ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 40 กฎของหมู่บ้านพวกเรา
บทที่ 40 กฎของหมู่บ้านพวกเรา
“เฟิงจี่ ฉันไม่ใส่ใจเรื่องนี้เลย นายที่ตอนนี้ก็ยังเป็นโฮสต์ พวกเราก็ยังเป็นพี่น้องกันนี่”
หวูเจิ่นดงหันหน้ากลับมา สายตามองไปยังคู่วัยรุ่นชายหญิงที่นั่งโต๊ะข้างๆ
“ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกันอาจจะผ่านใครมาแล้วก็ได้ แต่เขาก็ยังรักกันอยู่ อีกอย่างฉันเองก็เคยนอนกับผู้หญิงมาก่อน พูดกันตามเนื้อผ้าฉันกับหยาวเซียวไม่ได้แตกต่างอะไรเลย เพียงแค่ในอนาคตที่เราทั้งคู่จะต้องดูแลกันและกัน อยู่ด้วยกันดีๆ แค่นั้นก็พอแล้ว”
ผมมองออกว่าหยาวเซียวซาบซึ้งมาก ในดวงตาของเธอนั้นคลอด้วยน้ำตาคริสทัล เธอกุมมือของหวูเจิ่นดงไว้แน่น
นั่นคือเรื่องที่ดี
ผมไม่ได้พูดอะไร เพียงเปิดเบียร์ และดันไปตรงหน้าหวูเจิ่นดงหนึ่งขวด หลังจากนั้นก็เปิดสองขวดและต่างคนต่างดื่มจนหมด
“เซียวเซียว ผมจะคุยกับทางพี่หงหวู่ให้แทนคุณ คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบัญชีของคุณ ผมจะไปจัดการให้แทนเอง”
เรื่องนี้หยาวเซียวเคยพูดกับผมหนึ่งครั้ง แต่ตอนนั้นคำตอบของผมคือจะพยายาม แต่ตอนนี้คำตอบของผมกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หยาวเซียวซาบซึ้งอย่างมาก และความตรงไปตรงมาในคืนนี้ ก็ทำให้เธอลืมเรื่องสุดท้ายในใจออกไป จนเธอดีใจอย่างมาก
ดังนั้นเธอจึงดื่มเหล้าให้ผม
และในตอนที่เธอกำลังดื่มเหล้า เบนท์ลีย์สีดำคันหนึ่งก็มาหยุดจอดที่ด้านข้าง
หลังจากนั้น ประตูเปิดออก คนที่นั่งอยู่ที่นั่งคนขับเดินลงมา อายุประมาณสี่สิบกว่าๆ หัวล้าน สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำ เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความทรงอำนาจ แม้แต่ผมที่เป็นคนนอกก็พอมองออกว่าไม่ธรรมดา
จากนั้นประตูทางคนขับก็เปิดออก ชายอ้วนหัวล้านที่มีผ้าก๊อซพันอยู่ที่หัวก็ลงมาจากรถ
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเงินนี้ได้ง่ายแต่ใช้ได้ยาก”
หวูเจิ่นดงไม่กลัวการปะทะอะไรทั้งนั้น แต่ถ้าแม้แต่เขายังพูดขึ้นมาแบบนี้ในตอนนี้ ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าชายหัวล้านอายุประมาณสี่สิบนี้ไม่ได้ต่อกรได้ง่ายๆ เลย
“มีโอกาสไหม”
“ไม่มี แต่ก็หวังให้เป็นแบบนั้น”
ทันใดนั้นหวูเจิ่นดงก็ลุกขึ้นยืน หยาวเซียวที่มีสีหน้าเคร่งเครียดจับเขาไว้ และผมก็ห้ามหยาวเซียวอีกทีหนึ่ง
“ผมเข้าใจเขามากกว่าคุณ ทานข้าวอย่างอุ่นใจได้เลย”
ไม่พูดอะไรให้มากความ หวูเจิ่นดงง้างกำปั้นใส่ชายหัวล้านคนนั้น หลังจากนั้นชายหัวล้านก็เงียบไปอึดใจ ก่อนจะสวนกำปั้นกลับมาหาเขา
นี่มันเหมือนกับคู่ต่อสู้ที่รู้กันดี
ชั่วพริบตา กำปั้นที่เคยเต็มไปด้วยมารยาท ก็กลายเป็นปะทุพลังออกมา
มองไม่เห็นเลยว่าพวกเขานั้นสะสมพลังกันอย่างไร ทันใดนั้นก็มีเสียง ปึง ดังขึ้นมา หลังจากนั้นหัวล้านก็ถอยหลังครึ่งก้าว และหวูเจิ่นดงก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ชายอ้วนหัวล้านที่ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ในตอนที่หวูเจิ่นดงกำลังปะทะกับหัวล้าน เขาก็เดินก้นใหญ่มายังโต๊ะที่พวกผมนั่ง หลังจากนั้นก็หย่อนก้นลงนั่งที่ของหวูเจิ่นดง และยื่นมือออกไปสัมผัสหยาวเซียว
ผมเอื้อมมือไปหยิบไม้เสียบบนโต๊ะขึ้นมาได้ ก็จัดการสับลงไปอย่างรุนแรง
แต่เจ้าอ้วนหัวล้านนั่นก็หดมือได้อย่างรวดเร็ว ถึงได้รอดพ้นจากโศกนาฏกรรมไปได้
ไม้เสียบกี่สิบอันบนโต๊ะสั่นเทา ชายอ้วนหัวล้านสั่นสะท้าน และกลืนน้ำลายลงไป “นายเก่ง หวังว่านายจะเก่งอย่างนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งนะ”
“นั่งรออย่างสงบๆ ไป ก่อนหน้าที่หัวล้านจะมา ฉันมั่นใจว่าสามารถเอาไม้เสียบนี้แทงทะลุคอนายได้ ไม่เชื่อนายก็ลองดู”
ชายอ้วนหัวล้านไม่พูดอะไรอีก เขาอยากจะลุกขึ้น แต่เมื่อผมเหลือบมอง เขาก็นั่งลงดังเดิม
ช่วงเวลานั้นในสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เห็นได้ชัดว่ากำลังนึกเสียใจที่ไม่ควรลืมไปว่า ถึงแม้ผมจะต่อสู้ไม่ได้ แต่ผมก็ยังมีความร้ายกาจแฝงเอาไว้
ข้างถนน หวูเจิ่นดงยังคงปะทะมือกับชายหัวล้านอย่างร้อนแรง ราวกับกำลังดูหนังแอคชั่น ที่สนุกอย่างมาก กำปั้นปะทะเนื้อ ใบหน้าของทั้งสองในเวลานี้ ก็มีส่วนที่เนื้อปริแตก และเลือดก็ไหลซิบๆ
แต่เมื่อมองจากโดยรวมแล้ว ชายหัวล้านดูจะบาดเจ็บน้อยกว่า
ไอ้หมา เหมือนว่าจะไม่ใช่คู่มือของเขา
แต่เรื่องหมัดมวย ถึงแม้ผมจะเป็นคนนอก แต่เมื่อสังเกตจากคำพูดและสีหน้าแล้วก็พอจะคาดเดาได้บ้าง สรุปจากไฟในดวงตาของหวูเจิ่นดงที่ยังลุกโชน ทั้งคิ้วที่ขมวดน้อยๆ ของชายหัวล้าน ผมเชื่อว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป ก็ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าท้ายที่สุดแล้วผู้แพ้จะเป็นใคร ทั้งสองคนดูสูสีเท่ากัน
เหมือนว่าหยาวเซียวต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง ผมจึงคีบเนื้อย่างใส่จานของเธอ “ทานข้าว หากเป็นผู้หญิงของกลุ่มเรา ต้องเรียนรู้ที่จะสงบปากก่อนอันดับแรก”
หยาวเซียวกังวลอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมา
ยิ่งผ่านไปคนที่หยุดดูก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนพูดว่าหนัง มีคนพูดว่าเป็นการแก้แค้น และมีมาทุกความคิดเห็น
หวูเจิ่นดงและชายหัวล้านนั้นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้เล็กที่อยู่ข้างๆ แตะหัก ครึกแครก หากขานั้นตวัดมาโดนมาเอว คาดว่าตัวผมคงถูกเตะจนปลิวเป็นสายฟ้าแน่
ทันใดนั้นเอง ก็มีรถคันหนึ่งมาหยุดจอดที่ข้างทาง อาวดี้A8Lสีดำ
ประตูรถเปิดออก หยู่ถิงที่อยู่ในชุดทำงานOLสีขาวลงมาจากรถ หันมองผู้คนรอบด้าน หยุดมองที่ร่างของชายหัวล้านไม่กี่วินาที หลังจากนั้นสายตาก็จ้องมองผมเขม็ง และรีบปรี่มาหา
หยู่ถิงยังไม่ทันเดินมาถึงตรงหน้า ชายอ้วนหัวล้านก็ผุดลุกอย่างรวดเร็ว มายืนบังหน้าหยู่ถิงเพื่อปกป้อง “อันตรายครับประธานหยู่ รีบไปเร็วครับ คนคนนี้โหดร้ายมาก”
คนที่โหดร้ายนั้น กลายเป็นผมไปเองโดยธรรมชาติ
ไม่ได้สนใจชายอ้วนหัวล้าน หยู่ถิงเดินปรี่มาหาผม สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่หยาวเซียว หลังจากนั้นก็คว้าเก้าอี้มานั่งข้างๆ ผม “คนที่กำลังทะเลาะกับหัวล้านนั่นใคร เป็นอะไรกับคุณ”
“เพื่อนสนิทผม เพื่อนสมัยเด็ก” กล่าวจบ ผมก็หันไปมองหยาวเซียว และเสริมขึ้นมาอีกประโยค “แฟนของเธอ”
สายตาของหยู่ถิงที่จดจ้องหยาวเซียวทันใดนั้นก็อ่อนลงทันตา ลุกขึ้นยืน และเดินไปยังพื้นที่ทะเลาะวิวาท “อาดงคะ นี่เพื่อนของฉันค่ะ”
หยู่ถิง อาดง ผู้ที่แข็งแกร่ง ทันใดนั้นในหัวของผมก็มีชื่อหนึ่งโผล่ขึ้นมา ดงป๋อชวน
จากท่าทีที่สนิทสนมของหยู่ถิง ผมก็มั่นใจได้เลยว่าชายหัวล้านนั้นคือดงป๋อชวน แต่ผมไม่รู้ว่าดงป๋อชวนและชายอ้วนหัวล้านนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ถึงขนาดเชิญคนระดับนี้มาลงมือแทนได้ แต่ผมก็มั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางการเงินแน่ เพราะตระกูลหยู่นั้นมีเงินอย่างมากมาย
หวูเจิ่นดงและดงป๋อชวนหยุดมือ กลุ่มคนที่มามุ่งดูความสนุกก็แยกย้ายกันไป
ผมให้เจ้าของร้านปิ้งย่างตั้งเนื้อย่างใหม่อีกครั้ง หยู่ถิงนั่งลงข้างๆ ผม หวูเจิ่นดงนั่งลงข้างๆ หยาวเซียว ดงป๋อชวนนั่งลงฝั่งตรงข้ามหวูเจิ่นดง ชายอ้วนหัวล้านที่คิดจะนั่งลง แต่น่าเสียดายที่รอบด้านนั้นไม่มีเก้าอี้ว่างแล้ว
หยู่ถิงแนะนำแต่ละฝ่ายให้รู้จักกันเสียก่อน แล้วจึงค่อยถามหาเหตุผล
“เมื่อวานเจ้าอ้วนนี่พยายามบังคับให้พนักงานหญิงที่ดี้เล่สิงซิงเป็นผู้หญิงขายตัว จนผมต้องฟาดหัว วันนี้ตอนเช้าเขาก็เอาคนมาบังทางระหว่างที่ผมกำลังกลับบ้าน ทั้งยังให้ดงจี่ต้องลงมือจัดการ ตอนเย็นก็มาหาอีก ทั้งยังพาดงป๋อชวนมาด้วย เยี่ยมมาก ผมนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ”
ชายอ้วนหัวล้านอับอายอย่างมาก และดงป๋อชวนก็หันไปมองเขาด้วยสายตามาพอใจ
“เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม ผมไม่สามารถเพิกเฉยได้”
นี่คือคำตอบสำหรับผม และเป็นคำตอบสำหรับหยู่ถิงด้วยเช่นกัน
หยู่ถิงพยักหน้า “ให้เรื่องมันจบที่นี่ และไม่ว่าใครก็ห้ามพูดถึงอีก”
ดงป๋อชวนพยักหน้า หลังจากนั้นก็หันไปมองหวูเจิ่นดง “มีโอกาสไว้มาแข่งกันใหม่”
หวูเจิ่นดงทำเพียงส่งเบียร์หนึ่งขวดไปให้ดงป๋อชวน “ตอนนี้ก็ยังได้”
สองคนดวลเหล้ากัน ชายอ้วนหัวล้านเดินไปยืนอยู่ข้างๆ หยู่ถิง โน้มตัวแล้วกล่าวว่า “ประธานหยู่ ส่วนท่านนี้พี่เฉินเฟิงคือ…”
หยู่ถิงตอบไปตรงๆ “ผู้ชายของฉันเอง”
ขายอ้วนหัวล้านชะงักไปเล็กน้อย และรีบหันมาขอโทษผม
ผมไม่ได้สนใจที่เขาขอโทษ เพียงหันไปมองหยู่ถิงตรงๆ
หยู่ถิงเห็นสายตาของผม ก็กลอกสายตาใส่ผมหนึ่งครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังก้มหน้ากล่าวว่า “ฉันเป็นผู้หญิงของเขา”
อือ นี่แหละคือกฎของหมู่บ้านพวกเรา