ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 33 แต่ฉันก็ชอบคุณ
บทที่ 33 แต่ฉันก็ชอบคุณ
เอนเบาะลง นอนราบไปบนนั้น หลังจากนั้นผมก็หันข้างไปหาลู่ปู้หนาน และชื่นชมร่างบอบบางและสมบูรณ์แบบของเธอ
คอขาว อกอวบอิ่ม เอวคอด สองขาเรียวยาว สองเท้านุ่มนิ่ม… ความสวยของเธอนั้นไม่ได้น้อยไปกว่าพี่สาวหยู่ถิงเลย
“คุณไม่ต้องมองแล้ว ทำไมถึงยังกล้าจ้องกัน”
ลู่ปู้หนานถอนหายใจ และหยิบเสื้อยืดที่เปียกนั้นมาปิดที่หน้าอกอีกครั้ง
ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว คุณจะใส่แจ็คเก็ตผ้าฝ้ายตัวใหญ่อย่างไม่กลัวร้อน และปิดเอาไว้มิดชิดก็ได้
แต่ผมร้อนมาก ดังนั้นจึงถอดกางเกงออก และเหลือเพียงบ๊อกเซอร์หนึ่งตัว
ลู่ปู้หนานอายหนัก ยกสองมือขึ้นมาปิดตาพัลวัน และโวยวายให้ผมสวมกางเกง
“ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ทำไมคุณถึงบอกให้ผมสวมกางเกงทั้งที่คุณยังเปลือยอกกัน”
เห็นได้ชัดจากความไม่สมเหตุสมผลนี้เลยว่า ลู่ปู้หนานไม่ใช่คู่มือของผม
เมื่อหยอกล้อเธอไปได้สักครู่ หลังจากนั้นผมก็หยิบบุหรี่และโทรศัพท์ออกมา ลงจากรถด้วยบ๊อกเซอร์ตัวเดียว เดินอยู่ข้างนอกจนบุหรี่หมดไปหนึ่งมวน ต้องบอกเลยว่าข้างนอกนั้นค่อนข้างหนาว ทั้งยังมีลมกลางคืนพัดมาอีกด้วย
ประมาณครึ่งชั่วโมงให้หลัง ผมกลับมาที่รถ แต่ตอนนั้น ลู่ปู้หนานเหลือเพียงแค่เสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในบนร่างเท่านั้น
แต่เดิมที่คิดจะเอ่ยแซ็วเธอ แต่ก็ล้มเลิกไป สาวน้อยคงร้อนไม่แพ้กัน
ผมบอกว่าเธอจะออกไปเดินข้างนอกก็ได้ แต่ห้ามหยุดเท้า ไม่อย่างนั้นจะถูกยุงกัด แต่เธอปฏิเสธ
บางทีอาจเพราะอาย หรือเพราะกลัวก็เป็นได้ ถึงได้ไม่ลงจากรถ ผมจึงไม่ได้บังคับเธอ
หันข้างไปชื่นชมร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จนลู่ปู้หนานเริ่มนั่งไม่ติดที่
“ปู้หนาน คุณเคยเห็นร่างเปลือยของผู้ชายไหม”
“ห๊ะ คุณคิดจะทำอะไรกัน”
ลู่ปู้หนานตื่นตระหนก ราวกับกระต่ายตัวน้อยที่กำลังตื่นตูม ซ่อนตัวหลบอยู่ในมุมระหว่างประตูและเบาะนั่ง
“คุณคิดเยอะไปแล้ว หากผมอยากทำจริงๆ ในตอนนี้คุณคงทำได้แค่ร้องไห้เท่านั้น ที่ผมต้องการจะพูดก็คือ ความจริงแค่คุณจิตใจคุณสะอาด ไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรทุกคนก็เหมือนกัน เหมือนเด็กทารก หากวันหนึ่งคุณอุ้มเด็กผู้ชาย โดยที่ทั้งร่างของเขาไม่ได้ใส่อะไรเลย คุณจะเขินหรือไม่ แน่นอนว่าไม่ ตอนนี้ในสายตาของผมคุณก็เหมือนเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง…”
ผมพูดไปเสียมากมาย แต่ความจริงแล้วที่พูดไปนั้นมีจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียว นั่นก็เพื่อให้เธอผ่อนคลาย ผมถึงจะมีโอกาสในช่วงเวลาที่เธอสมยอม ทำอะไรกับเธอก็ได้
บอกได้เลยว่าคำพูดของผมนั้นได้ผล ลู่ปู้หนานเริ่มปล่อยวาง และไม่ได้ดูกระวนกระวายอีก จนสามารถชวนผมคุยได้ เมื่อพูดถึงครอบครัวของเธอ พูดถึงพี่สาวของเธอ จึงทำให้ผมเข้าใจหยู่ถิงขึ้นไปอีกขั้น และตั้งมั่นที่จะจับเธอยิ่งขึ้น
หลังจากที่คุยกันมาสักพัก เมื่อเห็นลู่ปู้หนานผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด เหมือนว่าจะไม่มีท่าทีละล้าละลังอีก ผมจึงพูดเข้าประเด็น
“ปู้หนาน เมื่อก่อนผมรู้สึกว่าการชอบใครสักคนเป็นเรื่องที่ปกติ แต่มันไร้สาระมากที่จะชอบคนสองคนในเวลาเดียวกัน จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณกับพี่สาวของคุณ ผมถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ พี่สาวคุณมีเอกลักษณ์เฉพาะ คุณก็มีเสน่ห์ในแบบของคุณ ผมชอบพี่สาวของคุณมาก แต่ผมก็เริ่มรู้สึกชอบคุณมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินจะห้ามได้ ผมจะทำอย่างไรดี”
“ห๊ะ”
ลู่ปู้หนานเอ่ยขึ้นมาอย่างยากลำบาก เห็นได้ชัดว่าเธอเขินเล็กน้อย
ผมทำเพียงยื่นมือทั้งสองออกไป “ปู้หนาน ผมอยากกอดคุณ”
ทันใดนั้นลู่ปู้หนานก็หน้าแดงก่ำ “แต่ว่า อากาศมันร้อน…”
นี่คือข้ออ้างที่ไม่เลว แต่ผมไม่รับ และไม่อธิบาย เพียงยื่นสองมือออกไปเท่านั้น
จากนั้น ลู่ปู้หนานที่ลังเลอยู่นาน เธอก็ลงจากรถ เดินอ้อมหน้ารถมาขึ้นทางด้านที่ผมนั่งอยู่ ปีนขึ้นมาบนร่างของผม ร่างบอบบางแนบชิดกับผมจนแนบสนิท ความร้อนแรงนั้นทำให้ผมใจสั่น
ผมกอดร่างที่บอบบางนั้นอย่างอ่อนโยน และพยายามปลอบประโลมเธอที่กำลังตื่นเต้น
“ปู้หนาน ผมชอบคุณมากจริงๆ ตอนที่เผชิญหน้ากับพี่สาวของคุณ ผมบอกว่าปล่อยก็ปล่อยไปได้ แต่พออยู่ต่อหน้าคุณผมทำไม่ได้จริงๆ ในสายตาของผมคุณบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้า ทั้งสวยทั้งบริสุทธิ์ จนผมที่อยากจะจูบคุณ ก็รู้สึกเหมือนเป็นการดูหมิ่นไป…”
ลู่ปู้หนานนอนอยู่บนร่างของผม เสียงหอบหายใจดังอยู่ในหูของผม จนผมรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจเล็กๆ ของเธอที่เต้นดัง ตึกตักๆ
หลังจากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาช้า ใบหน้าที่แดงก่ำเอ่ยขึ้นอย่างขัดเขิน “ความจริงฉันเองก็ชอบคุณเล็กน้อย ที่จริงแล้วไม่ควรจะชอบเลย แต่ไม่รู้ว่าทำไม โดยเฉพาะในที่มารู้ทีหลังว่าคุณคือแฟนของพี่สาวฉัน ฉันก็ชอบคุณมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันผิด แต่มันยากมากที่ฉันจะควบคุมไม่ให้ตัวเองคิดถึงคุณ ฉันชอบกลิ่นบนร่างของคุณ ฉันชอบความเอาแต่ใจที่เย่อหยิ่งนั่น และฉันก็ชอบร่างกายที่อบอุ่นนี้ของคุณ ฉันชอบทุกๆ อย่างของคุณ”
กล่าวคำพูดที่น่าอายเหล่านั้นจนหมด หลังจากนั้นลู่ปู้หนานก็หลับตาที่น่าหลงใหลนั้นลง และกดริมฝีปากนุ่มนั้นกับปากของผม
ต่อจากนั้นผมก็เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายควบคุม สองมือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเธอ ริมฝีปากทั้งสองยังคงประกบจูบกันอย่างดุเดือด ลิ้นชอนไชเพื่อเปิดปาก หยอกล้อกับเธออย่างเต็มที่ จนเธอหายใจหอบหนักยิ่งกว่าเดิม
ในตอนที่ยังไม่รู้ตัว ผมก็ปลดตะขอเสื้อในของเธอ และให้ลุกขึ้นนั่ง และแนบหัวไว้บนอกอวบอิ่มคู่นั้นของเธอ
ทันใดนั้น ภายในรถก็เต็มไปด้วยเสียงครวญคราง จนบรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความวาบหวาม…
ความบริสุทธิ์ของลู่ปู้หนานนั้นงดงาม งามจนผมอยากจะครอบครองเธอ ตรงนี้ ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้
ดังนั้นสองมือจึงขยับมาวางตรงต้นขาสวยของเธอ เคลื่อนจากล่างขึ้นไปข้างบน เคลื่อนจากข้างนอกไปข้างใน จนกระทั่งสัมผัสกับกางเกงในตัวลื่น
ในตอนที่ผมกำลังจะเตรียมถอดให้กับเธอ สองมือเล็กขาวของเธอก็กุมมือของผมเอาไว้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ้อนวอน “ไม่เอานะ”
ผมเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังแต่ก็ผสมไปด้วยความเจ็บปวดของลู่ปู้หนาน
ผมรู้ว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว หากไม่ได้คำพูดของหยู่ถิง ในตอนนี้ผมก็คงได้ครอบครองร่างที่งดงามนี้ได้แล้ว แต่ผมก็ล้มเหลว เพียงเพราะหยู่ถิงเป็นพี่สาวของลู่ปู้หนาน และผมก็เป็นแฟนของหยู่ถิง
ผมจะดึงดันที่จะเข้าไปก็ได้ อย่างไรลู่ปู้หนานก็ไม่มีทางห้ามได้ แต่แบบนั้นจิตใจของเธอก็คงจะรู้สึกดีขึ้น เพราะอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทรยศพี่สาวของเธอ และหลังจากนี้ลู่ปู้หนานก็จะไม่มาโทษผมอย่างเด็ดขาด เพราะใจของเธอเองก็ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้
แต่ผมไม่ได้คิดจะทำเช่นนั้น ผมต้องการ ให้เธอยินยอมที่จะอุทิศร่างกายให้กับผม ไม่ใช่เพราะผมไปบังคับ
“ปู้หนาน ผมจะใช้มือช่วยคุณนะ สบายใจได้ ผมจะไม่เข้าไปแน่นอน”
ไม่รอให้ลู่ปู้หนานได้ตอบกลับมา ผมก็ขยับมือทันที สอดเข้าไปในกางเกงชั้นในสุดเซ็กซี่ของเธอ ถูอย่างแผ่วเบา และแสดงทักษะที่ผมเพิ่งได้เรียนรู้มาเมื่อเร็วๆ นี้
ในขณะเดียวกัน ผมจับมือเล็กที่ขาวของเธอ ให้มาช่วยปลดปล่อยผมเช่นกัน
ในตอนแรกเธออายมาก แต่ความเขินอายนั้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความต้องการของสัญชาตญาณ
เธอส่งเสียงครวญคราง ตัวสั่นสะท้าน จนกระทั่งร่างบอบบางกระตุก จนชุ่มชื้นที่ไปทั่วภายใน
ต่อจากนั้น ในตอนที่ไม่ต้องอดทน ผมเองก็ปล่อยออกมา จนเปรอะไปทั่วอกที่อวบอิ่ม หลังจากนั้นในตอนที่เธอกำลังเขินอย่างหนัก ผมใช้ชุดชั้นในของเธอเช็ดน้ำขาวขุ่นทั้งหมดนั้นจนสะอาด
“คุณมันคนชั่ว เจ้าโรคจิต”
หน้าแดงๆ ของลู่ปู้หนานแนบไปกับหน้าอกของผม ทั้งยังกล่าวขึ้นมาด้วยความอายว่า “แต่ฉันก็ชอบคุณ…”