ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 43 ชายบริสุทธิ์
บทที่ 43 ชายบริสุทธิ์
แน่นอนว่าความเป็นจริงนั้นไม่ได้ง่ายดายดังปากว่า ท้ายที่สุดผมก็แค่นอนกอดจางหงหวู่จนหลับไป ถึงแม้ครั้งสุดท้ายที่มองเวลาจะเป็นตีสาม และในช่วงเวลานั้นก็ดื่มน้ำหลายแก้วและฉี่หลายครั้ง…
เช้าวันรุ่งขึ้นเวลาสิบโมง ผมที่กำลังหลับสนิท ทันใดนั้นก็รู้สึกคันที่จมูกเป็นพิเศษ ถูๆ ก็ยังคัน เกาก็ยังคัน ราวกับมีแมลงตัวเล็กๆ ไต่อยู่
สุดท้ายเพราะคันจนผมทนไม่ไหวแล้ว จึงได้ลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าเป็นผมสีไวน์แดงของจางหงหวู่ที่กระจายไปทั่วใบหน้าผม และในนั้นก็ถูกเธอกำไว้ที่มือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความขบขัน
“พี่สาว นมพี่คู่นั้นขาวมากเลย น่าสนใจมากจริงๆ ให้ผมจูบมันหน่อยได้ไหม”
เพราะเธออยู่ในท่าโน้มตัว จนทำให้คอเสื้อของเธอตกลงมา ผมจึงเห็นความขาวราวกับหิมะที่อยู่ข้างใน ถึงแม้จะมีเสื้อในสีดำห่อเอาไว้ แต่ก็ยังมีเสน่ห์ดังเก่า
จางหงหวู่ก้มหน้า และกระซิบเสียงแผ่วบนปากของผม “สู้ๆนะ เมื่อคืนไม่เลวเลย นี่คือรางวัลของพี่สาว ส่วนเรื่องจูบ… สบายใจได้ พี่สาวจะให้นายทานเช้าเย็นเลย และหากทานจนพอแล้ว จนทำให้นายเดินพลิ้วราวกับสายลมได้ แต่ก่อนหน้านั้น นายยังต้องลุกขึ้นมาทานข้าวก่อน หากไม่ทานตอนนี้ก็ต้องไปทานเอามื้อเที่ยงแล้ว”
กอดจางหงหวู่เอาไว้ และจูบที่ปากน่าดึงดูดของเธออย่างหนักหน่วงหนึ่งครั้ง จากนั้นผมถึงได้ลุกขึ้น
หลังจากที่ล้างหน้าเสร็จ ก็ไปทานข้าวเช้ากับเธอ
ในตอนที่ทานข้าว เธอถามว่ารถไปชนมาได้อย่างไร
ผมเล่าเรื่องชายอ้วนหัวล้านให้เธอฟัง รวมไปถึงเรื่องที่ดงป๋อชวนปรากฏตัวขึ้นและตะลุมบอนกับดงจี่
“หากประเมินจากคำพูดของดงป๋อชวนจากที่จบเรื่องแล้ว ประสบการณ์ของเขามากว่าหวูเจิ่นดง แต่ก็กลัวชายหนุ่ม ดงจี่ในช่วงวัยรุ่นเขาอยู่บนจุดสูงสุด แต่ตอนนี้เขาก็ลดลงมาแล้ว แต่หากต้องการรู้ผลแพ้ชนะ เขายังสู้ดงจี่ไม่ได้ แต่หากต้องการเอาถึงชีวิต ดงจี่ยังเทียบเขาไม่ได้”
จางหงหวู่ตื่นตกใจ และพยักหน้าเบาๆ “ดูเหมือนว่าฉันจะดูเบาหวูเจิ่นดงไป คิดแค่ว่าต่อยตีได้เท่านั้น จึงจัดเขาไว้ในประเภทคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะได้รับคำประเมินที่สูงจากดงป๋อชวนแบบนี้”
เมื่อพูดถึงหวูเจิ่นดง ผมก็นึกถึงหยาวเซียว ดังนั้นผมเลยเล่าเรื่องของหยาวเซียวกับหวูเจิ่นดงให้จางหงหวู่ฟัง
ในตอนที่จางหงหวู่รู้ว่าแฟนของหวูเจิ่นดงคือหยาวเซียวก็เหมือนกับผมในตอนแรก ท่าทางประหลาดใจเหมือนกันทุกอย่าง
“ก่อนหน้านี้หยาวเซียวรู้เรื่องที่นายกับหวูเจิ่นดงเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันไหม”
ผมเข้าใจความหมายของจางหงหวู่ “ไม่รู้ นอกเสียจากว่าเธอต้องการเล่นกับใจจริงๆ ไม่อย่างนั้นในคราแรกเธอควรเล่นกับร่างกายของผม ไม่ใช่อ้อมเป็นวงกว้างแบบนี้”
จางหงหวู่พยักหน้า “ฉันเข้าใจความหมายของนาย เรื่องนี้ให้นายบอกกับพวกเขา บอกว่าเรื่องทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ดี้เล่สิงซิงของฉัน ที่นั่นยังขาดหัวหน้าคนงาน หากหยาวเซียวสมัครใจก็เข้าไปได้”
“พี่ ผมรักพี่ ไม่มีอะไรสามารถตอบแทนให้ได้ มีเพียงการอุทิศร่างกายเท่านั้น พี่รับไปด้วยเถอะ”
ผมเกี่ยวเท้าเล็กของจางหงหวู่ที่ใต้โต๊ะ หลังจากนั้นก็ใช้มือยกขึ้นมา และใช้เท้าเปล่านั้นถูที่เป้ากางเกง
จางหงหวู่ถีบผมเบาๆ หลังจากนั้นก็กล่าวอย่างจนใจ “นายมันเหมือนหมู ทำไมถึงเอาแต่คิดเรื่องนี้กันนะ”
ผมรู้สึกน้อยใจอย่างมาก “พี่ลองไปหาหญิงชรามานั่งตรงข้ามผมได้เลย ลองดูสิว่าผมจะยังทำเรื่องพวกนี้ไหม”
“โทษฉันหรือ”
จางหงหวู่เบิกตาโต ดวงตาใสเหมือนน้ำ เต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรมที่น่าสงสาร แม้ว่าผมจะรู้ว่าเธอกำลังแสดง แต่ในใจก็อดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้ ราวกับมีเข็มทิ่มแทง จนปวดใจ
เสน่ห์ที่ยั่วยวนแบบนี้ ยากที่จะห้ามใจได้
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ จางหงหวู่ก็เปลี่ยนชุด เรียวขาสวยในถุงน่อง หน้าอกหน้าใจที่น่าภูมิใจ ทั้งร่างเต็มไปด้วยความมั่นใจในความสวย จนอัตราการทำลายล้างของเธอเต็มเปี่ยม
เธอจะออกไปข้างนอกไปยังดี้เล่สิงซิง แต่ก่อนที่จะเปิดประตูออกไป ผมก็กอดรั้งเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง
จางหงหวู่รู้สึกทนไม่ไหวเล็กน้อย “เป็นอะไร ทนไม่ไหวอีกแล้วหรือ หากไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่หาผู้หญิงให้ดีไหม”
แน่นอนว่าสิ่งที่ผมคิดย่อมไม่ใช่อันนี้ “พี่ ต่อจากนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยาวเซียว พวกเราไม่ต้องทำแล้วนะ เรื่องหาเงินเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อนั้นก็ได้มามากเอง ไม่ได้ก็ทำเหมือนที่พี่พูด พวกเรากลับบ้านเกิดเถอะ ผมจะขอเงินจากหยู่ถิงและดี๋ชิงโถงมาเล็กน้อย แน่นอนว่าพวกเธอต้องให้แน่ๆ แม้จะรู้ว่าผมเอาไปใช้เพื่ออยู่กับพี่ก็ตาม”
จางหงหวู่ชะงักค้างไปอึดใจ เห็นได้ชัดว่าเธอคิดไม่ถึง ว่าที่ผมกอดเธอเอาไว้นั้นจะเพราะเหตุผลนี้
ทันใดนั้นเธอก็หันหน้ามา จ้องตาของผม ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และไร้การโกหก
“เสี่ยวเฟิง พี่สาวขอบอกกับนายตามตรง ผู้ชายที่เข้าไปโกงเธอนั้นไม่ใช่มาจากพี่ ที่พี่ให้หยาวเซียวยืมเงินก็เป็นที่ตัวพี่เอง แต่พี่ยังบอกกับนายได้อีกว่า พี่เองก็ส่งคนไปเก็บผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่ไม่สำเร็จ เพราะชายคนนั้นประสบอุบัติเหตุทางรถ ทั้งชีวิตนี้ทำได้แค่นอนบนเตียง นี่ก็สาสมแล้ว”
“ถึงแม้นายจะเข้าใจพี่ผิด แต่พี่สาวก็ยังดีใจมาก พี่สาวรู้ว่าในใจของนายมีพี่ แค่นั้นก็พอ นายควรหาผู้หญิงที่ดีกว่านี้มาอยู่เคียงข้าง เช่นหยู่ถิงเป็นต้น ที่มีเพียงนายที่ตามติด ที่บ้านมีอำนาจทั้งยังมีเงิน สำหรับพี่สาวคนนี้ นายแค่มาดูพี่สาวบ้างบางครั้งบางคราว พี่สาวก็ดีใจมากแล้ว พอใจอย่างยิ่งแล้ว”
กล่าวจบ จางหงหวู่ก็กอดผม พิงกับร่างของผมเนิ่นนานและเนิ่นนาน
เธอไปแล้ว ไปที่ดี้เล่สิงซิงแล้ว
ผมกักเก็บความรู้สึก หลังจากนั้นก็โทรหาหยาวเซียว เพื่อแจ้งเธอเกี่ยวกับการตัดสินใจของจางหงหวู่ เธอขอบคุณผมอย่างมาก และขณะเดียวกัน ผมก็บอกเธอเรื่องที่ว่าจางหงหวู่เคยตามแก้แค้นผู้ชายคนนั้นของเธอ หยาวเซียวร้องไห้อย่างหนัก ได้ยินอย่างชัดเจนว่าเธอนั้นเสียใจขนาดไหน แต่ก็เป็นการระบายอารมณ์อีกวิธีหนึ่ง
ไม่มีประโยคปลอบโยน ผมเพียงวางสาย กับเธอ ผมเพียงอยากจะรักษาการติดต่อที่สมควรไว้ และไม่ต้องการให้เธอรู้สึกผิดแม้แต่นิด อย่างไรเธอก็ยังมีเพื่อนของผมดงจี่อยู่
เก็บกวาดห้องและเตียงนอน หลังจากนั้นผมก็พบชุดชั้นในและกางเกงในของจางหงหวู่ที่ถูกใช้แล้วบนเตียง
และที่น่าเกลียดยิ่งกว่าคือ ที่ด้านข้างนั้นมีกระดาษแผ่นหนึ่ง บนนั้นถูกเขียนเอาไว้ตัวโตๆ ถึงแม้ลายมือจะไม่แย่ สวยเหมือนกับคนทั่วๆ ไป แต่เนื้อหานั้นน่าเกลียดจริงๆ
“กลิ่นดั้งเดิมเลยนะ น่าจะช่วยนายปลดปล่อยได้”
ต่อให้เสน่ห์ของจางหงหวู่จะมากล้นขนาดไหน ชุดชั้นในหนึ่งตัวจะดีกว่าระหว่างขาของดี๋ชิงโถงได้อย่างนั้นหรือ
หากผมต้องการปลดปล่อยจริงๆ ผมก็ไปเอากับเธอเลย รู้สึกไม่เต็มใจเล็กน้อย
ผมยังเป็นชายบริสุทธ์……
แต่เดิมที่คิดจะแช่ชุดชั้นในของเธอไว้ในน้ำ แต่เมื่อคิดๆ ไปแล้วก็เลือกที่จะช่างมัน แช่น้ำแบบนี้ จะไม่กลายเป็นว่าผมกำลังทำลายหลักฐานหรือ
เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกุญแจ และผมก็ตรงไปซูเปอร์มาเก็ต
ไข้หวัดของจางหงหวู่เพิ่งจะหายดี ผมจึงจะต้มไก่ให้เธอ ไก่จะอร่อยไม่อร่อย เธอจะชอบหรือไม่ชอบ นั่นคือเรื่องรอง สิ่งที่สำคัญคือความรู้สึก เหมือนกับที่ผมต้องซื้อน้ำตาลทรายแดงก้อนหนึ่งถุงให้กับหยู่ถิง
เมื่อมาถึงซูเปอร์มาเก็ต ผมก็เลือกของด้วยความรวดเร็ว ในตอนที่กำลังต่อแถวรอจ่ายเงิน ผมก็เห็นสาวสวยคนหนึ่งที่ต่ออยู่แถวถัดไป และที่น่าสนใจคือรู้สึกคุ้นตา แต่เพราะผมยาวนั้นปิดใบหน้าไปเสียครึ่ง ดังนั้นผมจึงไม่กล้ามั่นใจว่าใช่คนที่ผมรู้จักหรือไม่
ในตอนที่ผมตั้งใจจะพิจารณาอย่างละเอียด ด้านหลังของเธอก็มีชายตัวผอมผิวดำอายุสามสิบกว่าๆ และตัวเล็กกว่า ถือตะกร้าไว้ด้านข้างเพื่อปิดบัง ขยับเอวน้อยๆ และถูกกับก้นของผู้หญิงคนนั้น
เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นรู้เรื่องนี้ แต่เพราะความอัปยศเหล่านั้น และทางที่ต่อแถวนั้นแคบ ดังนั้นต่อให้ลอบขัดขืนเล็กน้อย ก็ไม่ได้ดูเป็นการต่อต้านอะไรที่มากมาย
และนั่นทำให้คนตัวเล็กกว่าเหมือนว่าจะใจกล้ามากขึ้น และยื่นมือมาที่กระเป๋ากางเกงตรงๆ
ผมคิดว่าเขาจะยิงปืน แต่ตามสภาพที่เป็นอยู่คือผมคิดผิด เขาไม่ได้จะยิง แต่หยิบมีดพกออกมาหนึ่งเล่ม ใบมีดส่องแสงจนเกิดประกาย ดูจะคมมากทีเดียว
นาทีถัดมาในตอนที่ผมเห็นมีดเล่มนั้น เป้ากางเกงที่อยู่ด้านหน้าของหญิงสาวคนนั้นก็เปิดออก ผ่านช่องนั้นเข้าไป จึงได้เห็นกางเกงชั้นในลูกไม้สีชมพูหนึ่งตัว…