ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 42 ยังมีเวลาอีกมาก
บทที่ 42 ยังมีเวลาอีกมาก
ต้นขาเรียบเนียนที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น ความอบอุ่นนั้นเผื่อแผ่มายังฝ่ามือและปลายนิ้ว มันเหมือนกับมีหญ้าหางจิ้งจอกผ่านเข้ามาในใจของผม กวัดแกว่งอย่าช้าๆ โดยเฉพาะหน้าผ่อนคลายที่สวยงามและยั่วยวน จนรวมไปถึงลมหายใจหอบที่เย้ายวนใจคนนั้น จนผมอดคิดที่จะอยากไปไกลกว่านี้อีกก้าวไม่ไหว และอย่างจะเข้าไปสำรวจส่วนลึกในร่างอรชรของเธอ
อย่างไรก็ตามในตอนที่มือของผมสอดเข้าไปในต้นขา ในตอนที่กำลังจะได้สัมผัสกับดินแดนลึกลับที่ผมใฝ่ฝัน ทันใดนั้นมือเล็กก็หยุดผมเอาไว้
“เฟิง ไม่เอา…”
ผมจูบเธอหนักๆ “ถิงถิง คุณสวยมากจริงๆ จนผมอดไม่ได้ ผมจะอยากจะแนบชิดคุณ อยากจะครอบครองคุณตลอดไป และร่วมรักกับคุณอย่างดุเดือด”
ใบหน้าสวยของหยู่ถิงเขินอายจนแดงไปทั้งหน้า แม้แต่ในตอนที่จูบผมก็ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนนั้น
“แต่ ฉันได้อุทิศให้กับสภากาชาดแล้ว”
“สภากาชาดคืออะไร”
ผมไม่เข้าใจความหมายของเธอ จนถึงขั้นงุนงงเล็กน้อย
หลังจากนั้นหยู่ถิงก็หยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมา หลังจากนั้นก็หยิบผ้าอนามัยออกมา และกางออก
นั่นคือเรื่องที่น่าอับอายมาก ผมมองลงไปทางด้านล่าง หลังจากนั้นก็เงยขึ้นมามองริมฝีปากแดงที่เซ็กซี่ของหยู่ถิง ดังนั้นจึงพูดกับเธอว่า “คุณใช้ปากเล็กช่วยผมก็แล้วกัน”
หยู่ถิงอายอย่างหนัก “ไม่เอา”
ผมมุ่งมั่น แต่หยู่ถิงก็ยืนหยัดเช่นกัน สุดท้ายก็ยังเป็นผมที่ยอมอ่อนข้อให้ ไฟยังไม่ทันมา ก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
แต่ผมเชื่อว่า ต้องมีสักวันหนึ่งที่เธอจะเสนอตัวช่วยผมด้วยตัวเอง
ยั่วแหย่อีกสักเล็กน้อย หลังจากนั้นผมก็ไปส่งหยู่ถิงที่รถของเธอ และมองเธอที่ขับรถออกไปไกล
แต่ผู้หญิงคนนี้ก็เรียนรู้ได้แย่จริงๆ ก่อนจะจากกัน ผมที่พยายามระงับอารมณ์อย่างยากลำบาก เธอที่อาศัยจังหวะในตอนที่ผมไม่ทันระวังตัวยื่นมือเล็กมาลูบไล้มัน จนพอมันพองตัวขึ้นมา เธอถึงได้วิ่งขึ้นรถไปพร้อมเสียงหัวเราะ
“ฉันไม่มีบราหรือถุงน่องให้คุณหรอกนะ หาทางช่วยตัวเองไปก่อนแล้วกัน”
แล้วผมจะมีวิธีอะไรได้อีก ก็ต้องเก็บกดไปน่ะสิ
ผมคิดอย่างนั้น จนกระทั่งกลับมาถึงที่พัก ผมก็ไม่ได้คิดเช่นนั้นอีก เพราะผมได้เห็นสัญลักษณ์สามง่ามสีแดง และมันเป็นรถของจางหงหวู่
จอดรถและเข้าบ้าน ไฟในห้องรับแขกยังสว่าง แต่คนกลับไปอยู่ ตะโกนเรียกก็แล้ว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
ดังนั้นผมจึงมองหาไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบ ท้ายที่สุดผมก็พบร่องรอยของเธอภายในห้องนอนของเธอ
ทันใดนั้นร่างของจางหงหวู่ที่สวมชุดนอนซีทรูสีขาว ลมหายใจดังขึ้นสม่ำเสมอ ราวกับหลับสนิทไปแล้ว ด้านข้างนั้นมีหนังสือ เรียนรู้ความสง่างามไปกับสาวฝรั่งเศส ที่ผมเคยอ่านเล่มนั้นว่างอยู่
ผมผลักประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา เดินย่องไปข้างหน้า เมื่อมองผ่านชุดนอนซีทรูไป ก็จะเห็นชุดชั้นในลูกไม้สีดำของเธอได้อย่างชัดเจน มีลวดลายสีทองประดับอยู่บนเสื้อใน ที่รับกับเนื้อผ้าสีดำ ทั้งร่างราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาในคืนที่มืดมิด เป็นสีดำที่เซ็กซี่และสีทองที่น่าตื่นเต้น ขอบกางเกงในทั้งสองด้านมีลูกไม้ประดับ มีเพียงส่วนปกปิดที่ซ่อนส่วนลึกลับตรงกลางเท่านั้น ที่เป็นสีดำและมองไม่เห็นอะไร
ผมรู้สึกคอแห้ง หรือเรียกให้ตรงหน่อยคืออดอยากปากแห้ง แต่ที่แห้งยิ่งกว่าเห็นได้ชัดเลยว่าคือด้านล่าง
อดทนอดกลั้นกับความปรารถนาที่อยากจะครอบครองจางหงหวู่ ผมถอยหลังออกไปช้าๆ และเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างดื้อรั้น
ผมรู้ หากตัวเองยังยืนตรงนั้นต่อไป ย่อมอดใจไม่ไหวแน่
ความยั่วยวนของเธอ สำหรับผมแล้วมันรุนแรงยิ่งกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ร่างอรชรนั้นราวกับกระแสน้ำวันที่ลึกลับ แผ่แรงดึงกระชากให้ฉีกขาดออกมาอย่างรุนแรง และกระชากผมให้เข้าไป
ผมกลัวตัวเองจะอดใจไม่ไหวและย่ำยีเธอ
ในห้องน้ำ ใช้น้ำเย็นอาบน้ำอย่างรวดเร็ว แบบนั้นถึงได้ทำให้ความปรารถนาของผมลดลงมา จนถึงขั้นเย็นตัวได้
หลังจากที่ซักเสื้อผ้าจนสะอาดและเอาไปตากไว้ที่ระเบียงแล้ว ผมถึงได้กลับมาที่ห้องรับแขก หลังจากนั้นก็เห็นฉากที่ทำให้ผมประหลาดใจขึ้นมา นั่นคือจางหงหวู่ที่กำลังดื่มน้ำ
แสงไฟสาดส่องร่างอรชรของเธอจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะตอนที่คอขาวเงยไปทางด้านหลังเพื่อดื่มน้ำ โพรงกระดูกสะบักที่ลงลึก เต็มไปด้วยความงดงามอย่างถึงขีดสุด สวยจนผมเกือบหยุดหายใจ
ผมชะงักนิ่งไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนชื่นชมความงามและเสน่ห์ของจางหงหวู่อยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ
“ไปทำอะไรที่ห้องฉัน”
คำพูดของจางหงหวู่ ทำให้อายมาก ดังนั้นผมจึงแสร้งพูดโกหกออกไปแทน “สนใจร่างของพี่มาตลอด จึงอยากเห็นว่าพี่ได้ใส่ชุดชั้นในไหม”
จางหงหวู่กลอกตามองบนใส่ผม “จิตใจที่ชั่วร้ายนี่นับวันที่ร้ายขึ้นเรื่อยๆ”
“เรื่องนี้พี่จะตำหนิผมไม่ได้นะ พี่มีเสน่ห์มากเกินไป ผู้ชายธรรมดาก็อดใจไม่ไหวกันทั้งนั้น ยิ่งผมที่เป็นชายบริสุทธิ์ตัวเล็กๆ ก็ยิ่งแล้วใหญ่”
“…..” จางหงหวู่พูดอะไรไม่ออก
หลังจากนั้นเธอก็เดินไปในห้องนอนของเธอ “ตอนกลางคืนไม่อนุญาตให้แอบเข้าห้องของฉันอีก ฉันต้องการพักผ่อนให้เต็มที่”
ผมกล่าวว่า “โอเค”
หลังจากนั้นพอเธอก้าวเข้าไปในห้อง ผมก็ตามเข้าไปทันที
จางหงหวู่ขึ้นเตียง หลังจากนั้นก็เอียงหน้ามองมาทางผม “ได้เลย ไม่ให้นายแอบเข้ามาในห้อง นายก็ยังกล้าที่จะเข้ามาซึ่งๆ หน้าอีก”
ผมที่สวมบ๊อกเซอร์ปีนขึ้นไปบนเตียง นอนหันหน้าเข้าหากัน และพูดอย่างน้อยใจว่า “พี่สาว ผมกลัวความมืด ผมกลัวการนอนคนเดียว”
จางหงหวู่หัวเราะ จนร่างอรชรสั่นสะเทือน ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวและทุบผมเข้าให้หลายที
“หน้าไม่อาย ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ เสี่ยวเฟิงนายชนะแล้ว พี่สาวยอมนายแล้ว”
ท้ายที่สุดผมก็ประสบความสำเร็จกับการทุ่มตัวทำหน้าตาน่าสงสาร จนแย่งที่นอนบนเตียงของจางหงหวู่มาได้ครึ่งหนึ่ง และล้มตัวหลับนอนกับสาวงามอย่างพึงพอใจ
แค่น่าเสียดาย ที่ถึงแม้จะยึดเตียงมาได้ แต่สาวงามก็ยังไม่ติดกับ
“เสี่ยวเฟิง พี่สาวขอบอกนายนะ วันนี้ห้ามแตะต้องพี่สาว นอกเสียจากว่านายตัดสินใจที่ละทิ้งเรื่องในตอนนี้แล้ว หลังจากนั้นพี่สาวจะปรนนิบัตินายอย่างดีหนึ่งคืน พรุ่งนี้จะให้เงินนายกลับบ้าน และออกจากธุรกิจนี้ไปอย่างสมบูรณ์แบบ”
นี่คือเรื่องที่น่าอับอายจริงๆ
จางหงหวู่นอนบนเตียง เธอไม่ได้จงใจยั่วบนแม้แต่นิด แต่ร่างกายของเธอนั้นมีการล่อลวงที่ยิ่งใหญ่อยู่ในนั้น ผมกล้ารับประกัน แม้ว่าคนที่เปลี่ยนมานอนแทนที่ผมในตอนนี้จะเป็นพระภิกษุที่แก่กล้า เขาเองก็ต้องมีความคิดที่จะเตะคำสอนของพระพุทธเจ้าให้กระเด็นเช่นกัน
ผมนอนพลิกตัวไปเรื่อยๆ รู้สึกเสียใจที่ทำตัวหน้าด้านหน้าทนเพื่อให้ได้ครอบครองพื้นที่เตียงนี้มาครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็นอนไม่หลับ ราวกับจับปลา ยิ่งมองร่างของเธอ ผมก็ยิ่งกระสับกระส่าย ดังนั้นท้ายที่สุดก็ยื่นมือออกไป และดึงเธอเข้ามากอด หนึ่งมือนั้นกอดกระชับเอาไว้แน่น
จางหงหวู่ลืมตาขึ้นมา “ทำไม อยากได้ร่างกายพี่แล้วหรือ อยากจะเอากับฉันแล้วหรือ เข้ามาสิ”
คำพูดหยาบคายที่หลุดออกมาจากปากเล็กที่มีเสน่ห์นั้น หลังจากนั้นผมถึงได้ตระหนักถึงจริงๆ ว่าคำพูดที่หยาบโลนนั้นมีอานุภาพขนาดไหน เกิดระลอกคลื่นในใจผม ไม่น้อยไปกว่าเหตุการณ์ปีนั้นที่ฮิโระชิมะกับนะงะซะกิเลย
เพื่อต่อต้านแรงกระตุ้นและความปั่นป่วนภายในร่าง ผมกอดและกล่าวกับเธอว่า “ผมไม่ได้คิดจะเอาพี่ เพียงอยากจะช่วยพี่รักษารูปร่างเท่านั้น สวยขนาดนี้ ไม่สามารถให้พวกมันเสียรูปร่างได้ ผมทำเพื่อพี่ทั้งนั้น”
จางหงหวู่รู้สึกหมดหนทาง “นายมันเลวร้ายที่สุด”
ผมไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเองก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา ผมเพียงสูดดมกลิ่นหอมบนผมของเธอเบาๆ ร่างกายไม่กล้าขยับแม้แต่นิด
เป็นเวลานาน ในตอนที่ผมคิดว่าจางหงหวู่หลับไปแล้ว ทันใดนั้นเธอก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเบา
“เสี่ยวเฟิง พี่สาวชอบความรู้สึกตอนที่นายกอด เต็มไปด้วยความจริงใจ และสบายใจมากๆ”
“เช่นนั้นวันข้างหน้าให้ผมกอดพี่จนหลับ ดีไหม”
“ดีมันก็ดี แต่ฉันกลัวนายจะรับไม่ไหว ต่อจากนั้นก็คงต้องมาต่อกรกับต่อมลูกหมากอักเสบ”
“ไม่เป็นไร หากอดทนไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่สาวก็นอนหลับของพี่ไป ผมจะปลดปล่อยตัวเองด้วยร่างของพี่เอง”
จางหงหวู่พูดอะไรไม่ออก ท้ายที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เสี่ยวเฟิง พี่สาวผิดไปแล้ว พี่จะให้ร่างกายนี้กับนาย คืนนี้ก็จะปรนนิบัตินายให้ดีๆ ด้วย”
ผมไม่ได้พูดอะไร ผมที่กำลังร้องเพลง ดังนั้นผมจึงร้องเพลงให้กับเธอประโยคหนึ่ง…
“มาสิ มาสนุกกัน เรายังมีเวลาอีกมากมาย…”