ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 57 เรื่องตื่นเต้นในสวนสนุก
บทที่ 57 เรื่องตื่นเต้นในสวนสนุก
รถไฟเหาะเป็นเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นอย่างไม่ต้องสงสัย และดี๋ชิงโถงเองก็อยากขึ้น
ฉันบอกว่าเธอสวมกระโปรงอยู่ซึ่งดูจะไม่เหมาะ แต่เธอปฏิเสธและยืนยันว่าจะหนีบขาตัวเองเอาไว้
ดังนั้นฉันจึงไปต่อแถวก่อน เมื่อเธอเห็นว่ายังรออีกนานจึงเข้าไปฉี่ที่ห้องน้ำ
“ไปเถอะ ถ้าฝนรดลงมาจะอายเอาได้”
ดี๋ชิงโถงทุบกำปั้นเล็กๆใส่ฉัน จากนั้นก็ดินออกไป
ผ่านไปสิบกว่านาทีก็ถึงเวลาที่ฉันต้องขึ้นรถเเล้ว แต่เธอยังไม่กลับมา
ฉันจึงโทรศัพท์หาเธอ แต่เธอก็ไม่รับสาย
ฉันออกจากแถวและวิ่งไปหาเธอที่ทางเข้าห้องน้ำ
ฉันเห็นผู้คนจำนวนมากอยู่หน้าห้องน้ำเป็นกลุ่ม และฝูงชนกำลังหนาแน่นขึ้นและหนาแน่นขึ้น
“พี่ครับ ข้างหน้ามีอะไรหรือ?”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าสวนสนุกแห่งนี้จะค้างค่าเเรงคนงาน แรงงานหนึ่งในนั้นน่าจะต้องการใช้เงินด่วน พอหมดความหวังกับค่าเเรงก็เลยจี้ผู้หญิงคนนึงเพื่อเอาเงิน”
การสนทนาในหมู่ผู้คนที่อยู่ตรงหน้าฉันก็ทำให้ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี
ฉันแทรกเข้ามาข้างหน้าก็ถึงกับใจหาย ผู้หญิงที่โดนจี้คือ ดี๋ชิงโถง
คนที่จี้เป็นผู้ชายวัยกลางคน ท่าทางซื่อๆ อายุน่าจะราวๆ 40-50 ปี หากไม่เพราะสถานการณ์บังคับ เขาคงไม่ลงมือทำแบบนี้แน่นอน
แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใด นี่ไม่ใช่เวลาที่ฉันต้องสนใจเขา เพราะมีดแหลมคมกำลังจ่ออยู่ที่คอขาวๆของดี๋ชิงโถง
ดูเหมือนว่าดี๋ชิงโถงกำลังหวาดกลัวอยู่มาก แต่เธอยังพอมีสติ ไม่กระตุ้นให้ชายวัยกลางคนเคลื่อนไหวมากเกินไป
ด้านข้างมีเจ้าหน้าที่สวนสนุกที่มีร่างกายบึกบึนกำลังคุยกับชายวัยกลางคน
“คุณปล่อยเธอก่อน แล้วค่อยคุยกันดีๆ!”
“ไม่ได้ เว้นแต่แกจะจ่ายเงินเดือนให้ฉันก่อน เงินค่าเเรงสี่เดือน 12,000 อย่าให้ขาดแม้แต่แดงเดียว จ่ายเงินเมื่อไหร่ฉันก็จะปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป!”
เจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ที่จะโน้มน้าวใจ แต่ชายวัยกลางคนกลับไม่ยอมฟัง เขามีท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย
ฉันเดินออกมาจากกลุ่มคนแล้วพูดกับชายวัยกลางคนว่า “พี่ชาย พี่ชายจี้ผู้หญิงแบบนี้ผมรับไม่ได้ คุณดูเธอกลัวแทบตายอยู่เเล้ว พี่เอาตัวผมไปเถอะแล้วปล่อยเธอไป!”
ชายวัยกลางคนไม่พูดอะไร เจ้าหน้าที่ร่างใหญ่คนนั้นพูดขึ้นมาว่า “ใช่ๆ แลกเขากับคุณผู้หญิงคนนี้เถอะ คุณมั่นใจได้เลยว่าพวกเราไม่หลอกคุณ!”
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ของสวนสนุกคนนี้ถึงพูดประโยคแบบนี้ออกไป ราวกับเป็นการสนับสนุนให้ลงมือฉัน เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากรอบข้าง พวกเขาก็ประหลาดใจเช่นกัน
“เล่นอะไรกันเนี่ย สวนสนุกของพวกคุณเละเทะไปหมดเเล้ว ให้ลูกค้ามาเปลี่ยนเป็นตัวประกันเนี่ยนะ ทั้งที่พวกคุณยังยืนสบายอยู่ตรงนี้ เงินแค่ไม่เท่าไหร่ทำไมไม่ให้ไปล่ะ!
“ฉันรู้จักเขา เขาคนนี้เป็นรองผู้จัดการสวนสนุก ให้เขามาเปลี่ยนตัวประกันถึงจะถูก ทำไมเขายังไม่ไปอีก!”
กลุ่มคนเริ่มกระวนกระวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าหน้าที่ร่างใหญ่คนนั้น อารมณ์ก็ยิ่งหุนหันมากขึ้น
ชายวัยกลางคนที่กำลังจี้ดี๋ชิงโถงอยู่ก็หันไปทางรองผู้จัดการ “แกมานี่ แกระแวงเรื่องตัวประกันไม่ใช่หรือ แกเข้ามาสิ ฉันจะเปลี่ยนแกกับตัวประกันคนนี้ แบบนี้แกจะได้ไม่ต้องกังวล”
รองผู้จัดการมีท่าทีประหม่า “คือ…”
“แกมันคนขี้โกง เรื่องที่ฉันโดนหักเงินเดือนก็มีแกอยู่เบื้องหลัง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้!”
“แคกๆ ผมไม่อยากพูดมาก ผมจะไปเรียกผู้จัดการ”
รองผู้จัดการคิดจะเดินจากไปแต่ผู้คนที่อยู่รายล้อมต่างลากเขามาตรงกลาง
“แลกตัวประกัน! แลกตัวประกัน! แลกตัวประกัน!…”
เสียงตะโกนพร้อมเพรียงเหมือนฟ้าร้อง จากนั้นรองผู้จัดการก็เหงื่อไหลไคลย้อยลงหน้าผาก ยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ฉันต้องการเข้าไปเปลี่ยนกับดี๋ชิงโถง ไม่ว่ารองผู้จัดการจะจัดการปัญหานี้อย่างไร แต่ฉันจะไม่ยอมให้ดี๋ชิงโถงเกิดอันตรายได้เด็ดขาด
อย่างไรก็ตามชายวัยกลางคนกลับไม่สนความเป็นความตาย มีเพียงรองผู้จัดการเท่านั้น
ในขณะนั้น ผู้จัดการสวนสนุกก็ปรากฏตัว เขาชี้รองผู้จัดการ จากนั้นก็ชี้ไปทางดี๋ชิงโถง “นายไปสิ ไปเปลี่ยนคุณผู้หญิงออกมา”
“ผู้จัดการ ผม…”
รองผู้จัดการเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ตอนนี้ทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผาก
เขาไม่ได้เข้าไป ผู้จัดการพยักหน้า จากนั้นก็หยิบเงิน 20,000 ออกมาจากกระเป๋าเงินตัวเอง “ผมได้ยินเรื่องของคุณเเล้ว กำลังจะเตรียมเงินชดเชยให้อยู่พอดี แต่เรื่องเงินเดือนผมไม่รู้จริงๆเพราะเขาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด เงิน 20,000 นี่เป็นเงินของผมเอง คุณรีบเอาไปใช้เถอะ เรื่องในครอบครัวสำคัญที่สุด ส่วนเรื่องเงินเดือนของคุณ ผมจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะค้างอยู่เท่าไหร่ เราจะจ่ายให้คุณทั้งหมดภายในสามวันนี้”
ชายวัยกลางคนลังเลอยู่นานก็ลดมีดลง และขอบคุณผู้จัดการ
ฉันพาดี๋ชิงโถงเดินออกมา ดูเหมือนเธอยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนกแต่ไม่ได้เผยท่าทีออกมาให้เห็น สีหน้าแข็งทื่อคิดเพียงแต่อยากออกไป
หลังจากกลับมาที่รถ ดี๋ชิงโถงก็ทรุดตัวลงและร้องไห้โฮ เธอพิงอยู่บนตัวฉันเหมือนเด็กน้อยที่กำลังตกใจกลัวอย่างสุดขีด
ผมตบหลังเธอเบาๆ และพูดปลอบใจเธออย่างอ่อนโยน
สภาพจิตใจเธอกลับมาเป็นปกติในอีกห้านาทีต่อมา
“ฉันอยากนอน”
การนอนหลังจากตกอยู่ในอาการหวาดกลัวเป็นกลไกในการป้องกันตนเอง ฉันเข้าใจสิ่งนี้
ดังนั้นฉันจึงมองหาโรงแรมดีๆที่อยู่ใกล้ๆ เปิดห้อง
ดี๋ชิงโถงนอนบนเตียงและให้ฉันกอดเธอในระหว่างนั้น
แม้ว่าใบหน้าเธอจะมีเสน่ห์เย้ายวน แต่ตอนที่กอดเธอฉันไม่ได้คิดเรื่องฉวยโอกาสแต่ประการใด แค่ปลอบใจเธอให้เธอหลับอย่างสงบ มีฉันคอยปกป้อง เธอไม่ต้องกลัว
ดี๋ชิงโถงส่งเสียงตอบรับจากนั้นก็หลับตานอน มือใหญ่ของฉันขยับเบาๆในบางครั้งเพื่อเป็นการยืนยันว่าฉันยังอยู่ข้างๆ
ดี๋ชิงโถงหลับไปตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงห้าทุ่มก็เริ่มรู้สึกตัว
หลังตื่นนอน สภาพจิตใจเธอก็ดีขึ้นไม่น้อย
“ขอบคุณ ที่ตอนกลางวันนายกล้าที่จะเข้ามาช่วยฉัน ขอบคุณที่คอยอยู่เป็นเพื่อนฉัน…”
ดี๋ชิงโถงตื่นขึ้นมาในตอนแรกก็จูบบนริมฝีปากของฉัน จากนั้นนอนเงียบๆอยู่บนหน้าอกฉัน
ฉันจูบบนหน้าผากเธอ “ความจริงฉันควรจะขอโทษเธอมากกว่า ถ้าไม่เป็นเพราะฉันพาเธอไปสวนสนุกนั่น มันคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และคงไม่พาเธอตกใจกลัวแบบนี้”
“แต่ตอนอยู่ในสวนสนุกฉันมีความสุขจริงๆนะ ส่วนเรื่องนั้นก็เป็นอุบัติเหตุและเขาก็ไม่ได้ทำร้ายฉัน ฉันแค่กลัวเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามตอนนี้มีนายอยู่ด้วย ฉันไม่กลัวแล้ว”
ผมยาวๆของเธอส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ “ชิงโถง เธอหิวหรือยัง?”
“อืม นิดหน่อย”
จากนั้นฉันก็พลิกตัวเธอและกดเธอไว้ใต้ล่าง “งั้นฉันจะป้อนเธอเอง”
“อย่า ไม่ใช่ตรงนั้น ท้องต่างหากที่หิว…”
เมื่อพูดเสร็จ ใบหน้าดี๋ชิงโถงก็ค่อยๆแดงเล็กน้อย เธอจูบฉันอย่างดูดดื่ม “นายทำให้ฉันอิ่มท้อง ฉันก็จะเติมเต็มให้นายอิ่ม”
อืม ข้อแลกเปลี่ยนนี้ไม่เลว
ดังนั้นถือโอกาสตอนที่ดี๋ชิงโถงไม่ทันระวัง พามือใหญ่ของตัวเองเข้าไปลูบในกระโปรงจนเธอร้องคราง