลี่กุ้ยฮวาไม่ได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร เพราะเย่หวายไม่สามารถอ่านหนังสือได้ แม้จะเก็บไปก็ไม่มีประโยชน์

หลิวต้าเม่ยนั่งอยู่ที่ห้องโถงเอ่ยขึ้นว่า “จื้อผิง แกมาอยู่คุยกับฉันก่อน ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย”

“แกก็รู้ว่าตอนนี้เหวินชางต้องไปเรียนต่อที่เมือง ต้องใช้เงินไม่น้อย”

“บ้านแกก็ไม่มีใครเรียนหนังสือแล้ว ฉันเลยคิดว่า… ไม่ว่าจะอย่างไร แกก็ควรจะช่วยเหลือครอบครัวพี่ชายบ้าง แกคิดว่ายังไงล่ะ”

หลี่ชุ่ยชุ่ยได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “แม่คะ สถานการณ์ของบ้านเราเป็นยังไง แม่น่าจะรู้ดีนะคะ”

หลิวต้าเม่ยเหลือบตามองแล้วหัวเราะเยาะในลำคอ “ก่อนหน้านี้ตอนที่เสี่ยวหู่จือของลูกพี่ลูกน้องฉันจะไปเรียนหนังสือ ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยกันออกเงินทั้งนั้น”

“สะใภ้รองของเขาก็ไม่ยอม เจ้ารองก็เลยไปบอกแม่เขาว่า ผู้หญิงน่ะไม่มีสิทธิ์เป็นใหญ่ในบ้าน”

“ไปๆ มาๆ ก็ควักเงินยี่สิบหยวนให้เสี่ยวหู่จือไปเลย”

หลี่ชุ่ยชุ่ยเงียบไป

ฐานะบ้านของพวกเขาก่อนจะขายฝ้ายต่อให้เอาบ้านไปขายก็ไม่มีทางได้ถึงยี่สิบหยวน

ยิ่งฟังคำพูดเสียดสีของหลิวต้าเม่ย หล่อนก็ยิ่งสะเทือนใจ

เย่จื้อผิงถอนหายใจ “ก็ลุงรองของเสี่ยวหู่จือฐานะร่ำรวยนี่ครับ ส่วนบ้านเรามันจน”

“จะว่าไปแล้ว ตอนที่ลูกชายบ้านพี่รองเรียนตัดผม คุณก็ให้พวกเราออกเงินตั้งแปดหยวน”

หลิวต้าเม่ยแค่นเสียง “งั้นแกก็ต้องให้เท่าเทียมกันสิ จะมากจะน้อยก็ต้องให้นิดหน่อย”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 46 เหวินชางประสบความสำเร็จ พวกแกก็ต้องควักเงินสิ (รีไรต์)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved