ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 148 กูต้องการปลาเปรี้ยวหวาน
บทที่ 148 กูต้องการปลาเปรี้ยวหวาน
เรียกรถกลับมาที่บ้าน ผมไม่ได้เข้าบ้าน และก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเรียกว่าบ้านได้อีกมั้ย
เอากุญแจกรถ Santanaออกมา จากนั้นผมก็ขับรถกลับไปที่พักของหลิวทง
เอนไปบนโซฟา ผมสูบบุหรี่มวนต่อมวน ควักมือถือออกมาหลายรอบ แล้วก็วางลงหลายรอบ
ผมรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อน ขนาดผู้หญิงของตัวเองอีกนิดเดียวก็เกือบจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว!
ผมอยากจะนำเรื่องหวงติ้งแหวน ไปซ้ำรอยเดิมอีกรอบที่บนตัวของผางเจี้ยนจูน ดังนั้นผมเลยอยากโทรหาดี๋ชิงโถง
แต่สุดท้ายความคิดนี้ก็ถูกผมปัดตกไป ผมไม่กลัวว่าจะฆ่าผางเจี้ยนจูนไม่ตาย ผมยิ่งไม่กลัวจะทำผางเจี้ยนจูนตาย สิ่งที่ผมกลัวก็คือภายหลังครอบครัวจะประสบเคราะห์ร้ายจากผม พวกเขาไม่ใช่ไอ้ระยำที่ทิ้งหินสองก้อนทุบกระจกเสร็จแล้วถือว่าสิ้นสุดภารกิจ พวกเขาองค์กรมืดของจริง
ขณะที่ผมยิ่งคิดยิ่งไร้คำตอบกลับเพิ่มความวุ่นวายใจอยู่นั้น ห้องถูกใครบางคนเอากุญแจมาเปิดออก ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงของหลิวทงดังขึ้นมาในห้อง
“เชรดเข้ คุณอยู่บ้านเพื่อสร้างวิมานบนโลกมนุษย์? ทำไมทั้งหมดมีแต่ควัน!”
หลิวทงแบกกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปในห้อง ดูออกว่าเขาชอบมาก
แต่ผมนั้นชอบมากกว่า เพราะว่าได้พบเขาในหัวของผมก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา และยังมองเห็นแสงแห่งความหวัง
“หลิวทง คุณวันๆทำพวกใต้ดินผิดกฎหมาย ต้องรู้จักคนแน่ๆ คุณช่วยฉันติดต่อมาให้หน่อยสองคนซิ จากนั้นให้พวกเขาไปฆ่าเจ้าพวกนั้น เงินไม่ใช่ปัญหา อยากได้เท่าไหร่ผมจะหาวิธีเอามาให้ได้เท่านั้น!”
หลิวทงวางกระเป๋าแล้วเดินมาที่ด้านหน้าผม หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด จากนั้นก็ลูบหัวของผม
“นี่ยังไม่โดนเผาเลย ทำไมถึงพูดจาไร้สาระออกมา?”
“ไปให้พ้นเลย ฉันกำลังพูดจริงจังกับคุณอยู่! ”
หลิวทงตะลึง “อยากฆ่าคนจริงๆเหรอ?”
ผมหยักหน้าแรงๆ “ต้องฆ่าคน”
“ไม่มีทาง อย่าหาว่าฉันไม่ช่วยคุณนะ คำนี้ที่พูดออกมาไม่ได้จริงๆ สังคมการปกครอง ตอนนี้เป็นสังคมกฎหมาย อะไรคือสังคมกฎหมาย? ฉันจะแยกออกมาพูดให้คุณฟัง เหมือนกับตอนนี้ที่เราอยู่ในเมืองแบบนี้ มีกลุ่มคนรวมตัวกัน นั่นคือสังคม จากนั้นกลุ่มที่รวมตัวกันนั้นก็มีความจำเป็นในการดำรงอยู่ของกฎหมาย ใช้กฎหมายสร้างความสมดุล ดังนั้นเลยเรียกว่าสังคมกฎหมาย”
“ฆ่าคน ใครก็กล้า เป็นคุณคุณก็กล้า ไม่ได้ยากเย็นอะไร เหนี่ยวไกปืนใช้มีดแทง ฝ่ายตรงข้ามก็ตายแล้ว จะพูดแบบไม่ปิดบังคุณนะ ผมก็เคยฆ่าคนมาก่อน แต่ว่านั้นไม่ใช่ในสังคมปกครอง นั่นมันเขตพื้นที่ไกลโพ้น เขตที่ไม่มีคนอยู่หลายร้อยพันลี้ นั่นมันไม่มีสังคม ดังนั้นเลยไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ผมฆ่าคนก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย ขนาดศพของพวกเขายังทิ้งไว้ให้หมาป่าไฮยีน่ามันกินเลย ผีถึงจะมาสนใจเรื่องพวกนี้!”
“คุณอยากจะฆ่าคนในเมือง คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า? ถ้าคุณไม่ได้บ้า งั้นคนที่รับงานนี้คนนั้นก็บ้าไปแล้วล่ะ เทคโนโลยีตอนนี้ล้ำหน้าไปไกลแล้ว คุณรู้คำขวัญของทางตำรวจหรือเปล่า? คดีฆาตกรรมต้องทำลาย! ต้องตัดสินใจแล้วว่าทำงานเรียบร้อยยังมีชีวิตมารับเงินได้แต่ไม่มีชีวิตไว้ใช้เงิน ไม่อย่างนั้นใครมันจะไปกล้ารับงาน?!”
หลิวทงพูดออกมาซะมากมาย ถึงแม้ว่าที่เขาพูดนั้นจะดูจุกจิกมาก แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องจริง อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ว่าเส้นทางนี้เขาไปต่อไม่ได้แล้ว ขณะนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแก้แค้นผางเจี้ยนจูนเลย การรักษาให้คงที่ทั้งสองฝั่งนั้นถือว่าดีมากแล้ว ต่างคนต่างไม่ล้ำเขตแดนกัน แน่นอนว่าเป็นหาที่ยากมาก
บีบซองบุหรี่ที่เพิ่งฉีกเปิดตอนเพิ่งกลับมาถึง เหลือเพียงซองบุหรี่ที่ว่างเปล่า ผมเลยหยิบบุหรี่Yuxiออกมาอีกห่อ ฉีกเปิดแล้วจุดไฟต่ออีกมวน
“มีคนพูดกับผมวันนี้ช่วงบ่าย บุหรี่นี้คุณภาพแย่”
“บุหรี่ตัวละหนึ่งหยวนกว่าเนี่ยนะยังคุณภาพแย่ ใครกันนะช่างสุรุ่ยสุร่าย นี่มันอยากจะเปลี่ยนเรือกลเป็นเครื่องบินหรือไง เขาจะอยากไปสุรุ่ยสุร่ายบนสวรรค์เหรอ? ”
ผมไม่ได้พูดอะไรอีก สูบบุหรี่ต่อไป
“เอาน่าเอาน่า อย่ากลุ้มใจไปเลย ให้ของน่าสนุกละกัน!”
พูดจบ หลิวทงก็เดินไปที่หน้ากระเป๋า เปิดซิบออก จากนั้นก็ผลักโฟมแข็งออกควานหาชามออกมา จากนั้นจับด้วยมือทั้งสองข้างระมัดระวังอย่างกับเป็นกล่องบรรพบุรุษก็ไม่ปานเดินมาที่ข้างตัวผม
“ชามใบนี้ ถือซะว่าเป็นห้าแสนของคุณก็แล้วกัน!”
ผมรับชามนั้นมากวาดสายตามองแบบลวกๆ ไม่ต่างอะไรกับชามที่ไว้กินข้าวที่บ้านสมัยยังเด็กเลย ชามเซรามิกสีขาว
ถือโอกาสโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ ประจวบเหมาะกับที่เขี่ยบุหรี่เต็มพอดี ผมเลยสะบัดขี้บุหรี่ลงไปในชาม
หลิวทงตอนนั้นใจร้อนขึ้นมาทันที โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่ผมโยนชามเซรามิกลงไปบนโต๊ะจนมันกระทบเป็นเสียง ‘ปั๊ก’ขึ้นมา อีกนิดคงทำเขาโกรธหน้าเขียวแน่ๆ
“บรรพบุรุษเอ๋ย บรรพบุรุษที่มีชีวิตอยู่ของฉัน เคยมีชามใบหนึ่งเตาเผาเดียวกับชามใบนี้ คุณภาพสินค้าอาจจะเท่ามัน ราคาที่เคาะออกมานั้นเท่ากับสี่ล้านหยวน คุณเอามันมาทำที่เขี่ยบุหรี่ คุณทำไมไม่เอามันไปทำกระโถนฉี่เลยล่ะ!”
“เล็กไป ใส่ไม่พอฉี่รอบเดียวด้วยซ้ำ กลิ่นก็เหม็นอย่างกับซากศพ”
หลิวทงตอนนั้นทำผมอารมณ์ขึ้น อึดอัดมาตั้งนานจนไม่อึดอัดที่จะพูดออกไป
ซักพัก เขารู้สึกไร้ทางเลือกพูดออกมา“ทำตามที่อยากทำละกัน ยังไงซะนั่นก็คือห้าแสนที่ฉันคืนไป คุณอยากจะตักข้าวตักฉี่ตักขี้ นั่นเป็นเรื่องของคุณแล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
ทันใดนั้น หลิวทงก็ออกจากโซฟา หมุนตัวกลับไปที่หน้ากระเป๋าใบใหญ่ของเขา
ผมกำลังครุ่นคิดว่าควรจะจัดการผางเจี้ยนจูนเรื่องนั้นได้อย่างไร หลิวทงก็เปิดปากออกมา
“รีบโทรไปสั่งอาหารให้หน่อยซิ ข้าหิวแล้ว ข้าอยากกินปลาเปรี้ยวหวาน อยาก……”
“จะเอาเท่าไหร่ละ ไม่ว่าง ยุ่งยากฉิบหาย โทรเอาเอง!”
เอาปลาเปรี้ยวหวาน เอาไข่ ของชอบนี่ไม่น้อยเลยนะ!
หลิวทงหัวเราะแปลกๆ ในเสียงหัวเราะมีเจตนาไม่ดี จากนั้นหยิบของที่เหมือนโสมออกมาจากกระเป๋า แต่ว่ามันมีสีแดงเลือด และดูแล้วเหมือนว่าอายุจะเยอะอยู่ แต่ว่าเก็บรักษามาค่อยข้างสมบูรณ์
“นี่คือสิ่งที่คุณพูดมา งั้นผมก็สามารถเอาของเล่นนี้ตุ๋นกับปลาแล้วกินเอง”
“กินกินกิน บำรุงไข่ของคุณ……”
‘ไข่’คำนี้ยังไม่ได้ด่าออกไป ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนที่หลิวทงจะออกเดินทางเรื่องที่ไหว้วาน
“รากเทียนหวัน?!”
หลิวทงไม่ตอบคำถาม แต่มองมาที่ผมแล้วหัวเราะแปลกๆ
ผมรีบควัดโทรศัพท์ออกมา “ให้คุณหนึ่งพันหยวน ผมอยากสั่งปลาเปรี้ยวหวาน ทุกสิบนาทีจะตัดเงินคุณร้อยนึง……”
หลังจากที่บอกที่อยู่ให้ร้านอาหารและกำชับอย่างเคร่งครัดเรียบร้อยแล้ว ผมก็หันไปมองหลิวทง “ใช่เหรอ?”
หลิวทงส่ายหน้า “ไม่ใช่”
เมื่อเห็นผมเริ่มสัมผัสชามมูลล่าหลายแสนนั้น หลิวทงก็รีบร้อนพูดออกมา“อันนี้คือรากตี้หวัน หลังจากใช้เวลาผ่านมาร้อยปี สีจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแครอท มันก็จะเป็นรากเทียนหวัน คุณเลือกที่จะไม่เอาก็ได้นะ ฉันไม่บังคับคุณ ขายหลายร้อยก็ยังขายง่าย ฉันอยากกินปลาเปรี้ยวหวานเยอะๆ!”
นี่มันช่างไร้ประโยชน์จริงๆ ผมขี้เกียจจะสนใจเขาแล้ว รีบร้อนเก็บรากตี้หวันมาอยู่ในมือ
มีมัน ผมก็สามารถสร้างโอกาสที่จะติดต่อโดยตรงกับหยู่เสี้ยงเฉียนได้ จัดการผางเจี้ยนจูนก็เหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ว่าผมยังต้องพิจารณาเรื่องราวอีกเยอะ ผมต้องวางแผนกำหนดรายละเอียดภายในให้รัดกุมถี่ถ้วน
“พี่ชาย ขอบคุณมาก!”
“คุณมันช่างน่าสนใจจริงๆ คุณช่วยชีวิตฉันมาครั้งหนึ่ง จากนั้นตอนฉันลำบากคุณไม่ถามอะไรซักคำก็ให้ฉันยืมมาห้าแสน ตอนนี้คุณยังมาพูดคำว่า‘ขอบคุณ’กับฉันอีก มามามา เอาของมาคืนฉัน……”
หลิวทงต้องการจะแย่ง ผมรีบร้อนกลับมาที่โต๊ะหยิบมือถือและบุหรี่หนีออกมา ผมจำเป็นจะต้องหาที่เงียบๆคิดอะไรสักหน่อย
ตอนที่ผมกำลังจะออกไป หลิวทงในสมองก็นึกขึ้นมาได้เลยตะโกน “เชรดแม่ บนตัวฉันไม่มีเงิน เดี๋ยวคนมาส่งปลาแล้วจะทำยังไง คุณยอมให้คนซักพันหยวน ฉันเงินไม่พอ!”
เชรดแม่ ฉันสนใจว่าเงินคุณพอไม่พอ ฉันคุยโม้คุณเข้าใจความรู้สึกก็พอแล้ว!