ชีวิตที่อยู่ร่วมห้องกับสาวๆ 18+ - บทที่ 144 ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
บทที่ 144 ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
ในที่สุดผางเจี้ยนจูนก็ยอม เขาเอาถ้วยชาทุบบอดี้การ์ดตัวใหญ่ที่ไม่ได้สติคนนั้น จากนั้นก็ให้บอดี้การ์ดถือปืนที่ช่องท้องเลือดไหลเป็นทางนั้นพาตัวบอดี้การ์ดตัวใหญ่ออกไป
หวูเจิ่นดงครั้งที่แล้วที่ใช้ขาโต๊ะซัดไปที่ส่วนท้องของบอดี้การ์ดนั้นถือเป็นก้าวแรก แน่นอนว่าเขาอยากจะฆ่าบอดี้การ์ดที่กล้าใช้ปืนมาขู่เขาคนนั้นให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายก้าวย่างนี้ก็ถูกดงป๋อชวนห้ามไว้ได้สำเร็จ
“คนยังไม่ตาย เรื่องพวกนี้ก็ยังเคลียร์จนกระจ่างแล้ว แต่คนตายแล้ว เป็นใครก็หยุดไม่ได้หรอก”
ผมไม่รู้หรอกว่าการรับรองของดงป๋อชวนมีแค่ซักเท่าไหร่ แต่ว่าจางหงหวู่นั้นเชื่อการรับรองของเขาอย่างสนิทใจ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปสงสัยเขาอีก
ได้อยู่อย่างปลอดภัย ใครมันจะอยากรีบตายไวกันบ้าง?
หลังจากดงป๋อชวนจากไป ผมก็จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง จางหงหวู่ช่วยผมเช็ดครางเลือกสกปรกที่ติดอยู่ออก หวูเจิ่นดงที่อยู่ข้างๆนั้นเอาน้ำจากถ้วยชามาเช็ดคราบเลือดบนหน้าผากของตัวเอง
“เลือดของคนอื่นมีคนเช็ดให้ เลือดของตัวเองไม่มีคนสนใจ มันช่าง……”
“น่าอิจฉา? น่าริษยา? ไปหาหยาวเซียวของแกโน้นไป!”
หวูเจิ่นดงมองมาหาผมอย่างว่างเปล่า “ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าหยาวเซียวเห็นเข้าแล้วจะไม่สบายใจ ผมจะมารอให้คุณพูดจาเสียดสีผมเหรอ?”
เก็บกวาดจนสะอาดหมดจดเรียบร้อย หวูเจิ่นดงก็ออกจากห้องประชุมเช่นกัน ในห้องที่ใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้เหลือแค่ผมกับจางหงหวู่สองคน
“คุณนี่มันโง่จริงๆ กล้าไปขู่ผางปาอี”
จางหงหวู่บ่นผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบน่ารัก ผมกลับไม่รู้สึกอะไร มั่นใจว่าไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถยอมอยู่เฉยๆได้ในสถานการณ์แบบนั้น ผางเจี้ยนจูนแสดงออกชัดเจนว่าอยากจะนอนกับจางหงหวู่ เพียงเรื่องเท่านี้ก็ทำให้ผู้ชายทนไม่ไหวแล้ว แล้วนี่ยังเป็นผู้หญิงของตัวเอง!
ผมสูดบุหรี่เข้าไปในปาก “ผมกลับไม่ได้กังวลเรื่องนี้ ผมแค่กังวลเรื่องที่ดงป๋อชวนรับรองนั้นมันจะมีประโยชน์หรือเปล่า”
จางหงหวู่เล่าเรื่องให้ผมฟัง เรื่องที่คล้ายกับวันนี้ที่จริงเคยเกิดขึ้นมาแล้ว คนรับรองก็คือดงป๋อชวนเหมือนกัน แต่ว่าคนที่รับปากออกไปนั้นกลับเปลี่ยนใจ ไปหาคนมาแก้แค้น สุดท้าย คนสนิทของดงป๋อชวนเลยถูกคนที่ถูกรับรองฆ่าตาย
ผมเข้าใจความหมายของเธอ ในเมื่อเธอรู้เรื่องราวนี้ ผางเจี้ยนจูนคนนั้นก็ต้องรู้เช่นเดียวกัน
“งั้นแบบนี้ก็พูดได้ว่า พวกเราสามารถมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้แล้ว?”
จางหงหวู่พยักหน้า
ดังนั้น ผมเลยกุมมือเล็กๆที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกของเธอ จูบไปที่ริมฝีปากอันเซ็กซี่ของเธอ “งั้นพวกเรามาทำอะไรเป็นการฉลองสักหน่อย ยกตัวอย่างเช่น รัก?”
“คุณนี่มันประมาทมากเกินไปแล้วนะ……”
จางหงหวู่บอกว่าผมประมาทมาก ผมคิดว่าผมประมาทจริงๆ เพราะว่าตอนเย็นหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ผมก็ยังไปต่อที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวัง
ผมก็แค่คิดว่ากลัวไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าผางเจี้ยนจูนคิดอยากจะไม่ทำตามสัญญาจริงๆ การหนีชัดเจนว่าไม่ได้มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะมีโอกาสสูงที่จะทำให้คนในครอบครัวลำบากไปด้วย ไม่หนี ถึงแม้ว่าจะอันตราย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ระบายความโกรธไปบนหัวของคนในครอบครัวผม
เพิ่งเข้ามาในห้องพักได้ไม่นาน จากนั้นในเครื่องวิทยุสื่อสารส่งเสียงของหวงหรุงออกมา เธออยากจะให้ผมไปตรงที่เธออยู่สักหน่อย
ลุกขึ้นมาที่สำนักงาน เข้าไปในนั้น
“คุณไม่หนาวเหรอ ทั้งยังสวมกระโปรงสั้นถุงน่องดำอีก”
หวงหรุงดับไฟก้นบุหรี่ที่ที่เขี่ยบุหรี่ “คุณไม่ใช่ว่าชอบให้ฉันใส่ถุงน่องเหรอ? แต่ก่อนไม่ใช่ว่าคุณอยากจะลองลิ้มรสความรู้สึกที่เข้าไปในร่างกายฉันพร้อมกับถุงน่องเหรอ?”
ผมที่กำลังโดนยั่วเย้าจากหวงหรุง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมหวงหรุงยอมยั่วยวน แล้วยังเป็นคนเริ่มยั่วเย้าใส่ผมก่อน
ผมสังเกตด้วยความประหลาดใจในตัวเธอที่มีความผิดปกติบางอย่าง “อย่างไรกัน มีอะไรหรือเปล่า?”
หวงหรุงเปิดลิ้นชักออกมา โยนบุหรี่Yuxiแบบนิ่มให้มวนหนึ่งทันที “เพื่อนฉันส่งมาให้ ฉันไม่สูบบุหรี่ม้วนใหญ่ คุณก็รู้”
ผมรับมาแล้วเอามาหนีบไว้ที่รักแร้ “ขอบคุณ”
“คนที่ควรจะขอบคุณน่าจะเป็นฉันมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ตอนนี้ตี้หวังคงจะต้องปิดกิจการไปแล้วละ”
ผมมึนงง “นี่หมายความว่า”
“ขอบคุณคุณมากๆที่เรียกจางหงหวู่มาช่วยฉัน ทำให้ฉันได้เปิดกิจการตี้หวังต่อไปได้”
หวงหรุงจ้องมองมาที่ผม ผมก็จ้องมองกลับไปที่เธอ
ผมไม่ได้ปฎิเสธอะไร ผมแค่อยากจะรู้ว่าเธอรู้เหตุการณ์วงในได้ยังไง ทันใดนั้นเธอก็ให้คำตอบกับผม
“วันนี้ช่วงบ่ายตอนที่จางหงหวู่เปิดประชุม ฉันมองไปเห็นรถSantanaใกล้พังของหลิวทงคันนั้นอยู่หน้าประตูทางเข้าดี้เล่สิงซิง”
ผมเลยเข้าใจในทันที ตอนที่เริ่มประชุมช่วงบ่ายดี้เล่สิงซิงนั้นก็หยุดทำการชั่วคราว รถSantanaใกล้พังของหลิวทงเลยจอดไว้ที่นั่น ด้วยหัวเรียวเล็กรูปแตงของหวงหรุง คิดจะเชื่อมโยงไปถึงตอนเธอกำลังเผชิญหน้ากับความลำบากก็มีจางหงหวู่ปรากฏตัวมาช่วยแก้ปัญหา จากนั้นยังเชื่อมต่อมาถึงตัวผมได้ เรื่องพวกนี้ถ้าเป็นเธอก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
“นี่เป็นเรื่องผิดพลาดนะ แค่กังวลว่าพวกเซียนจะทะเลาะกัน เลยมองข้ามจุดนี้ไป พลาด พลาด”
ผมหัวเราะ หวงหรุงก็หัวเราะเช่นกัน
หลังจากหัวเราะ เธอก็ถามผม “จางหงหวู่ถอนตัวแล้ว จากนี้ไปคุณจะทำยังไงต่อ?”
“นั่นสิเถ้าแก่ของผม สามารถทำอย่างไรได้บ้าง ตัวผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าควรจะทำอย่างไร”
ไม่ได้เปิดเผยสาเหตุที่แท้จริง ผมกับหวงหรุงสอดแทรกมุขตลก
เพียงแต่ มองดูเธอแล้วน่าจะไม่มีเจตนาจะเล่นมุขตลกเลย
หวงหรุงลุกขึ้น ค่อยๆก้าวเบาๆมาที่ด้านหลังของผม
ขณะนั้นเอง ผมรู้สึกได้ถึงมือที่ช่ำชองพร้อมกับความอ่อนนุ่มคู่หนึ่งกำลังช่วยผมนวดที่ไหล่และทุบเบาๆที่หลัง
“เฉินเฟิง ขอบคุณคุณจริงๆนะคุณอยู่ข้างฉันในยามที่ฉันไร้ซึ่งหนทางช่วยเหลือที่สุด ช่วยฉันเก็บกวาดความยุ่งยากน่ารำคาญอย่างเงียบๆ ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะขอบคุณคุณยังไงดีถึงจะเหมาะสม ฉันไม่รู้จริงๆ……”
น้ำเสียงเริ่มอ่อนไหวขึ้นเรื่อยๆ จนตอนท้ายสุด ติ่งหูของผมก็ถูกริมฝีปากที่อ่อนนุ่มละมุนละไมจูบ ต้นคอของผมก็ถูกจูบเช่นเดียวกัน
เธอผู้กำลังเคลิบเคลิ้ม เสียงครางเริ่มถี่กระชั้น มือทั้งสองพยายามเสาะหาเข้ามาในด้านในเสื้อของผม มือเล็กๆที่เย็นเฉียบกำลังลูบคลำหน้าอกที่อบอุ่นของผม
ผมคิด นี่คงเป็นการแสดงความขอบคุณเพียงอย่างเดียวที่เธอคิดออก แต่ว่าน่าแปลกใจที่มันถูกต้อง นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในตอนนี้ เหตุการณ์ช่วงบ่ายคิดดูแล้วก็ทำให้คนรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ทั่วทั้งเมืองจะมีสักกี่คนกันที่กล้าเอาปลายปากกาเสียบไปที่ในคอของ ผางเจี้ยนจูน ผมเนี่ยละกล้า และยังทำมันลงไปแล้วด้วย!
แต่ว่าเบื้องหลังความสบายใจแบบนี้นั้น ก็ยังมีสิ่งกระตุ้นอย่างรุนแรงอยู่ ทำให้จิตใจของผมนั้นไม่สามารถสงบสติอารมณ์เป็นเวลานานเลยทีเดียว จะพูดว่าไม่เครียด ดูแล้วเหมือนสงบเยือกเย็น ทั้งหมดพวกนั้นมันก็แค่แกล้งทำเท่านั้นเอง เผชิญหน้ากับคนที่ทำให้ศัตรูหายไปแบบอับโชคอย่างมากบ่อยๆแบบนั้น มันจะใครหน้าไหนที่จะไม่เครียดบ้างเนี่ย? หรือบางทีหยู่เสี้ยงเฉียนอาจจะทำได้ แต่ว่าที่แน่ๆผมในตอนนี้ไม่ไหวแน่นอน
กิริยาท่าทางของหวงหรุงในตอนนี้ รวมทั้งร่างกายอันบอบบางของเธอ ได้กลายเป็นช่องทางในการระบายออกของผม
จากที่เธอยั่วยวนผมด้วยการจูบลูบคลำไปหลายสิบนาที ก็ปลุกไฟแห่งความปรารถนาของผมได้สำเร็จ
ผมยันตัวเธอไว้กับกำแพง เรียกร้องอย่างบ้าคลั่งจากริมฝีปากแดงเลือดฝาดคู่นั้น มือทั้งสองก็เข้าไปสำรวจด้านในของกระโปรงสั้นของเธอ มือทั้งสองข้างลูบคลำด้านหน้าทีด้านหลังที ลงมือพร้อมกันอย่างเท่าเทียม ทำให้เธอพุ่งตรงไปยังดินแดนแห่งความลุ่มหลงอย่างรวดเร็ว จนหลุดเสียงครางหอบอันสวยงามออกมาติดต่อกัน
ไม่รู้ว่าทำไม ผมในวันนี้หยอกล้อได้ดีมากทีเดียว แถมยังอดทนได้เป็นพิเศษ
เริ่มแรกใช้มือทั้งสองข้างหยอกล้อไปที่ร่างกายอันบอบของเธอ เล่นอยู่แบบนั้นตั้งสองชั่วโมงกว่า
หวงหรุงณตอนนี้ หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อหอมหวานที่หยดย้อยลงมา มัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงไว้ที่ด้านบน ที่ขาถุงน่องเซ็กซี่ที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนสีดำคู่นั้น บนนั้นไม่นานก็ถูกความชื้นของน้ำซึมร่องรอยออกมา ราวกับถูกจุ่มลงไปในน้ำตรงๆ
“เฉินเฟิง เฉินเฟิงคุณยังไม่ช่วยฉันอีกละก็ ฉันจะตะโกนขอชีวิตแล้วนะ ฉันจะตะโกนขอชีวิตจริงๆนะ!”
“เฉินเฟิง ฉันขอร้องคุณละนะ คุณไม่ต้องเล่นกับฉันอีกแล้ว คุณรีบให้ฉันเถอะนะ ฉันอยากจะตายอยู่แล้วเฉินเฟิง ฉันอยากจะตายอยู่แล้วจริงๆ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ฉันรับความรู้สึกแบบนี้ไม่ไหวแล้วเฉินเฟิง!”
“คุณไม่ต้องหลบ คุณให้ฉันถอดกางเกงคุณออก ฉันจะลูบคลำมันเอง ให้ฉันคลำมันเถอะนะ ฉันอยาก!”
หวงหรุงที่พูดแต่ละประโยคไปอดกลั้นเสียงร้องไป อ้อนวอนไปด้วย
จนกระทั่งคนคนหนึ่งถูกผมเล่นจนลงไปกองที่พื้น ไม่มีแม้แต่แรงที่จะอ้อนวอนออกมา เหลือแค่เพียงการดิ้นรนตอบโต้ทางร่างกายเท่านั้น
ยังจะเล่นแบบนี้ต่อไป เธอคงจะเหมือนตายไปจริงๆ ประการแรกการสูญเสียน้ำอาจจะทำให้เธอตายไปก็ได้เหมือนกัน
ผมตัดสินใจที่จะทำให้เธอสมความปรารถนา ถอดถุงน่องของเธอออก จากนั้นก็ฉีกกางเกงในที่เปียกชุ่มโชกออกดึงทิ้งไว้ด้านข้าง ผมก็ช่วยเธอสวมถุงน่องเข้าไปอีกครั้ง และยังแบกขาทั้งสองข้างพร้อมกับหว่างขาขึ้นไปด้านบนอย่างแข็งขัน
เหมือนเธอจะรู้ว่าผมอยากจะทำอะไร และไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เอาแต่ปฏิเสธ
“เฉินเฟิง ไม่เอาแบบนี้ซิ ไม่เอาถุงน่องรวมด้วยกัน ฉันรับไม่ไหวแล้ว ปกติแล้วฉันไม่เคยลองมาก่อน ฉัน……อ๊ะ~!”
เสียงครางคร่ำครวญที่งดงามเติมเต็มความปรารถนานั้น เสียงที่ไพเราะน่าดึงดูดใจอย่างเต็มเปี่ยมนั้น ทำให้จิตใจของผมลุ่มหลงมัวเมา ได้ทำตามอำเภอใจอย่างเต็มที่……