ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 54 ฉันไม่เล่นกับเธอแล้ว
บทที่ 54 ฉันไม่เล่นกับเธอแล้ว
ท้ายที่สุดฉันไม่ได้แสดงทักษะใหม่ต่อหน้าจางหงหวู่ เหตุผลหลักยังคงเป็นเพราะคำพูดของเธอ
“นายจะแกล้งฉันใช่ไหม?”
“ผมไม่ได้จะแกล้งพี่ แต่พี่พิเศษจริงๆ พี่เป็นเหมือนนางฟ้าสำหรับผม บอกตามตรงโดยไม่ปิดบัง ถ้าตอนนี้ผมอยากมีอะไรกับดี๋ชิงโถง วันนี้ผมก็ทำได้ ลู่ปู้หนานก็เหมือนกัน หยู่ถิงก็ด้วย เพราะพวกเธอยอมแต่โดยดี แต่ผมจะนอนกับใครไม่ได้ เพราะผมเก็บไว้ให้พี่แค่คนเดียว!”
จางหงหวู่กำลังนอนอยู่บนเตียงมองมาที่ฉัน จากนั้นก็มากอดที่เอว
“ชอบฉันขนาดนั้นเลยหรือ?”
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามและร่างกายที่มีเสน่ห์ของเธอ ฉันก็จุดประกายในหัว “ผมยินดีตายเพื่อพี่”
ริมฝีปากบางๆของจางหงหวู่ยิ้มและจูบฉัน “งั้นก็ทนๆไปก่อน เชื่อฉัน ฉันจะดีกับนาย พอถึงเวลาฉันจะปรนนิบัตินายอย่างดี”
จางหงหวู่พูดมาขนาดนี้ ฉันยังจะพูดอะไรได้?
ฉันพลิกตัวนอนข้างเธอโดยไม่พูดอะไร
หลังจากที่บรรยากาศในห้องเงียบไปสักพัก จางหงหวู่ก็พูดขึ้นมาทันใด “ฉันอยากจะลองทดสอบลิ้นของนาย”
พูดเสร็จไม่รอให้ฉันตอบกลับ เธอก็พุ่งมาจูบที่ริมฝีปากของฉัน
ฉันดูดเนื้อริมฝีปากเธออย่างตะกละตะกลาม ยื่นลิ้นเข้าไปในปากของเธอ โดยงัดวิธีการทุกอย่างเพื่อหยอกเย้าลิ้นอ่อนนุ่มของเธอ
หลังจากสองนาทีเต็ม ความเคลื่อนไหวที่มีความเร็วสูงก็ทำให้ลิ้นฉันแข็ง และจางหงหวู่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับอยู่สักพักหนึ่ง เธอยิ้มด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ถ้าให้คะแนนเต็มสิบ นายเดาสิว่าฉันจะให้นายกี่คะแนน?”
ฉันพูดกดตัวเอง “สามคะแนน?”
จากนั้นฉันก็รอให้จางหงหวู่เพิ่มให้ฉันอีกสักสองคะเเนน
จางหงหวู่หัวเราะคิกคักแล้วพูดว่า “นายกล้ามากเลยนะ ฉันคิดว่าจะให้นายสักหนึ่งคะแนนเพื่อถือว่าเป็นการดูแลนาย”
ฉันไม่เชื่อ!
แต่หลังจากนั้นจางหงหวู่ก็ทำให้ฉันเชื่อ ทันทีที่ลิ้นเล็กละเอียดเข้ามาในปาก ความเร็วในการสั่นสะเทือนเหมือนมีเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่ในนั้น ทั้งยังเป็นเครื่องยนต์ประเภทเดียวกับBugatti แทบจะร้องขอชีวิต!
จางหงหวู่ขยับอยู่นานสักพักจนฉันแทบไม่มีเวลาหายใจ มันเป็นความรู้สึกของการกดขี่อย่างสุดขีด สนุกอย่างบ้าคลั่งจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ การเคลื่อนไหวก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสบาย
มันไม่ง่ายเลยที่จะมีความสุขบนร่างกาย และมันก็ทำให้ฉันบ้าคลั่งได้ขนาดนี้
จางหงหวู่เก็บลิ้น ใบหน้าหอบแดงยังคงยิ้มแพรวพราว
มือขาวๆกระทบบนหน้าฉันเบาๆ “ตื่นๆ กลั้นหายใจเดี๋ยวก็ตายหรอก!”
พอฉันได้สติกลับมาก็รีบหายใจ
จางหงหวู่ก็เอาแต่หยอกเจ้านั่นของฉัน แต่ฉันไม่กล้าพูดอะไรเลยสักครึ่งคำ
ก่อนหน้านี้ฉันไม่ค่อยชอบใจที่เธอให้คะแนนฉันแค่หนึ่งคะเเนน แต่ตอนนี้ฉันก็เข้าใจได้ว่าอะไรที่เรียกว่าลิ้นติดเครื่องยนต์ ในใจลึกๆแล้ว ฉันอดไม่ได้ที่จะเขียนคำใหญ่ๆติดไว้บนพื้นที่โล่งๆให้เธอด้วยคำว่า “รู้ซึ้งถึงแก่นแท้”
จางหงหวู่ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
คาดว่าน่าจะไปแต่งหน้าทำผม ฉันถามไปว่า “พี่สาว พี่เรียกผมมาแต่เช้ามาทำไม?”
“ฉันจะพานายไปพบลูกค้าคนหนึ่งน่ะ ลูกค้าใหม่เป็นคนต่างถิ่น มีเงิน ก็คนที่ฉันเล่าให้นายฟังครั้งล่าสุดนั่นไง แต่ฉันไม่อนุญาตให้กินเธอหรอกนะ ฉันยังไม่อยากเสียลูกค้าคนนี้ไป ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมให้นาย นายก็หาวิธีแก้เอาเองแล้วกัน…”
ฉันออกจากดี้เล่สิงซิงไปพร้อมกับจางหงหวู่ เธอขอให้ฉันขับรถให้จึงไม่ได้เอารถเธอออกไป
ฉันนัดแนะอะไรไปบ้างแล้ว
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ภายใต้การแนะนำของจางหงหวู่ ฉันก็มาถึงบ้านชั้นเดียวในเมืองเมืองหนึ่ง
บ้านมุงกระเบื้องขนาดใหญ่ทั้งสี่หลังที่ดูทรงพลัง แต่ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่เป็นตึกสูงไปทั่วทุกแห่ง บ้านมุงกระเบื้องขนาดใหญ่นี้ไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป
จางหงหวู่หยิบกุญแจออกมาเพื่อเปิดประตูจากนั้นฉันก็เดินไปกับเธอ
ภายในไม่ได้มีความหรูหรามากนัก มันดูเรียบง่ายมาก มีเพียงแค่เตียงขนาดใหญ่และไม่มีอะไรอื่น แต่สะอาดและปราศจากฝุ่น
มีเก้าอี้นั่งเล็กสองตัววางอยู่กลางลานบ้าน ที่แห่งนี้มีแสงแดดส่องถึง ฉันกับจางหงหวู่จึงหาที่ร่มๆสูบบุหรี่
“วันหลังเวลาทำงานอย่าสูบบุหรี่ ถ้าทนไม่ได้จริงๆก็เคี้ยวหมากฝรั่ง”
พูดเสร็จจางหงหวู่ก็หยิบหมากฝรั่งจากกระเป๋าของเธอยื่นมาให้ฉัน
ฉันเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร มีลูกค้าบางคนที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนของควันบุหรี่ เหมือนที่ฉันไม่ชอบน้ำหอมที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบทางเคมี
มาถึงตั้งแต่เก้าโมงจนตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว แต่ยังไม่เห็นใครมา
จางหงหวู่ไม่ได้มีอารมณ์หงุดหงิดแต่อย่างใด ทั้งยังสอดแทรกความรู้ให้ฉันไม่หยุด ตั้งแต่เรื่องสรีระผู้หญิงไปจนถึงรสนิยมของผู้ชาย และตั้งแต่นิสัยของผู้หญิงจนไปถึงพฤติกรรมของผู้ชาย…เธออธิบายทุกสิ่งอย่างลึกซึ้ง ทำให้ฉันได้ความรู้ไปไม่น้อย
ทั้งยังเกิดความคิดว่าอยากจะปีนขึ้นไปจุดสูงสุดในวงการนี้อย่างดื้อรั้นและกลายเป็นราชา ไม่ใช่มีคนเคยบอกหรอกหรือว่าหากกล้าทำเรื่องมุทะลุแบบนี้ถึงจะเป็นวิถีของชายชาตรี
“นายอยากปีนขึ้นไปถึงจุดไหนล่ะ…” ”จางหงหวู่ ดับก้นบุหรี่โดยใช้ส้นรองเท้าส้นสูงเหยียบ “พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้นายเป็นแค่กรรมาธิการธรรมดาๆคนหนึ่งในเมืองของเรา ยังแข็งแกร่งกว่าชาวบ้านพวกนั้น”
แม้เธอจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ฉันก็เข้าใจ ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าเมือง หัวหน้าตำบล หัวหน้าเขต นายกเทศมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด …
ถ้าพูดถึงเรื่องอัพเกรดล่ะก็ ตอนนี้ฉันยังถือว่าเป็นมือใหม่ โชคดีที่มีจางหงหวู่คอยดูแลและเเนะนำฉัน
หลังจากคุยกับเธอได้สักพัก ฉันก็ขมวดคิ้ว “นี่ก็ 11 โมงครึ่งเเล้วนะ ทำไมยังไม่มีใครมาอีก ไม่รักษาเวลาบ้างเลย พี่สาว พี่นี่มีความอดทนสูงจริงๆ”
จางหงหวู่หัวเราะ “นายเป็นคนรักษาเวลาแต่คนอื่นไม่ได้เป็นแบบนายเสียหน่อย ถ้าคนอื่นทำได้แบบนาย อย่างงั้นนายจะมีอะไรดีล่ะ?”
ฉันคิดว่าที่เธอพูดก็มีเหตุผล
ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามา
รองเท้าส้นสูงสีแดงสดใส กระโปรงหนังสีดำประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ใบหน้าแต่งเหมือนซอมบี้ที่ได้รับการฟื้นคืนชีพขึ้นมา คาดว่าปืนกลนั้นทึบแสงลงทันที แต่โดยทั่วไปแล้วรูปร่างผอมบางนั้นก็โอเค
“ประธานจาง ทำไมถึงเลือกสถานที่แบบนี้นะ ฉันหาอยู่ตั้งนาน ไม่ง่ายเลยที่จะหาที่นี่เจอ ฉันไม่รู้จะถามคนจนๆระหว่างทางอย่างไรแล้ว โดยสถานะของฉันนี่…”
จางหงหวู่พยักหน้าเบาๆ ฉันก็แน่ใจแล้วว่าคนที่บ่นอยู่ตรงหน้าประตูคือลูกค้าของฉัน เธอชื่อยี่เจียจเจีย
จากนั้น จางหงหวู่ก็ลุกขึ้นแล้วให้ฉันรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่โกรธและทำไมเธอถึงอดทนขนาดนี้
“ฉันมาที่นี่ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าและตอนนี้เวลา 11:30 น. ทั้งหมดเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงครึ่ง นับเป็นเงินสองแสนห้าหมื่นและที่เหลือจะถูกคำนวณแยกออกไป”
ในตอนนั้นยี่เจียจเจียก็เริ่มไม่พอใจ “นี่เธอ…”
จางหงหวู่เดินออกไป ฉันก็ลุกขึ้นตามเธอไป
ยี่เจียจเจียไม่ได้เรียกให้จางหงหวู่หยุด แต่กลับจับมือฉันไว้
“พี่ชาย ฉันให้คุณสามแสน แต่คุณจะต้องไปกับฉัน หลังจากที่ฉันมีความสุข ฉันจะดูแลคุณเอง ปล่อยให้เธอไปตายซะ!”
ตอนแรกฉันอยากจากไป แต่ในประโยคสุดท้ายของเธอ ฉันตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ
ฉันตะโกนตามหลังจางหงหวู่ว่า “จางหงหวู่ ผมไม่เล่นกับพี่แล้ว!”
จางหงหวู่พูดเยาะเย้ย “ถนนเจียงหูค่อนข้างไกล ฉันหวังว่านายจะเดินทางได้อย่างราบรื่น อย่าตายระหว่างทางล่ะ!”