ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 93 ผู้หญิงคนนี้ดีจริง ๆ
บทที่ 93 ผู้หญิงคนนี้ดีจริง ๆ
เดิมทีผมคิดว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้มก็มีความสุขแล้ว ก็จะสามารถสื่อสารกับเธอแบบปกติทั่วไปได้ จากนั้นจึงจะได้บรรเทาความเศร้าภายในจิตใจของเธอได้ เพื่อตรวจดูว่าเหตุใดที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นศพเดินได้แบบนี้
แต่หลังจากที่เธอยิ้มแล้วเธอก็ยังคงเป็นศพเดินได้อยู่เช่นเดิม
หากผมก็เป็นจิตแพทย์ ผมก็คงจะรักษาอาการไม่พูดจาของผู้คนได้ อีกอย่างผมก็ไม่ใช่จิตแพทย์
หลังจากแช่น้ำอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง เธอก็เดินออกจากอ่างอาบน้ำ ทำความสะอาดด้วยฝักบัว
ผมอยากจะลองดูจริง ๆ ว่าผู้หญิงที่พกบิกินี่ของตนเองมาด้วยคนนี้ เธอจะพกแชมพูเฮดแอนด์โชว์เดอร์หรือรีจอยส์มาด้วยหรือเปล่า แต่ความเป็นจริงกลับไม่พกอะไรมามากมาย
“นายออกไปได้แล้ว”
เธอเพิ่งจะทำเสร็จสิ้น จากนั้นจึงได้เอ่ยปากให้ผมออกไป
เงินนี้เป็นกำไรมาก แค่ร้องเพลงประโยคเดียว “มหานทีไหลไปยังตะวันออก” จากนั้นก็ดูคนสวยอาบน้ำในอ่างเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ก็จบสิ้นแล้ว
ผมก้าวออกจากห้อง ผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่งขณะที่ปิดประตู เดิมทีคิดอยากจะปลอบเธอว่าไม่มีอะไรในชีวิตที่จะคิดแก้ไขไม่ได้ แต่จากนั้นก็รู้สึกขึ้นมาได้ ว่าชีวิตคนหากยังไม่ถึงจุดนั้น บางคำพูดเอ่ยไปก็ไม่เข้าใจ
ดังนั้นจึงปิดประตู
เมื่อกลับไปยังห้องพักผ่อน หลิวทงก็มาถึงแล้ว หมอนวดคนอื่นก็ทยอยมาทีละคน
“ไม่เลว แค่มาทำงานวันที่สอง ก็มาเร็วกลับช้าแล้วหรือ”
ไอ้ผอมก็พูดขึ้นมา ผมไม่สนใจเขาหรอก เขามีความไม่พอใจเรื่องที่ไม่ได้ขึ้นงานเมื่อวานนี้ วันนี้เมื่อผมได้รับงานแต่เริ่มทำงาน เขาจึงได้อิจฉา คำพูดแบบนี้เป็นคำพูดของศัตรูที่แอบพกปืนพร้อมยิงมาด้วย แต่ก็ไม่มีอะไรขัดขวางผมได้
“สมน้ำหน้า แล้วทำไมนายไม่มาให้เร็วล่ะ”
หลิวทงเริ่มไม่ร่าเริง พูดกระแทกไอ้ผอมไปหนึ่งประโยค ไอ้ผอมก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ส่งเสียงอุทาน ฮึ ออกมา
ผมกำลังจะยื่นบุหรี่เพื่อเป็นการขอบคุณหลิวทง จากนั้นผู้หญิงที่เพิ่งจะต้อนรับไปเมื่อกี้นี้ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องพักผ่อน
ครึ่งหนึ่งของใบหน้าเธอยังคงมีผมปกปิดอยู่ ผมยังไม่ได้เห็นหน้าเต็ม ๆ ของเธอเลยตั้งแต่ต้นจนจบ เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอมีปานอยู่ครึ่งหน้าหรือเปล่า
ในขณะที่ผมกำลังคิด เธอก็เดินมาหาผม จากนั้นก็เปิดกระเป๋าและหยิบออกมาหนึ่งพันหยวน วางไว้ในมือของผม ไม่ได้โยนให้ และไม่ใช่วางไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่วางไว้บนมือของผม
การกระทำไม่ได้ชัดแจ้ง แต่เบื้องหลังนั้นกลับเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่ง
“คุณทำให้ฉันยิ้มได้ ฉันขอบคุณมากนะ ลาก่อน”
จากนั้น เธอก็จากไปอย่างเงียบ ๆ เดินไปอย่างสง่างาม มองดูแล้วไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาอย่างชัดเจน
หลิวทงหยิบเงินในมือของผมออกไป ตบๆ แล้วยัดใส่ลงในกระเป๋าเสื้อของผม
“โคตรเจ๋ง ไอ้ผอมแกเห็นหรือยัง แค่มาเช้าสักหน่อย ก็ได้ทิปไปแล้วตั้งหนึ่งพัน!”
ผมรู้ว่าหลิวทงจงใจทำเช่นนั้น แต่ไอ้ผอมก็หลงกลจริง ๆ หันหัวไปด้านข้างอย่างหงุดหงิด
ผมส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เจ้านี่มันโง่เง่าจริง ๆ ความอึดอัดในใจก็เริ่มก่อตัว ความโกรธก็เริ่มมากขึ้น โกรธกลั้นหายใจ อย่างกับคางคงพองตัว
“คืนนี้หลังเลิกงานทุกคนอย่าเพิ่งรีบกลับ ไปดื่มเบียร์กินปิ้งย่างกันด้วยเงินหนึ่งพันนี้ ใครกลับไปก่อนหลังจากนี้พวกเราก็ไม่รู้จักกัน!”
ทันทีที่พูดแบบนี้ คนที่มีใจอิจฉาอยู่แต่เดิม ก็คาดได้ว่าคงจะต้องอับอาย
สำหรับไอ้ผอมคางคกขี้โมโหนั้น…ผมไม่มีงานอดิเรกที่จะดื่มกินกับพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ
บางทีอาจจะมีสาเหตุมาจากคลื่นใหญ่ ตลอดคืนไม่ได้ขึ้นงานรับแขกเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะเป็นที่พิเศษ แต่คืนนี้มีแขกน้อยจริง ๆ จนถึงเที่ยงคืนเพิ่งจะมีแขกมาสามครั้ง นี่ยังไม่นับกับงานนั้นที่ผมรับงานไปแล้ว
ตอนตีหนึ่ง หลิวทงก็ได้รับเสียงจากอินเตอร์คอม “เลิกงาน ปิดประตู วันนี้พักผ่อนก่อนเวลา”
จากนั้น ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ทำเงินได้หรือไม่ได้ ทุกคนก็ต่างไปดื่มต่อกับผม
และก็มีหนึ่งคนที่ไม่ไป ก็คือคนที่ทุกคนเรียกกันว่าไอ้ผอม และเรียกว่าคางคงพองลม
แค่เดินไปถึงประตู หวงหรุงก็บังเอิญขับรถออกมาจากร้านพอดี เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเรา จึงรีบหยุดรถ เพราะกลัวว่าพวกเรากำลังจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน
จึงได้สอบถามเหตุผล หวงหรุงจึงชำเลืองมองมาที่ผม “มีการเชิญแต่ไม่เชิญเจ้าของร้าน ปรับเงินหนึ่งร้อย หักจากเงินเดือนของเดือนนี้!”
จากนั้น เธอก็ไปด้วยกันกับพวกเรา
ดื่มเหล้า กินปิ้งย่าง เดิมทีผมคิดว่ามากินกันโดยมีผู้หญิงมาด้วยคงจะพูดคุยกันไม่อิสระเท่าไร แต่นึกไม่ถึงว่าหวงหรุงจะเป็นคนเปิดกว้างมาก ไม่นานก็เริ่มจะแสดงท่าทีตลกขบขันทะลึ่งตึงตังออกมา
สำหรับคำพูดจาล่วงเกินที่เจตนาหรือไม่เจตนาที่จะเอาเปรียบเธอ เธอไม่สนใจเลย เพียงแค่ลงโทษให้คนนั้นกินเหล้า
เมื่อทุกคนล้วนรื่นเริงมีความสุข หวงหรุงที่อยู่ด้านข้างก็ตีผมด้วยศอก ถามถึงไอ้ผอม
ผมไม่พูดอะไร จากนั้นหลิวทงได้ยินเรื่องนี้จึงได้พูดขึ้นมา
หวงหรุงยิ้มเยาะ “รายได้ล้วนมาจากความสามารถ ร้านของพวกเราไม่เหมือนร้านอื่นที่จะต้องให้ผู้จัดการเป็นคนจัดการ เขาก็แค่อิจฉานิดหน่อย อย่าไปสนใจเลย อยากทำก็ทำ ไม่ยินดีทำก็ไสหัวไปเลย ไอ้คนสารเลวนี้กำลังทำลายความสามัคคี ให้ตายเถอะ!”
หวงหรุงกล่าวอย่างกระตือรือร้น หลิวทงได้สั่งทุกคนชนแก้วสักแก้วเพื่อให้ความเคารพประมุขหวง
หวงหรุง ประมุขพรรคกระยาจก ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
ระหว่างดื่มอยู่นั้น หวงหรุงก็รับโทรศัพท์ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปจากก่อนรับสายโทรศัพท์
นี่เป็นครั้งที่สองในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ได้เห็นใบหน้าเธอเปลี่ยนไป ดังนั้นจึงอดที่จะนึกถึงเถ้าแก่ในตำนานคนนั้นไม่ได้
หลังจากรับสายโทรศัพท์ หวงหรุงก็ขับรถออกไป พวกเราก็เตือนให้เธอระวังให้ดี เธอบอกว่าไม่เป็นไร
พวกเราก็ดื่มกันต่อจนเกือบจะถึงตีสี่ จึงเสร็จสิ้น
หลังจากกลับที่พักกับหลิวทง ก็โยนฝูหรงหวางให้เขา
หลิวทงรับบุหรี่ไว้ แล้วมองมาที่ผมอย่างอยากรู้อยากเห็น
“คุณบอกว่าคุณมาเป็นหมอนวด ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ใช้เงินสองเซนต์นี้ไปหมดแล้ว บุหรี่แถวนี้ให้ไปหมดแล้ว คุณมีงานอดิเรกแบบนี้ด้วยหรือ”
ผมมองไปยังหลิวทงอย่างเคร่งขรึม เป็นเวลานาน เมื่อเขาเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา ผมจึงเอ่ยปากขึ้น
“หลิวทง คุณเป็นคนดี ผมเห็นว่าคุณเป็นเพื่อนกันผมจึงบอกคุณ คุณอย่าไปบอกกับคนอื่นเด็ดขาด กับหวงหรุงก็พูดไม่ได้!”
หลิวทงพยักหน้า “คุณวางใจเถอะ!”
“อันที่จริงผมก็เป็นพวกลูกคนรวย ผมมาที่นี่ก็เพื่อหาประสบการณ์ชีวิต”
หลิวทงผงะทันที “จริงหรือ”
“จริงแท้แน่นอน ถ้าไม่เชื่อผมจะนับทรัพย์สินมรดกทั้งหมดของผมให้คุณฟัง ลุงของผมควบคุมการค้าอาวุธของจักรวรรดิอเมริกา ลุงคนรองคุมธุรกิจน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ลุงคนที่สามควบคุมธุรกิจเพชรในแอฟริกาใต้ ลุงคนที่สี่ของผมแซ่สี ผม…”
“เชี่ยเอ้ย!!!”
หลิวทงแทบจะคลั่ง แบ่งบุหรี่หนึ่งแถวออกเป็นสองซีก แล้วแบ่งคนละห้ากล่อง จากนั้นเขาก็กลับไปห้องนอนพร้อมกับบุหรี่ทั้งห้ากล่อง
ไปห้องน้ำอาบน้ำเย็น จากนั้นผมก็กลับไปยังห้องนอน และนอนพักผ่อน
จนกระทั่งแปดโมงเช้า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ผมจึงรีบลุกขึ้น
จากนั้นจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว สิบนาทีต่อมาจึงออกไปข้างนอก เรียกรถแท็กซี่มายังบ้านพักของจางหงหวู่
หยิบกุญแจออกมาและเปิดประตูเข้าไป ผมเดินตรงไปยังห้องนอนของจางหงหวู่
เตียงนอนของเธอยังคงรกรุงรัง ดูเหมือนกับว่าเมื่อคืนนี้ยังไม่ได้กลับมาทั้งคืน
เมื่อกำลังหันไปหากุญแจรถ ก็พบว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งถูกทับอยู่ข้างใต้—— “มีอาหารเช้าอยู่ในครัว อย่าลืมกินก่อนออกไปข้างนอก อย่าปล่อยให้ท้องว่าง”
ผู้หญิงคนนี้ ดีจริง ๆ!
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ผมก็ช่วยเธอล้างทำความสะอาด จากนั้นก็ขับลัมโบร์กีนีออกไป ไปเมืองหลินอีกครั้ง