ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่66 การขอบคุณของเสี่ยวฉิง
บทที่66 การขอบคุณของเสี่ยวฉิง
ขับรถกลับที่พัก รถต้องอาบน้ำ ฉันก็ต้องอาบน้ำเหมือนกัน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันนอนอ่านหนังสือบนเตียง พยายามชาร์จแบตตัวเองให้เต็ม ไม่ว่าจะเป็นหยู่ถิง ลู่ปู้หนาน โจงเฉียวเฉียว จ้าวเย่นซวน ดี๋ชิงโถง ลู่หย่าฉี ทั้งหมดนี้ก็คือผลลัพธ์ที่พยายามเรียนรู้มา
นี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่กล้านึกคิดจริงๆ ฉันสามารถเอาชนะผู้หญิงเหล่านี้ได้ทั้งทางจิตใจหรือร่างกาย
ดูเหมือน คำที่ว่าการเรียนรู้ทำให้คนก้าวหน้าได้ คือความถูกต้องที่สุดจริงๆ
ในตอน6โมงเย็น ฉันเพิ่งวางหนังสือลง ใส่เสื้อเสร็จ เตรียมจะออกไปกินข้าว แล้วก็ได้รับสายของเบอร์แปลก
“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่เฉินเฟิงรึเปล่า?”
เสียงผู้หญิงขี้อายดังขึ้นจากสาย คุ้นเล็กน้อย แต่ก็จำไม่ได้สักทีว่าเจ้าของเสียงอ่อนโยนของผู้หญิงคนนี้คือใคร
“ฉันคือเฉินเฟิง เธอคือ?”
จากนั้น เจ้าของเสียงผู้หญิงนั้นก็บอกตัวตน และเอ่ยถึงสาเหตุที่โทรมา
เธอคือเสี่ยวฉิง ก็คือผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานที่ถูกซานจี่วางยาคนนั้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันช่วยเธอในวันนั้น เธออยากเลี้ยงข้าวฉัน เป็นการขอบคุณ
เดิมทีฉันไม่อยากตอบตกลง แค่ช่วยเหลือเท่านั้นเอง แต่พอนึกถึงหุ่นอวบของเธอนั้น ตอบตกลงโดยไม่รู้ตัวทันที ไม่สุภาพแม้แต่น้อย นี่ทำให้หลังจากที่ฉันตอบตกลงแล้วรู้สึกเคอะเขิน
แต่เธอกลับดีใจมาก นัดเจอฉันที่ร้านอาหารสักแห่ง
เวลา6โมงครึ่ง ฉันมาตามนัดปรากฏหน้าประตูร้านอาหารนั้น
จอดรถ หาห้องเดินเข้าไปเลย
เปิดประตู ที่ฉันเห็นไม่ใช่เสี่ยวฉิง แต่เป็นจ้าวเย่นซวน
แล้วมองนอกประตูอีก ก็ไม่เห็นร่างของเสี่ยวฉิง ฉันประหลาดใจมาก”เป็นอะไร จ้าวคนสวย นี่เธอคันข้างล่างแล้ว ไม่กล้าพูดเอง เลยขอให้เสี่ยวฉิงมานัดฉันทำให้เธอหายคันเหรอ?”
จ้าวเย่นซวนทั้งอายทั้งโมโห หยิบพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งบนโต๊ะแล้วโยนมาที่ฉัน
ฉันจับพลาสติกไว้ แล้วมองอย่างละเอียด”อันนี่น่าจะไม่ได้ เปราะเกิน ถ้าเกิดหักอยู่ข้างในทำเธอบาดเจ็บจะทำยังไง? อีกอย่าง เธอไม่ใช่ยังซิงเหรอ ให้ฉันไม่ดีเหรอ ให้พลาสติกทำไม!”
จ้าวเย่นซวนจะโมโหบ้าไปแล้ว หิ้วกระเป๋าลุกขึ้นจะออกไป แต่สุดท้ายก็นั่งลง
“ถ้าไม่ใช่เสี่ยวฉิงยืนยันที่จะขอบคุณนาย ฉันคร้านที่จะมาเจอคนโรคจิตอย่างนาย ที่ฉันมาคืนนี้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้หล่อนแปดเปื้อนจากนาย นายทำตัวให้ดี อย่าทำลายครอบครัวคนอื่น!!!”
ฉันยังไม่ทันพูดอะไร เสี่ยวฉิงก็ผลักประตูเข้ามา เห็นฉันมาถึง เธอก็มีความเขินเล็กน้อย หน้าแดง เห็นได้ชัดว่า เธอนึกถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านวันนั้นของตัวเอง
เธอใส่มิดชิดมาก คอปกมิดมาก เสื้อผ้าก็หลวมมากเช่นกัน แต่ยังคงไม่สามารถซ่อนความอวบอึ๋มหน้าอกของเธอได้ ความสั่นไหวที่รุนแรงนั้น อยู่ในหัวฉันแล้ว
สั่งให้พนักงานเสิร์ฟอาหาร แล้วเสี่ยวฉิงก็ถามฉันจะดื่มเหล้าไหม
ฉันยังไม่ทันได้พูด จ้าวเย่นซวนก็ปฏิเสธโดยใช้ข้ออ้างที่ฉันขับรถกินเหล้า
เธอร้ายจริง!
และแล้วเสี่ยวฉิงก็สั่งน้ำผลไม้สามแก้ว ก็กินจืด
ทีแรกเสี่ยวฉิงยังมีความเคอะเขินเล็กน้อย แต่ตามที่ฉันปรับอารมณ์เธอช้าๆ ปลอบโยน ความเคอะเขินนั้นก็ค่อยๆหายไป นอกจากนี้ ยังไงเธอก็เป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว ปฏิบัติต่อบางเรื่อง เธอยอมรับขึ้นมาง่ายกว่าจ้าวเย่นซวนเด็กสาวที่ไม่เคยผ่านเรื่องราวชีวิตมา
สำหรับมุกที่ฉันมีออกมาเป็นครั้งคราว เธอก็แค่ยิ้ม ไม่เหมือนจ้าวเย่นซวนที่แทบจะเอาตะเกียบมาแทงฉันให้ตายๆไป
แต่ว่าคนชั่วได้รับผลกรรม ตามเวลาที่ผ่านไป สีหน้าของจ้าวเย่นซวนยิ่งอยู่ยิ่งซีด และยังแอบมีความเจ็บปวด ฉันถามเธอว่าเป็นอะไร เธอไม่บอก
แล้วแนบหูพูดข้างหูเสี่ยวฉิง ก็หิ้วกระเป๋ารีบเดินออกไป
ก่อนออกไป เธอจ้องฉันโหดๆ ในนั้นเต็มไปด้วยการเตือน
พอจ้าวเย่นซวนออกไป ฉันถามเธอเป็นอะไร เสี่ยวฉิงยิ้มพูด”ท้องเสีย อาจจะดื่รร้ำผลไม้เย็นๆ กระเพาะของเธอไม่ค่อยดีมาตลอด”
ฉันพยักหน้า จากนั้นฉันก็จำสิ่งที่เธอเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจ
“เฉิงเฟิง มีบางเรื่องฉันรู้สึกผิดกับนายมากจริงๆ นี่ก็คือสาเหตุที่ทำไมคืนนี้ฉันถึงยืนยันจะเลี้ยงข้าวนายให้ได้……”
จากนั้น เอาเรื่องที่เสี่ยวฉิงกับพ่อลูกซานจี่คลายปัญหากันยังไงบอกกับฉัน และเอาบัตรธนาคารหนึ่งใบวางไว้บนโต๊ะ หมุนมาตรงหน้าฉัน
“ฉันมีเงินไม่เยอะ ไม่สามารถให้การศึกษาที่ดีแก่ลูกได้ ตอนนี้การศึกษาขั้นต้นก็ต้องมีค่าใช้จ่ายหลายหมื่น สำหรับครอบครัวธรรมดาของพวกเรานี้ไม่สามารถแบกรับได้ ดังนั้นตอนเขาให้เงินสดห้าแสนให้ฉันถอนความ ฉันหวั่นใจ เพื่อให้ลูกมีสภาพแวดล้อมการศึกษาที่ดีได้ ฉันรับเงินมา”
“ขอโทษนายจริงๆ ฉันรู้ว่าการกระทำนี้ทำให้เสื่อมเสียความใจดีที่นายช่วยฉันไว้ แต่ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ ในบัตรนี้มีหนึ่งแสน หวังว่านายจะยอมรับ แบบนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อย”
“ฉันพยักหน้า แสดงให้รู้ว่าเรื่องนี้สามารถเข้าใจได้ แต่เงินฉันไม่สามารถยอมรับได้ และเอาบัตรนี้โอนเงินกลับคืน
เสี่ยวฉิงกลับดื้อรั้นยืนยัน หยิบบัตรธนาคารเดินมาตรงหน้าฉัน เอาฉันให้ได้
และในตอนที่ฉันปฏิเสธ สัมผัสการมีอยู่ของหน้าอกทีาอวบอึ๋มของเธอโดยไม่ตั้งใจ นี้ทำให้พวกเราอึดอัดมาก
“นายรับไว้เถอะ ไม่งั้นฉันไม่สบายใจ”
“อย่า เธออย่ายัดเยียดอีก ฉันกลัวแตะต้องตรงนั้นของเธอโดยไม่ตั้งใจอีก ตรงนั้นของเธอมีเสน่ห์มาก วันนั้นฉันเกือบทนไม่ไหว ฉันอัดอั้นมาตั้งหลายวัน วันนี้โดนอีก ไม่แน่ว่าต้องกลั้นอีกนานเท่าไหร่!”
หน้าของเสี่ยวฉิงแดงขึ้นทันที หน้าที่แดงของหญิงที่แต่งงานแล้ว ดูแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน
และแล้ว ฉันก็ทนไม่ไหวจริงๆ พูดอย่างกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง”ถ้างั้นเธอใช้ตรงนั้นช่วยฉันปลดปล่อย ก็ถือว่าเป็นการขอบคุณฉัน ดีไหม?”
เสี่ยวถิงหน้าแดงยิ่งขึ้น ไม่กล้าพูดก้มหน้าอย่างเขินอาย
แล้วฉันกดไหล่เธอไว้ ผลักเธอกลับที่นั่งเดิม
ตอนที่กำลังจะหันหลัง เธอจับฉันไว้ พูดอย่างเขินอาย”เธอใช้มือจับได้ แต่ว่าเรื่องแบบนั้น……ขอโทษนะ ฉันทำไม่ได้จริงๆ”พอนึกถึงหน้าอกที่เต็มไปด้วยความงดงาม ฉันก็อารมณ์ที่ปั่นป่วนและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
แต่แล้ว ฉันคุกเข่าตรงหน้าเธอ หนีบขาของเธอไว้ระหว่างขา ดันอย่างดุเดือด แล้วถอดเสื้อยืดเธอ เผยหน้าอกกลมที่ใหญ่และอิ่มเอิบอันน่าทึ่ง
พลิกชุดชั้นในสีฟ้าอ่อน จากนั้นกระต่ายโตที่น่าทึ่งก็เด้งออกมาอย่างสั่นๆ
“เสี่ยวฉิง เธอสวยมาก แต่ว่าเสียดายเธอไม่ใช่ผู้หญิงของฉัน ไม่งั้นฉันทำเธอทั้งคืนแย่ ทำให้เธออยู่ไม่สุข จนถึงจุดสูงสุด
เสี่ยวฉิงเขินมาก แต่ฉันไม่ให้โอกาสเธอไปเขินอาย มุดหัวเข้าไปเลย
ความอบอุ่นนั้น ความเต็มนั้น ความเด้งที่นุ่มมากนั้น กลิ่นนมอ่อนๆนั้น ทำให้ฉันหลงใหล
และฉันจูบเลีย ยิ่งทำให้เสี่ยวฉิงครางรัวๆ ครางไม่หยุด
นาทีนั้น ฉันแทบจะมีความรู้สึก ถึงแม้ตอนนี้จะพลิกเสี่ยวฉิงขึ้นบนโต๊ะ เลิกกางเกงเธอลงแล้วทำเข้าไปตรงๆ เธอก็ไม่ปฏิเสธแน่ แต่แค่จะรู้ว่ายิ่งเติมเต็ม ความสมบูรณ์ของร่างกาย
และในช่วงเวลาที่หลงใหลนี้ ประตูเปิดออก แล้วฉันกับเสี่ยวฉิงมองไปทางประตูพร้อมกัน และข้าวเย่นซวนยืนอยู่หน้าประตู มองมาทางพวกเราอย่างตกตะลึง
เวลานั้น หกตามองเข้าหากัน ไร้เสียง